บทที่ 17
หรือเ้านี่เป็พระเอก?
“ฮ่าๆๆ... ข้าได้ติดอันดับของขอบเขตกงล้อสมุทรแล้ว อยู่ในอันดับที่ 9578” จากนั้นแสงสีขาวก็ลอยขึ้นมาจากหอเทพสถิต ลอยค้างอยู่ตรงหน้าศิษย์กงล้อสมุทร ขั้นกลางผู้นั้น
เขายื่นมือออกมา หมอกจางหายไป นั่นคือผลฉีหลิง คุณภาพลึกลับหนึ่งลูก
บรรดาศิษย์ขอบเขตกงล้อสมุทรรอบๆเห็นดังนั้น ก็อดไม่ได้ที่จะแสดงสีหน้าอิจฉาออกมา ด่าอีกฝ่ายในใจว่าโชคดีจนน่าอิจฉา!
หากมีผลฉีหลิงลูกนี้ ในอนาคตโอกาสที่จะบรรลุขอบเขตเสินเฉียว จะเพิ่มขึ้นอย่างน้อยห้าส่วน
เช่นนี้จะไม่ให้พวกศิษย์ธรรมดาอย่างพวกเขาอิจฉาได้อย่างไร บนลานกว้างรัศมีหมื่นลี้ เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา
มีคนที่ประหลาดใจ ก็ย่อมมีคนที่ผิดหวัง
มีคนที่หัวเราะเสียงดัง ก็มีคนที่สะอื้นเบา ๆ
ร้อยแง่มุมของชีวิตมนุษย์ ล้วนปรากฏ ณ ที่แห่งนี้
เหนือท้องฟ้าหนึ่งพันห้าร้อยจั้ง เมฆและแสงสีแดงลอยคลุ้ง
ชายชราชุดดำผู้หนึ่งถือฝูเฉิน *[1] ฉายแววความยิ่งใหญ่ กับหญิงงามในชุดขนนกสีแดง หน้าผากมีรอยประทับดอกบัว เหาะอยู่ท่ามกลางอากาศ พวกเขามองลงมาด้านล่าง
“เฮอะ ๆ ความรุ่งเรืองที่มีทุก ๆ สามสิบปี ปีนี้ก็ยังคึกคักเหมือนเดิม” ผู้เฒ่าชุดดำลูบเคราพลางหัวเราะ
“ไม่รู้ว่าครั้งนี้จะมีศิษย์ที่ทำลายสถิติปรากฏตัวหรือไม่?”
หญิงงามผู้มีเสียงยั่วยวน แต่สีหน้ากลับเฉยชา
ความยั่วยวน+ความเฉยชา
สองบุคลิกที่ตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิงผสมผสานอยู่ในตัวคน ๆ เดียว ไม่เพียงไม่ทำให้ผู้คนรู้สึกแปลก กลับมีแรงดึงดูดที่แปลกประหลาดยิ่งนัก
ทั้งสองเป็ผู้เฒ่าของยอดเขาไท่ซู่ มีพลังการบำเพ็ญอยู่ในขอบเขตศักดิ์สิทธิ์
พลังมหาศาล กดดันเมฆในรัศมีสามพันจั้งไม่ให้ขยับเขยื้อนแม้นิดเดียว
“ผู้เฒ่าหวง ท่านชอบใครมากที่สุด?” โม่เฟยเหยียนหรี่ตาลงเล็กน้อย ถามเสียงราบเรียบ
ผู้เฒ่าหวงลูบหนวดเครา “ข้าชอบเย่ฝานมากกว่า เด็กคนนี้มีศักยภาพสูงมาก รากฐานการบำเพ็ญแข็งแรง ไม่มีใครเทียบ พร์ ความมุ่งมั่น โชคชะตา ทั้งหมดล้วนยอดเยี่ยม”
“เขาอาจจะได้ขึ้นเสาศิลาเสินเฉียว สิบอันดับแรก”
“สิบอันดับแรก? ไม่ง่ายอย่างนั้นหรอก”
“ห้าครั้งล่าสุดที่เปิดหอเทพสถิต ไม่มีใครติดสิบอันดับแรกของเจ็ดเสาศิลาได้เลย…” โม่เฟยเหยียนส่ายหน้า
ในตอนนั้นเอง หอเทพสถิตส่งเสียงระฆังดังก้องออกมา ทำให้์และโลกสั่นะเื
“คว้าง~”
โม่เฟยเหยียนและผู้เฒ่าหวงมองหน้ากัน
ต่างก็ดีใจยิ่งนัก เสาศิลากงล้อสมุทร มีศิษย์เข้าไปถึงสิบอันดับแรกแล้ว
ทั้งสองหมุนเวียนญาณทัศนะ มองลงไปด้านล่างตรงกลางลานกว้าง ปรากฎหญิงสาวในชุดขาว กำลังถูกห่อหุ้มด้วยแสงสีม่วง
อักขระโบราณขนาดสามสิบจั้ง ปรากฏขึ้นบนตัวหอคอยทีละตัวอย่างแข็งแกร่งและทรงพลัง
“ศิษย์ฝ่ายในยอดเขาเต๋าอวิ๋น ซูหรูเสวี่ย”
“ปีนขึ้น เสาศิลากงล้อสมุทร ชั้นที่ 78 อยู่ในอันดับที่ 7 ของ ศิลากงล้อสมุทร”
“พร์ เซียนกลาง”
“ความเฉลียวฉลาด เซียนบน”
“ความมุมานะ เซียนล่าง”
“จิตใจ ์บน”
“พลังต่อสู้ ์บน”
“สามารถเป็ศิษย์ที่แท้จริงได้"
ลานกว้างไท่ซู่เต็มไปด้วยเสียงฮือฮา
สายตานับไม่ถ้วนจับจ้องมองซูหรูเสวี่ย อิจฉา ริษยา เอาใจ อยากเข้าไปผูกมิตรด้วยมากมาย
ผู้าุโของสำนักเต๋าอวิ๋น ที่ดูเหมือนอายุราวสามสิบต้น ๆ ร้องไห้ด้วยความดีใจยิ่ง
“ศิษย์เอ๋ย เ้าทำได้ดีมาก ข้าในฐานะอาจารย์รู้สึกภูมิใจในตัวเ้ายิ่งนัก!”
