ฝากนิยายเรื่องนี้ด้วยนะครับผมตอนที่ 1
16 เมษายน 25xx
กลางดึกคืนหนึ่งบนถนนสายลงเขาแถวๆภาคเหนือมีครอบครัวหนึ่งโดยมีพ่อแม่และลูกกำลังเดินทางกลับจากการไปเที่ยวสงกรานต์บนรถนั้นนอกจากคนขับแล้วทุกคนหลับสนิทด้วยเสียงฝนตกช่างเป็นเรื่องที่หน้าแปลกใจที่ฝนตกในฤดูร้อนของประเทศไทยแต่ก็พอเข้าใจได้เพราะอากาศในประเทศไทยนั้นเอาแน่เอานอนไม่ได้อยู่แล้ว
ซ่า !! เสียงฝนตกมันคือเสียงกล่อมทำให้ง่วงแน่นอนคนขับรถที่ขับรถมาตั้งแต่ช่วงบ่ายก็เริ่มง่วงเช่นกันเขาหาวออกมาหลายครั้งแล้วในชั่วโมงที่ผ่านมาและแล้วในที่สุดคนขับรถก็ฝืนทนกับความง่วงไม่ไหวก่อนจะเผลอหลับในไปวูบหนึ่งและพอรู้สึกตัวอีกทีรถก็มาอยู่ตรงหน้าแผงกั้นขอบทางเสียแล้ว
“เฮ้ย !!!” เสียงคนขับรถอุทานออกมาหลังจากเห็นว่าตรงหน้านั้นคือแผงกั้นขอบทางเขาเหยียบเบรคอย่างแรงไม่สิเรียกว่ากระทืบเบรคเลยก็ได้ และการเบรคของเขานั้นทำให้คนในรถหลายคนตื่นขึ้นมารวมถึงครอบครัวๆหนึ่งด้วยที่นั่งอยู่เบาะหน้าสุดซึ่งตื่นขึ้นมามองเห็นเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นพอดีเพราะเสียงร้องของคนขับรถ
“ไม่นะ !!/กรี๊ด !!” หนึ่งชายหนึ่งหญิงที่น่าจะเป็นพ่อและแม่ร้องออกมาด้วยความหวาดกลัวตรงกลางยังมีเด็กน้อยวัยเก้าขวบที่ยังนอนหลับไม่รู้เรื่องเนื่องจากความเพลียเพราะลุยเล่นสงกรานต์มาหลายวัน
พ่อและแม่ของเด็กคนนั้นเมื่อตั้งสติได้ก็รีบกอดลูกของพวกเขาไว้แน่นพลางพยายามห่อตัวให้คล้ายกับลูกบอลตามที่เคยได้เรียนมาสมัยเด็กๆ
เอี๊ยด !! โคร่ม !! กรี๊ด !! เสียงรถบัสโดยสารเบรคยาวก่อนจะตามมาด้วยเสียงแผงกั้นถนนถูกชนและสุดท้ายเสียงของคนบนรถกรี๊ดสนั่น
โคร่ม !! โคร่ม !! โคร่ม !! เสียงรถบัสที่ชนแผงกั้นกำลังกลิ้งตกหน้าผาสูงชันความลึกของหน้าผากับพื้นถนนนั้นถ้าดูด้วยตาเปล่ามันลึกกว่าร้อยเมตรซึ่งมันกลิ้งตกลงมาค้างอยู่ตรงต้นไม้ตรงกลางระหว่างเขาด้านล่าง
ยี่สิบนาทีต่อมา
“อืม....” เสียงเด็กคนหนึ่งครางออกมาเบาๆเพราะเขารู้สึกอึดอัด
“ป๊า !! ม๊า !! กอดหนูทำไมหนูอึดอัดแล้วนี่ป้านอนน้ำลายยืดเหรอทำไมหัวหนูเปียกๆเหนียวๆ” เสียงเด็กคนนั้นพูดออกมาพลางยกมือขึ้นจับหัวตัวเองก่อนจะลืมตาขึ้นมา
“อ๊ะใครปิดไฟ แล้วนี่เราถึงแล้วเหรอป๊า !!” เด็กน้อยถามพ่อของตนแต่ไม่มีเสียงตอบกลับมา
“หือนี่กลิ่นอะไรยังกลับกลิ่นน้ำมัน” เด็กน้อยได้กลิ่นอะไรบางอย่างเขาค่อยๆแกะมือพ่อและแม่ของเขาออกก่อนจะรู้สึกถึงบางอย่างที่ผิดปกติ
