หลังจากยื่นฟังถังเว่ยระบายความในใจอยู่พักใหญ่จนกระทั่งบุคลิกท่าทางของเขากลับมาเป็เหมือนเดิม นิ่งๆ สุขุมและเยือกเย็น เฟยหรงเองก็ไม่ทราบได้แน่ชัดว่าจริงๆแล้วตัวตนจริงๆของถังเว่ยคืออันไหนกันแน่….
“เื่ราวที่ไม่น่าจดจำพอเอาไว้แค่นี้ เข้าเื่ของเรากันดีกว่า”
บางทีตัวของเฟยหรงเองก็คิดว่าถ้าเขาไม่ถามเื่นี้ั้แ่แรกเขาอาจะไม่ต้องรับรู้เื่อะไรแบบนี้ก็ได้แต่ในทางกลับกันมันอาจจะมีข้อดีอยู่ปกติแล้วเขานั้นพูดคุยกับถังเว่ยน้อยมากใน 1 วันเขาพูดกับถังเว่ยไม่เกิน 10 ประโยคด้วยซ้ำไม่ใช่เพราะถังเว่ยไม่คุยกับเขาแต่เป็เพราะเขาไม่กล้าเองต่างหาก
เพราะว่าลักษณะนิสัยของถังเว่ยไม่ได้สอดคล้องกับ่อายุของเขาเลยแม้แต่น้อยถ้าบอกว่าเขาเป็ตาเฒ่าที่มีอายุ 60-70 ปีเฟยหรงก็ยังเชื่อเพราะเขานั้นเป็คนที่ละเอียดอ่อนมาก ในบางเื่ที่ปล่อยผ่านได้ถังเว่ยกับไม่ยอมให้ผ่านไปทั้งเขาจะแก้ไขจนกว่าจะพอใจ เฟยหรงเลยคิดว่าเขาเป็คนที่น่ากลัวและเข้าหายาก
แต่พอได้มาเปิดอกคุยกันในเื่ของวิชาหอกเขารู้ว่าจริงๆแล้วถังเว่ยไม่ได้น่ากลัวและเข้าถึงยากอย่างที่เขาคิด เขาเป็คนที่อ่อนโยน ในบางครั้งก็ซื่อเป็อย่างมากจนน่าเป็ห่วงแต่ในเื่ของครอบครัวเขากับจริงจังมากกว่าใครๆ ทำให้ไม่ว่าจะเป็ตัวเขา ซิงเยียน ซูลี่ หรือแม้กระทั่งฟางหรงเอง ไม่ได้รู้สึกเหมือนว่าขาดอะไรไปในชีวิตแม้แต่น้อย
“ก่อนอื่นโชว์กระบวนท่าทั้งหมดที่เ้ามีให้ข้าดูสิ”
ถังเว่ยกล่าวออกมาด้วยเสียงเรียบเฟยหรงเองก็หลุดออกมาจากความคิดของเขาแล้วเช่นกัน เขาจับหอกเหล็กด้วยสองมือแน่นสายตาเด็ดเดี่ยวขึ้น พร้อมย่อตัวเล็กน้อยก่อนจะหายใจเข้าออกเป็จังหวะพร้อมกับควงหอกไปมาดูจากท่าทางของเฟยหรงแล้วถังเว่ยก็บอกได้ว่าเฟยหรงนั้นเริ่มที่จะชินกับหอกที่ได้รับมาแล้ว
ใช้เวลาไม่เกิน 1 อาทิตย์ก็สามารถใช้หอกที่มีน้ำหนัก 100 กิโลกรัมได้อย่างชำนาญมือนับว่าอัจฉริยะ ถึงแม้จะไม่เท่าตัวของฟางหรงก็ตามทว่าสิ่งที่เฟยหรงมีมาั้แ่แรกและคนอื่นมีมันไม่เท่าเขาก็คือ ความเด็ดเดี่ยวและมุ่งมั่น เมื่อเขาตั้งเป้าหมายจะทำอะไรสักอย่างเ้าตัวก็จะต้องไขว่คว้ามันมา
แผ่นหลังที่เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ เสียงหอบหายใจอันหนักหน่วง เฟยยังคงกวัดแกว่งเพลงหอกต่อไปถ้าเป็ปรมาจารย์หอกคนอื่นมาเห็นพวกเขาจะต้องรีบชักชวนให้เฟยหรงไปเป็ศิษย์ผู้สืบทอดแน่ การออกท่วงท่าก็รวดเร็ว การเคลื่อนไหวก็ดูไหลลื่น ต่อให้ผลิกแผ่นดินก็หารุ่นเยาว์ที่ทำแบบนี้ได้ยากนัก
“พอแล้วเฟยหรง ใครเป็คนสอนเพลงออกนี้ให้กับเ้า?”
