เมื่อสายลับหลายหน้าอย่างข้า ข้ามเวลามาเป็นชายาแพทย์ยืนหนึ่ง (นิยายแปล)

    บทที่ 53 ฝีมือยอดเยี่ยม

    สะใภ้หลิวซุ่นเป่าถูกด่าจนหน้าแดงก่ำ นางกดข่มโทสะก่อนจะกลับไปยืนข้างฉู่จวินหลัน ก้มหน้าพูดเสียงเบา “คุณหนูสาม นางไม่ยอมบอก ซ้ำยังด่ากลับอีกเจ้าค่ะ!”

    “หากถามคำเดียวก็ยอมบอกความจริง เช่นนั้นจะมีการสอบสวนไปทำไม”

    “คุณหนูสาม?”

    “ยังต้องให้ข้าสอนอีกหรือว่าควรสอบสวนอย่างไร นางไม่รับ เจ้าก็ถามจนกว่านางจะรับ หากไม่รู้จะสอบสวนเช่นไร ข้าจะไปหาคนที่มีฝีมือกว่านี้มาสอบสวนแทนเจ้า” ฉู่จวินหลันสั่งอย่างไม่ใส่ใจ แล้วลุกขึ้นหันไปสั่งจื่อเยียน “กลับกันเถิด”

    “เจ้าค่ะ” จื่อเยียนก้มหน้ารับคำก่อนเดินตามฉู่จวินหลันออกไป

    สะใภ้หลิวซุ่นเป่า ลวี่หลัว และลวี่ถีต่างตะลึงงัน

    คุณหนูสามหมายความว่าอย่างไรกัน

    ทว่าไช่มามากลับตกตะลึงตาเบิกโพลง รีบลุกขึ้นอย่างไม่อยากเชื่อ ไล่ตามฉู่จวินหลันพลางตะโกนลั่น “เจ้าหมายความว่าอะไร! จะบีบคั้นให้ข้าสารภาพอย่างไม่เป็นธรรมหรือ! ความยุติธรรมอยู่ที่ใด! ข้าไม่ยอม! ข้าไม่ยอม!”

    เมื่อสะใภ้หลิวซุ่นเป่าเห็นว่าไช่มามาด่ากราดก็กัดริมฝีปากแน่น ก่อนจะตัดสินใจเด็ดขาด รั้งแขนเสื้อขึ้นแล้วตรงไปหาไช่มามาทันที จากนั้นหันไปสั่งลวี่หลัวกับลวี่ถีว่า “เข้ามาช่วยข้าเดี๋ยวนี้!”

     

    ภายในห้องนอน

    จื่อเยียนเอ่ยอย่างกังวล “คุณหนูสาม สะใภ้หลิวซุ่นเป่าจะสอบสวนจนไช่มามายอมพูดความจริงได้หรือเจ้าคะ”

    “หากนางอยากสอบสวนย่อมทำได้อยู่แล้ว”

    “ช่างใจดำสิ้นดี! ตัวเองเป็นคนขโมยกำไลแท้ๆ กลับใส่ร้ายป้ายสียัดเยียดความผิดมาให้บ่าว! แต่คุณหนูเจ้าคะ ท่านไม่เคยมอบกำไลให้บ่าวนี่เจ้าคะ”

    ฉู่จวินหลันเห็นท่าทีง้องอนของจื่อเยียนก็อดหัวเราะไม่ได้ “เจ้าคิดว่านางเป็นคนขโมยกำไลของท่านย่าจริงๆ หรือ”

    “หา ไม่ใช่หรือเจ้าคะ” จื่อเยียนเบิกตากว้างทันที

    “แน่นอนว่าไม่ใช่ พวกเขาร่วมมือกันกำจัดเจ้า” ฉู่จวินหลันเอนกายลงบนเตียง หันมากล่าวอย่างเกียจคร้าน “ข้าฉวยโอกาสตอนตรวจค้นของสลับกำไลของข้ากับของท่านย่า พอข้าทุบกำไล ทุกคนต่างหันมาสนใจแต่กำไล จึงไม่มีใครเห็นว่าข้าซ่อนกำไลอย่างไร”

    “หา” จื่อเยียนถึงกับอ้าปากค้าง

    “เช่นเดียวกัน ตอนที่ข้าตบไช่มามา ทุกสายตาต่างจับจ้องที่ฝ่ามือข้า จึงไม่มีใครสังเกตว่าข้าสวมกำไลวงนั้นที่ข้อมือของไช่มามาตั้งแต่ตอนไหน”

    “คุณหนู เช่นนั้นก็เท่ากับใส่ร้ายนางไม่ใช่หรือเจ้าคะ”

    “ใส่ร้าย?” ฉู่จวินหลันหัวเราะเสียงเบา “แล้วตอนที่พวกเขากล่าวหาว่าเจ้าขโมยกำไล คิดจะลงโทษเจ้า เช่นนั้นไม่ใช่การใส่ร้ายหรือ”

    “แน่นอนว่าเป็นการใส่ร้ายเจ้าค่ะ!”

