ตอนที่6
ฟางหรงเมื่อกลับมายังห้องตนเอง ด้วยที่ว่าอารมณ์ค้างและรู้สึกโมโหที่มีคนมาขัดจังหวะเขาจึงหาอะไรแถวนั้นโยนระบายอารมณ์
“โธ่เว้ย..อารมณ์กำลังได้แล้วเชียว” เขาสบถออกมาอย่างหัวเสียพาลนึกโกรธหญิงสาวที่ไม่ยอมให้สาวใช้ออกไปกลับมาไล่เขาออกมาแทน
และจังหวะนั้นเองหลินปอที่กลับมาจากซื้อเกาลัดก็เดินเข้ามาด้วยความอารมณ์ดีหลังจากที่ซื้อของมาตั้งมากมายและคิดว่าเ้านายจะต้องชมแน่ หลินปอมัวแต่มองของในมือจนไม่ได้เห็นสีหน้าของฟางหรงและเห็นของที่ตกเกลื่อนแถวนั้น
“นายท่านข้ากลับมาแล้ว ของกินท่านที่สั่งข้าซื้อข้าเอามาให้ท่านอย่างเยอะแยะเลยรับรองท่านกินจนอ้วกแน่”
ฟางหรงที่ยังไม่หายโกรธ ก็เห็นว่ามีหนังสืออยู่บนโต๊ะคว้ามาได้แล้วโยนใส่หลินปอทันที
หลินปอหลบทันและงง ไม่รู้ว่าเ้านายเป็อะไรและตัวเองทำอะไรผิดถึงได้โดนแบบนี้ไปได้
“ข้าทำอะไรผิดขอรับ ทำไมท่านทำกับข้าแบบนี้” หลินปอมองเ้านายอย่างไม่เข้าใจจึงได้ถามสาเหตุที่เ้านายกระทำแบบนั้นลงไป
ฟางหรงมองหน้าหลินปออย่างจะเอาเื่อีก หลินปอเห็นท่าไม่ดีรีบวางเกาลัดบนโต๊ะแล้วรีบออกไปทันทีขืนอยู่นานอาจโดนหนักกว่านี้แน่ แม้ไม่รู้เหตุผลที่เ้านายโกรธแต่เพื่อตัวเองก็ต้องหนีให้ไกลไว้ก่อน
ซินอี๋มองเห็นว่าหลินปอบ่าวรับใช้ของฟางหรงมีสีหน้าเคร่งเครียดเดินไปเดินมาหน้าห้องเ้านายนางไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นหลังออกจากห้องนางไป
และแล้วก็เห็นว่าฟางหรงออกจากห้องด้วยใบหน้าบูดบึ้งแล้วก็พาบ่าวรับใช้คนสนิทออกไปข้างนอก
“ข้าน้อยขอถามอะไรนายท่านได้ไหมขอรับ” หลินปอเมื่อเห็นว่านายท่านเริ่มใจเย็นลงแล้ว ก็ได้เอ่ยขึ้นเพราะความอยากรู้อีกครั้ง และครั้งนี้เ้านายคงหาเหตุผลให้เขาได้
“เ้าจะถามอะไรข้า”
“ข้าอยากถามว่าท่านเป็อะไรขอรับตอนที่อยู่ในห้องข้าน้อยทำอะไรผิดไป บอกข้าน้อยที ข้าน้อยโง่เขลาไม่สามารถคิดเองได้เื่นี้”
“เ้าไม่ได้ผิดอะไร”
“อ้าว” หลินปอถึงกับคิ้วขมวด มองเ้านายอย่างสงสัยกลายเป็ที่รองรับอารมณ์เ้านายเสียไม่ได้
“ไม่ต้องอยากรู้อะไรให้มากความ ไปดูร้านกันดีกว่า”
“ขอรับ”