เฟยหรงก็หยุดการเคลื่อนไหวของตัวเองอย่างฉับพลันพร้อมกับนำมือปาดเหงื่อบริเวณหน้าผากพร้อมกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา
“ข้าศึกษามันด้วยตนเองบางทีก็อาจจะมีอาจารย์ที่สถาบันมาให้คำแนะนำเล็กน้อย”
ถังเว่ยก็พนักหน้าให้กับคำตอบของเขา ก่อนจะเริ่มกล่าวประโยคถัดมา
“พื้นฐานการใช้กระบวนท่าของเ้าค่อนข้างดีแต่ว่า มันยังมีข้อเสียอีก 112 จุด แต่ข้าจะยกสาเหตุหลักๆเลยก็คือ กระบวนท่าของเ้ามันไม่ได้มีเป้าหมายที่ชัดเจน จะโจมตีก็ไม่ได้โจมตีเต็มที่ จะปัดป้องก็กึ่งๆว่าไม่ใช่ องศาการออกท่าก็เดี๋ยวช้าเดี๋ยวเร็วไม่มีความสม่ำเสมอนอกจากนี้ทำไมเ้าถึงยึดติดการใช้หอกสองมือ?”
ถังเว่ยยืนร่ายความคิดเห็นของเขาั้แ่เฟยหรงเริ่มแสดงกระบวนท่าให้ดูจนจบ เฟยหรงเองก็ใเช่นกันกระบวนท่าที่เขาภูมิใจหนักหนากับมีข้อเสียถึง 112 จุด ทั้งที่ตัวเขาเองคิดว่ามันก็สมบูรณ์แบบมากแล้วแท้ๆ แล้วความหมายของการยึดติดการใช้หอกสองมืออย่างที่ถังเว่ยบอกคืออะไรกัน
“ข้าคิดว่าการใช้หอกสองมือนั้นทรงพลังกว่าใช้มือเดียว อีกอย่างคือสามารถออกกระบวนท่าได้อย่างหนักแน่นและหวังผลจากการโจมตีได้มากกว่าทั้งยังสามารถสับเปลี่ยนเป็การป้องกันได้อย่างรวดเร็ว"
ส่วนใหญ่แล้วปรมาจารย์เพลงหอกระดับสูงก็ใช้หอกสองมือด้วยกันทั้งนั้นเฟยหรงเลยไม่เข้าใจว่าทำไมถังเว่ยถึงใช้คำว่ายึดติดการใช้หอกสองมือกัน
"นั้นคือสิ่งเ้าคิด? ถึงข้าจะไม่อยากกล่าวชมสตรีผู้ชั่วร้ายนั่นนักแต่ก็ต้องบอกเลยว่าไม่มีผู้ใช้หอกที่ยึดติดการใช้หอกสองมือคนไหนยืนต่อนางได้เกิน 1 ลมหายใจเ้าเชื่อรึไม่?
ถังเว่ยนำหอกของสีขาวของเขาขึ้นมาก่อนที่จะชี้ไปทางตัวของเฟยหรงพร้อมกับกล่าวประโยคถัดไปว่า
“ลองโจมตีมาที่ข้าอย่างสุดกำลัง”
พลันกล่าวจบถังเว่ยก็ควงหอกด้วยมือเดียวไปมาก่อนจะนำปลายหอกชี้ลงไปบนพื้นดินและรอการโจมตีของเฟยหรง เฟยหรงเองก็ไม่ได้มีท่าทีปฏิเสธเขาเองก็อยากจะทราบเช่นกันว่าทำไมถังเว่ยถึงได้มั่นใจขนาดนั้น
“โปรดชี้แนะด้วยท่านพี่”
เมื่อเขาประสานมือเสร็จก็จับด้ามหอกไว้ด้วยมือทั้งสองข้างพร้อมกับแทงเข้ามาบริเวณท้องน้อยของถังเว่ยอย่างรวดเร็ว แต่ภาพที่น่าตกตะลึงก็คือถังเว่ยสามารถนำปลายด้ามหอกของตัวเองหยุดการโจมตีของเฟยหรงไว้แถมมือของเ้าตัวยังสั่นจากการสะท้อนกลับของการโจมตีอีกต่างหาก
‘อะไรทำไมมือข้าถึงสั่นล่ะ!’
