(ฟรี 110 ตอน) ยอดยุทธ์: ระบบฝึกฝนไร้ขีดจำกัด

    บทที่ 27 ตระกูลลู่

    บทที่ 27ตระกูลลู่

     

     

     

    หลงเทาส่งสัญญาณให้มือปราบหนุ่มข้างกายอีกฝ่ายพยักหน้ารับพลางล้วงห่อผงยาออกจากอกเสื้อนำมาโรยลงบนคมขวานผ่าฟืนที่ยึดมาอย่างละเอียด

     

    ทว่าเมื่อผงยาสัมผัสเนื้อเหล็กกลับราบรื่นไร้ปฏิกิริยาใดๆมือปราบหนุ่มหันกลับมาส่ายหน้าบอกความล้มเหลว

     

    หัวหน้ามือปราบลอบถอนหายใจพลางยิ้มเยาะตนเองในใจ

     

    'ข้าเป็นคนของทางการแท้ๆ กลับนึกเห็นใจ และคิดปกป้องฆาตกรช่างน่าขันสิ้นดี ในโลกบิดเบี้ยวใบนี้ สิ่งใดกันแน่คือถูก สิ่งใดกันแน่คือผิด'

     

    มือปราบหนุ่มก้าวเข้ามารายงานเสียงเบา

     

    “พวกหลิวต้าฝึกยุทธ์มาครึ่งปีแต่ร่องรอยในที่เกิดเหตุชี้ชัดว่านอกจากหลิวต้าที่ขัดขืนได้เล็กน้อยคนอื่นกลับถูกปลิดชีพในดาบเดียว ความเร็วของคนร้ายน่ากลัวมากขอรับส่วนการค้นบ้านผู้ต้องสงสัยก็ไม่พบสิ่งใดผิดปกติ”

     

    หลงเทานิ่งเงียบเพราะเดิมทีเขามาทำคดีนี้พอเป็นพิธี ตามคำสั่งบีบบังคับของนายอำเภอจางอวิ๋นเผิง ผู้ฉ้อราษฎร์บังหลวงเท่านั้น

     

    การไม่พบหลักฐานจึงตรงตามความต้องการของเขา

     

    มือปราบหนุ่มเริ่มเดินสอบปากคำชาวบ้านทีละคนจนกระทั่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าลู่เฟิง

     

    “เจ้าคือคนตระกูลลู่?”

     

    ยังไม่ทันที่ลู่เฟิงจะอ้าปากจ้าวหูก็รีบแทรกขึ้นด้วยท่าทีลนลาน

     

    “เรียนใต้เท้าเด็กคนนี้คือลู่เฟิง เป็นเด็กดีมาตลอดขอรับหลังสิ้นบิดามารดาก็จับปลาประทังชีวิตไปวันๆ แต่พวกหลิวต้ากลับสารเลวทรามหวังจะฮุบบ้านเก่าตระกูลลู่เลยรุมซ้อมเสี่ยวเฟิงจนปางตาย”

     

    “ครั้งนี้ยังตามมาพังประตูฉีกแหจับปลาจนเขาไม่มีทางทำมาหากิน!”

     

    ลู่เฟิงได้แต่ลอบถอนใจ

     

    'ท่านอาจ้าวต้องการเรียกความเห็นใจแต่พูดยัดแรงจูงใจให้ข้าครบถ้วนขนาดนี้มันจะทำให้ข้าดูเหมือนฆาตกรล้างแค้นมากกว่าเดิมนะท่าน...'

     

    “อ้อ?”

     

    มือปราบหนุ่มชะงัก

     

    “มีคนกล้าหมายตาบ้านเก่าตระกูลลู่อีกแล้วรึ?ไม่กลัวตายกันหรืออย่างไร”

     

    คำว่าอีกแล้วและ ไม่กลัวตาย ทำให้ลู่เฟิงสะดุดใจ

     

    ข้อมูลนี้สอดคล้องกับสิ่งที่เขาเคยได้ยินว่าบ้านหลังนี้มีอาถรรพ์คนที่คิดแย่งชิงไม่ตายก็กลายเป็นบ้า

     