ฟางหรงเดินเข้าไปดูร้านผ้าที่ตัวเองเป็เ้าของ นั่งอยู่สักพักก่อนจะไปดูร้านอื่นต่อ ระหว่างทางนั้นเองก็ได้เจอกับอ๋องฉีที่มาหาพอดี
“วันนี้เ้าว่างงานเหรอถึงมาหาข้าได้” ฟางหรงเอ่ยทักสหายเมื่อได้เจอหน้ากันหลังจากไม่ได้เจอกันมาหลายวัน
“ข้าก็มีงานทำของข้านั่นแหละ แต่วันนี้ข้าอยากมาเยี่ยมเ้าหลังจากไม่ได้เยี่ยมมาหลายวัน”
“อย่างงั้นหรอกเหรอ งั้นพวกเราไปนั่งดื่มสังสรรค์ที่โรงเตี๊ยมตรงมุมนั้นกันดีกว่าจะได้คุยกันสะดวก”
“อืมดีเลย ข้าถือโอกาสนี้เลี้ยงเ้าแล้วกันที่มายังแคว้นของข้า ยังไม่ได้เลี้ยงต้อนรับเ้าเลย”
“อย่างนั้นข้าก็ไม่เกรงใจเ้าแล้วนะ และอีกอย่างข้าดื่มเยอะมากสงสัยเ้าต้องหมดเงินกับข้าเยอะมากแน่” ฟางหรงยักคิ้วหันไปมองอ๋องฉีด้วยท่าทางที่อยากจะกวนประสาท
“ไม่เป็ไรสั่งทั้งร้านเลยก็ได้ข้ารวย” อ๋องฉีถึงกับพูดเกทับฟางหรงให้อิจฉาตน
“เ้าเป็อ๋องที่ดีแล้วและยังเป็อ๋องที่ร่ำรวยอีก ข้าล่ะอิจฉาเ้าจริงๆ เลย” ฟางหรงตบบ่าเพื่อนเบาๆ
เมื่ออยากให้เพื่อนอิจฉาก็ได้ตามนั้น ต่างคนต่างหยอกเพื่อความสนุกสนานไม่ได้คิดอะไรเป็แค่สีสันให้กับมิตรภาพ
“ว่าแต่เ้าไม่พาภรรยาของเ้ามาด้วยเหรอ” อ๋องฉีเมื่อมองซ้ายแลขวาไม่เห็นภรรยาของเพื่อน ถึงได้เอ่ยถามขึ้น
“ไม่ ข้ายังไม่ได้สนิทกับนางขนาดที่จะพาไปไหนมาไหนด้วยกันได้” เขาถึงกับคิ้วขมวดเมื่อพูดถึงนาง
“อ้าวไหนเลยเป็เช่นนั้น เมื่อเ้ากับนางแต่งงานแล้วก็อยู่บ้านเดียวกันแล้วนี่”
“ถึงอยู่บ้านเดียวกัน แต่ข้ากับนางก็ยังแยกห้องกันนอน”
“นี่แสดงว่าเ้ากับนางยังไม่ได้พูดคุยกันหรือปรับความเข้าใจกันใช่เหรอไม่” อ๋องฉีนึกว่าเื่ทุกอย่างมันคลี่คลายลงแล้วเมื่อเขาได้ไปสืบมาว่านางไม่มีส่วนร่วมในการวางแผนครั้งนั้นแต่ก็ไม่รู้ว่าใครเป็คนทำเพราะพยานได้ตายแล้วแต่ที่แน่ๆ ไม่ใช่นาง
“อาจจะตามนั้น”
“แล้วตอนนี้เ้าชอบนางหรือไม่พออยู่ด้วยกันแล้วหรือแค่อยู่กับนางเพราะ้ารับผิดชอบชีวิตนาง”
“ข้าไม่รู้ว่าข้าชอบนางเหรอไม่ ข้าไม่มั่นใจตัวเองเอาเสียเลย” ชายหนุ่มไม่รู้ว่าตัวเองหลงรูปร่างภายนอกของนางหรือว่าชอบนางจริงๆกันแน่ เขายังไม่มั่นใจเท่าไหร่
“งั้นก็ถามใจเ้าดีๆล่ะ ไม่ใช่จะรู้ตัวว่ารักนางเมื่อสายไปนะ” ด้วยความที่เป็ห่วงและนางก็มีจิตใจดีเกินกว่าจะโดนเพื่อนของเขามองข้าม