    “ทำไมพวกเขาทำร้ายคนอื่นได้ แต่พวกเราจะโต้กลับบ้างไม่ได้เล่า”

    “คุณหนูทำถูกแล้วเจ้าค่ะ!” จื่อเยียนพยักหน้าแรงราวกับเพิ่งเข้าใจแจ่มแจ้ง

    “ยังเจ็บหน้าอยู่หรือไม่” ฉู่จวินหลันโน้มตัวไปดูใบหน้าของจื่อเยียน “หากเจ็บก็ทายานี้เสีย สามวันก็หายแล้ว”

    จื่อเยียนยิ้มพลางพยักหน้า “คุณหนูวิชาแพทย์สูงส่ง บ่าวได้ใช้ยาที่คุณหนูปรุง ถือเป็นบุญวาสนาที่สั่งสมมาจากชาติก่อนเจ้าค่ะ”

    “ช่างพูดจริงๆ” ฉู่จวินหลันหัวเราะพลางเอานิ้วจิ้มหน้าผากของนาง ทำให้จื่อเยียนหัวเราะคิก

    คืนนั้น หลังจากฉู่จวินหลันตรวจชีพจรให้เซียวซวี่แล้วก็นอนพักแต่หัวค่ำ เช้าวันถัดมาก็ยังคงออกไปเก็บน้ำค้างตามเคย จากนั้นกลับมาคารวะฮูหยินผู้เฒ่าเวลาเดิม

    สะใภ้หลิวซุ่นเป่าตามฉู่จวินหลันไปยังเรือนใหญ่ ระหว่างทางยื่นคำสารภาพที่มีลายนิ้วมือแนบมาให้

    “คุณหนูสาม ไช่มามาสารภาพแล้วเจ้าค่ะ” สะใภ้หลิวซุ่นเป่าก้มหน้าเอ่ยอย่างนอบน้อม “ท่านจะจัดการนางเช่นไรเจ้าคะ”

    ฉู่จวินหลันกวาดตามองคำสารภาพนั้นเพียงชั่วครู่ ก่อนโยนคืนสะใภ้หลิวซุ่นเป่า “เจ้าพาไช่มามาพร้อมคำสารภาพนี้ไปมอบให้อนุหวังเถิด อย่างไรนางก็เป็นคนของอนุหวัง อีกอย่าง ข้าเองก็ไม่มีประสบการณ์ดูแลเรือนใน ไม่รู้ว่าจัดการเช่นไรจึงจะเหมาะสม”

    สะใภ้หลิวซุ่นเป่าถึงกับนิ่งอึ้ง “คุณหนูสาม…”

    แต่ฉู่จวินหลันพาจื่อเยียนมุ่งหน้าไปยังเรือนใหญ่ต่อไปโดยไม่สนใจ

    และเรื่องนี้ถึงหูอนุหวังในที่สุด

    เมื่อเห็นไช่มามาที่ถูกทรมานจนบาดเจ็บทั่วร่าง และสะใภ้หลิวซุ่นเป่าที่ร้องไห้จนทั้งน้ำมูกน้ำตาเต็มใบหน้า อนุหวังก็กัดฟันแน่น เขวี้ยงถ้วยชาลงพื้นจนแตกกระจาย ก่อนจะสะบัดหน้าเดินกลับเข้าห้องด้วยโทสะ

    สะใภ้หลิวซุ่นเป่ากับไช่มามาต่างยืนนิ่ง ไม่รู้ว่าควรทำเช่นไร

    ฉู่เมิ่งอิ๋งเดินตามเข้าไปในห้องอย่างรีบร้อน “ท่านแม่ ท่านอย่าโมโหไปเลยเจ้าค่ะ ตอนนี้ไม่ใช่เวลาโกรธ ต้องรีบจัดการไช่มามาให้เรียบร้อย ฉู่จวินหลันโยนเรื่องนี้มาให้ท่าน ดังนั้นตอนนี้ทุกคนในจวนต่างกำลังรอดูว่าท่านจะจัดการเช่นไร ท่านย่าก็กำลังรอผลอยู่นะเจ้าคะ”

    “ข้าจะไม่รู้ได้อย่างไร” อนุหวังเอามือขาวผ่องที่สวมแหวนทองฟาดลงบนโต๊ะเต็มแรง “ฉู่จวินหลันนางสารเลว เจ้าเล่ห์นัก! นางกำลังบีบให้ข้าจัดการไช่มามา! แต่ลองคิดดูเถิด ไช่มามาติดตามข้ามาหลายปี หากครั้งนี้ข้าลงมือจัดการนาง ต่อไปยังจะมีผู้ใดกล้าติดตามรับใช้ข้าอย่างจริงใจอีก ฉู่จวินหลันคิดจะฉวยโอกาสนี้หักปีกของข้า ทำให้พวกบ่าวรับใช้ไม่อยากภักดีต่อข้าอีกต่อไป!”

