สามพี่น้องช่วยกันออกแบบรางรดน้ำกันทั้งคืน แม้ส่วนมากเฟยเจินจะเป็คนคิดซะส่วนใหญ่ แต่เฟยเทียนก็ช่วยออกแบบให้มันมั่นคงขึ้น และเฟยิก็ช่วยออกแบบความสวยงามอีกทีหนึ่ง
ในวันถัดมา กว่าเด็กทั้งสามจะตื่นก็เป็เวลาสายแล้ว เพราะเมื่อคืนพวกเขาออกแบบกันอย่างสนุกสนานจนลืมเวลากันเลยทีเดียว เฟยเจินลุกออกไปล้างหน้า อาบน้ำด้วยความง่วงงุน เกลือที่ใช้แทนการแปรงฟันตอนนี้ทำให้เธอรู้สึกไม่ชินเอาเสียเลย เธอ้าแปรงสีฟันกับยาสีฟัน เธอกรีดร้องในใจ เป้าหมายต่อไปของเธอคงจะต้องเอาเื่การผลิตแปรงขึ้นมาแทรกก่อน พอมีเป้าหมายมาเป็แรงขับเคลื่อน เฟยเจินก็รู้สึกถึงแรงฮึกเฮิมภายในจิตใจที่ประทุขึ้นมา
“พวกเราคงต้องเริ่มจากการเอาไม้ไผ่มาทำเป็รางก่อน ประเดี๋ยวพวกเราเข้าป่าไปตัดไม้ไผ่กันเถอะเ้าค่ะ” หลังเด็กทั้งสามกินมื้อเช้าเรียบร้อยแล้ว และเฟยเจินก็ได้ทำอาหารกินง่ายเก็บไว้ในกระท่อม พวกเขาก็เดินทางเข้าป่ากัน
อาวู๊ววววว!!
ระหว่างที่เด็กทั้งสามกำลังช่วยกันตัดไม้ไผ่พร้อมด้วยเ้าเสี่ยวฮว่า จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงหอนของหมาป่าดังขึ้นมา น้องเล็กที่กำลังถือไม้ไผ่ถึงกลับมือสั่น ไม้ไผ่ที่ถืออยู่ในมือหล่นลงข้างเท้าด้วยความใ โชคดีที่ไม่โดนเท้าของเขา เฟยเจินจับไม้ไผ่แน่นด้วยหัวใจที่เต้นแรง เธอรีบถามเ้าจิ้งจอกแดงว่านั่นใช่เสียงเย่วซินหรือไม่
“เป็เสียงของเ้ามนุษย์หมาป่าตัวน้อยนั่นจริงๆ” เ้าจิ้งจอกน้อยพูดขึ้นมาเสียงเรียบ มันไม่ได้มีอาการตื่นตระหนกแต่อย่างใด
“ข้าขอตัวไปดูเย่วซินก่อนนะเ้าคะ ข้ากังวลว่าจะเกิดอันใดขึ้นกับเขา” เฟยเจินพูดจบก็รีบพุ่งตัวออกไปด้วยความเร็วสูง
วิทยายุทธของเธอทำให้เฟยเทียนและเฟยิมองตาค้าง พร้อมชื่นชมในใจ
อาวู๊วววววว!!