“อย่ามายุ่งเื่ข้าเลย เอาเป็ว่าเื่ภรรยาของเ้าล่ะว่ายังไงป่านนี้ข้ายังไม่เห็นข่าวดีจากจวนของเ้าเลย” สุดท้ายแล้วฟางหรงก็โยนเื่ให้เพื่อนบ้าง เพราะเขาไม่อยากจะคิดเื่ของนาง ที่ออกมาข้างนอกก็เป็เพราะนางนั่นแหละ
“เื่นี้ข้าก็ยังไม่แน่ใจว่าหญิงคนใดจะมาเป็ภรรยาของข้าได้ ข้าอยู่มาป่านนี้ยังไม่เจอคนที่ใช่เสียที”
“ภรรยาของเ้าข้าคิดว่าต้องสวยต้องดีแน่ นางต้องเหมาะกับคนดีๆ อย่างเ้า” ด้วยฟางหรงรู้จักอ๋องฉีมานานทำให้เขาโคตรมั่นใจว่าเพื่อนของเขาคนนี้นิสัยดีมากและจะได้คู่ชีวิตดีเช่นกัน
“ถ้าเป็อย่างนั้นก็ดี แต่ข้าก็ยังหาไม่เจอเสียที ข้าก็รออยู่” ไม่ใช่ว่าชีวิตของเขาจะไม่เหงา ก็มีเหงานั่นแหละก็เป็ผู้ชายคนหนึ่งแต่เพราะยังไม่เจอคนที่ใช่ถึงต้องอยู่แบบนี้ แม้ว่าฮ่องเต้เคยถามเื่คู่ครองและจะหาให้ แต่อ๋องฉีก็เลือกที่จะปฏิเสธเพราะว่าเขาอยากหาภรรยาเองมากกว่า
“เดี๋ยวก็มา เ้าอย่าเร่งรีบไป รอนานขนาดนี้แล้วจะมาเร่งอะไรตอนนี้ล่ะ” ได้ทีฟางหรงก็พูดประชดเพื่อนซะงั้น
“ข้าก็รออยู่ว่าสักวันข้าจะได้พบนางในฝันของข้า และจะได้มีลูกทันใช้เดี๋ยวเ้านำหน้าข้าไปก่อนข้าคงรับไม่ได้” ต่างคนต่างไม่มีใครยอมกันเลย
“อะไรกันข้ายังไม่มีลูกสักหน่อย มีแต่ภรรยา”
“ก็นั่นแหละ เดี๋ยวเ้าก็ต้องมีลูก” ชายหนุ่มรู้สึกมั่นใจมากว่าฟางหรงจะต้องมีลูกสักวันถ้าปรับความเข้าใจกับนางได้และลงหลักปักฐานกับนาง
“พูดแล้วก็อารมณ์เสียดื่มเหล้าเถอะ” เพราะคำว่ายังไม่หายโกรธเื่ของนางแถมมาคุยเื่นางอีกก็เลยทำให้เขาอารมณ์เสียเมื่อนึกถึงภาพนั้นขนาดจะกินก็ยังไม่ได้กินเลยจะมีลูกได้อย่างไรกัน
เมื่อพากันนั่งก๊งเหล้าหมดไป2 ไห อ๋องฉีที่ไม่เคยเห็นสหายจะดื่มหนักขนาดนี้ก็นึกเป็ห่วงมีอะไรทำให้ไม่สบายใจเป็แน่
“วันนี้เ้าเป็อะไรรึ ถึงดื่มหนักขนาดนี้” อ๋องฉีถามด้วยความเป็ห่วง มองหน้าฟางหรงแล้วดูเหมือนเขากำลังกังวลใจบางอย่าง
“แค่นี้ไม่ทำให้ข้าเมาหรอก ข้าแค่อยากดื่มและพอดีเ้ามาชวนก็เลยได้ที นานๆ ดื่มไม่เป็ไรหรอก”
