อู๋จือขมวดคิ้ว นึกถึงครั้งแรกที่บุกเข้าไปในเรือนปรุงยา “ยาแก้ผื่นคันภูมิแพ้ คงไม่ใช่ยาที่ท่านใช้ข้าทดลองหรอกนะ ”
“ถูกต้อง ยานั่นล่ะ แต่หากใช้ตัวยาผิดชนิด อาจจะทำให้คนที่กินเข้าไปหายใจไม่ออกถึงตายได้”
“ถ้าอย่างนั้น ท่านบอกหัวหน้าจางหรือยัง ”
“ข้าบอกเจิ้งจีแล้ว แจ้งความเอาไว้แต่ยังไม่กระโตกกระตาก ตอนนี้เขากำลังออกสืบข่าวเงียบๆ บางทีนี่อาจจะเป็ฝีมือของคนในหลังจากที่ข้าทดลองกับเ้าวันนั้นก็ไปหาคนที่ป่วยจริงๆ มาทดลองยาเพิ่ม ตอนนี้อาการผื่นคันกำลังกลายเป็โรคที่มีผู้เป็จำนวนมาก หลังจากข้าพบว่ายาได้ผลดีกับพวกเขาจึงได้นำออกมาจำหน่ายในราคาถูก ไม่คิดเลยจะมีคนชั่วคิดหาเงินทองด้วยการปลอมยาข้า”
“ที่ท่านออกมาตอนค่ำเพราะกลัวจะมีคนสังเกตเห็นหรือ ”
“อืม ที่นี่หลงจู๊จี้ช่วยดูแลมานาน ตอนนี้มีถึงสามคูหาและมีลูกจ้างมากมาย ในบรรดาพวกเขาอาจจะมีหนอนบ่อนไส้แทรกซึมอยู่”
“คุณชายใหญ่ ท่านคงต้องระวังตัวแล้วล่ะเ้าค่ะ หากพวกเขาเสียผลประโยชน์มาก อาจจะคิดเอาชีวิตท่าน”
ฮัวหยางได้ยินก็ทำสายตากรุ้มกริ่ม “จือจือ เ้าเป็ห่วงข้าหรือ ”
อู๋จือชะงัก “ข้าก็แค่ทำหน้าที่มือปราบ เตือนท่านในฐานะราษฎร ตอนนี้ท่านอยู่ในภาวะหน้าสิ่วหน้าขวาน”
“เพราะเหตุนี้ล่ะ ข้าถึงได้อยากให้เ้ามาติดตามข้า หากเกิดมีคนร้ายคิดจะเอาชีวิตข้าขึ้นมา การมีมือปราบหญิงอยู่ใกล้ตัวก็ทำให้ข้าอุ่นใจได้มาก”
อู๋จือหน้าคว่ำ ถลึงตาใส่คุณชายรูปงามที่กำลังทำหน้าทะเล้น นางไม่คิดเลยว่าคุณชายใหญ่สกุลฮัวที่ร่ำลือกันว่าสุขุมเยือกเย็น แท้จริงจะเป็จอมอันธพาลที่ชอบหาเื่สตรีเช่นนาง
“องครักษ์ของท่านเองก็มีตั้งเยอะ ซ้ำยังมีวรยุทธ์สูง ท่านเรียกพวกเขาให้ตามมาด้วยเยอะๆ จะดีกว่า ข้าเพียงคนเดียวจะมีประโยชน์อันใด ”
ฮัวหยางยิ้มน้อยๆ “อย่างน้อย เ้าก็มาเป็กำลังใจให้ข้า”
“เ้าหมอลามก!” นางกัดฟันกรอดๆ
อู๋เสี่ยวถงลืมชุดที่เพิ่งซื้อใหม่ไว้ที่ร้านยาเฉี่ยนซือ หลังรับประทานอาหารเสร็จนางนึกขึ้นได้ก็รีบบอกมารดา “ท่านแม่ ข้าขอกลับไปร้านยาสักครู่ได้หรือไม่ ข้าลืมชุดที่เพิ่งซื้อเอาไว้”
“พรุ่งนี้เ้าไปทำงานค่อยไปเอาก็ได้”
“ไม่ได้ๆ ข้าอยากจะลองใช้คืนนี้เลยเ้าค่ะ เดี๋ยวให้เสี่ยวเหอตี้ไปเป็เพื่อน ใกล้แค่นี้เองไม่อันตรายหรอก”