เฟยหรงที่คิดว่าถังเว่ยอาจจะเผลอรับการโจมไว้ได้พอดีก็เริ่มการโจมตีระลอกใหม่อีกครั้งคราวนี้เขาใส่กระบวนท่าทั้งหมดที่เขามีไม่ว่าจะเป็การแทงหอกด้วยความเร็วสูง การสะบัดหอกด้วยความรุนแรง หรือแม้กระทั่งอาศัยแรงตกกระทบจากการะโขึ้นไปบนฟ้า ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือคว้าน้ำเหลวเท้าของถังเว่ยไม่แม้แต่จะขยับจากจุดที่เขายืนตอนแรกด้วยซ้ำ
มีแค่เฟยหรงเท่านั้นที่ยิ่งออกกระบวนท่ามากเท่าไหร่ก็ยิ่งเชื่องช้าเท่านั้น จนกระบวนท่าทั้งหมดที่มีของเขาใช้ไปจนหมด
“หมดแล้วหรือกระบวนท่าของเ้า? ถ้าอย่างงั้นต่อไปตาข้าแล้วเตรียมรับมือ”
ไม่รอให้เฟยหรงได้ตั้งตัวถังเว่ยก็แทงหอกเข้าตัวของเฟยหรงด้วยความเร็วสูงจนสายตาของเขาไม่สามารถมองได้ทัน ก่อนที่มันจะไปจ่ออยู่ที่คอของเฟยหรง เท่านั้นไม่พอถังเว่ยยังคงแทงหอกไปตามจุดบนร่างกายของเฟยหรงที่ละจุดและแต่ละจุดนั้นเป็จุดตาย สิ่งแรกเลยก็คือเฟยหรงหัวหมุนไปหมดเขาไม่สามารถตามการโจมตีของถังเว่ยได้ทัน
อย่าว่าแต่ให้ตามเลยแม้แต่มองเขายังไม่สามารถมองทันด้วยซ้ำ ท่าทางของเขาเหมือนกับคนหวาดระแหวงที่ต้องคอยหันซ้ายหันขวาเพื่อดูว่าทิศทางหอกของถังเว่ยว่ามาจากไหนจนเขาเริ่มอยากจะอ้วกเพราะว่าเวียนหัว
เฟยหรงค่อยๆคุกเข่าลงไปอย่างช้าๆ ถังเว่ยเองก็ทำการหยุดโจมตีแล้วเช่นกันพร้อมกับสะบัดหอกในมือเล็กน้อยก่อนจะไขว้มันไว้ด้านหลังดังเดิม
“เมื่อครู่ข้าโจมตีจุดตายเ้าไปทั้งหมด 32 จุด ถ้าเป็การเอาชีวิตกันล่ะก็ร่างกายของเ้าคงจะมีแต่รอยโดนแทงเต็มไปหมด…”
เฟยหรงที่อาการเวียนหัวค่อยๆหายดีขึ้นก็ทำการพยุงตัวเองขึ้นอย่างช้าๆ เขาไม่เข้าใจเลยว่าการโจมตีของเขาที่ใช้หอกสองมือกับโดนถังเว่ยปัดเอาไว้ได้มั้งหมดกลับกันเขาไม่แม้แต่จะมองการโจมตีของถังเว่ยได้มัน มันเป็เื่น่าทึ่งมากๆสำหรับเขา
“ทำไมข้าถึงไม่สามารถโจมตีท่านโดนกันทั้งที่ท่านสามารถโจมตีได้รวดเร็วขนาดนั้น”
“เื่นั้นง่ายมากเ้าที่คิดว่าการใช้หอกสองมือมันดีนักเ้าก็จะใช้แต่หอกสองมือในการโจมตีข้า ไม่มีการประยุกต์ใดๆในเพลงหอกของเ้า ถ้าสามารถจัดการศัตรูได้เร็วก็อาจะไม่มีปัญหาแล้วถ้าไม่ล่ะ?เ้าก็โจมตีอยู่อย่างงั้นพละกำลังก็จะถูกกัดกร่อนลงไปเรื่อย ๆกลายเป็ว่าคนที่เสียเปรียบไม่ใช่ข้าแต่เป็เ้าต่างหาก”
พอได้ยินประโยคนี้เฟยหรงก็เข้าใจได้ทันทีทุกคำพูดของถังเว่ยนั้นเป็เื่จริงยิ่งเขาเร่งการโจมตีขึ้นเท่าไหร่พละกำลังของเขาก็ถูกลดทอนไปเรื่อย ๆนั้นเอง
“คราวนี้มาถึงในส่วนของหอกมือเดียวข้าไม่จำเป็ต้องใส่แรงทั้งหมดไปที่หอกตอนป้องกันข้าก็อาศัยแรงของเ้าปัดป้องการโจมตีกลายเป็ว่าไม่ต้องออกแรงเอง การโจมตีข้าก็อาศัยแรงเหวี่ยงจากท่วงท่าต่าง ๆตามความเหมาะสมและควบคุมแรงให้อยู่อย่างพอดีจนถึงการเผด็จศึกนั้นแหละข้าจึงออกแรงเต็มที่”
สิ่งที่ถังเว่ยพูดออกมามันเหมือนง่ายสำหรับเขาแต่ถ้าลงรายละเอียดจริงๆจะพบได้ว่ามันเป็เื่ที่ยากและละเอียดอ่อนมากๆ ถ้าไม่ชำนาญการใช้หอกมือเดียวจริง มันจะกลายเป็ว่าเปิดช่องว่างที่จะโดนโจมตีเยอะเช่นกัน ทว่าเฟยหรงกับรู้สึกตื่นเต้นอย่างน่าประหลาด
“แต่ไม่ต้องห่วงไปข้าจะปูพื้นฐานให้เ้าั้แ่ 1 เลยล่ะ ก่อนถึงการทดสอบเข้าสถาบันของเมือง 10 อันดับแรกเ้าต้องใช้หอกมือเดียวได้ชำนาญอย่างแน่นอน…”