ทั้งสองยืนประจันหน้ากันใต้แสงจันทร์ชั่วขณะหนึ่ง สายลมเอื่อยพัดกลุ่มผมยาวของไป๋หลันปลิวไสว หลี่ิมองเห็นแววขอบคุณและความอ่อนโยนในดวงตาของนาง ใจเขาอบอุ่นขึ้นมาอย่างน่าประหลาด แม้ต้องแบกรับภาระหนักอึ้งอยู่ แต่การได้พบและช่วยเหลือนางก็ทำให้คืนมืดมิดนี้ดูไม่เดียวดาย
“ข้าต้องขอตัวก่อน แม่นางดูแลตัวด้วย” หลี่ิเอ่ยลาอย่างสุภาพ เขาชำเลืองมองแม่นมในอ้อมแขน นางยังคงหลับตาพริ้ม ร่างอิงแนบกับอกเขาอย่างอ่อนแรง เขายิ่งช้าไม่ได้แม้แต่น้อยไป๋หลันพยักหน้าเข้าใจ แม้ในใจอยากอยู่พูดคุยกับเขามากกว่านี้ แต่ก็รู้ดีว่าสถานการณ์ไม่เอื้อ “เดินทางปลอดภัยนะหลี่ิ ข้าขอภาวนาให้แม่นมของท่านปลอดภัยเช่นกัน” นางอวยพรเสียงแ่ ดวงหน้าสวยหม่นลงด้วยความห่วงใย
“ขอบคุณมาก แม่นางไป๋หลัน” หลี่ิกล่าวพลางมองลึกเข้าไปในดวงตาของนางอีกครั้ง ราวกับ้าจดจำความอ่อนโยนนี้ไว้ “หวังว่าเราจะได้พบกันใหม่เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว” เขาเอ่ยทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มอบอุ่น ก่อนจะตัดใจหมุนกายจากมา
ไป๋หลันมองตามร่างสูงที่อุ้มแม่นมไว้แนบอก ขณะเขาเคลื่อนกายจากไปอย่างรวดเร็วและเงียบงัน ราวกับเงาสีดำวูบไหวใต้เงาไม้ เสี้ยววินาทีก่อนที่หลี่ิจะลับสายตา นางเห็นเขาหันมามองนางเล็กน้อย แววตานั้นหนักแน่นและห่วงใย แล้วร่างของเขาก็จมหายไปในความมืด ทิ้งไว้เพียงสายลมเย็นที่พัดผ่าน
หญิงสาวยืนอยู่กลางทางเปล่าเปลี่ยวเพียงลำพัง คล้ายสติยังตามไม่ทันเหตุการณ์อันรวดเร็วเมื่อครู่ ไป๋หลันก้มลงมองขวดหยกในมือที่หลี่ิมอบให้ แสงจันทร์ตกกระทบเนื้อหยกเป็ประกายวาววับ น้ำตาที่กลั้นไว้ไหลรินลงอาบแก้มอย่างไม่รู้ตัว เป็น้ำตาแห่งความซาบซึ้งและโล่งใจ เมื่อนางเงยหน้าขึ้นอีกครา ดวงตาคู่งามก็เปล่งประกายมุ่งมั่น “หลี่ิ…ข้าจะทำตามที่ท่านกำชับทุกอย่าง น้องชายข้าจะต้องรอดชีวิต” นางกล่าวกับความเงียบ ดุจส่งคำสัญญาฝากสายลมไปยังชายหนุ่มที่ลับหาย
ทันใดนั้นไป๋หลันก็สะบัดหน้า เช็ดน้ำตา จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ก่อนจะเร่งฝีเท้ามุ่งหน้ากลับเส้นทางเดิมโดยไว หัวใจนางพลันฮึกเหิมด้วยความหวัง น้องชายยังมีโอกาสรอดเพราะยาของหลี่ิ ในความคิดคำนึงนั้น ภาพรอยยิ้มอ่อนโยนและแววตาห่วงหาอาทรของหลี่ิยังติดตรึงในใจของไป๋หลันไม่รู้คลาย นางรู้สึกถึงสายใยผูกพันบางอย่างที่เริ่มก่อตัวขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ในเวลาเดียวกันนั้น หลี่ิทะยานฝ่าแนวป่าไปอย่างรวดเร็ว ความมืดมิอาจบดบังเส้นทางของผู้เยี่ยมยุทธ์เช่นเขาได้ ดวงใจของชายหนุ่มจดจ่ออยู่กับภารกิจเบื้องหน้า แต่อีกมุมหนึ่งก็อดนึกถึงไป๋หลันไม่ได้ ยามเมื่อได้พบหน้าหญิงสาวอีกครั้ง หัวใจที่ด้านชาของเขากลับมีประกายอบอุ่นวูบไหวขึ้นมา การได้ตอบแทนบุญคุณนางในคืนนี้ นอกจากช่วยชีวิตน้องชายนาง ยังเหมือนช่วยปลดเปลื้องหนี้ใจที่ติดค้างของเขาด้วย
หลี่ิก้มลงมองใบหน้าซีดเซียวของแม่นมในอ้อมแขน แววตาของเขากลับมาแน่วแน่อีกครา “แม่นม โปรดอดทนอีกนิดเดียวเท่านั้น เราจะถึงเรือนลับของข้าในไม่ช้า” เขาพึมพำเสียงแ่ สายลมเย็นะเืปะทะใบหน้า แต่หลี่ิหาได้สะทกสะท้านไม่ เขาเร่งเร้าพลังฝีเท้าให้ไวขึ้นไปอีกเพื่อต่อสู้กับเวลา