“ป๊าตื่นเด็กน้อยพยายามปลุกพ่อขึ้นมาด้วยความกลัวตอนนั้นเองฝนก็หยุดตกไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้เมฆที่เคยบดบังแสงจันทร์ก็ค่อยๆเคลื่อนตัวออกก่อนแสงจันทร์จะส่องลงมาเป็นแสงให้เด็กน้อยมองเห็นภาพรอบๆตัวได้
พรึ่บ !! ภาพแรกที่เด็กน้อยเห็นทำให้เขาตกใจจนทำอะไรไม่ถูกเพราะภาพที่เขาเห็นคือภาพของพ่อและแม่ที่เลือดท่วมตัว
“ป๊า...ม๊า.... !!!!!!!!” เด็กน้อยร้องตะโกนออกมาเสียงดังจนทำให้พ่อของเขาค่อยๆลืมตาขึ้นมา
“ดะ ดะ ดนัยละ ละ ลูกไม่เป็นอะไรนะ” พ่อของเขาทันทีที่ลืมตาขึ้นมาก็ถามอาการลูกของเขาทันทีที่แท้เด็กน้อยคนนี้ก็ชื่อดนัยนั่นเอง
“ผะ ผะ ผมไม่เป็นอะไรป๊าตะ ตะ แต่ม๊า” ดนัยหันไปมองแม่ของเขาที่มีท่อนไม้เสียงอยู่ที่ท้อง
“ทะ ทะ ที่รัก” พ่อของเขาอุทานเบาๆพลางค่อยๆยกมือที่อ่อนแรงไปใกล้ๆจมูกของภรรยาและตอนนั้นเขาก็ได้รู้ว่าภรรยาเขาเสียชีวิตไปแล้วดนัยเห็นปฏิกิริยาของพ่อก็รู้ได้ทันทีเลยว่าแม่ของเขาเสียชีวิตแล้ว
“ละ ละ ลูกรีบออกไปจากที่นี่ซะรีบไปเร็วเข้า” พ่อของดนัยบอกกับลูกชาย
“ไม่เอาป๊าเราออกไปด้วยกันสิ” ดนัยรีบพูดด้วยความกลัว
“มะ มะ มะ ไม่ลูกต้องรีบไปก่อนที่รถจะระเบิด” พ่อของดนียเริ่มอ่อนแรงลงเรื่อยๆ
“ไม่ป๊าต้องไปด้วยผมไม่ทิ้งป๊าหรอก” ดนัยพูดพ่อของเขาได้ยินดังนั้นก็ยิ้มออกมาบางๆก่อนจะยกมือขึ้นมาวางไว้บนหัวของดนัย
“มะ มะ ไม่ได้หรอกลูกเห็นมั้ยขาป๊าติด” พ่อของดนัยก้มลงมองขาตัวเองที่โดนโครงเหล็กจากหน้ารถอัดจนติดกับเบาะเขานั้นไม่มีความรู้สึกถึงช่วงล่างเลยทำให้เขาคิดได้ว่าเขาจะต้องเสียขาไปแล้วแน่ๆ
ตอนนั้นเองจู่ๆพ่อของดนัยก็กระอักเลือดออกมาทำให้ดนัยตกใจเป็นอย่างมาก
“ระ ระ รีบ......ไป.....ดนัย...พะ..พะ..พ่อรักลูกนะ” พ่อของเขาพูดออกมาด้วยความพยายามเป็นครั้งสุดท้ายก่อนมือของเขาที่วางอยู่บนหัวดนัยจะตกลงมาดวงตาของพ่อเขาดูว่างเปล่าเสมือนตุ๊กตาที่ไร้ชีวิตดนัยรู้ได้ทันทีพ่อของเขาตามแม่ไปเสียแล้ว
ตุ่บ !! ดนัยเบิกตากว้างด้วยความตกใจนี่แม่ของพึ่งจะตายเขาจะเสียพ่อไปอีกงั้นเหรอ
ฮือ !! ดนัยเริ่มร้องไห้ออกมาทันใดนั้นเองจู่ๆที่ด้านหลังรถก็เกิดการระเบิด
ตู้ม !! เสียงห้องเครื่องด้านหลังระเบิดออกก่อนไฟจะเริ่มลามไปติดที่น้ำมันที่ไหลเจิ่งนอกอยู่บนพื้น