ยิ่งเข้ามาใกล้ก็ยิ่งได้ยินเสียงชัดเจนมากขึ้น เฟยเจินพุ่งทะยานเข้าไปหาสัตว์สี่ขาตัวน้อยที่กำลังหอนอย่างไม่หยุดหย่อน
“เกิดอันใดขึ้นกับเ้างั้นหรือ” เฟยเจินพูดขึ้นมาเมื่อเห็นร่างเล็กสั่นไปทั้งร่าง
ตอนนี้จิตใจเย่วซินยุ่งเหยิงไปหมด สภาพร่างกายของเขาฟื้นฟูกลับมาเป็ปกติแล้ว และดูเหมือนน้ำที่ใกล้ล้นอีกด้วย เขาเหมือนควบคุมตนเองมิได้ เมื่อเห็นเฟยเจินเดินเข้ามาใกล้ ร่างกายเล็กก็พุ่งเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดเธอ
เฟยเจินใช้มืออีกข้างจับหน้าหมาป่าตัวน้อย สายตาเธอสังเกตเห็นเขี้ยวแหลมที่กำลังงอกออกมา เธอจึงเผลอจับดู แต่ด้วยความคมของเขี้ยวทำให้นิ้วเธอถูกบาดจนเืออก
หงิงงงง
เมื่อเย่วซินเห็นเืที่นิ้วเธอ เขาก็ใร้องเสียงเบา พร้อมใช้ลิ้นเล็กๆ เลียเืให้เด็กหญิง แสงสว่างเจิดจ้าวาบขึ้นมาในขณะที่เืเธอได้ัักับลิ้นของเขา สิ่งที่ไม่มีผู้ใดคาดคิดก็เกิดขึ้น สัญลักษณ์พันธสัญญาคล้ายอักขระโบราณ วนรอบตัวทั้งสองด้วยความรวดเร็ว
จนกระทั่งอักขระโบราณค่อยๆ เลือนหายไป ก็มีสัญลักษณ์รูปหมาป่าจันทร์เสี้ยวเกิดขึ้นบริเวณกลางแผ่นหลังส่วนบนของเฟยเจิน กลายเป็ว่าตอนนี้เธอมีทั้งหมดสามสัญลักษณ์ด้วยกัน สัญลักษณ์แรกคือ ปานรูปดอกบัวแดงบริเวณไหล่ซ้าย ต่อมาคือ สัญลักษณ์รูปหมาจิ้งจอกแดง บริเวณหน้าอกใกล้หัวใจ สุดท้ายคือ สัญลักษณ์รูปหมาป่าจันทร์เสี้ยว บริเวณแผ่นหลังส่วนบน
ในกรณีนี้ถือว่าเกิดขึ้นยากยิ่ง เพราะในอดีตตระกูลครึ่งคนครึ่งหมาป่านั้นได้ถูกบันทึกว่าหายสาบสูญไปหมดแล้ว และการทำพันธสัญญาจะเกิดได้ก็ต่อเมื่อหมาป่านั้นมีใจภักดีและยอมยกชีวิตตนให้ผู้ทำพันธสัญญาเท่านั้น
สัตว์สี่ขาตัวน้อยะโออกจากอ้อมกอดเด็กหญิง และมันค่อยๆ เกิดการเปลี่ยนแปลงร่างกายขึ้น โดยตัวมันได้ขยายใหญ่ขึ้นอีกเท่าหนึ่ง ฟันแหลมก็งอกขึ้นมาครบสมบูรณ์
“เ้าตัวโตขึ้นแล้วเย่วซิน” เฟยเจินอุทานออกมาเมื่อเห็นความเปลี่ยนแปลงอันรวดเร็วนี้ เธอกำลังมึนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อไม่นานนี้ตัวเธอและเย่วซินได้ทำพันธสัญญากันงั้นหรือ…
เ้าลูกหมาป่าได้ขยายตัวโตขึ้น แต่มันก็ยังดูตัวไม่ใหญ่มากนักเมื่อเทียบกับหมาป่าที่โตเต็มวัย หากจะบอกว่าในตอนแรกตัวเล็กเท่าลูกแมว แต่ตอนนี้ตัวโตเท่าลูกเสือก็ย่อมได้
