บทที่ 8 หญิงชราผู้เ็า
ฉู่เจียงชวนจะนอนหลับได้อย่างไร เมื่อมีร่างอ่อนนุ่มหอมกรุ่นอยู่ในอ้อมกอด แต่เขาก็ไม่อยากทำร้ายเธอ จึงได้แต่กัดฟันอดทนไว้
ขณะที่ถังซีเหมียนกลับหลับได้อย่างรวดเร็ว บางทีอาจเป็เพราะป้อมปราการในใจได้พังทลายลง เธอหลับสนิทและยังปรับท่านอนอีกหลายครั้งโดยไม่รู้ว่าทำให้ชายหนุ่มที่อยู่ด้านหลังต้องทรมาน
"ชิ..." ฉู่เจียงชวนขมวดคิ้ว มือโอบกอดถังซีเหมียนอย่างอ่อนโยน แต่กลับจูบริมฝีปากเธออย่างดุดัน "คุณนี่นะ !"
เมื่อตื่นขึ้นมาถังซีเหมียนใที่ตัวเองหลับนานขนาดนี้ แถมยังอยู่ในอ้อมกอดของเขาด้วย !
เธอหอมแก้มฉู่เจียงชวนเบา ๆ แล้วลุกจากเตียงไปทำอาหาร
น่าน่าหายดีแล้ว เด็กน้อยกำลังถือกิ่งไม้วาดรูปอยู่ในลานบ้านทั้งดอกไม้เล็ก ๆ และบ้านหลังน้อย
เธอวาดอย่างตั้งอกตั้งใจ
ฉู่เจียงหรงเพิ่งล้างหน้าเสร็จ เห็นเธอเดินออกมาก็ยิ้มให้ "สองสามวันนี้ไม่มีอะไรทำ เธอไปซื้อผ้าที่ชอบมาสิ พี่จะตัดชุดให้ !"
"ดีเลยค่ะ" ถังซีเหมียนล้างหน้า ความเย็นฉ่ำทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้นมาก "พี่คะ ต่อไปบ้านเราก็ให้พี่ดูแลแล้วกัน อย่าไปคิดถึงครอบครัวหลูอีกเลย เดี๋ยวเราจะเปลี่ยนนามสกุลของน่าน่าด้วย"
ฉู่เจียงหรงพยักหน้า "แม่บอกว่าจะเปลี่ยนชื่อด้วย ว่าไม่เรียกหลูน่าแล้ว จะเปลี่ยนเป็ชื่อน่าน่าเป็ชื่อเล่น"
"ดีเลยค่ะ" ถังซีเหมียนตอบ
หลังจากฉู่เจียงชวนตื่นนอน เขาเห็นถังซีเหมียนยังอยู่ในครัวก็ยิ้มน้อย ๆ
เห็นเธอแล้ว หัวใจก็รู้สึกอบอุ่น...
"เหมียนเหมียน !"
เสียงดังมาจากประตู เสียงนั้นคือหลินจื้อกั๋วและภรรยาที่เดินเข้ามา
"ได้ยินว่าเธอได้เป็ผู้ประกาศข่าวแล้วเหรอ ?"
ถังซีเหมียนรีบเชิญทั้งสองเข้ามานั่งในบ้าน
"ทำไมพวกคุณลุงถึงรู้เร็วขนาดนี้คะ ?"
"โธ่! แม่สามีเธอชมจนเขารู้กันไปแปดบ้านสิบบ้านแล้ว หมู่บ้านเรามีแต่คนหูหนวกเท่านั้นแหละที่ไม่รู้ !"
ภรรยาผู้ใหญ่บ้านพูดพลางหัวเราะ "ดูสิ แม่สามีเธอแก่แล้ว แต่ก็ยังเป็แบบนี้ ! ตอนนี้หล่อนรักเธอมากเลยใช่ไหมล่ะ !"
ถังซีเหมียนรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เธอเงยหน้าขึ้นก็เห็นแม่สามีมองกลับมาด้วยสีหน้าเบิกบานสดใส "อาหารพร้อมแล้วหรือยังเหรอคะ ?"
เมื่อเห็นผู้ใหญ่บ้านและภรรยาอยู่ที่นั่นด้วย สวี่กว่างเฟินก็รู้สึกอึดอัดเล็กน้อย
ผู้ใหญ่บ้านกระซิบเบา ๆ "เห็นไหม ดูท่าคงจะอวดจนพอใจแล้วถึงได้กลับมา ! พูดจนปากเปื่อย กลัวคนอื่นจะไม่รู้ว่าตัวเองมีลูกสะใภ้ที่ดี !"
ทั้งสามคนหัวเราะกันเบา ๆ
ถังซีเหมียนรู้สึกโล่งใจเพราะกลัวว่าแม่สามีจะไม่ยอมรับ และคิดว่าเป็เพียงแค่หญิงชราคนนึงที่ทำตัวเ็า แต่แท้จริงแล้วแม่สามีรักและภูมิใจแบบนี้แสดงว่าเธอสามารถชนะใจแม่สามีได้แล้วสินะ !