    ฉู่เมิ่งอิ๋งสีหน้าฉุนเฉียว “ถุย! นางสารเลวนี่อำมหิตนัก แต่ท่านแม่ หากท่านไม่จัดการไช่มามา เกรงว่าฮูหยินผู้เฒ่ากับท่านพ่อคงไม่พอใจ อีกทั้งไช่มามาเองก็อาจหันกลับมาเล่นงานท่านก็ได้”

    อนุหวังขมวดคิ้วแน่น “ข้าขอคิดให้รอบคอบก่อน เจ้าไปปลอบพวกนางก่อนเถิด”

    ฉู่เมิ่งอิ๋งพยักหน้าแล้วรีบเดินออกไปด้านนอก ใจคิดแต่ว่าคราวนี้ตนกับมารดากำลังเผชิญวิกฤตใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา และทั้งหมดล้วนเป็นเพราะฉู่จวินหลันนางสารเลวผู้นั้น!

     

    ฉู่จวินหลันสวมอาภรณ์สีน้ำเงินอมเขียว เกล้าผมมวยต่ำสองข้าง ถือโอกาสในยามสายที่เรือนเฟิงหย่ายังไม่เปิดไปเยือนด้วยตนเอง

    โฉมหน้างามพิสุทธิ์ของนางทำให้ทั้งเด็กรับใช้กับแม่เล้าที่เพิ่งตื่นตกตะลึง คิดว่านางคงเป็นภรรยาที่มาตามจับชู้เป็นแน่

    แต่แท้จริงแล้วนางกลับมาหาฟู่จือเหิง

    “โธ่ ช่างโชคร้ายเสียจริง” แม่เล้าหันมามองฉู่จวินหลันด้วยแววตาแปลกไป นางเคยเห็นสตรีที่คลั่งไคล้ฟู่จือเหิงมานักต่อนัก แต่ยังไม่เคยเห็นผู้ใดกล้าตามมาถึงสถานเริงรมย์เพื่อรอพบเช่นนี้

    “ใต้เท้าเกาเชิญคุณชายฟู่ไปประพันธ์บทกวีที่จวน เกรงว่าคงพักที่นั่นหลายวัน ยังไม่รู้ว่าจะกลับมาเมื่อไหร่”

    “แล้วคุณชายฟู่พักอาศัยอยู่ที่ไหนหรือ”

    “คุณหนูน้อย ท่านคงไม่รู้กระมัง” แม่เล้ายกมือปิดปากหัวเราะเสียงเบา “คุณชายฟู่พเนจรเร่ร่อนเสเพล ไม่เคยอยู่เป็นหลักแหล่ง เขาอยู่ที่ไหน เกรงว่าแม้แต่ตัวเขาตอนเมาก็ยังไม่รู้เลย”

    ฉู่จวินหลันได้แต่เดินออกจากเรือนเฟิงหย่าด้วยความจนใจ

    คราแรกนางสงสัยว่าฟู่จือเหิงจงใจหลบเลี่ยงตนหรือไม่ พอสอบถามอยู่พักหนึ่งจึงรู้ว่าฟู่จือเหิงไม่มีแม้กระทั่งที่พักในเมืองหลวง!

    แม้เขาจะมีพรสวรรค์ทางด้านประพันธ์บทกวีและวาดภาพล้ำเลิศ เหล่าขุนนางผู้สูงศักดิ์ล้วนถือเป็นเกียรติที่ได้เชิญเขาไปพักอาศัยที่จวนชั่วคราว ฟู่จือเหิงตัวคนเดียวไร้ทรัพย์สินพึ่งพา แต่ก็ใช้พรสวรรค์นี้เลี้ยงชีพมาตลอด นอกจากเหล่าขุนนาง ยังมีพวกสาวงามเลื่องชื่อที่ต่างเต็มใจประเคนเงินทองเพื่อแลกกับรอยยิ้มเพียงนิดของเขา

    “นี่ก็นับว่าเป็นฝีมือเช่นกัน” ฉู่จวินหลันเดาะลิ้นเบาๆ

    สุดท้ายนางจึงต้องให้เด็กขอทานที่เคยซื้อตัวให้เป็นหูเป็นตาช่วยจับตามองว่าฟู่จือเหิงจะออกมาจากจวนใต้เท้าเกาเมื่อไร ส่วนตนก็กลับไปรักษาดวงตาของฉู่หวาถิง และถอนพิษให้เย่อี่เจี้ยนกับเซียวซวี่

    เพียงพริบตาก็ผ่านไปครึ่งเดือน ทว่าฟู่จือเหิงกลับยังไม่ออกจากจวนใต้เท้าเกา และในตอนนี้เรือนของฉู่จวินหลันก็ซ่อมแซมเสร็จเรียบร้อยแล้ว
     


    คล้ายกับเรื่องเมื่อสายลับหลายหน้าอย่างข้า ข้ามเวลามาเป็นชายาแพทย์ยืนหนึ่ง (นิยายแปล) ที่คุณอ่าน

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592