ดนัยที่ร้องไห้อยู่ค่อยๆยกแขนขึ้นปาดน้ำตาก่อนจะค่อยๆปีนออกจากอ้อมแขนของแม่และพ่อของเขาที่กอดเขาเอาไว้เขาค่อยๆคลานออกมาก่อนจะพยายามออกทางกระจกหน้ารถที่แตกทว่าตอนนั้นเองจู่ๆเขาก็ได้ยินเสียงของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง
“ชะ ชะ ช่วยด้วย” เสียงเด็กผู้หญิงคนนี้คุ้นหูดนัยเป็นอย่างมากเพราะเมื่อตอนเย็นตอนที่รถแวะจอดที่ปั๊มน้ำมันดนัยพึ่งจะเล่นกับเด็กผู้หญิงคนนี้อยู่หยกๆ
“นะ นะ น้องแอน นั่นน้องแอนใช่มั้ย” ดนัยตะโกนถาม
“พะ พี่ดนัยเหรอช่วยหนูด้วยหนูเจ็บจังเลย” เด็กที่ชื่อแอนตอบกลับมาเธอเป็นเด็กผู้หยิงอายุห้าขวบ
“พี่จะไปเดี๋ยวนี้” ดนัยพูดก่อนจะรีบปีนกลับเข้าไปในรถเขาจำได้ว่าที่นั่งของน้องแอนนั่งถัดจากเขาไปไม่กี่ล็อคเขาพยายามหาน้องแอนก่อนจะเจอเธออยู่ใต้เบาะนั่งของเธอข้างๆกันนั้นมียายของเธอนอนเลือดท่วมตัวอยู่ที่เบาะดนัยรู้ได้ทันทีว่ายายของน้องแอนเสียชีวิตไปแล้ว
“น้องแอนออกมานี่เร็ว” ดนัยเรียกให้น้องแอนออกมาจากใต้เบาะ
“คะ คะ ค่ะพี่” น้องแอนตอบก่อนจะค่อยๆคลานออกมาดนัยมองดูน้องแอนก่อนจะโล่งอกที่เห็นว่าเธอไม่มีแผลตรงไหนดูเหมือนเธอจะโชคดีเหมือนเขาที่ไม่บาดเจ็บเลยตอนนั้นเองห้องเครื่องที่ท้ายรถก็ระเบิดอีกครั้ง
ตู้ม !! แต่ครั้งนี้มันไม่แค่ระเบิดอย่างเดียวไฟมันลุกติดลามขึ้นมาจากท้ายรถด้วย
“ขึ้นหลังพี่มาเร็ว !!” ดนัยรีบเรียกน้องแอนให้ขึ้นขี่หลังเขา
“ค่ะ” น้องแอนรีบขึ้นขี่หลังดนัย
หลังจากแบกน้องแอนขึ้นมาแล้วดนัยก็รีบปีกออกจากรถอย่างรีบร้อนเพราะไฟลามขึ้นมาเร็วมาก
แอ๊ด !! ทันทีที่ดนัยปีนออกมาได้เสียงบางอย่างก็เริ่มลั่นขึ้นมาซึ่งมันเป็นเสียงของต้นไม้ที่พยุงน้ำหนักรถทั้งคันเอาไว้
เปรี๊ยะ !! เปรี๊ยะ !! เสียงต้นไม้เริ่มรับน้ำหนักของรถที่หนักหลายตันไม่ไหวดนัยตกใจทำหน้าตาตื่นก่อนจะมองเห็นต้นไม้อีกต้นหน้าที่ห่างไปไม่ถึงเมตรเขารีบกระโดดไปเกาะไว้ทันที
เปร๊าะ !! โคร่ม !! โคร่ม !! โคร่ม !! โคร่ม !! ตู้ม !! เสียงต้นไม้หักลงทันทีที่ดนัยกระโดดไปเกาะต้นไม้ข้างหน้าได้ก่อนมันจะกลิ้งตกไปยังเบื้องล่างและระเบิดทันที
“ฮือ....ป๊า...ม๊า.....” ดนัยร้องไห้ออกมาก่อนจะนึกขึ้นได้ว่ายังมีน้องแอนอยู่ที่หลังอีกคนตอนนั้นเองเขาก็ได้ยินเสียงหายใจอันไม่ปกติของน้องแอนเริ่มดังขึ้น
ฟืด !! ฟาด !! เสียงหายใจอันไม่ปกติของเธอเริ่มดังขึ้นจนดนัยผิดสังเกตุเขารีบวางน้องแอนลงที่พื้นพลางพิงตัวเองเอาไว้กับต้นไม้ไม่ให้ตกลงไปก่อนจะรีบดูอาการเธอ