ยังกินข้าวไม่ทันเสร็จ ก็มีสองสามครอบครัวมาแสดงความยินดี ถังซีเหมียนรู้สึกใกับพลังการคุยโว้ของแม่สามีมาก
ส่วนฉู่เจียงชวนกลับรู้สึกภาคภูมิใจ ไม่สนใจว่าใครจะรู้หรือไม่ สักวันทุกคนก็ต้องรู้อยู่ดี
เมื่อรู้ว่าฉู่เจียงหรงจะต้องตัดชุดใหม่ สวี่กว่างเฟินก็หยิบเงินห้าหยวนให้ถังซีเหมียน
"ไปซื้อเสื้อผ้าดี ๆ มาสักชุดสิ อย่าไปทำให้ตระกูลฉู่ของเราขายหน้าที่อำเภอละ!" พูดจบก็ผลักฉู่เจียงชวน "ลูกพาเธอไปด้วย! อย่าให้หลงทางนะ !"
ถังซีเหมียนกลั้นไม่อยู่พลางหลุดหัวเราะพรืดออกมา เธอรีบกอดแขนแม่สามีแล้วเขย่าไปมา "แม่คะ ทำไมแม่ถึงใจดีจังเลย ก่อนหน้านี้ฉันทำผิดไว้ตั้งเยอะแม่ยังจะช่วยฉันอีก! แม่คือแม่แท้ ๆ ของฉันเลยนะเนี้ย !"
"ไปให้พ้นเลย!" สวี่กว่างเฟินหน้าแดงก่ำแล้วเดินเข้าบ้านไป
ฉู่เจียงหรงกับถังซีเหมียนสบตากันแล้วหัวเราะลั่น
บ้านฉู่มีแค่รถเข็น แต่เพราะร้านสหกรณ์อยู่ไม่ไกลทั้งสองจึงเดินไป
ระหว่างทางก็มีคนมากมายถามเื่ที่ถังซีเหมียนได้งานทำ ทุกคนต่างอิจฉาตาร้อน
ถังซีเหมียนจูงมือฉู่เจียงชวน แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของตัวเองอย่างเปิดเผย
เธอเปลี่ยนไปจริง ๆ
คนในร้านสหกรณ์ยังคงทำตัวเชิดใส่เหมือนในความทรงจำชาติก่อน แต่นั่นไม่ใช่เื่ที่ถังซีเหมียนต้องสนใจ เธอพยายามอดทนสอบถามเื่ผ้าฝ้าย และผ้าใยสังเคราะห์ สุดท้ายก็เลือกผ้าสีขาวที่ดูสะอาดตา
เธอซื้อผ้ามาทั้งหมดเจ็ดฉื่อ ราคาสองหยวนสี่เหมา และจ่ายอีกสองเหมาเพื่อซื้อ ‘เศษผ้าที่ไร้ประโยชน์’ ตามที่พนักงานขายบอก
ไร้ประโยชน์เหรอ…
พอมาอยู่ในมือเธอก็มีประโยชน์แล้ว !
เมื่อกลับถึงบ้านสวี่กว่างเฟินเห็นว่าเธอซื้อผ้าสีขาวทั้งหมด หญิงชราดูไม่ค่อยพอใจนัก "เธอเป็สาวแล้ว ใส่สีสดใสจะดูดีกว่านะ"
"แต่สีขาวดูสะอาดตากว่าค่ะ" ถังซีเหมียนวัดขนาดแล้วเริ่มตัดผ้า "ที่เหลือน่าจะพอทำเสื้อให้น่าน่า ฉันยังซื้อเศษผ้ามาด้วยเดี๋ยวจะทำอะไรสวย ๆ ให้น่าน่าค่ะ !"
สวี่กว่างเฟินมองหญิงสาวพลันรู้สึกอุ่นวาบในใจ และยิ่งเห็นคุณค่าของลูกสะใภ้คนนี้มากขึ้น
"น้าคะ" น่าน่าเดินเข้ามา ค่อย ๆ จับมือถังซีเหมียน "น่าน่ามีเสื้อผ้าแล้ว ไม่เอาหรอกค่ะ"
"น้าอยากให้หนูรับไว้ก็พอจ้ะ" ถังซีเหมียนยิ้มพลางลูบหัวน่าน่า "น้าจะสอนประโยคนึงให้นะ คำว่า ‘ของขวัญจากผู้ใหญ่ ไม่ควรปฏิเสธ’ ของที่คนในบ้านให้ หนูรับไว้ก็พอ! ขอแค่หนูมีความสุขก็พอแล้ว"
ถังซีเหมียนรู้สึกสงสารเด็กคนนี้มาก อายุแค่นี้กลับถูกย่าและพ่อแท้ ๆ ดูถูก น่าน่าไม่สามารถทำหลายอย่างได้ในเวลาเดียวกัน ตอนนี้แม้จะได้ใช้ชีวิตอย่างสงบแล้ว แต่ความไร้เดียงสาในวัยเด็กก็คงยากที่จะหวนคืนมา
ตลอดทั้งบ่าย ถังซีเหมียนและฉู่เจียงหรงต่างยุ่งวุ่นวายจนหัวหมุน พวกเธอต่างช่วยกันตัดเย็บเสื้อผ้า ชุดที่เธอใส่ต้องเข้าเอวหน่อย ส่วนชุดของน่าน่าต้องเพิ่มลวดลายดอกไม้เล็ก ๆ...
