บทที่ 5 จัดการสิ่งของจำเป็
หลังจากนั้นลู่เซี่ยก็ไม่ได้ปลูกข้าวอีกต่อไป แต่หันไปปลูกผักลงแปลงแทน
มีผักหลากหลายชนิด ลู่เซี่ยคิดว่าอย่างนี้เธอคงไม่ต้องซื้อผักอีกต่อไป ประหยัดเงินซื้อผักไปได้เยอะเลย
ยิ่งไปกว่านั้น ผักที่ปลูกในช่องว่างมิติยังอร่อยเป็พิเศษ กินแล้วรู้สึกว่าร่างกายแข็งแรงเป็ที่น่าพอใจ
ดังนั้นลู่เซี่ยจึงสะสมเมล็ดพันธุ์ผักไว้จำนวนหนึ่ง
ผักบางชนิดที่สามารถเก็บเกี่ยวได้แล้วและยังกินไม่หมด ลู่เซี่ยก็นำมาเก็บไว้บริเวณพื้นที่ว่างภายในช่องว่างมิติ เนื่องจากพื้นที่นี้สามารถเก็บรักษาความสดได้ ไม่ว่าจะนานแค่ไหนก็ไม่มีปัญหา จึงไม่เป็เื่ที่ต้องกังวล
ส่วนบริเวณริมขอบของช่องว่างมิติ ลู่เซี่ยยังปลูกไม้ผลสามต้น คือ ต้นแอปเปิลสองต้น และต้นแพร์หนึ่งต้น
แม้เพิ่งจะปลูกได้แค่ปีเดียว และต้นยังไม่โตเต็มที่ แต่ก็ออกผลแล้ว
นั่นก็เพราะลู่เซี่ยเลือกซื้อต้นที่กำลังจะออกผล
ส่วนเหตุผลที่ซื้อเพียงสองชนิดนี้ ไม่ใช่ว่าไม่อยากจะซื้อชนิดอื่น แต่เป็เพราะไม่ค่อยสะดวก
เพราะลู่เซี่ยอาศัยอยู่ในที่พักที่เช่าร่วมกับผู้อื่น การสั่งซื้อของทางออนไลน์และรับของจึงไม่ค่อยสะดวก
แม้แต่สามต้นนี้ ลู่เซี่ยก็ยังไปเจอโดยบังเอิญที่ตลาดนัดต้นไม้ในวันหยุดสุดสัปดาห์ เธอเลยซื้อมาแอบ ๆ ซ่อน ๆ ทั้งยังต้องใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อหาที่ที่ไม่มีกล้องวงจรปิด เพื่อจะเอาเข้าไปปลูกในช่องว่างมิติ แม้จะปลูกได้สำเร็จ แต่เธอก็ยังรู้สึกกังวลอยู่ดี
อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ ลู่เซี่ยไม่มีเงินมากนัก ทุกเดือนต้องจ่ายเงินกู้เพื่อการศึกษา เธอเพิ่งเรียนจบ เงินเดือนน้อย และยังต้องเช่าที่พัก เงินเก็บเลยยังไม่มี
เดิมทีตั้งใจว่าจะรอวันหยุดแล้วค่อยไปเที่ยวชนบทสักหน่อย แต่ยังไม่ทันได้ไปก็ทะลุมิติมาเสียก่อน คงต้องรอโอกาสหน้าอีกทีละกัน
ส่วนไม้ผลสามต้นนี้กำลังออกผลเป็ปีแรก อาจเป็เพราะได้รดน้ำด้วยน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ ทำให้มีผลผลิตค่อนข้างมาก ลู่เซี่ยเก็บเกี่ยวลงมาทั้งหมด และตอนนี้ยังเหลืออยู่พอประมาณ เลยเก็บไว้ข้าง ๆ กองเสบียง
เสียดายอย่างเดียวคือ ไม่สามารถเลี้ยงสิ่งมีชีวิตไว้ในช่องว่างมิติได้ ไม่เช่นนั้นลู่เซี่ยคงซื้อเป็ดซื้อไก่มาเลี้ยงไว้ในนี้แล้ว ต่อไปนี้ก็คงไม่ต้องกังวลเื่เนื้อและไข่แล้ว
คิดไปไกลมากแล้ว มีแค่นี้ก็ดีมากพอแล้ว จะคาดหวังมากเกินไปทำไม!
