เมื่อได้กุนซือผู้ปราดเปรื่องอย่างซือหม่าคุนมาเป็ที่ปรึกษา หลงเฟยก็เริ่มวางแผนขั้นต่อไป นั่นคือการรวบรวมทรัพยากรและบุคลากรเพื่อสร้างกองทัพขึ้นมาใหม่ ซือหม่าคุนแนะนำให้หลงเฟยไปพบกับ ถานจง (谭中) อดีตเสนาบดีคลังของราชสำนักต้าหลง ผู้ซึ่งถูกใส่ร้ายป้ายสีจนต้องปลีกตัวออกจากวงการเมืองและมาใช้ชีวิตอย่างสงบในหมู่บ้านเล็ก ๆ กลางป่าลึก ถานจงเป็ที่รู้จักในนาม "ผู้คุมคลังั" เนื่องจากความสามารถในการบริหารจัดการทรัพยากรและเสบียงที่ยอดเยี่ยม จนสามารถพลิกฟื้นสถานะการคลังของแคว้นที่ล่มจมให้กลับมารุ่งเรืองได้ถึงแม้จะถูกขุนนางคดโกงเบียดบังทรัพย์สินไปมากก็ตาม แต่เขากลับถอนตัวจากวงการเมืองเมื่อเห็นความเสื่อมทรามของราชสำนักและความโลภของผู้คน
"หาก้าสร้างกองทัพที่แข็งแกร่ง ไม่ใช่แค่เพียงกำลังคนและกลยุทธ์ แต่ต้องมีเสบียงและอาวุธที่เพียงพอ" ซือหม่าคุนกล่าวกับหลงเฟยขณะที่พวกเขากำลังปรึกษาหารือกัน "ถานจงคือบุรุษผู้มีความรู้เื่การจัดการทรัพยากรอย่างหาตัวจับยาก หากเขาช่วยเ้าได้ กองทัพของเ้าจะไม่มีวันอดอยาก เขาคือผู้ที่สามารถเสกสรรความมั่งคั่งมาให้ได้แม้ในยามที่ยากไร้ที่สุด"
การเดินทางไปหาถานจงเต็มไปด้วยความยากลำบาก เพราะถานจงไม่้ายุ่งเกี่ยวกับเื่โลกภายนอกอีกต่อไป เขามีชื่อเสียงว่าเป็คนเข้าถึงยากและไม่ไว้ใจใครง่ายๆ หลงเฟยเดินทางพร้อมกับซือหม่าคุนและทหารที่ติดตามไปเพียงไม่กี่นาย หลังจากเดินทางมาหลายวัน พวกเขาก็ได้พบหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ถานจงอาศัยอยู่ หมู่บ้านแห่งนี้ดูสงบเงียบและเรียบง่าย ผู้คนใช้ชีวิตอย่างพอเพียงและไม่วุ่นวาย ถานจงเป็ชายวัยกลางคน รูปร่างผอมสูง มีดวงตาที่ฉลาดเฉลียวแต่แฝงไว้ด้วยความเหนื่อยหน่ายจากการเห็นความเลวร้ายของโลก
หลงเฟยคุกเข่าลงต่อหน้าถานจง เล่าเื่ราวความมุ่งมั่นของเขาในการสร้างเจียงหนานขึ้นมาใหม่ เล่าถึงความเ็ปจากการสูญเสีย และขอร้องให้ถานจงมาช่วยบริหารจัดการทรัพยากรและการคลังให้กับกองทัพ ถานจงฟังอย่างเงียบๆ ดวงตาของเขาจับจ้องไปยังหลงเฟยอย่างพิจารณา ไม่ได้แสดงท่าทีเห็นด้วยหรือปฏิเสธใดๆ "ข้าเคยสาบานว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองอีกต่อไป" ถานจงกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่แฝงไว้ด้วยความหนักแน่น "ข้าเห็นมามากพอแล้ว ความโลภของผู้คน การแก่งแย่งชิงอำนาจ มันนำมาซึ่งความพินาศเสมอ ไม่ว่าจะเป็ราชสำนักใดๆ ก็ตาม"
"แต่การไม่ทำอะไรเลย ก็เท่ากับเป็การยอมรับความพินาศมิใช่หรือขอรับ?" หลงเฟยโต้กลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและจริงจัง "เจียงหนานถูกทำลาย ผู้คนบริสุทธิ์ต้องล้มตายไปนับพันนับหมื่น หากไม่มีใครทวงคืนความยุติธรรม โลกนี้จะเหลือสิ่งใดให้เราภาคภูมิใจ? ข้ามิได้้าอำนาจเพื่อตัวเอง แต่เพื่อฟื้นฟูเจียงหนาน เพื่อให้เหล่าผู้คนมีชีวิตที่ดีกว่าเดิม" หลงเฟยเล่าถึงความโหดร้ายที่เว่ยอู๋จี๋ทำกับบ้านเกิดของเขา และความมุ่งมั่นที่จะนำความยุติธรรมกลับคืนมา ไม่ใช่เพื่อแก้แค้นอย่างบ้าคลั่ง แต่เพื่อสร้างความสงบสุขที่แท้จริง
ถานจงจ้องมองหลงเฟยอย่างพิจารณาอีกครั้ง เขาััได้ถึงความเ็ปที่แท้จริงในดวงตาของหลงเฟย และความมุ่งมั่นที่บริสุทธิ์ที่จะสร้างสิ่งใหม่ให้เกิดขึ้นมา ไม่ใช่เพียงแค่การทำลายล้าง เขามองเห็นความแตกต่างระหว่างหลงเฟยกับผู้นำคนอื่นๆ ที่เขาเคยพบเจอ ท้ายที่สุด ถานจงก็ใจอ่อนยอมตกลงที่จะช่วยเหลือหลงเฟย แต่มีข้อแม้ที่สำคัญยิ่ง "ข้าจะช่วยเ้าสร้างสิ่งใหม่ แต่ความสามารถของข้าหาได้มีไว้เพื่อการทำลายล้างที่ไร้เหตุผล หรือเพื่อประโยชน์ส่วนตนของเ้า เ้าจะต้องพิสูจน์ให้ข้าเห็นว่าเ้าไม่ได้เป็เช่นเดียวกับผู้นำที่มุ่งแต่จะทำลายและแสวงหาอำนาจ เ้าจะต้องปกป้องชีวิตผู้บริสุทธิ์และสร้างคุณธรรมให้เกิดขึ้นในกองทัพของเ้า"
หลงเฟยพยักหน้ารับคำอย่างหนักแน่น "ข้าให้สัญญาขอรับ"การได้ถานจงมาเป็บุคลากรสำคัญ ทำให้หลงเฟยมีกุนซือด้านการบริหารจัดการที่ยอดเยี่ยม เขาสามารถวางแผนการจัดเก็บภาษี การซื้อขายเสบียง และการจัดสรรงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ นับเป็อีกก้าวสำคัญบนเส้นทางสู่การสร้างกองทัพของหลงเฟย ถานจงไม่เพียงแต่เป็ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน แต่ยังเป็ผู้ที่มีคุณธรรมสูงส่ง และจะเป็ผู้ที่คอยควบคุมและถ่วงดุลอำนาจของหลงเฟย เพื่อมิให้ัตัวนี้หลงผิดไปจากเส้นทางควรเป็