5 ปีผ่านไปผัวะ !! ผัวะ !! ผัวะ !! ผัวะ !! ผัวะ !! ผัวะ !! ผัวะ !! เสียดาบไม้ฟาดฟันเข้าใส่กัน ก่อนจะกระโดดแยกออกไปคนละทาง ทั้งคู่ต่างใช้ดาบสองมือด้วยกันทั้งคู่
“เช้านี้เราหยุดกันก่อนดีกว่าลูก จะได้เวลาอาหารแล้วเราเข้าบ้านกันเถอะ บ่ายวันนี้พวกพ่อค้าก็จะมากันแล้ว เราจะได้เริ่มงานของเราที่ทำมาหลายปีกันซักที” เอริกบอกกับลูกชายที่รัก
“ครับท่านพ่อ” ผมพิงดาบไม้ไว้และเดินตามท่านพ่อเข้าบ้านไปพลางนึกถึงการเริ่มต้นฝึกของเราที่เริ่มขึ้นเมื่อ 2 ปีก่อน
2 ปีก่อน
ผมกำลังฝึกเพลงดาบ ที่ทำเป็นกิจวัตรประจำวัน ขณะนั้นเองท่านพ่อก็เดินมาเห็นพอดี
“เพลงดาบอะไรน่ะคลาวด์ ดูรวดเร็วดุดันดีนะ แถมพ่อยังมองไม่เห็นจุดบอดด้วย” ผมหยุดการฝึกไว้ทันที
“ครับท่านพ่อ เป็นเพลงดาบที่ผมบังเอิญคิดค้นขึ้นเองครับ” ขอโทษครับท่านบรรพบุรุษที่ต้องแอบอ้าง (เป็นเพียงนิยายเท่านั้นโปรดใช้วิจารณญาณ แต่ก่อนจะเขียนผมก็ลองสืบค้นข้อมูลก่อนแล้วนะครับ ส่วนท่านใดอยากชมสามารถค้นหาได้จาก Youtube โดนค้นหาคำว่า ดาบอาทมาฎ ท่าไม้รำ อยากให้เด็กๆที่อ่านอย่าได้ลืมศิลปะวัฒนะธรรมไทยนะครับ ส่วนเรื่องดาบของไทยยังมีอีกหลายสายนะครับไม่ว่าจะเป็นดาบเจ้ารามก็ดี หรือดาบพุทไธสวรรค์ ขอบคุณครับ)
“อย่างงั้นหรอ เก่งจังเลยนะลูกพ่อ แล้วมันมีกี่กระบวนท่าล่ะเมื่อกี้พ่อดูไม่ออกเลยลูก” ท่านพ่อเอ่ยชมผม
“มีแม่ไม้หลักทั้งหมด 3 กระบวนท่าครับคือ คลุมไตรภพ ตลบสิงขร ย้อนฟองสมุทร ทั้งยังแตกได้อีก 12 กระบวนท่าโดยสามารถพลิกแพลงได้ไม่รู้จบ อีกทั้งยังมีขั้นสูง คือเคล็ดวิชาตัดข้อและเอ็นอีก 27 ท่า และยัง”
หยุด !! หยุด !! หยุด !! ท่านพ่อเอ่ยเบรกผม
“พ่อฟังทันแค่ที่ลูกบอกมี 3 กระบวนท่าแค่นั้น ที่เหลือพ่อฟังไม่ทัน เอางี้เรามาลองสู้กันดีกว่า พ่อขอไปหยิบดาบซ้อมก่อน” ท่านพ่อเดินเข้าบ้านไปส่วนผมได้แต่ยืนเอ๋ออุส่าอธิบายตั้งนานสุดท้ายฟังทันแค่นั้นอ่ะหรอ
ผ่านไปครู่หนึ่งท่านพ่อก็ออกมาพร้อมกับดาบซ้อมของท่าน
“เข้ามาเลยลูก พ่อขอดูฝีมือหน่อย” ท่านพ่อตั้งท่าทันที
ผมค่อยๆสืบเท้าเข้าไปพร้อมเตรียมใช้กระบวนท่าคลุมไตรภพทันที เมื่อเข้าสู่ระยะดาบ ท่านพ่อเป็นคนฟันเปิดฉากเข้ามาที่อกผมทันที ผมตวัดดาบทันที