“น้องแอนเป็นอะไรไป !!” ดนัยถามด้วยความตกใจเพราะใบหน้าของน้องแอนนั้นซีดไปหมด ปากก็กลายเป็นสีม่วงเธอยกมือขึ้นจับบริเวณหน้าอก
“นะ นะ น้องแอนตอบพี่ก่อนสิ...ฮือ....อย่าทิ้งพี่ไว้คนเดียวนะ” ดนัยโผตัวเข้ากอดน้องแอนเอาไว้พลางปล่อยโฮออกมาเขารู้สึกว่าน้องแอนกำลังจะทิ้งเขาไปอีกคน
และแล้วก็เหมือนฟ้าแกล้งฝนเริ่มตกลงมาอีกครั้งทำให้ดนัยต้องดึงร่างของน้องแอนมากอดเอาไว้และใช้ขาเล็กๆสั้นๆของเขาหนีบต้นไม้เอาไว้แน่นเพราะกลัวตก
ฟืด !! ฟืด !! ฟืด !! เสียงหายใจของน้องแอนเริ่มสั้นลงเรื่อยๆจนกระทั่วเวลาผ่านไปสิบนาทีในที่สุดน้องแอนก็ไม่หายใจ
“ฮือ.....” ดนัยร้องไห้ออกมาพลางกอดร่างของน้องแอนเอาไว้ในอ้อมกอดร่างของเด็กผู้หญิงที่ชื่อน้องแอนค่อยๆเย็นลงเรื่อยๆจนกระทั่งดนัยเผลอหลับไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้
กว่าจะมีคนมาพบว่ามีอุบัติเหตุเวลาก็ล่วงเลยมาจนเช้าดนัยถูกช่วยก่อนจะถูกนำตัวไปส่งโรงพยาบาลระแวกนั้น
วันต่อมา
สังเวยวันสงกรานต์รถบัสตกเขาเสียชีวิต 39 ศพรอดปาฎิหารย์ 1
เด็กน้อยรอดปาฎิหารย์หลังจากรถบัสตกเขา
เซ่นสงกรานต์เด็กน้อยรอดปาฎิหารย์กอดศพแน่น
หน้าหนังสือพิมพ์ทั้งหลายต่างลงข่าวเรื่องของเด็กที่รอดจากอุบัติเหตุถามว่าทำไมถึงลงแต่ข่าวของดนัยน่ะเหรอก็เพราะภาพข่าวของดนัยเป็นภาพที่สะเทือนใจที่สุดน่ะสิเพราะมันเป็นภาพที่เด็กวัยไม่ถึงสิบขวบคนหนึ่งกอดศพเด็กผู้หญิงอีกคนเอาไว้แน่นซึ่งทุกสำนักพิมพ์นั้นต่างลงความเห็นเดียวกันว่านี่คืออุบัติเหตุที่น่าเศร้าที่สุดและก็เป็นอุบัติเหตุที่ปาฎิหารย์ที่สุดเช่นกันที่มีคนรอดมาได้
17 ปีต่อมา
“อาจารย์หมอขอโทษด้วยนะดนัยที่อาจารย์หมอช่วยอะไรเธอไม่ได้เลย” อาจารย์หมอท่านหนึ่งในหมาวิทยาลัยพูดกับศัลยแพทย์จบใหม่คนหนึ่งซึ่งเขาก็คือดนัยที่เคยเกิดอุบัติเหตุนั่นเอง หลังจากอุบัติเหตุครั้งนั้นพอดนัยอาการเริ่มดีขึ้นเขาก็ตั้งเป้าหมายว่าสักวันหนึ่งเขาจะเป็นหมอให้ได้วันนี้เขาทำสำเร็จแล้วแต่ทว่าเขากลับยังหางานไม่ได้เลยหลังจากจบมาหลายเดือน
“ไม่เป็นไรครับอาจารย์หมอผมทำตัวเองทั้งนั้น และผมก็ยังเชื่อมั่นว่าที่ผมทำไปมันไม่ผิด” ดนัยพูดกับอาจารย์หมอที่คอยดูแลและสั่งสอนเขาระหว่างเรียนหมอ
“อาจารย์รู้ว่าดนัยไม่ผิดเพราะดนัยเป็นคนมีเหตุผลที่ดนัยชกนักศึกษาแพทย์คนนั้นที่ไปฝึกด้วยกันนั่นก็จะต้องมีเหตุผลใช่มั้ยล่ะ” อาจารย์หมอพูด
