"พี่ชายเล่านิทานเป็ไหมคะ?" หลินโยวโยวเบิกตากลมโตเป็ประกาย มองเขาด้วยความคาดหวัง
ซูมู่หยางอยากจะบอกว่าไม่เป็ แต่กลับพูดไม่ออก เขานั่งลงข้าง ๆ หลินโยวโยว แล้วยื่นมือไปลูบผมปอยเล็ก ๆ บนหน้าผากของเธอ "โยวโยวอยากฟังนิทานเหรอ?"
"อื้อ! เมื่อก่อนคุณแม่จะเล่านิทานให้หนูฟังเพื่อกล่อมให้หลับค่ะ" พอคิดถึงคุณแม่ แววตาของหลินโยวโยวก็หม่นแสงลงทันที
"ไม่มีใครเล่านิทานให้หนูฟังมานานมากแล้ว"
ซูมู่หยางเม้มปาก รู้สึกสงสารเธออยู่ลึก ๆ เมื่อก่อนตอนที่คุณแม่เขายังอยู่ ก็เคยเล่านิทานให้น้องสาวฟังเหมือนกัน บางครั้งเขาก็จะเนียนมานั่งข้าง ๆ น้องสาว เพื่อแอบฟังด้วยเป็ครั้งคราว
ตอนนั้นเขาฟังไม่มากนัก และส่วนใหญ่ก็จำไม่ได้แล้ว เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดก็นึกถึงนิทานสั้น ๆ เื่หนึ่งได้ "เดี๋ยวพี่จะเล่านิทานให้ฟัง โยวโยวหลับตาฟังดีไหมครับ?"
"ดีค่ะ!" หลินโยวโยวพยักหน้าอย่างว่าง่าย เธอหลับตาลง พร้อมกับฉีกยิ้มกว้างจนเห็นลักยิ้มน่ารักทั้งสองข้าง
ซูมู่หยางเห็นรอยยิ้มของเธอแล้วรู้สึกดีตามไปด้วย อารมณ์ของเขาเริ่มแจ่มใสขึ้น เขาพิงหัวเตียง ก้มลงมองหลินโยวโยว แล้วเล่านิทานในความทรงจำด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
หลินโยวโยวหาวออกมาคำหนึ่ง แล้วก็หลับไปอย่างรวดเร็ว ซูมู่หยางเล่านิทานไปได้ครึ่งเื่ จู่ ๆ ก็ลืมเนื้อหาตอนท้าย เขาจึงมองหลินโยวโยวด้วยความรู้สึกผิด "โยวโยว เดี๋ยวพี่เปลี่ยนเื่เล่าให้ใหม่นะ!"
หลินโยวโยวหลับตาอยู่ ไม่ได้ตอบกลับ ซูมู่หยางค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน เมื่อเห็นว่าเธอหลับสนิท เขาก็ย่องออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบ
เมื่อกลับมาถึงโถงกลาง เสี่ยวเอ้อร์ได้ปิดประตูใหญ่เรียบร้อยแล้ว บนผนังตรงเคาน์เตอร์ต้อนรับมีกระดานดำเล็ก ๆ เพิ่มขึ้นมาหนึ่งแผ่น ซึ่งเขียนประกาศเอาไว้ ประกาศมีทั้งหมดห้าข้อ
หนึ่ง ห้องพักมีไว้สำหรับอยู่อาศัยเองเท่านั้น ห้ามปล่อยเช่า่ หากฝ่าฝืน ระยะเวลาการเช่าห้องที่นำไปปล่อยเช่า่จะถูกรีเซ็ตเป็ศูนย์ทันที