    แสดงว่าแม้แต่ที่ว่าการก็รับรู้เรื่องนี้ทว่าเมื่อลู่เฟิงเตรียมที่จะตอบคำถาม มือปราบหนุ่มกลับรีบเดินเลี่ยงไปสอบถามคนอื่นราวกับหวาดกลัวโรคระบาด

     

    ขณะเดียวกัน หลงเทาที่ยืนฟังอยู่ก็แววตาไหววูบย้อนไปหลายปีก่อนตอนเขาเป็นมือปราบฝึกหัด เขาเคยตามอาจารย์มาทำคดีคนตายอย่างอนาถ และเสียสติอย่างไร้สาเหตุ

     

    ซึ่งทุกคนล้วนเป็นพวกที่คิดจะมาแย่งบ้านเก่าตระกูลลู่ตอนนั้นเขาเคยเสนอให้สืบประวัติสามีภรรยาตระกูลลู่แต่อาจารย์กลับตวาดห้ามด้วยสีหน้าหวาดกลัวอย่างลึกล้ำ

     

    นับแต่นั้นมาบ้านเก่าตระกูลลู่จึงกลายเป็นเขตต้องห้ามในใจของลู่เทา และในวันนี้อันธพาลกลุ่มล่าสุดที่คิดจะมาแย่งชิงบ้านหลังนี้ ก็กลับถูกฆ่าล้างบางไปอีกราย

     

    สายตาของหลงเทาเลื่อนมาจับจ้องลู่เฟิงเด็กหนุ่มยังดูผอมบาง และแสร้งทำเป็นหวาดกลัว

     

    หัวหน้ามือปราบหรี่ตาลงพลางใช้นิ้วมือซ้ายลอบขยับร่ายคาถาลับอย่างเงียบเชียบ

     

    ในพริบตานั้นวิชาสัมผัสปราณทำให้ทัศนียภาพรอบตัวของเขาแปรเปลี่ยนไป สีสันต่างๆพลันซีดจางลงจนกลายเป็นโลกที่มีเพียงสีเทาหม่น

     

    ทว่าสิ่งที่เด่นชัดขึ้นมาแทนคือไอพลังชีวิตของแต่ละคน

     

    เมื่อเพ่งมองดูปราณโลหิตของชาวบ้านรอบข้างนั้นช่างริบหรี่อ่อนแรงดุจเปลวเทียนที่พร้อมจะดับยามต้องสายลม

     

    ผิดกับลู่เฟิงปราณโลหิตของเด็กหนุ่มกลับลุกโชนสว่างไสวดุจกองเพลิงขนาดใหญ่ที่กำลังปะทุอย่างบ้าคลั่ง!

     

    'ปราณโลหิตอุดมสมบูรณ์จนเกือบถึงขั้นบำรุงโลหิตเต็มที...ไอ้พวกอันธพาลสามหาวอย่างหลิวต้าจะไปมีปัญญาซ้อมเด็กคนนี้ได้อย่างไรคนลงมือต้องเป็นเขาแน่ๆ'

     

    หลงเทาคิดในใจ

     

    'แต่แล้วอย่างไร? ในเมื่อนายอำเภอหน้าเงินเห็นชีวิตชาวบ้านเป็นมดปลวกข้าจะทุ่มเทจับคนจริงใจเพื่อมันไปทำไม'

     

    เมื่อลูกน้องสอบสวนเสร็จหลงเทาก็โบกมือสั่งถอนกำลัง

     

    จังหวะที่เดินผ่านลู่เฟิงสายตาของทั้งสองสบกันตรงๆ หัวหน้ามือปราบกลับเผยรอยยิ้มบางๆพลางพพยักหน้าให้เล็กน้อยอย่างไม่มีเจตนาร้าย

     

    จากนั้นเจ้าหน้าที่ด้านนอกจึงเข้ามาใช้เสื่อฟางห่อศพพวกหลิวต้าลากออกไปพร้อมคืนขวานผ่าฟืนให้แก่ชาวบ้านทุกคน

     

    ลู่เฟิงมองตามแผ่นหลังของหลงเทาไปพลางลอบถอนหายใจชั่วขณะที่สบสายตากันเมื่อครู่ เขาเจ็บแปลบที่แผ่นหลังดุจถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง

     

    จนเกือบจะตัดสินใจลงมือเสี่ยงตายฝ่าวงล้อมหลบหนีไปหาอาจารย์เฉาที่พรรคเจ็ดดาราตามแผนที่วางไว้แต่คิดไม่ถึงว่าหัวหน้ามือปราบ จะเลือกปล่อยผ่าน และส่งยิ้มให้

     

    “ท่านอาจ้าวมือปราบหลงเป็นคนเช่นไรหรือขอรับ?”