“ครับเพราะหมอนั่นอาศัยว่าเป็นโรงพยาบาลที่พ่อตัวเองเป็นผู้ถือหุ้นอยู่เลยคิดจะทำอะไรก็ได้อย่างลวนลามผู้หญิงเนี่ยนะไม่รู้มันคิดอะไรอยู่” ดนัยยิ่งพูดยิ่งโมโหพลางนึกไปถึงตอนที่ฝึกงานอยู่ที่โรงพยาบาลตอนนั้นเขาเข้าฝึกในแผนกศัลยแพทย์ทั่วไปกับนักศึกษาแพทย์อีกคนหนึ่งที่มาฝึกด้วยกัน ซึ่งนักศึกษาแพทย์คนนั้นมีพ่อเป็นผู้ถือหุ้นของโรงพยาบาลนี้
หมอนี่จึงมีนิสัยชอบใช้อำนาจบารมีของพ่อมาอวดเบ่งจนกระทั่งหมอนี่ไปถูกใจพยาบาลใหม่คนหนึ่งเข้าซึ่งหมอนี่ตามจีบอยู่หลายเดือนในช่วงเวลาฝึกงานแต่ก็จีบไม่ติดจนไม่รู้วันหนึ่งหมอนี่คิดอะไรขึ้นมาจู่ๆในช่วงที่เข้าเวรกลางคืนซึ่งจะมีหมอและพยาบาลอยู่น้อยและในคืนนั้นพยาบาลคนที่หมอนี่เล็งเอาไว้ก็เข้าเวรรอบดึกด้วยจู่ๆหมอนี่ก็หลอกให้พยาบาลไปช่วยขนย้ายเครื่องมือแพทย์ในห้องเก็บของก่อนจะลงมือลวนลามและปลุกปล้ำจนกระทั่งพยาบาลคนนั้นขอความช่วยเหลือส่วนตัวดนัยนั้นกำลังเดินตรวจรอบดึกอยู่พอดีจึงไปได้ยินเสียงเข้าและได้เข้าไปช่วยเหลือซึ่งดนัยได้อัดหมอนี่จนยับ
และถึงแม้จะเคลียเรื่องจนจบมาได้เพราะเจ้าหมอนั่นผิดจริงแต่ดนัยก็โดนหมอนั่นใช้อำนาจของพ่อกลั่นแกล้งจนไม่มีเคสผ่าตัดมาจนถึงตัวเองเลยในช่วงที่ฝึกงานแถมหลังจากจบมายังโดนหมอนั่นใช้อำนาจของพ่อกดดันโรงพยาบาลอื่นๆไม่ให้รับดนัยเข้าทำงานอีกเพราะโรงพยาลที่พ่อหมอนั่นเป็นหุ้นส่วนอยู่นั้นเป็นโรงพยาลบาลใหญ่จึงมีอำนาจมากแถมพ่อหมอนั่นเองก็เป็นหมอที่มีชื่อเสียงมากอีกด้วยดังนั้นไม่แปลกเลยที่โรงพยาบาลอื่นๆจะไม่กล้ารับหมอศัลยแพทย์จบใหม่อย่างเขาเข้าทำงานเพราะไม่อยากมีเรื่องนั่นเอง
ดนัยมองดูเคสในแฟ้มประวัติของตนก็อดถอนหายใจออกมาไม่ได้
ในแฟ้มประวัติของเขานั้นมีเพียงแค่สี่เคสการผ่าตัดเท่านั้นแถมแต่ละเคสก็ไม่ได้เป็นเคสที่ยากเย็นอะไรทำให้เขาไม่มีผลงานมากพอนั่นเองเขาลองสมัครไปที่โรงพยาบาลต่างประเทศหลายแห่งตามเท่าที่เงินของเขาจะสามารถไปได้แล้วแต่ก็ไม่มีที่ไหนรับเพราะเขานั้นไม่มีประสบการณ์การผ่าตัดมากพอ
“ผมกลับก่อนนะครับอาจารย์หมอ” ดนัยพูดกับอาจารย์หมอของเขา
“อืม...ไปดีมาดีนะดนัยถ้าไม่ไหวยังไงเธอมาช่วยงานอาจารย์ที่คลีนิคก็ได้นะ” อาจารย์หมอพูด
“ไม่ดีกว่าครับผมไม่อยากทำให้อาจารย์หมอเดือดร้อน” ดนัยตอบก่อนจะเดินออกจากห้องของอาจารย์หมอไป
ที่ห้องพักของดนัย