“ขอแสดงความยินดีกับท่านผู้อวุโสหยาง”
"ขอแสดงความยินดี ขอแสดงความยินดี"
บรรดาเหล่าผู้อวุโสจากยอดเขาเต๋าอวิ๋นและยอดเขาอื่น ๆ ต่างพากันเข้ามาแสดงความยินดี
“ข้าก็จะต้องติดอันดับสิบในขอบเขตเสินเฉียวเช่นกัน ข้าจะทำให้ระฆังและกลองของหอเทพสถิตดังกึกก้องเช่นกัน!” หนุ่มน้อยในชุดเสื้อคลุมสีเขียว ในมือกำกระบี่แน่น
“เ้าเป็ใคร?” ฉู่ซิวเหลือบมองเขาปราดหนึ่ง
เอ่อ...
หนุ่มน้อยหันหน้าไปทางอื่น ใบหน้าอันงดงามฉายแววประหลาดใจ เมื่อเห็นชัดถึงเครื่องแต่งกายของอีกฝ่าย จึงคำนับเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า “ที่แท้ก็เป็ศิษย์พี่จากยอดเขาอวิ๋นเซี่ย ข้าน้อยมีนามว่าเย่ฝาน”
เมื่อได้ยินดังนั้น หางตาของฉู่ซิวก็กระตุก
‘ชื่อของหมอนี่อย่างกับ ‘พระเอก’! ’
นอกจากนี้ ในสายตาของเขา ร่างของชายหนุ่มที่ชื่อเย่ฝานผู้นี้ถูกห่อหุ้มด้วยปราณสีม่วงจนแทบจะดำสนิท
พลังชะตาของชายผู้นี้...
เหลือเชื่อเกินไปแล้ว?
หรือว่าเ้านี่จะเป็พระเอกจริง ๆ?
ผ่านมาบนโลกนี้นับร้อยปี นี่เป็ครั้งแรกที่ข้าได้พบกับผู้ที่มีโชคชะตาแข็งแกร่งเช่นนี้
“ศิษย์น้องเย่ ยินดีที่ได้รู้จัก ~” ฉู่ซิวยิ้มอย่างอ่อนโยน
“ว่าแต่เ้ารู้จักข้าหรือ ?”
“แน่นอน ได้ยินมาว่าท่านชนะพนันจำนวนมหาศาลที่ยอดเขาเทียนซิงใช่หรือไม่ ?”
“อ๋อ…จริงสินะ”
ฉู่ซิวมีท่าทีอ่อนโยน เขาเริ่มพูดคุยกับเย่ฝานอย่างสนุกสนาน
เย่ฝานคิดในใจว่าศิษย์พี่ฉู่ซิวผู้นี้ มีนิสัยอ่อนโยน เหมาะที่จะเป็สหายยิ่งนัก
ฉู่ซิวเองก็คิดในใจ เย่ฝานผู้นี้ มีนิสัยตรงไปตรงมา เหมาะที่จะเป็คบเป็สหาย
‘อืม~ เป็สหายสนิทเชียวล่ะ! หึหึ!’
หลังจากทิ้งการติดต่อไว้ให้กันและกัน ทั้งสองก็กล่าวลากัน เย่ฝานจะไปปีนหอเทพสถิต ฉู่ซิวก็เช่นกัน
หลังจากแยกย้าย ยังไม่ทันเดินไปถึงสามสิบจั้ง เย่ฝานก็ก้มลงเก็บสิ่งของที่เขาเผลอเหยียบโดนเมื่อครู่
ลืมตามองดู “โอ้โห นี่มันแหวนเก็บของ คุณภาพปฐีนี่!”
