บทที่ 15 เยี่ยม
“บริษัทของเราจะเซ็นสัญญากับอดีตดาราอย่างเธอได้ยังไง รีบ ๆ ออกไปซะเถอะ จะได้ไม่กระทบต่ออนาคตของพวกเรา”
เหยียนซีมองดูพวกเธอที่ยังเด็กและดูดี แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าพวกเธอจะได้รับความนิยม...
เหยียนซีไม่สามารถควบคุมความคิดเห็นของสาธารณชนบนอินเทอร์เน็ตได้ แต่อย่างน้อยเธอก็สามารถรักษาดวงตาให้ไม่ต้องทนมองอะไรที่สกปรกได้ ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถรังแกเธอได้ง่าย ๆ หรอกนะ
“ถ้าเธอ้าที่จะโด่งดัง เธอต้องเรียนรู้ที่จะเป็คนก่อนนะ” เหยียนซีโทรเข้าสำนักงานของไป๋ลั่วฝาน “มีเด็กใหม่หลายคนในบริษัทพูดถึงฉันแทนที่เจียงอวี้เิ ฉันไม่คิดว่าเื่นี้จะดีสำหรับชื่อเสียงของบริษัทนะ หากพวกเขาพูดอะไรไร้สาระในรายการสด การทำงานหนักของคุณอาจไร้ประโยชน์"
“ฉันจะไปเดี๋ยวนี้!” เสียงของไป๋ลั่วฝานดังมาจากอีกฟากหนึ่งของโทรศัพท์
ห้านาทีต่อมา ไป๋ลั่วฝานรีบไปหาเลขาของเขาและประกาศทันที ใน่เวลาสั้น ๆ เด็กใหม่ทั้งสามคนถูกห้ามไม่ให้ทำกิจกรรมใด ๆ
เด็กใหม่ทั้งสามก้มหน้าลงและขอโทษเหยียนซีทันที ใบหน้าของพวกเธอซีดเผือดด้วยความใ
“พี่เหยียนซี ฉันขอโทษ พวกเราผิดไปแล้วค่ะ!”
เหยียนซีเมินพวกเธอและพูดด้วยท่าทางที่ประชดประชัน “ดูเหมือนว่าตอนนี้ใคร ๆ ก็ขี่หัวฉันได้แล้วนะ จะเป็การดีกว่าสำหรับฉันที่จะออกจากวงการอย่างเป็ทางการ แล้วกลับไปรับมรดกของตระกูลเหยียนงั้นสิ อย่างน้อยก็ไม่มีใครกล้าดูถูกฉัน”
เธอไม่เคยชอบเวลาที่ต้องทะเลาะกับคนอื่นเลย แต่ถ้าคนอื่นยืนกรานที่จะรังแกเธอ เธอก็จะไม่ใจอ่อนเหมือนกัน
“เหยียนซี อย่าสร้างปัญหาน่า ผมมีเื่จะรบกวนคุณหน่อย” ใบหน้าของไป๋ลั่วฝานขรึมลงและดึงเธอ "ถึงผู้กำกับเฉินสัญญาว่าจะให้อวี้เิเล่นบทเจินเอ๋อร์ แต่เธอก็ยังแสดงไม่ดีเท่าคุณ ไปสอนเธอหน่อยได้ไหม? ให้เธอได้พูดดี ๆ ต่อหน้าผู้กำกับเฉิน บางทีคุณอาจจะได้รับบทบาทเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ได้”
เหยียนซีระงับโทสะในใจ ดังนั้นเธอจึงไม่พูดอะไรออกมา
ไป๋ลั่วฝานคิดว่าเธอเป็ลูกพลับนิ่มที่คิดว่าจะโดนเคี้ยวง่าย ๆ งั้นสิ! คาดว่าเจียงอวี้เิคงเป็คนนำความคิดนี้มาให้เขาสินะ เธอ้าใช้โอกาสนี้เพื่อทำให้เธอขายหน้า
แต่… ไป๋ลั่วฝานก็พูดมันได้จริง ๆ!