แกร่กๆๆๆๆ !! เสียงดนัยกำลังใช้คอมพิวเตอร์ของตนทำงานหารายได้พิเศษซึ่งมันก็คือการทำซับอนิเมะญี่ปุ่น ซึ่งดนัยทำมันมาตั้งแต่สมัยเรียนมอปลายแล้วเพราะเงินที่พ่อและแม่เหลือเอาไว้จากประกันอุบัติเหตุมันหมดไปตั้งแต่สมัยมอต้นดนัยจึงจำเป็นต้องหาวิธีหาเงินที่ไม่กระทบการเรียนซึ่งวิธีที่ได้มานั้นก็คือการแปลการ์ตูนและการทำซับอนิเมะลงเว็บนั่นเองซึ่งการทำแบบนี้ก็อาศัยเงินจากเจ้าของเว็บและพวกผู้ใช้งานเว็บไซต์ที่ต้องการบริจาคให้เขาซะส่วนใหญ่ ซึ่งมันก็ทำให้เขาพอมีเงินใช้ในชีวิตประจำวัน
และระหว่างที่ทำซับอยู่นั่นเองจู่ๆก็มีเสียงแทรกเข้ามา
ติ๊ง !! ทันทีที่ดนัยได้ยินเสียงแทรกก็ขมวดคิ้วทันทีก่อนจะหยุดมือและสลับหน้าจอไปเปิดดูก่อนจะเห็นว่ามีอีเมลเข้าตอนแรกเขาก็ไม่สนใจจะเปิดดูหรอกแต่เมื่อเห็นว่าเมลนั้นเป็นภาษาญี่ปุ่นก็แปลกใจเพราะปกติเขาไม่เคยมีอีเมลภาษาญี่ปุ่นส่งมาหาเขาเลย
คลิก !! ดนัยคลิกเข้าไปอ่านดู
“โรงพยาบาลทาเคนากะสาขาโตเกียว(เป็นเพียงชื่อสมมุติเท่านั้น) ขอตอบรับการสมัครงานในสาขาศัลยแพทย์ของนายณัฐดนัย รักษาชาติ โปรดส่งวุฒิการศึกษาและแฟ้มประวัติกลับมาพร้อมเริ่มทำงานในวันที่ xx เดือน xx ปี xxxx” เมื่อดนัยอ่านจบก็เบิกตากว้างก่อนจะลุกขึ้นพรวดจนเก้าอี้ที่นั่งอยู่ถึงกับล้มหงายหลัง
“บะ บะ บ้าไปแล้วนี่มันของจริง !!” ดนัยอุทานออกมาพลางหยิบเก้าอื้ที่ล้มลงขึ้นมาก่อนจะนั่งอ่านอีเมลอีกรอบ อีกรอบ และอีกรอบ จนดนัยอ่านมันไปถึงห้ารอบเขาตรวจสอบหลายๆอย่างจนแน่ใจว่านี่เป็นอีเมลจากโรงพยาบาลที่ญี่ปุ่นจริงๆไม่ใช่มีใครมาแกล้งเขาเล่น
“เราสมัครไปตอน.....” ดนัยกำลังนึกอยู่ว่าสมัครไปตอนไหนทันใดนั้นเองจู่ๆภาพเมื่อสองเดือนก่อนก็แว่บเข้ามาในหัว
เมื่อสองเดือนก่อนนั้นระหว่างที่เขากำลังทำซับอนิเมะอยู่จู่ๆก็มีป๊อปอัพภาษาญี่ปุ่นเด้งขึ้นมา มันเป็นป๊อปอัพรับสมัครงานของโรงพยาบาลทาเคนากะ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลชั้นนำในประเทศญี่ปุ่น เขาเห็นว่ามันน่าสนใจดีจึงลองส่งใบสมัครไปแต่นึกไม่ถึงเลยว่าจะได้งานซะงั้น
ไม่รอช้าดนัยคว้ารีบวิ่งไปหยิบวุฒิและแฟ้มประวัติของเขาและไปที่ร้านสแกนเอกสารทันทีเพื่อที่จะได้ส่งอีเมลตอบกลับทางนั้นไป
ในที่สุดเราก็กำลังจะได้งานแล้ว ดนัยคิดในใจพลางยิ้มออกมา
จบ...
ชอบหรือไม่ชอบเรื่องนี้อย่างไรฝากคอมเม้นและติดตามเพื่อเป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยนะครับขอบคุณมากครับ " สองดาวจุด "