ด้วยชินกับการฝึกตอบโต้อย่างรวดเร็ว รฐนนท์รีบใช้มือปิดปากดารัน เพราะกลัวคนอื่นจะได้ยินเสียงร้องโวยวายของเธอ เขาพยายามอธิบายกับเธอว่าเขาเป็ใคร แต่เธอก็ไม่ยอมฟัง แถมยังกัดมือเขาจนเขาต้องปล่อยเธอ เมื่อหญิงสาวหลุดมาได้เธอก็รีบวิ่งออกไปหาตำรวจด้านนอกป้อมทันที
"บ้าจริง ทำไรไปเนี่ยเรา" ผู้กองหนุ่มก่นด่าตัวเองที่เผลอทำอะไรเหลวไหลแบบนั้นไป พร้อมกับรีบวิ่งตามดารันออกไปทันที
“คุณตำรวจคะช่วยด้วย ผู้ชายคนนั้นเขาจะทำมิดีมิร้ายฉันค่ะ ตอนที่อยู่ในป้อมเขาเอามือมาปิดปากฉันด้วย ช่วยด้วยนะคะ” ดารันวิ่งไปหลบอยู่หลังตำรวจที่อยู่ในเต้นท์ โดยมีรฐนนท์วิ่งตามออกมาจากป้อมตำรวจ
“เข้าใจผิดแล้วล่ะครับ คุณผู้หญิง ผู้ชายคนนี้เขาเป็ตำรวจที่จะมารับคุณไงครับ เมื่อกี้ผู้กองเขามาถามหาคุณกับผม ผมเลยบอกว่าให้เข้าไปตามคุณในป้อม ไม่ใช่คนร้ายหรอกครับผมรับรองได้” ดารันมองหน้าตำรวจคนที่เธอหลบอยู่ด้านหลังเขาที หันไปมองคนตัวโตที่เธอเพิ่งวิ่งหนีเขามาทีสลับกันไป ในหัวของเธอตอนนี้ความคิดมันตีกันวุ่นวายตกลงนี่เธอเข้าใจผิดไปเองหรือ
“ผมเป็ตำรวจจริง ๆ ครับ แต่วันนี้เป็วันหยุดเลยไม่ได้ใส่เครื่องแบบ” รฐนนท์รีบพูดแก้ตัว เขาข่มความดีใจปนใเอาไว้และปรับอารมณ์ได้อย่างรวดเร็ว
ดารันมองสำรวจคนที่อยู่ตรงหน้าอีกครั้งเขาใส่เสื้อเชิ้ตสีน้ำตาลเข้ม ด้านในเป็เสื้อยืดคอกลมสีขาวกับกางเกงยืนส์ ดูจากการแต่ตัวรูปร่างหน้าตาก็จัดได้ว่าดูดี ไม่สิ ดีมากทีเดียว "เอ... หรือว่าเขาจะไม่ใช่คนร้ายจริง ๆ " ดารันพึมพำกับตัวเอง
“เมื่อกี้ผมแค่จะเรียกคุณให้ตื่นจะได้เดินทางกันต่อ แต่พอคุณลืมตาขึ้นมา คุณก็โวยวายซะก่อนผมเลยต้องเอามือปิดปากคุณไว้คุณก็ดันมากัดมือผมเนี่ย นี่ถ้าผมจะทำอะไรคุณนะคุณไม่รอดมากล่าวหาผมแบบนี้ได้หรอกครับ” ผู้กองหนุ่มพยายามอธิบายหรือจะเรียกว่าแก้ตัวก็ไม่ผิด พร้อมกับยื่นมือที่มีรอยแดงจากการที่ถูกกัดไปทางหญิงสาวเพื่อให้เธอดู
"โห คุณผู้หญิงนี่แรงเยอะนะครับกัดซะห้อเืเลย เป็ไงบ้างครับผู้กองเจ็บมากไหมนั่น" ผู้หมวดคนที่ดารันใช้เป็ที่กำบังยื่นหน้ามาดูมือของรฐนนท์ก่อนเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วงแกมขำ