“อวี้เิก็เล่นได้ดีอยู่ ดีสำหรับบริษัทและดีสำหรับผม แต่ผมคิดว่าถ้าคุณสอนให้มันจะดีมาก มันจะเป็ตัวอย่างที่ดีให้กับโลกภายนอกด้วย พวกคุณสองคนเป็ศิลปินของบริษัท ถ้ามีความสัมพันธ์ตึงเครียดเกินไปแล้วคนภายนอกรู้เข้ามันจะไม่ดีนะ”
ไป๋ลั่วฝานทำตามความหมายของเจียงอวี้เิและกล่าวอย่างไม่เป็ทางการ แต่เหยียนซีเห็นด้วยจริง ๆ
“ตกลง พาฉันไปที่นั่นสิ” เหยียนซีเห็นด้วยโดยไม่ลังเล
“ดีมาก ผมรู้ว่าคุณมีน้ำใจมากที่สุด”
น้ำใจ?
เหยียนซียิ้มอย่างเฉยชาและตามไป๋ลั่วฝานเข้าไปในรถ ความมีน้ำใจของเธอมีไว้สำหรับคนที่สมควรได้รับเท่านั้น ไม่ใช่สำหรับคนอย่างเขาและเจียงอวี้เิ
ในเวลานี้ ใครจะแพ้ใครจะชนะนั้นยังไม่แน่ใจเลย?
หากได้เป็นักแสดงสมทบหญิงแล้วจะสามารถเป็ราชินีจอเงินได้เหรอ? ใครบอกเธอกัน?!
ระหว่างทางนั้น ไป๋ลั่วฝานกำลังเล่นโทรศัพท์มือถือของเขา ซึ่งอาจกำลังส่งข้อความถึงเจียงอวี้เิ ส่วนเหยียนซีทำได้แค่มองบนและมองออกไปนอกหน้าต่าง ในเวลาเดียวกันรถก็แล่นผ่านบริษัทของเจียงโม่เฉิน
“ลั่วฝาน ในแง่ของความแข็งแกร่ง ระหว่างฮุยหวงกับต้าฮวา ใครแข็งแกร่งกว่ากัน?”
“นี่… ต้าฮวาเป็บริษัทบันเทิงที่ทรงอิทธิพลที่สุดในปัจจุบันเลยนะ” ไป๋ลั่วฝานตอบอย่างตรงไปตรงมา
ผู้ช่วยของไป๋ลั่วฝานพูดขึ้นที่เบาะแถวหน้าว่า “นายน้อยฝาน เราจะแซงต้าฮวาในปีหน้าอย่างแน่นอนครับ เมื่อคุณอวี้เิมีชื่อเสียงโด่งดัง ทุกอย่างจะไม่เป็ปัญหาอีกต่อไป”
เหยียนซีเพิกเฉยต่อพวกเขา ผู้ชายคนนี้จะไม่มีทางแซงหน้าใครได้ทั้งนั้นแหละ!
ด้วยกลอุบายของพวกเขาแล้วคงเป็ไปไม่ได้ ไม่ว่าจะในอีกไม่กี่ชั่วอายุคนก็ตาม แต่ชั่วขณะหนึ่งเหยียนซีกลับรู้สึกว่าเธอคิดถึงใบหน้าที่หล่อเหลาและไม่ธรรมดานั้น โหยหาความอ่อนโยนและจูบของเจียงโม่เฉินที่มอบให้เธอในคืนหลังจากที่ทั้งสองจดทะเบียนสมรสกัน
เมื่อภาพของเขาปรากฏขึ้นในใจ แววตาของเหยียนซีก็เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
แต่ไป๋ลั่วฝานกลับตรงกันข้าม เขายังคงเอาแต่เกลี้ยกล่อมเจียงอวี้เิ และไม่สนใจเธอเลย!
เมื่อรถขับไปที่สี่แยกถัดไป เหยียนซีก็มองเห็นข้อความที่ยังไม่ได้อ่านบนโทรศัพท์ของเธอ
"ทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว และเปิดภาพได้ทุกเมื่อเลย"
งานของพี่เซี่ยทำให้อุ่นใจจริง ๆ
เหยียนซียังไม่ตอบข้อความของพี่เซี่ย เธอลงจากรถราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น และเดินไปที่ห้องของเจียงอวี้เิ