สอง สินค้าทุกอย่างในอพาร์ตเมนต์มีไว้สำหรับใช้ส่วนตัวเท่านั้น ห้ามมอบให้ผู้อื่นหรือนำไปขายต่อ หากฝ่าฝืน สินค้าที่มอบให้จะถูกรีเซ็ตเป็ศูนย์ทันที
สาม สิ่งของภายในอพาร์ตเมนต์ทั้งหมดเป็กรรมสิทธิ์ของอพาร์ตเมนต์ หากทำเสียหายต้องชดใช้ตามราคา หากผู้เช่าปฏิเสธการชดใช้ จะนำค่าเช่าห้องมาหักลบ หากค่าเช่าไม่เพียงพอ อพาร์ตเมนต์จะใช้มาตรการบังคับ
สี่ สินค้าทุกอย่างในอพาร์ตเมนต์ต้องชำระเงินก่อน หากปฏิเสธการชำระเงิน อพาร์ตเมนต์จะใช้มาตรการบังคับ
ห้า อพาร์ตเมนต์เป็บ้านของทุกคน ทุกคนควรอยู่ร่วมกันอย่างปรองดอง ห้ามทะเลาะวิวาทหรือใช้พลังพิเศษ ผู้ฝ่าฝืนจะถูกขับออกจากอพาร์ตเมนต์และถูกบันทึกชื่อในบัญชีดำ
ซูมู่หยางกวาดสายตามองอย่างรวดเร็ว และพบว่าเนื้อหาในประกาศคือสิ่งที่หลินโยวโยวเพิ่งพูดกับอากาศเมื่อครู่นี้เอง เขามองไปยังห้องของหลินโยวโยว พร้อมกับมีรอยยิ้มบาง ๆ ประดับอยู่ที่มุมปาก
วันรุ่งขึ้น เมื่อทุกคนลงมาข้างล่าง ก็ได้พบกับประกาศนี้เช่นกัน นอกจากเกาเฉียงที่มาถึงเป็คนสุดท้ายแล้ว คนอื่น ๆ ไม่มีใครคัดค้านเนื้อหาในประกาศเลย
เกาเฉียงมองดูข้อกำหนดต่าง ๆ ในประกาศ แล้วขมวดคิ้วมุ่นทันที "ข้อหนึ่ง ข้อสอง แล้วก็ข้อห้านี่มันหมายความว่ายังไง จงใจเล่นงานฉันใช่ไหม? เมื่อคืนฉันเพิ่งเช่าห้องไปสองห้อง ถ้าไม่ให้เช่า่ แล้วฉันคนเดียวจะอยู่ไหวได้ยังไง?"
เกาเฉียงเท้าสะเอว ะโด่าทอหลินโยวโยวเสียงดัง เขายังมีบ้านอยู่ที่ฐานผู้รอดชีวิต ที่ยอมมาเช่าห้องที่นี่เมื่อคืน ก็เพียงเพื่อจะทำให้สองพี่น้องตระกูลลู่รู้สึกแย่
ผลปรากฏว่าเขาไม่ได้ทำให้ใครรู้สึกแย่ แต่กลับเป็ฝ่ายถูกทำให้รู้สึกแย่เสียเอง! เสียงของเกาเฉียงดังมาก จนทำให้หลินโยวโยวใและหดตัวไปหลบข้างหลังเสี่ยวเอ้อร์
ถังเวยที่กำลังซื้อหม้อไฟอุ่นร้อนเอง เห็นหลินโยวโยวถูกรังแก ก็รีบพุ่งตัวเข้ามาขวางหน้าหลินโยวโยวไว้ทันที "นายะโใส่ใคร?"
ถังเวยขมวดคิ้วเรียว "ถ้าไม่พอใจประกาศ ก็ออกไปได้เลยตอนนี้ ไม่มีใครห้าม!"