อู๋ฮูหยินเห็นว่าสองพี่น้องจะไปด้วยกันก็พยักหน้า “รีบไปรีบกลับเล่า”
อู๋เหอตี้ถูกพี่สาวคนรองลากข้อมือออกจากบ้านด้วยความร้อนใจ “ช้าๆ หน่อยพี่เสี่ยวถง ข้อมือข้าจะขาดแล้ว”
“เ้าอย่าชักช้า ข้ากลัวจะมีคนหยิบชุดใหม่ของข้าไป”
“ท่านวางไว้ที่ใดหรือ ”
“ตรงห้องโถงด้านในร้านน่ะสิ”
“ไม่น่าหายหรอกนะ พรุ่งนี้ค่อยมาเอาก็ได้”
“เสี่ยวเหอตี้ เ้าช่างไม่เข้าใจจิตใจที่รักความงามของหญิงสาวเอาเสียเลย กว่าข้าจะได้ซื้อใหม่ก็ปาไปร่วมปี ข้าเห่อนิดเห่อหน่อยไม่ได้หรือไร ”
“เหตุใดวันนี้ท่านจึงลืมของสำคัญได้เล่า ”
“ก็เพราะ...เพราะมันเกิดเื่ที่ร้านน่ะสิ”
อู๋เสี่ยวถงเล่าความวุ่นวายหน้าร้านให้น้องชายฟัง “เมื่อสองวันก่อน มีคนมาโวยวายเื่กินยาลูกกลอนของร้านเข้าไปแล้วอาการกำเริบ ทีแรกข้าก็นึกว่าเป็เื่เข้าใจผิด พอหลงจู๊จี้ได้ยินเข้าก็เลยจ่ายยาเทียบใหม่ให้เขาไป แต่วันนี้กลับมีคนมาโวยวายหนักกว่าเดิม”
อู๋เหอตี้ที่ไปช่วยจดสูตรยาที่ฮัวหยางทดลองหลังเลิกเรียนถึงกับขมวดคิ้ว “อย่างไรหรือพี่ ”
“พวกเขาบอกว่าพอกินยาลูกกลอนของร้านเรา ตอนนี้ผื่นพวกนั้นจากที่เคยเป็แค่ตรงบ่ากลับลุกลามไปทั่วทั้งตัว ชาวบ้านตั้งหลายคนมาบอกหลงจู๊จี้พร้อมกัน พวกเขาขู่ว่าจะร้องเรียนทางการ หลงจู๊จึงเรียกให้ท่านหมอไฉมาช่วยตรวจอาการ และให้พวกเขาเขียนคำร้องเรียกฝากเอาไว้”
“ข้าว่ายาของคุณชายใหญ่ฮัว ไม่น่าจะมีปัญหานะขอรับ ข้าอยู่กับคุณชายใหญ่มาหลายวัน สูตรยาทุกอย่างมีหลักมีเกณฑ์และมีการทดสอบมาอย่างดีว่าใช้ได้ผล”
“เื่นั้น เอาไว้ให้หลงจู๊จี้จัดการเถอะ ก็เพราะวันนี้มีคนมาโวยวายนับสิบคนนี่ล่ะ ตอนกลับบ้านข้าก็เลยลืมเอาชุดที่ซื้อใหม่มาด้วย”
สองพี่น้องกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปถึงหน้าร้าน แต่อู๋เสี่ยวถงกับดึงมือน้องชายวิ่งไปในตรอกข้างๆ
“เราไม่เคาะประตูหน้าร้านหรือขอรับ ”
“ไปเคาะหลังร้านง่ายกว่า เคาะหน้าร้านเวลานี้ เคาะให้ตายก็ไม่มีคนมาเปิดให้เ้าหรอก” อู๋เสี่ยวถงดึงแขนน้องชายวิ่ง
ขณะนั้นฮัวหยางกับอู๋จือกำลังแกะเชือกผูกม้า ยังไม่ทันจะเสร็จ เสียงอาวุธลับก็พุ่งผ่านอากาศเข้ามา
ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!