“เ้าไม่มีเื่อะไรไม่สบายใจใช่เหรอไม่ ว่าแต่เื่ภรรยาเ้าล่ะ เป็ยังไงบ้างพออยู่ด้วยกันแล้ว” อ๋องฉีลองเชิงถามเื่ภรรยาว่าจะเกี่ยวกับนางไหมที่ทำให้ฟางหรงเป็เช่นนี้
“ข้าบอกไม่ถูก ข้ายังไม่ได้สนิทกับนางเลย ด้วยที่ว่าหาเวลาใกล้ชิดนางไม่ค่อยมี”
คำพูดของฟางหรงและสีหน้าทำให้อ๋องฉีจับทางได้ถูกว่าเกี่ยวกับอะไรถึงทำให้เพื่อนเป็กังวลไม่สบายใจถึงดื่มมากขนาดนี้
“อ้าวไหงเป็งั้นไปได้ล่ะท่านฟางหรง หนุ่มหล่ออย่างเ้าล้อมเมียไว้ไม่ได้อย่างนั้นเชียวเหรอ”
“ไม่ได้ขึ้นอยู่ที่ข้าฝ่ายเดียวเสียเมื่อไหร่ ต้องขึ้นอยู่กับนางด้วยว่าเต็มใจที่จะเปิดใจคุยกันเหรอไม่”
“เ้าก็หาเื่เข้าหานางสิ อย่าให้ใช้เวลานาน ไหนๆ ก็เคยได้หลับนอนกันแล้ว ถ้าหากนางดีจริงเ้าก็คว้านางไว้ แล้วเ้าคิดว่าไง นางดีเหรอไม่”
“นางก็ดีทำอาหารเก่งปักเย็บก็ใช้ได้ แถมงดงามเสียเหลือเกินแต่ข้าก็ยังไม่มั่นใจกับตัวนางเท่าไหร่”
“โอ๊ะ...นี่เ้าหลงนางมากเลยนะสิ พูดออกมาแบบนี้แสดงว่าเ้าชอบนางแล้วล่ะ แล้วที่เ้าบอกว่ายังไม่มั่นใจในตัวนางข้าว่าเป็ตัวเ้ามากกว่าที่ไม่มั่นใจในตัวเอง”
“ข้าไม่รู้....ว่าข้าคิดอะไรกับนางกันแน่ สิ่งที่ข้ารู้ก็คือข้าอยากเห็นหน้านางทุกวัน ข้าอยากจะพูดคุยกับนางมีเวลาอยู่ด้วยกัน แต่ข้าก็หาโอกาสนั้นแสนยากเย็น”
“ทำไมล่ะ” อ๋องฉีจ้องมองหน้าฟางหรงพยายามเค้นถามหาความจริง ถ้ารู้สาเหตุจะได้ช่วยเพื่อนอีกทาง
“ก็นางอยู่แต่กับสาวรับใช้คนสนิทข้าจะเข้าหาก็ไม่สะดวก”
“อะไรกันสาวรับใช้เ้าก็กลัวนางด้วยเหรอ”
“เปล่า...ข้าไม่ได้กลัวนางแบบนั้น ข้า้าอยากมีเวลาส่วนตัวกับภรรยาข้าสองคน”
“มันง่ายจะตายเ้าก็ไล่ให้สาวใช้ไปอยู่ที่อื่นก่อนสิ แล้วเ้าก็จะได้อยู่กับภรรยาเ้า มันยากเย็นตรงไหนเนี่ย”
“เออ....นั่นสิข้าไม่เคยใช้อำนาจบังคับสักที เดี๋ยวข้าต้องใช้บ้างแล้วล่ะข้าควรจะรู้ตัวว่าตัวเองมีอำนาจสั่งเมียได้”
“ไม่ใช่สั่งเมีย.....แต่เ้ามีสิทธิ์ที่จะทำอะไรในจวนของเ้าได้ถ้าหากเื่นั้นเป็เื่ที่ดี และเ้ามีสิทธิ์ในตัวนางเพราะนางเป็ภรรยาของเ้าถูกต้องแล้ว”
อ๋องฉีแนะนำและเตือนสติคนตรงหน้าเพราะความเป็ห่วงเพื่อนแท้ๆ แค่เื่ง่ายๆ แค่นี้กลับโง่ทันทีเมื่อได้เมียอ๋องฉีก่นด่าเพื่อนในใจไม่ให้รู้ตัว