"ฉันจ่ายเงินแล้ว เธอมีสิทธิ์อะไรมาไล่ฉัน?" เกาเฉียงไม่ยอมแพ้ เมื่อคืนคนเยอะเกินไป เขาจึงจำใจต้องอดทน
แต่ตอนนี้ฝั่งตรงข้ามมีแค่ผู้หญิงคนหนึ่งกับเด็กคนหนึ่ง เขาจึงไม่ได้เห็นอยู่ในสายตาเลยจริง ๆ
"สิทธิ์ที่ฉันอยากจะอัดนายน่ะสิ!" ถังเวยกำหมัด ทำท่าทางเหมือนเป็คนที่รับมือได้ยาก แม้ว่าพลังพิเศษของเธอจะเป็พลังสายรักษา ซึ่งไม่สามารถทำร้ายคนได้
แต่ถ้าใครกล้ารังแกหลินโยวโยว ต่อให้เธอจะสู้ไม่ได้ เธอก็จะใช้เล็บข่วนอีกฝ่ายให้ตายไปเลย!
เกาเฉียงแค่นเสียงอย่างดูแคลน พร้อมกับชี้ไปที่ประกาศบนผนัง "ดูให้ชัด ๆ ในประกาศเขียนไว้ว่า ห้ามทะเลาะวิวาทหรือใช้พลังพิเศษ ผู้ฝ่าฝืนจะถูกขับออกจากอพาร์ตเมนต์"
"เมื่อกี้ยังไม่พอใจเนื้อหาในประกาศอยู่เลย ตอนนี้รู้จักยกประกาศมาอ้างแล้วเหรอ?" ถังเวยปรายตามองเกาเฉียง สิ่งที่เธอทนไม่ได้ที่สุดในชีวิต คือคนที่มีมาตรฐานสองด้านแบบเขานี่แหละ
"เออ ฉันอ้างแล้วจะทำไม? ถ้าเธอไม่กลัวถูกไล่ออกจากอพาร์ตเมนต์ ก็ลองต่อยฉันดูสิ!" เกาเฉียงเชิดคางอย่างได้ใจ พร้อมกับตบแก้มตัวเองเบา ๆ
ถังเวยกัดฟันกรอด รู้สึกโกรธในความไร้ยางอายของเขา แต่อพาร์ตเมนต์เพิ่งจะติดประกาศ เธอไม่สามารถเป็คนแรกที่ฝ่าฝืนกฎจนทำให้หลินโยวโยวต้องลำบากได้
เมื่อเห็นว่าถังเวยไม่ลงมือ ทำเพียงแค่จ้องเขม็ง เกาเฉียงก็ยิ่งได้ใจ "ถ้าไม่กล้าต่อยฉันก็ไสหัวไปไกล ๆ อย่ามาขวางทาง!"
เกาเฉียงผลักถังเวยออก แล้วรีบเดินออกจากอพาร์ตเมนต์ไปอย่างรวดเร็ว ห้องเขาเป็คนเช่า เขามีสิทธิ์ในการจัดการ ประกาศบ้าบออะไรนั่นเขาไม่สนใจหรอก กว่าเขาจะหาช่องทางทำเงินดี ๆ แบบนี้ได้ไม่ใช่เื่ง่าย ใครก็อย่าหวังจะมาตัดทางทำมาหากินของเขา!
พอเกาเฉียงจากไป อวิ๋นเจิงก็ถือกุญแจรถลงมาข้างล่าง เขาเดินตรงมาหาถังเวย "พวกเราควรออกเดินทางได้แล้ว"
"พี่สาวคะ หนูขอไปด้วยได้ไหมคะ?" หลินโยวโยวเงยหน้าเล็ก ๆ มองถังเวยด้วยความคาดหวัง เมื่อวานพี่สาวบอกว่า วันนี้จะไปช่วยเธอตามหาคุณแม่ เธอจึงอยากไปด้วย
เมื่อได้ยินคำพูดของหลินโยวโยว ถังเวยก็หันไปมองอวิ๋นเจิง หลินโยวโยวกลัวว่าพวกเขาจะไม่ตกลง จึงใช้มือน้อย ๆ ดึงชายเสื้อของถังเวยไว้เบา ๆ "พี่สาวคะ หนูเป็เด็กดีนะคะ จะไม่สร้างปัญหาให้พวกพี่แน่นอนค่ะ"
ถังเวยละสายตาจากอวิ๋นเจิง แล้วย่อตัวลงตรงหน้าหลินโยวโยว เด็กตัวเล็ก ๆ คนนี้ ยิ่งมองเธอก็ยิ่งชอบ และไม่ใจร้ายพอที่จะปฏิเสธ
เธอจับมือหลินโยวโยวแล้วถามด้วยรอยยิ้ม "ถ้าหนูไป แล้วใครจะเฝ้าอพาร์ตเมนต์ล่ะ?"