เย่วซินแปลงกายเป็คนอย่างกะทันหัน ไม่เพียงจะเกิดการเปลี่ยนแปลงต่อร่างสัตว์เท่านั้น แม้แต่ร่างคนก็เกิดการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน ความสูงที่เพิ่มพรวดขึ้นมา หน้าตาก็ดูมีเค้าโครงขึ้น จากเดิมที่ภายนอกเหมือนเด็กอายุ 5 ปี กลับกลายเป็ เด็กอายุ 7 ปี
เย่วซินคุกเข่าลงต่อหน้าเฟยเจินและจุมพิตเบาๆ บริเวณหลังมือของเด็กหญิง ตอนนี้นางกลายเป็ทั้งผู้ช่วยชีวิต ครอบครัว และเ้านายของเขาแล้ว ในใจลึกๆ เขาแอบดีใจที่ได้ผูกจิตกับนาง
เฟยเจินลูบหัวเด็กชายเบาๆ เธอไม่คิดว่าจะเกิดเื่แบบนี้ขึ้นเลย เธอไม่ได้อยากบงการชีวิตเขา แต่มันคงแก้อันใดมิได้แล้ว
เธอขอให้เด็กชายกลายร่างกลับไปเป็ลูกหมาป่าก่อน เพราะยังหาชุดที่พอดีตัวเขามิได้ หากมีเวลาเธอคงต้องเข้าเมืองอีกครั้ง
เฟยเจินและเย่วซินเดินกลับไปหาพวกพี่ใหญ่อีกครั้งในป่า เมื่อเฟยเทียนและเฟยิเห็นการเปลี่ยนแปลงของเย่วซิน พวกเขาก็เข้ามาไถ่ถามด้วยความประหลาดใจ เวลานี้พวกเขาตัดไม้ไผ่กันได้เยอะแล้ว จึงกำลังหยุดพักครู่หนึ่ง เธอจึงอาสาแบกไม้ไผ่มากมายกลับไปทางกระท่อมก่อน ด้วยพละกำลังมหาศาลในกายและวิทยายุทธ ทำให้เธอแบกกลับไปมาสองสามรอบก็หมดแล้ว
เฟยเทียนอาสาทำการต่อรางน้ำ โดยมีเ้าเสี่ยวฮว่าและเย่วซินคอยช่วยเหลือ ส่วนเฟยิเขาอาสาตกแต่งเพื่อความสวยงาม และสุดท้ายเฟยเจินจะเป็คนใช้จิตชักนำน้ำเข้ามาเก็บสำรองสำหรับใช้ในการรด โดยผ่านรางน้ำไปสู่พืชผักที่ปลูกไว้ และน้ำที่ใช้รดก็คือน้ำวิเศษนั่นเอง
หลังจากผลัดกันทำหน้าที่ของตน ในที่สุดรางรดน้ำก็เสร็จสมบูรณ์เสียที เป็เวลากว่าสองวันแล้วที่พวกเฟยเจินใช้ชีวิตอยู่ในมิติ และไม่ได้รับรู้เื่ราวภายนอกใดๆ เลย
ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็สีแดงเพลิง บ่งบอกว่าตอนนี้เริ่มเย็นแล้ว อากาศในมิติเย็นสบายตลอดทั้งวัน ไม่ต้องกลัวเลยว่าอากาศจะร้อนเกินไป หนาวเกินไปหรือฝนจะตกอย่างไร
ด้วยความที่พี่ใหญ่และน้องเล็กคิดถึงบ้าน คืนนี้พวกเขาเลยออกไปนอนนอกมิติ ภายในกระท่อมหลังโทรม เฟยเจินได้ส่งพี่ใหญ่และน้องเล็กออกไปก่อน ส่วนตนก็เข้าไปในกระท่อมที่อยู่ภายในมิติกับเย่วซิน
“คืนนี้เ้านอนในนี้ไปก่อน พื้นที่บ้านของพวกเราภายนอกมิติมันไม่เพียงพอน่ะ” เธอชี้ไปทางเตียงที่จัดไว้ให้สำหรับเย่วซินโดยเฉพาะ
หมาป่าตัวน้อยกลายร่างเป็คน และเดินไปนอนอย่างว่าง่าย เมื่อเฟยเจินเห็นร่างเปลือยของเขา เธอก็ตักเตือนเล็กน้อยว่าเขาเริ่มโตแล้วจะเปลือยต่อหน้าผู้อื่นมิได้ จากนั้นหางตาเธอก็สังเกตเห็นแสงวาบขึ้นมาเบาบางบริเวณหนังสือเล่มหนึ่งบนตู้ เธอจึงเดินเข้าไปหยิบขึ้นมาเปิดดู