"ก็...ไม่เท่าไหร่พอทนได้ ขอบคุณครับที่เป็ห่วง ว่าแต่คุณผู้หญิงจะหลบอีกนานไหม ไม่งั้นผมคงต้องไปก่อนนะนี่ก็เย็นมากแล้ว คุณจะหาทางไปเอาเองหรือจะไปกับผมก็รีบ ๆ เลือกเอานะครับ" รฐนนท์หันไปสบสายตากับดารันแบบเอาจริงเอาจังจนหญิงสาวต้องค่อยๆ เดินออกจากที่กำบังของเธอ
“เอาเป็ว่า ฉัน ....ฉันขอโทษละกันค่ะ ที่เข้าใจคุณผิด แล้วก็ที่ฉันกัดคุณน่ะ ถ้างั้น....ฉันไปเอาของก่อน คุณรอฉันแป๊บนะคะ” เธอพูดพร้อมกับรีบเดินเข้าไปเอากระเป๋าด้านในป้อม ‘ดารัน นะ ดารัน เอาอีกแล้ว อายเค้าไหมล่ะ หะ! ทีนี้’ ขณะเดินผ่านเขาคนที่เธอคิดว่าเป็คนร้าย เธอก็ก้มหน้าไม่ยอมมองหน้าเขาเพราะเธอรู้สึกอาย ที่ตัวเองทำตัวเป็กระต่ายตื่นตูมต่อหน้าทุกคน
แต่รฐนนท์กลับมองตามหญิงสาวด้วยแววตาขบขัน ริมฝีปากของเขายกยิ้มเล็กน้อย ‘เห็นตัวเล็ก ๆ แต่ฤทธิ์เยอะจริง ๆ ' เขาคิดระหว่างที่เดินกลับไปรอที่รถ ด้วยความรู้สึกที่หลากหลายปะปนกัน เขาดีใจที่ได้เจอเธออีก แต่ก็แอบกลัวว่าตัวเองจะรับมือกับความรู้สึกที่ขัดแย้งกันในตัวเขาไม่ได้
เดิมทีเขาไม่คิดจะสานความสัมพันธ์ต่อเพราะเขาไม่้ามีห่วง และไม่อยากให้ใครมาเสียเวลากับคนอย่างเขา แต่โชคชะตากับเล่นตลกให้เขาได้พบเธออีกครั้ง แล้วเขาจะทำอย่างไรต่อไปดี
ระหว่างทาง รฐนนท์แอบเหลือบมองดารันอยู่ตลอด เขาคิดว่าดารันคงจำเขาไม่ได้ เพราะถ้าจำได้เธอคงพูดถึงเื่ที่เกิดขึ้นที่ยะลาแล้ว เขาจึงทำเฉยเสีย ดารันเองก็แอบมองผู้กองหนุ่มเช่นกัน เธอเริ่มรู้สึกคุ้น ๆ กับน้ำเสียงและท่าทางของเขาอย่างบอกไม่ถูก แต่เมื่อได้อยู่ด้วยกันสองคนแบบนี้ ความอึดอัดก็เริ่มคลืบคลานเข้ามารอบ ๆ ตัวเธอ "ใช่สิ เราต้องหาเื่คุยจะได้ไม่อึดอัด " ดารันพึมพำกับตัวเองเมื่อนึกอะไรขึ้นมาได้
“คุณอยู่ที่นี่มานานรึยังคะ เอ่อ....คุณชื่ออะไรนะคะ” ดารันเริ่มหาเื่คุยเพื่อลดความอึดอัดลง เธอแอบเหลือบมองเขาจากทางด้านข้าง อันที่จริงเขาก็หน้าตาดีเลยทีเดียว ดวงตากลมโต จมูกโด่งเป็สัน รูปร่างสูงโปร่ง ‘นี่ถ้าถอดเสื้อไม่รู้ว่าจะมีซิกแพคไหมน้า’ ดารันแอบคิดในใจ