"มีเสี่ยวเอ้อร์อยู่ค่ะ" หลินโยวโยวชี้ไปที่เสี่ยวเอ้อร์ เสี่ยวเอ้อร์ราวกับได้รับคำเรียกขาน ล้อทั้งสี่หมุนติ้ว พุ่งมาหยุดตรงหน้าหลินโยวโยว
"เ้านายวางใจได้ เสี่ยวเอ้อร์อยู่นี่แล้ว!" เสี่ยวเอ้อร์ยกมือขึ้น ตั้งใจจะตบอกรับประกัน แขนของมันสั้นเกินไป จึงตบโดนแค่พุง
ถังเวยหลุดขำกับท่าทางของเสี่ยวเอ้อร์ ดวงตาสวยโค้งมนขณะหันไปยิ้มให้อวิ๋นเจิง "พาโยวโยวไปด้วยเถอะ!"
"ตามใจเธอ" อวิ๋นเจิงไม่มีความเห็นคัดค้าน ยังไงก็ต้องกลับฐานผู้รอดชีวิตอยู่แล้ว พาคนหนึ่งคนหรือสองคนก็ไม่ต่างกัน สำหรับเขาแล้วไม่มีความแตกต่างใด ๆ พูดจบ อวิ๋นเจิงก็หันหลังเดินออกไป
หลินโยวโยวหยิบรูปวาดบนโต๊ะลงมา แล้วจูงมือถังเวยด้วยความตื่นเต้น ขาสั้น ๆ สองข้างวิ่งตึก ๆ ๆ อย่างรวดเร็วราวกับใส่ล้อไฟไว้
ถังเวยแกล้งเดินช้าลงเพื่อรอเธอ แต่ไม่นึกว่าเ้าตัวเล็กนี่จะวิ่งเร็วขนาดนี้ เธอสวมรองเท้าส้นสูง ยิ้มจนตาหยี "โยวโยว วิ่งช้าลงหน่อย รอพี่สาวด้วย!"
พอถังเวยพูดจบ หลินโยวโยวก็ลดพลังสายความเร็วลงจริง ๆ เธอเดินตามข้าง ๆ ถังเวย เดินสองก้าว วิ่งเหยาะ ๆ สองก้าว
เมื่อมาถึงหน้ารถออฟโรด ถังเวยเปิดประตูรถ เธอกำลังจะอุ้มหลินโยวโยวขึ้นรถ แต่พอก้มลงมอง กลับเห็นเ้าตัวเล็กใช้ทั้งมือและเท้า ปีนขึ้นไปบนเบาะหลังอย่างทุลักทุเล
เด็กคนนี้ทำให้ผู้ใหญ่สบายใจจริง ๆ ตัวเล็กแค่นี้แต่รู้ความขนาดนี้ คิดว่าคงเคยลำบากมาไม่น้อย
พอคิดถึงเื่นี้ ถังเวยก็ถอนหายใจเบา ๆ ในดวงตาเต็มไปด้วยความสงสาร ถังเวยปิดประตูรถ แล้วรถออฟโรดก็เคลื่อนตัวออกจากอพาร์ตเมนต์
เกาเฉียงกลับถึงฐานผู้รอดชีวิตก่อนพวกเขาทั้งสามคน เมื่อเห็นรถออฟโรดที่คุ้นเคย สีหน้าของเกาเฉียงก็เคร่งขรึมลง และสั่งการด้วยเสียงเฉียบขาด "ปิดประตู อย่าปล่อยให้พวกมันเข้ามา!"