หนังสือนี้เป็หนังสือเกี่ยวกับโลกในมิติจิตของเธอ เธอจำได้ว่าหน้ากระดาษหลังๆ อีกหลายหน้านั้นมันเป็เพียงกระดาษเปล่าเท่านั้น จากหน้ากระดาษ ที่ไม่มีตัวหนังสือใดอยู่เลยในตอนแรก ตอนนี้มันกลับมีข้อมูลเพิ่มขึ้นมาบ้างแล้ว เธอจึงอ่านภายในใจเบาๆ
‘มิติแห่งนี้ได้รับการพัฒนาจากการทำพันธสัญญากับตระกูลครึ่งคนครึ่งสัตว์ในตำนาน โดยบุคคลภายนอกสามารถเข้าออกในมิติได้ตลอดเวลา หากอยู่ใกล้เ้าของมิติในรัศมีครึ่งลี้ โดยเ้าของมิติต้องผูกจิตกุญแจเข้าออกกับบุคคลผู้นั้น เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการ ชื่อของบุคคลผู้ที่ได้รับอนุญาตจะถูกสลักอยู่หน้าที่อยู่อาศัยภายในมิติ’
อ่านจบคำสุดท้าย เธอก็เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ไม่รอช้าเธอรีบออกจากมิติไปหาพี่ใหญ่และน้องเล็กทันที
“ข้าซูเฟยเจิน ยินยอมให้ซูเฟยเทียนและซูเฟยิ ในการผูกจิตกุญแจเข้าออกมิติแห่งนี้” หลังบอกเล่าเื่ราวให้ทั้งสองทราบ เฟยเจินก็ลองทำการผูกจิตอย่างรวดเร็ว
ในความจริง เธอไม่ต้องพูดออกมาก็ได้ เพียงแค่พูดยินยอมในใจก็ได้แล้ว แต่เฟยเจินไม่รู้ เธอจึงพูดออกมาคล้ายกำลังท่องคาถาอยู่นั่นเอง
“พี่ใหญ่ น้องเล็ก ลองเข้าไปในมิติข้าดูสิเ้าคะ ลองคิดในใจว่าอยากจะเข้าไป หรือ ออกมา แต่ต้องอยู่ภายในรัศมีครึ่งลี้จากข้านะเ้าคะ”
เฟยเทียนและเฟยิพยักหน้าพร้อมกัน และรีบลองทำตามที่เด็กหญิงบอกด้วยความตื่นเต้น
“เข้าออกได้ตามใจชอบจริงๆ ด้วยขอรับ” เฟยิออกมาพร้อมยิ้มกว้าง ะโโลดเต้นอย่างชอบใจ
“มันเป็เื่วิเศษก็จริง แต่เราก็ต้องระวังด้วยนะน้องเล็ก เมื่ออยู่ข้างนอกห้ามคิดอยากเข้ามาในมิติพี่รองของเ้าอย่างเด็ดขาด ยิ่งในตอนที่มีผู้คนอยู่รอบข้างยิ่งต้องระวังเป็พิเศษ” เฟยเทียนออกมาจากมิติพร้อมพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าจริงจัง มันไม่เพียงเป็คุณเท่านั้นแต่มันสามารถเป็โทษได้เช่นกัน
“ใช่แล้ว ยิ่งมีของวิเศษดีแค่ไหน ก็ยิ่งต้องระมัดระวัง” เฟยเจินพยักหน้า พูดเสริมขึ้นมา เื่นี้พี่ใหญ่พูดไม่ผิดเลย และเธอก็รู้ดียิ่งกว่าใคร เพราะในชาติก่อน หากองค์กรสืบรู้ว่าผู้ใดมีของที่ทำคุณยิ่งใหญ่ใน พวกเขาจะรีบส่งคนไปชิงมาทันที และเธอก็เป็หนึ่งในหมากที่ถูกพวกเขาใช้งานตลอดมา