ดังนั้น ในช่องว่างมิติจึงมีเพียงสิ่งเหล่านี้
ลู่เซี่ยถอนหายใจ ยังดีที่ยังทิ้งของเอาไว้ให้
นอกจากสิ่งเหล่านี้แล้ว ภายในช่องว่างมิติก็ยังมีกระท่อมหลังหนึ่งตั้งอยู่ริมขอบ
กระท่อมหลังนี้ไม่ได้ใหญ่โตอะไรนัก จริง ๆ แล้วจะเรียกว่ากระท่อมก็ไม่เชิง เพราะมันยังสูงไม่เท่าตัวเธอด้วยซ้ำ ดูเผิน ๆ ก็เหมือนกล่องสี่เหลี่ยมด้านเท่า กว้างยาวสูงด้านละหนึ่งเมตรครึ่ง แต่ถึงอย่างนั้น ประโยชน์ของมันก็น่าอัศจรรย์มาก
เป็สิ่งที่ลู่เซี่ยค้นพบก่อนหน้านี้
กระท่อมหลังนี้ไม่สามารถเข้าไปได้ และใส่ของไม่ได้ ประโยชน์อย่างเดียวคือ เอาเปลือกข้าวออก
ใช่! ประโยชน์ของกระท่อมหลังนี้น่าอัศจรรย์มาก เมื่อใส่ข้าวเปลือกเข้าไป แล้วออกมาจากช่องเล็ก ๆ ด้านข้าง ก็จะเหลือเพียงข้าวสารที่ถูกขัดสีแล้ว
หากใส่ข้าวสาลีเข้าไป สิ่งที่ออกมาจะไม่ใช่เพียงเมล็ดที่ไม่มีเปลือกเท่านั้น แต่จะกลายเป็แป้งสาลีเลยทีเดียว ส่วนข้าวโพดก็เช่นกัน เมื่อออกมาแล้วจะกลายเป็วัตถุดิบกึ่งสำเร็จรูปที่พร้อมนำไปปรุงอาหารได้ทันที
แต่กระท่อมหลังนี้ใช้งานได้กับข้าวเท่านั้น
ลู่เซี่ยเคยลองเอาแอปเปิลและผักใส่เข้าไป เพื่อดูว่าจะกลายเป็น้ำผลไม้หรือผักอบแห้งหรือไม่
แต่ก็ต้องผิดหวัง เพราะเมื่อใส่ธัญพืชต่าง ๆ เข้าไป ประตูของกระท่อมก็จะปิดลงโดยอัตโนมัติ โดยไม่รู้ว่าภายในมีกระบวนการทำงานอย่างไร ขอเพียงแค่เอากระสอบไปวางไว้ที่ช่องเล็ก ๆ ด้านข้าง ธัญพืชที่ผ่านการแปรรูปแล้วก็จะไหลลงไปในถุง
แต่หลังจากใส่สิ่งเหล่านี้เข้าไป ประตูของกระท่อมกลับไม่ปิด นั่นหมายความว่ามันไม่ทำงาน หลังจากที่นำออกมา แอปเปิลก็ยังคงเป็แอปเปิล ผักก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
แม้กระทั่งลู่เซี่ยเคยทดลองซื้อธัญพืชจากที่อื่น แล้วนำมาใส่เพื่อแปรรูป แต่ก็ต้องผิดหวังอีกเช่นเคย เพราะกระท่อมหลังนี้ไม่รองรับผลผลิตที่ไม่ได้มาจากช่องว่างมิติ
สรุปแล้ว กระท่อมหลังนี้ก็คือสถานที่แปรรูปธัญพืชที่ปลูกในช่องว่างมิตินี่เอง
ถึงอย่างนั้นก็ทำให้เธอประหยัดแรงไปได้เยอะ เพราะการจะนำข้าวเปลือกจำนวนมากขนาดนั้นออกไปสีก็เป็เื่ยุ่งยาก การมีกระท่อมหลังนี้อยู่จึงสะดวกขึ้นเยอะ
และแกลบที่ได้จากการสีข้าวเปลือกในกระท่อมก็จะถูกดูดซึมไปเป็ปุ๋ยโดยอัตโนมัติ เธอจึงไม่ต้องดูแลอะไรมากมายนัก