"ฝีมือพวกเธอสองคนช้าพอ ๆ กับเท้าของฉันเลย"
"ฝีเข็มก็พอใช้ได้นะ... ถังซีเหมียน อย่าจับเข็มนะ !"
เสียงของสวี่กว่างเฟินดังขึ้นเป็ระยะ
น่าน่านั่งอยู่ที่มุมเตียงมองพวกเธอพลางยิ้ม
ดีจังเลย เธอไม่ต้องถูกตี และไม่ต้องทำงานหนักที่เกินกำลังของตัวเองอีกแล้ว...
วันต่อมา น่าน่าสวมเสื้อสีขาวปักลายผีเสื้อและดอกไม้ พลางหมุนตัวไปรอบ ๆ ลานบ้าน
"น้า! หนูมีเสื้อผ้าใหม่แล้วค่ะ !"
ถังซีเหมียนเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่แล้วเดินออกมา ชุดที่เข้ารูปเล็กน้อยทำให้เธอดูผอมเพรียวและสูงขึ้น
"น่าน่า น้าดูดีไหมจ้ะ ?"
"สวยค่ะ! น้าสวยมากเลย !" น่าน่าวิ่งเข้าไปกอดเธอพร้อมรอยยิ้ม
ฉู่เจียงชวนแบกฟืนเข้ามาในบ้าน มองพวกเธอพลางยิ้ม "เดี๋ยวตอนทำงานก็เปื้อนหรอก"
"ไปไกล ๆ เลย ! ทำไมคุณชอบทำลายบรรยากาศเนี้ย !" ถังซีเหมียนชำเลืองมองเขา แล้วกระซิบข้างหูน่าน่า "พวกเรามีเสื้อผ้าใหม่กันแล้ว รอสิ้นเดือนน้าจะกลับมาซื้อให้พวกเขาด้วย อย่าบอกพวกเขานะ !"
"ได้ค่ะ!" น่าน่ายิ้มจนตาหยี
"สองคนนี้กำลังทำอะไรกันน่ะ" ฉู่เจียงหรงมองลูกสาวอย่างขำ ๆ "เห็นไหม เด็ก ๆ น่ะ ชอบคนสวยกันทั้งนั้นแหละ !"
ฉู่เจียงชวนยิ้มอย่างอ่อนโยนและเอ็นดู ส่วนฉู่เจียงหรงก็หมุนตัวเดินจากไปทันที
เธอทนดูแบบนี้ไม่ได้เพราะขนลุกซู่ไปทั้งตัว !
บ่ายวันอาทิตย์
ฉู่เจียงชวนไปส่งถังซีเหมียนขึ้นรถไปอำเภอ
ครั้งนี้ไม่มีเขามาด้วย แต่ถึงอย่างนั้นถังซีเหมียนก็เดินทางได้อย่างราบรื่น แค่รู้สึกเสียดายที่ไม่มีเขาอยู่ด้วย...
ฉู่เจียงชวนมองรถที่แล่นห่างออกไป จากนั้นก็หันหลังเดินไปยังสถานที่ก่อสร้างใกล้ ๆ
เขายังจำคำพูดของถังซีเหมียนได้ว่าให้หางานที่สบาย ๆ หน่อย แม้จะได้เงินน้อยก็ไม่เป็ไรยังดีกว่าไม่มีงานทำ ข้าวสาลีที่บ้านก็ขายไปแล้วที่เหลือก็เตรียมจะเอาไปโม่เป็แป้ง สำหรับค่าผ่าตัดของน่าน่าแล้วยังห่างไกลอีกมาก
ถังซีเหมียนกลับถึงหอพักได้พบกับเพื่อนร่วมห้อง พวกเธอล้วนมาจากอำเภอ หรือเมืองเดียวกัน บ้างก็จบอนุปริญญา บ้างก็จบปริญญาตรี คนที่วุฒิการศึกษาต่ำที่สุดก็คือเธอ ที่จบแค่มัธยมปลาย
พวกเขามองเธอด้วยสายตาที่ค่อนข้างดูถูก