     

    ลู่เฟิงเอ่ยถามระหว่างทางเดินกลับ

     

    จ้าวหูพ่นลมหายใจเป็นไอขาวท่ามกลางความหนาว

     

    “มือปราบหลงคือคนดีที่หายากยิ่งของเมืองชั้นนอกสี่ปีก่อนเขาเคยบุกเดี่ยวทลายค่ายโจรช่วยตัวประกันทั้งยังเคยกวาดล้างแก๊งทรชนจนพวกอันธพาลขยาดกลัว”

     

    “ชาวบ้านต่างยกย่องเขาเป็นเสาหลักความยุติธรรมเมื่อครู่เขาคงรู้ดีว่าพวกหลิวต้าเป็นเศษสวะจึงสอบสวนไปตามหน้าที่โดยไม่คิดขุดคุ้ยให้ระคายเคืองใคร”

     

    ลู่เฟิงพยักหน้ารับคลายความกังวลลง ก่อนจะถามต่อ

     

    “แล้วเหตุใดคนที่หมายตาบ้านเก่าของข้าในอดีตถึงต้องมีอันเป็นไปหมดล่ะขอรับ?”

     

    “เรื่องนั้น...ข้าก็ฟังมาจากข่าวลือต่อๆ กันมา คงเล่าเกินจริงไปนั่นแหละ”

     

    จ้าวหูมีสีหน้าอึกอักคล้ายไม่อยากพูดถึงลู่เฟิงจึงไม่ซักไซ้ต่อ

     

    เมื่อกลับมาถึงบ้านลู่เฟิงพบว่าภายในห้องเละเทะยิ่งกว่าเดิม จากการรื้อค้นของมือปราบร่างผอมก่อนหน้านี้

     

    สภาพห้องทรุดโทรมจนแทบไม่เหลือชิ้นดีทำให้เขาเริ่มคิดเรื่องขายบ้านผ่านนายหน้าอีกครั้ง

     

    ทว่าสายตากลับไปสะดุดเข้ากับต้นหอมหมื่นลี้เก่าแก่กลางลานบ้านลำต้นบิดเกลียวราวมังกรแผ่กิ่งก้าน แบกรับหิมะหนาเอนไปทางห้องหับของบิดามารดา

     

    เมื่อปะติดปะต่อเรื่องอาถรรพ์ข่าวลือ และท่าทีประหลาดของพวกมือปราบบรรยากาศรอบบ้านก็ดูแปรเปลี่ยนไปทันที

     

    ลู่เฟิงเดินตรงไปยังห้องนอนของบิดามารดาที่ปิดตายบานประตูที่เคยคล้องโซ่สนิมเขรอะบัดนี้ถูกพวกหลิวตาทุบจนเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่

     

    มองลอดเข้าไปเห็นเศษเฟอร์นิเจอร์พังยับเยินจมกองฝุ่น

     

    เด็กหนุ่มเอื้อมมือจับขอบประตูแล้วออกแรงดึงเบาๆเสียงไม้ลั่นกร๊อบ ประตูทั้งบานก็หลุดออกจากกรอบอย่างง่ายดาย

     

    เขาค่อยๆก้าวเท้าเข้าไปในห้องความโศกเศร้าอาดูรจากส่วนลึกของดวงวิญญาณเดิมหลั่งไหลบ่าเข้ามาในหัวสมอง

     

    และในวินาทีนั้นเองเสียงกระซิบต่ำลึกอันแหบพร่า และแปลกประหลาดพลันดังก้องขึ้นภายในจิตใจของเขาอย่างต่อเนื่อง...

     

    “มา...มาหาข้า...”

     

     

    คล้ายกับเรื่อง(ฟรี 110 ตอน) ยอดยุทธ์: ระบบฝึกฝนไร้ขีดจำกัด ที่คุณอ่าน