“ขอบใจนะที่เ้าให้ข้อคิดข้าดีมากและคุยเื่ที่ข้ากลุ้มใจมาโดยตลอด ถ้าไม่ได้เ้าข้าก็คงจะเครียดอยู่นาน เดี๋ยวข้าต้องคุยกับนางให้รู้เื่จะไม่ค้างคาใจอีกแล้ว”
“อย่างนั้นสิเพื่อน ชายชาตรีอย่างเราอย่าได้กลัวภรรยาเราต้องเป็ใหญ่นางเป็เท้าเดินตามหลังเรา และบางเื่เราก็ต้องรู้จักให้เกียรตินางด้วยชีวิตคู่ถึงจะดีอ่อนข้อให้นางได้ก็อ่อนไป”
“งั้นดื่มให้กับมิตรภาพของเรา เ้าทำให้ข้าสบายใจแล้ว” เมื่อเห็นเพื่อนยิ้มได้ อ๋องฉีก็ได้สบายใจขึ้นเป็กองทีได้ช่วยเพื่อนสลายความหนักใจ
“งั้นเ้าก็เลิกดื่มเสียเถิดกลับจวนดีกว่าเพื่อไปทำเื่ดีๆ กับภรรยาของเ้า”
“เ้านี่รู้ใจข้าเสียจริง สมที่เป็สหายของข้ามานานงั้นหมดจอกนี้ก็ไปเลย”
ระหว่างที่ทั้ง2 คนเดินมาถึงร้านผ้าแห่งหนึ่งด้วยความที่ว่าเห็นคนเข้าไปเยอะ ฟางหรงจึงอยากเข้าไปดูว่าร้านนี้มีอะไรดีทำไมถึงค้าขายดีจัง จะได้หาเคล็ดลับไปปรับปรุงร้านตัวเองบ้าง
“งั้นเราเข้าไปร้านนี้ก่อนข้าอยากรู้ว่าทำไมเขาขายดีจัง”
“ได้สิ”
ทั้งสองคนเดินเข้าไปที่ร้านมีหลินปอเดินตามหลัง ฟางหรงสำรวจร้านค้าว่ามีอะไรที่แตกต่างจากร้านเขาเหรอไม่และมีผ้าอะไรที่คนนิยมซื้อ
อ๋องฉีเมื่อเข้ามาในร้านเขากลับพบหญิงสาวนางหนึ่ง ใบหน้ารูปไข่ คิ้วโค้งสวยได้รูป จมูกโด่งเล็ก มีปากกระจับเวลายิ้มแล้วมีเสน่ห์มาก เขาหลงจ้องมองอยู่นานจนนางหันมาสบตา เขาจึงได้สติว่ากำลังจ้องนางเกินไปเสียมารยาทหมด
แต่การกระทำนั้นไม่พ้นสายตาเพื่อน
“นี่อ๋องฉีเ้าดูอะไรอยู่ ข้าสังเกตว่าเ้ามองนางผู้นั้นตาเป็ประกายเลยนะ”
“เออน่า นางสวยข้าก็ต้องมอง”
“ถ้านางสวย เ้าพูดอย่างนี้แสดงว่าเ้าหมายปองนางอยู่ใช่เหรอไม่”
“อืม..” อ๋องฉีบอกตรงๆให้เพื่อนได้รู้ความคิดของเขา
“ดี...งั้นเ้าไปตีสนิทกับนางเลย นางจะออกไปแล้วนั่น”
“เออ..งั้นข้าขอตัว ส่วนเ้าก็ดูงานของเ้าไป”
“ได้ข้าขอให้เ้าโชคดีได้ภรรยากลับจวนไวๆ”
ฟางหรงมองดูเพื่อนวิ่งตามหญิงงามผู้นั้น งามทั้งใบหน้าและกิริยาสมเป็สตรีที่ดูดีแต่ก็สู้ภรรยาที่บ้านก็ไม่ได้ ด้วยที่ว่าสายตาฟางหรงไม่อาจมองผู้ใดได้อีก เมื่อใจเขามีแต่นาง ความนึกคิดก็มีแต่นางที่มาหลอกหลอนให้เขาคิดมาก