อู๋จือตาไวหูไว นางร้องเตือนชายหนุ่มพร้อมทั้งกระชากแขนเขาให้ “คุณชายใหญ่ ระวัง!”
บุรุษในชุดดำหกคนที่ซ่อนอยู่หลังคาเรือนฝั่งตรงข้ามกระโจนลงมาพร้อมกัน ในมือพวกเขาถือดาบใหญ่วาววับ ยืนโอบล้อมคุณชายใหญ่สกุลฮัวและสาวใช้เอาไว้ “ดีจริง วันนี้คุณชายใหญ่ไม่พาองครักษ์มาด้วย”
“จือจือ รับกระบี่” ฮัวหยางโยนกระบี่จากอานม้าที่เขาซ่อนเอาไว้โยนให้อู๋จือ
มือปราบหญิงรับไว้อย่างว่องไว นางชักกระบี่ออกจากฝักอย่างรวดเร็ว เข้ายืนขวางหน้าฮัวหยางเอาไว้ คนร้ายทั้งหกบุกเข้ามาพร้อมกัน มือปราบหญิงผู้มีพละกำลังราวกับบุรุษและวรยุทธ์ค่อนข้างสูงรีบยกกระบี่เข้าขวาง ต้านคนร้ายเอาไว้อย่างสุดกำลัง
เคร้ง! เคร้ง! คร้าง!
องครักษ์ของฮัวหยางสี่คนที่ซุ่มอยู่ด้านหลัง กระโจนลงจากหลังคาฝั่งร้านขายยาเข้ามาช่วยทันที อู๋จือรู้สึกผ่อนคลายที่มีองครักษ์ของคุณชายใหญ่มาช่วย แต่...ทันใดนั้นเอง คนร้ายก็โผล่เพิ่มเข้ามาอีกนับสิบ
ฮัวหยางถอยไปอยู่ด้านหลัง ในมือของเขาไม่มีอาวุธจึงได้แต่หลบหลีกเอาชีวิตรอด คนร้ายสี่คนพยายามจะพุ่งเข้าไปหาคุณชายใหญ่ฮัวเพื่อปลิดชีพ ทว่าเขากลับควักเอาขวดสีขาวออกมาแล้วโปรยผงสีขาวใส่พวกมัน
“อ๊าก...!” คนร้ายสองคนที่โดนผงนั้นยกมือปิดตา ดิ้นทุรนทุราย
องครักษ์สองคนด้านหลังได้โอกาสก็รีบฟันเข้าที่ด้านหลังจนคนร้ายล้มลงสิ้นใจ ฮัวหยางล้มลงหยิบกระบี่ของคนร้ายขึ้นมาแล้วช่วยองครักษ์ต่อสู้ มือปราบหญิงหันมาเห็นท่านหมอไล่ฟันคนร้ายจนกระเจิดกระเจิงก็ตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง ด้วยวรยุทธ์ของฮัวหยางไม่จำเป็ต้องจะต้องพึ่งพาเขาให้มาปกป้องเลยด้วยซ้ำ
คนร้ายสองคนที่อยู่ด้านหลังเห็นท่าไม่ดีจึงควักเอาขวดสีขาวออกมา “ใช้พิษฆ่ามัน!”
ฮัวหยางหันกลับมามอง อู๋จืออยู่ใกล้คนร้าย นางพยายามหลบไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่คนร้ายอีกคนก็ซัดฝุ่นผงสีขาวสะบัดเข้าเต็มหน้า สำลักเืออกมาเล็กน้อย ท่านหมอหนุ่มรีบพุ่งเข้าประคองมือปราบที่ดวงตาเริ่มแดงก่ำมีอาการซวนเซและเริ่มมองไม่ชัด
“แค่กๆ” อู๋จือดวงตามืดมัว ยืนซวนเซ เจ็บคออย่างรุนแรงจนต้องบ้วนเสลดออกมา
นอกจากอู๋จือแล้ว องครักษ์อีกผู้หนึ่งก็โดนควันพิษด้วยเช่นกัน เขากำลังถูกสหายประคองเอาไว้ ฮัวหยางหันไปมองคนของตนเอง
“เป็อย่างไรบ้าง ”
“คุณชายใหญ่ขอรับ เหล่าพานถูกพิษ” สีหน้าองครักษ์ที่ประคองสหายเอาไว้ปริวิตก
**************