ท่ามกลางรัตติกาลอันมืดมิด มีเพียงแสงดาวริบหรี่เป็เพื่อนนำทาง หลี่ิมุ่งหน้าสู่หุบเขาลึกลับที่เร้นกายของเขาไว้เบื้องหน้า ด้วยความหวังอันแรงกล้าในใจ “ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยสิ่งใด ข้าจะต้องช่วยชีวิตท่านให้ได้ แม่นม” ชายหนุ่มให้คำมั่นกับตัวเองในใจแน่วแน่ ราตรียังอีกยาวไกล แต่แสงรุ่งอรุณแห่งความหวังกำลังรออยู่เบื้องหน้า…
ค่ำคืนสงัดในหุบเขาลึก เรือนพักของไป๋หลันตั้งอยู่เดียวดายท่ามกลางแมกไม้สูงใหญ่ รอบด้านมีเพียงเสียงจักจั่นเรไรขับกล่อมความเงียบงันแห่งราตรี แสงจันทร์สลัวส่องผ่านกิ่งไม้ลงมายังเรือนไม้หลังเล็กๆ ให้เห็นเงารางๆ ของโครงหลังคาและชานบ้าน
ภายในเรือนเล็ก ตะเกียงน้ำมันดวงน้อยส่องแสงริบหรี่ เผยให้เห็นใบหน้าหญิงสาวที่นั่งชิดอยู่ข้างเตียงนอนด้วยแววตาโศกเศร้าและเป็กังวล หญิงสาวผู้นั้นคือไป๋หลัน นางกำลังดูแลไป๋จิ้ง น้องชายแท้ๆ ที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงด้วยอาการน่าเป็ห่วง
ไป๋จิ้งนอนแน่นิ่งบนฟูกบางๆ ใบหน้าซีดเผือดผิดมนุษย์ มีเหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นเต็มหน้าผาก ริมฝีปากแห้งแตกเป็สีม่วงคล้ำ ลมหายใจแ่เบาราวจะดับลงได้ทุกเมื่อ แม้ยามหลับใหลคิ้วของเขายังกระตุกเข้าหากัน แสดงถึงความเ็ปที่กัดกินอยู่ภายในร่าง
หลายวันที่ผ่านมา พิษร้ายได้แทรกซึมไปทั่วร่างของไป๋จิ้ง ทั้งเส้นเืและเส้นลมปราณล้วนถูกพิษกัดกร่อนจนร่างกายอ่อนแรงลงทุกขณะ พิษนี้สะสมลึกถึงไขกระดูก เปรียบดังหนอนพิษชอนไชอยู่ภายใน ทำให้ความทรมานไม่มีที่สิ้นสุด ไป๋หลันเห็นน้องชายทุกข์ทรมานเช่นนี้ก็เ็ปใจยิ่งนัก นางจะไม่ยอมสูญเสียน้องชายเพียงคนเดียวไปเด็ดขาด
หลังจากดิ้นรนหาทางรักษาอยู่หลายวัน ในที่สุดไป๋หลันก็เดินทางฝ่าภยันตรายไปจนพบ “หมอภูติ” นามว่าหลี่ิ ผู้มีชื่อเสียงลือนามด้านวิชาแพทย์ลึกลับ เขาได้เมตตาปรุงยาวิเศษ “ยาล้างไขกระดูกล้างพิษ” ให้นางนำกลับมารักษาน้องชาย พร้อมกำชับวิธีการรักษาอย่างละเอียดและเคร่งครัด
ยาวิเศษนี้เปรียบเสมือนความหวังสุดท้ายที่จะช่วยชีวิตไป๋จิ้ง แต่การรักษามิใช่เื่ง่าย จำต้องปฏิบัติตามคำสั่งหมอภูติอย่างเคร่งครัดตลอดเจ็ดวันเจ็ดคืน ต้องอาศัยความอดทนอย่างที่สุดทั้งจากผู้ป่วยและผู้ดูแล ไป๋หลันมุ่งมั่นจะดูแลน้องชายด้วยตนเองทุกฝีก้าว มิให้คลาดสายตา ความรักความผูกพันอันลึกซึ้งระหว่างพี่น้องทำให้นางเข้มแข็ง แม้ในใจจะเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นว่ายานี้จะได้ผลจริงหรือไม่
ข้างเตียงนอน นางได้จัดเตรียมอ่างไม้ใบใหญ่บรรจุน้ำสมุนไพรตามตำรับของหมอภูติ น้ำในอ่างเป็ตัวยาสีเขียวคล้ำ ส่งกลิ่นฉุนและมีไออุ่นระอุขึ้นมา มองดูผิวเผินคล้ายต้มน้ำใบไม้และรากไม้นานาชนิดจนได้น้ำยาข้นสีเขียวเข้ม
ในมือของไป๋หลันมีชามยาต้มอีกชามหนึ่ง น้ำยาในชามนั้นข้นคลักสีดำสนิท เงาสะท้อนแสงตะเกียงวาววับ กลิ่นขมจัดของสมุนไพรนับสิบชนิดโชยเตะจมูกจนนางต้องเบือนหน้าหลบเล็กน้อย นี่คือยาล้างไขกระดูกล้างพิษที่หลี่ิให้มา ซึ่งต้องให้ไป๋จิ้งดื่มจนหมด
ไป๋หลันใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นซับเหงื่อบนหน้าผากน้องชายอย่างแ่เบา พลางเรียกชื่อ “ไป๋จิ้ง…ไป๋จิ้ง…” นางสูดลมหายใจเข้าลึก เรียกขวัญกำลังใจให้ตนเอง ก่อนจะเริ่มต้นการรักษาอันแสนทรมานที่รออยู่เบื้องหน้า