ผัวะ !! ป้าบ !! โอ๊ย เสียงแรกคือเสียงดาบในมือซ้ายผมที่กันดาบท่านพ่อเอาไว้ได้ ส่วนเสียงที่สองคือเสียงดาบในมือขวาที่ผมฟาดลงที่หัวเข่าของท่านพ่อ โดยที่ตัวผมอยู่ในกระบวนท่านั่งคุกเข่าลงข้างนึง ท่านพ่อกระโดดถอยไปหลายก้าว
“ไม่เลวนี่คลาวด์ เมื่อกี้พ่อประมาทไป” เอริกเอ่ยพลางคิดในใจ เมื่อกี้ไวมากต้องเอาจริงหน่อยสินะไม่งั้นขายหน้าแย่
ผมตั้งท่าเหมือนเดิมส่วนท่านพ่อค่อยๆถือดาบหันปลายชี้มาทางผมก้าวเท้าถอยไปหนึ่งข้างเพื่อปิดจุดอ่อน สองพ่อลูกค่อยๆสืบเท้าเข้าหากันจนอยู่ในระยะฟัน
ครั้งนี้ผมเป็นคนเปิดฉากโจมตีก่อน ผัวะ !! ผัวะ !! ผัวะ !! ผัวะ !! ผัวะ !! ผัวะ !! ผมฟาดไม่ยั้งแต่ดูเหมือนท่านพ่อจะรับไว้และดันกลับมาได้หมด ดูเหมือนผมคงต้องเอาจริงขึ้นอีกระดับ ผมใช้กระบวนท่าออกไปทันที
หงส์ปีกหัก !! ผมฟาดเข้าที่ด้านข้างของดาบเพื่อเบี่ยงดาบออกไปม้วนตัวและฟาดเข้าที่สีข้างของท่านพ่อ
ผัวะ !! โอ้ย !! ท่านพ่อเอามือกุมสีข้าง
“เพลงดาบของลูกนี่ลูกเล่นเยอะจริงๆเลยนะ พ่อตามไม่ทันเลย” ท่านพ่อเอ่ยชมผม
“ครับท่านพ่อ เพลงดาบที่ผมคิดขึ้นถ้าฝึกสำเร็จ สามารถพลิกแพลงกระบวนท่าได้ไม่รู้จบครับ” ผมเอ่ยด้วยความภูมิใจในดาบที่เรียนมา
“พ่อว่าเพลงดาบของลูก ดีกว่าของกองทัพที่สมัยก่อนพ่อเรียนมาอีกนะ” เอริกเอ่ยชมลูกชายพลางคิด นี่ใช่ลูกเรากับนาเดียร์แน่หรออัจฉริยะมากๆ ที่สามารถคิดค้นเพลงดาบร้ายกาจขนาดนี้ขึ้นมาได้ สวรรค์คงรักเค้ามากจริงๆที่ให้เค้าเกิดมาเก่งขนาดนี้ แถมยังเป็นลูกชายข้า ข้าภูมิใจจริงๆ
“เอ่อ....คือว่านะคลาวด์” ท่านพ่อถามผมอ้อมแอ้ม
“ครับท่านพ่อ”
“สะ สะ สะ สะ สอนเพลงดาบของลูกให้พ่อหน่อยได้มั้ย” ท่านพ่อเอ่ยเสียงเบาผมสังเกตเห็นหูท่านแดงมาก
“ฮ่า !! ฮ่า !! ฮ่า !! ได้สิครับท่านพ่อไม่เห็นต้องอายเลย” ผมขำกับท่าทางเขินอายของท่านพ่อ
“ไม่ให้พ่ออายได้ไงเจ้าลูกคนนี้ มันต้องเป็นพ่อสิที่สอนเพลงดาบให้ลูก แต่นี่กลับเป็นพ่อที่ขอให้ลูกสอนให้ ฮึ” ท่านพ่อพูดออกมาเสียงดังพลางสะบัดหน้าหนีไป
ผมกลั้นขำตัวโยน นี่ท่านพ่ออายหรือว่าเขิน หรือยังไงกันแน่อย่างกับผู้หญิงแน่ะ ท่านพ่อมุมนี้ก็น่ารักดี ปกติเห็นท่านพ่อทำแต่งาน แถมชอบทำหน้าเครียดสงสัยโครงการพัฒนาเมืองเราคงจะได้ผลดี ท่านพ่อเลยไม่ค่อยเครียดเหมือนแต่ก่อน