“เรียกผมว่า นนท์ ก็ได้ครับ ผมพึ่งย้ายมาที่นี้ได้ไม่นาน วันนี้ทำให้คุณใยังไงก็ ต้องขอโทษด้วยนะครับ” รฐนนท์ไม่ได้บอกชื่อจริงไป เพราะเขายังไม่อยากให้เธอรู้ว่าเขาคือใคร
“งั้นฉันเรียกคุณว่าผู้กองนนท์ก็แล้วกันนะคะ เมื่อกี้เห็นตำรวจคนนั้นเรียกคุณว่าผู้กอง ฉันดารันค่ะ หรือเรียกว่ารันเฉย ๆ ก็ได้ค่ะ” ดารันแนะนำตัวเองเพราะนึกขึ้นได้ว่าเธอเองยังไม่ได้บอกชื่อของเธอเช่นกัน
“ครับครูรัน” รฐนนท์เลือกที่จะเรียกชื่อเล่นของคนที่นั่นอยู่ข้าง ๆ ดีกว่า
“อีกนานไหมคะ กว่าจะถึงอะค่ะ” ดารันถามเมื่อเห็นว่าขับรถมานานพอสมควรแล้วแต่ยังไม่ถึงที่หมายสักที ทางที่เข้ามาเริ่มจะไม่มีบ้านคนให้เห็นแล้ว สองข้างทางมีแต่ต้นไม้และเป็ทางลาดชัน ขึ้นเขาเสียส่วนใหญ่
พื้นถนนขรุขระเป็หลุมเป็บ่อ จนทำให้เธอต้องคว้าที่จับที่อยู่้าศีรษะของเธอเอาไว้แน่น รถที่ทั้งคู่นั่งมาเป็รถกระบะ โฟวิลสีดำ ซึ่งเป็รถส่วนตัวของผู้กอง รฐนนท์ที่นำมาใช้ทั้งเื่ส่วนตัว และในงานด้วยในบางครั้งเมื่อจำเป็เหมือนดังเช่นตอนอยู่ทางใต้
“อีกไกลอยู่ครับราว ๆ ชั่วโมงหนึ่ง แต่ทางก็จะเป็แบบนี้ล่ะครับ ลำบากหน่อยนะครับ” รฐนนท์พูดพร้อมกับหันหน้าไปมองคนตัวเล็กที่อยู่ซ้ายมือ ที่ดูท่าจะกระเด็นกระดอนไปตามแรงรถเสียแล้วในตอนนี้
หลังจากที่จากกันที่ยะลาเขายังคงคิดถึงเธออยู่ตลอด ยิ่งเมื่อเห็นนาฬิกาที่เธอให้เขาเอาไว้เป็ที่ระลึก ซึ่งเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเขาถึงเป็แบบนี้ รู้แต่ว่าเขาคิดถึงเธอ แล้ววันนี้เธอก็กำลังนั่งอยู่ข้าง ๆ เขา มันช่างเป็เื่ที่ออกจะเหลือเชื่อเสียจริง
“โอ๊ะ .....ระวังครับ” ผู้กองหนุ่มรองเสียงดัง พร้อมกับกางแขนซ้ายออกไปโดยอัตโนมัติ เพื่อกันไม่ให้ดารันกระแทกกับคอนโซลรถ ขณะที่เขาเหยียบเบรก เพราะเขาละสายตาจากถนนไปครู่เดียว ทำให้เขาไม่ทันเห็นว่ามีบางสิ่งขวางอยู่ด้านหน้า ยังดีที่เขายังมีสติจึงเหยียบเบรกได้ทันเวลา
“อะไรคะ เกิดอะไรขึ้นคะ” ดารันถามด้วยความใ ขณะที่เธอกำลังเพลิดเพลินกับวิวทิวทัศน์ข้างทางอยู่ รถก็เบรกกะทันหันถึงไม่แรงมาก เพราะไม่ได้ขับเร็วแต่อาจทำให้หัวโขกจนเจ็บตัวได้ ก็เธอดันลืมคาดเข็มขัดนิรภัยตอนขึ้นมานั่งรถเพราะมัวแต่คิดเรื่อยเปื่อยอยู่
“คุณไม่เป็ไรนะครับ? ....”