ฉู่ซิวที่คอยจับตามองเขาอยู่ พอเห็นดังนั้นก็อดขนลุกซู่ไม่ได้ แต่ก็หันหลังจากไปในที่สุด
“หากอยากควักหัวใจควักปอดดูดซับชะตาของคนผู้นี้ เกรงว่าจะไม่ง่ายซะแล้ว!”
“เว้นเสียแต่ข้าจะมีความได้เปรียบ บดขยี้เขาซะ! ไม่เช่นนั้น เขาต้องสามารถผ่านพ้นวิกฤตไปได้แน่”
พวกที่มีชะตากรรมของพระเอกนี่ ฉู่ซิวเคยเจอมาก่อน ยากที่จะสังหาร ยากจริง ๆ ใน่เวลาสำคัญก็ถึงขั้นะเิพลังได้ จากนั้นก็จะไม่สามารถสังหารได้ อีกฝ่ายก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ แล้วจะกลายเป็ปัญหาใหญ่
ระหว่างที่กำลังคิดเลื่อนลอย เขาได้เข้าไปในหอเทพสถิตแล้ว
นี่คือพื้นที่ที่ปกคลุมไปด้วยหมอกขาว รอบด้านมีเพียงเขาเท่านั้น คลื่นพลังที่มองไม่เห็นกวาดผ่านร่างของเขาไป
ป้ายหยกซึ่งเป็สัญลักษณ์แห่งตัวตนของเขา ลอยออกมาจากถุงเก็บของเอง
เสียงหญิงสาวอันยิ่งใหญ่และเป็กันเองจึงดังขึ้น
“ศิษย์แท้จริงยอดเขาอวิ๋นเซี่ย ฉู่ซิว”
“กงล้อสมุทร ระดับเก้า”
“การทดสอบชั้นที่ 1 เริ่ม!!”
ในชั่วขณะถัดมา
หมาป่าร้าย 3 ตัว ตัวดำสนิท ยาวสองจั้ง สูงครึ่งจั้ง ส่งกลิ่นอายความชั่วร้ายออกมา พวกมันปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า
โฮ่ง~
หมาป่าจ่าฝูง เงยหน้าคำรามยาว พุ่งเข้าใส่ฉู่ซิว อีกสองตัวที่เหลือ จู่โจมจากสองด้าน
“อสูรร้ายขอบเขตกงล้อสมุทรงั้นหรือ!”
ฉู่ซิวไร้อารมณ์ มือขวาชักกระบี่เืหยกออกมา
ลำแสงกระบี่ยาวราวสองจั้งฟาดออกไปอย่างรุนแรง ผ่าหมาป่าจ่าฝูงจากหัวจรดหาง เป็สองซีก เืและอวัยวะภายในกระจายไปทั่ว
สามวันต่อมา ณ หอเทพสถิต ชั้นที่หกสิบเจ็ด
พื้นที่ทั้งหมดมืดสนิท ฉู่ซิวยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ดวงตาปิดเล็กน้อย ประกายสีเือันชั่วร้ายไหลออกมาจากดวงตา ชั้นนี้เป็ภาพลวงตา ทดสอบจิตใจ
ภายในภาพลวงตา
“อยู่ต่อเถิด! ที่นี่คือ์… ข้าจะ…”
ฉู่ซิวไร้อารมณ์ ยกมือขึ้นฟันกระบี่ ตัดศีรษะของหญิงสาวที่งดงามดุจดั่งเทพธิดาทิ้ง
ปัง...
ศพไร้หล่นลงกับพื้น รอบๆ มีศพหญิงสาวไร้หัว ที่มีรูปร่างอันยั่วยวนนับพันนอนอยู่
“ผ่านชั้นที่หกสิบเจ็ด”
ทันใดนั้น ฉากก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง
“การทดสอบชั้นที่หกสิบแปดเริ่มต้นขึ้น”
ชายชราผมขาวถือกระบี่ยาว ชายวัยกลางคนร่างกายกำยำถือค้อนใหญ่ หนุ่มหน้าตาหล่อเหลาถือหอกยาว และเด็กหนุ่มถือมีดสั้นปรากฏตัวขึ้นต่อหน้า
พวกเขาทั้งหมดอยู่ในขอบเขตกงล้อสมุทร ขั้นสูงสุด
“โปรดเลือก… ”
คำแนะนำของหอเทพสถิตยังไม่ทันจบ ฉู่ซิวก็หายตัวไปจากที่เดิมแล้วร่างกายเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ทิ้งเงาไว้เจ็ดเงา...
ฟึบฟึบ~
กระบี่สี่เล่ม!
สี่หัวกระเด็น!
แม้แต่คำแนะนำของหอเทพสถิตก็ยังชะงักไปครู่หนึ่ง
“ผ่าน~”
“การทดสอบชั้นที่หกสิบเก้าเริ่มต้นขึ้น…”
[1] ฝูเฉินคือแส้ขนหางจามรี คนจีนเรียกว่า 拂尘 “ฝูเฉิน” แปลตามตัวอักษรเลย ก็คือ “ไม้ปัดฝุ่น”