ผมนึกย้อนไปถึงโครงการต่างๆที่ผมเป็นคนคิด และให้ท่านพ่อช่วยออกหน้าทำให้โดยที่เก็บผลผลิตได้ไวที่สุด คือเกลือ เพราะเพียงแค่สร้างกังหันวิดน้ำทะเลให้เสร็จ ก็เป็นอันใช้ได้แล้ว ส่วนที่นาเกลือนั้น เพียงแค่ใช้เวทย์ดินช่วยไม่ถึงวันก็เสร็จสิ้นแล้ว ก็นะปกติชาวบ้านก็ทำนาข้าวกันอยู่แล้ว แถมสัดส่วนน้ำทะเลในนา ที่ผมทำการทดลองมาหลายปี ทำให้สามารถตากเกลือโดยใช้เวลาเพียง 5 วันเท่านั้นก็สามารถเก็บผลผลิตเกลือได้แล้ว
ส่วนต้นมะพร้าวนั้นปีนี้ก็ใกล้จะโตจนใช้ได้แล้ว แต่เมื่อโตจนสามารถออกดอกได้ต้องคอยปาดทิ้งก่อนทุกปี เพราะปีแรกน้ำที่ได้จากดอกมะพร้าวจะรสชาติยังไม่ดีเท่าที่ควร กว่าจะสามารถนำมาใช้ทำน้ำตาลได้คงอีกปีกว่าๆ พวกเรายังมีเวลาเพราะพ่อค้าจะมาในอีก 2 ปีข้างหน้าเราน่าจะมีผลผลิตเพียงพอที่จะจำหน่ายแล้ว
“คลาวด์.....คลาวด์.....คลาวด์....” ท่านพ่อเรียกพลางเข้ามาเขย่าตัวผม
“ครับ” ผมตอบท่านหลังจากรู้สึกตัว
“เหม่ออะไรอยู่เรา เหนื่อยหรอ หรือบาดเจ็บ” ท่านพ่อถามผมอย่างเป็นห่วง
“เปล่าหรอกครับ พอดีผมคิดอะไรนิดหน่อย” ผมยิ้มให้ท่านเพื่อที่จะได้หายเป็นห่วง
“ส่วนเรื่องเพลงดาบผมสามารถสอนให้ได้ครับ แต่ท่านพ่อต้องรับปากผมอย่างนึงก่อน” ผมจ้องตาท่านพร้อมทำหน้าตาจริงจัง
“ได้สิลูก ไม่ว่าลูกขออะไรพ่อจะรับปาก” ท่านจ้องตาผมกลับเช่นกัน
“เพลงดาบของผมห้ามสอนให้คนที่จิตใจไม่บริสุทธิ์เด็ดขาด คนที่จะใช้เพลงดาบนี้ต้องเป็นคนดีเท่านั้นครับ”
“พ่อให้สัญญา เอาแบบนี้เพื่อความสบายใจถ้ามีคนมาขอเรียนกับพ่อ พ่อจะให้คลาวด์เป็นคนสอนเท่านั้นดีมั้ย” ท่านพ่อเอ่ยหาทางออกให้ผม
“เอาแบบนั้นก็ได้ครับ” ผมตอบตกลงเพราะเพลงดาบนี้จะต้องสอนคนที่เป็นคนดีเท่านั้นมีจิตใจที่คิดจะปกป้องบ้านเมืองเท่านั้น
จากนั้นผมก็เริ่มสอนท่านพ่อโดยให้ท่านพ่อถือดาบสองมือเหมือนผม ให้เริ่มตั้งท่าตั้งแต่พื้นฐาน สอนถึงกระบวนท่าต่างๆ จนท่านพ่อเริ่มจำได้บ้างแล้ว
กลับมาปัจจุบัน
หลังจากผมและท่านพ่อรับประทานอาหารเช้าหลังจากฝึกตอนเช้าเสร็จก็แยกย้ายกันไปทำธุระส่วนตัว เพื่อเตรียมตัวไปรับขบวนของพ่อค้าที่จะเดินทางมาถึงวันนี้
ช่วงบ่ายผมและท่านพ่อเดินทางออกมารอที่ประตูเมือง เพราะเห็นท่านพ่อบอกว่าเพื่อนของท่านเดินทางมากับขบวนด้วยเลยจะเดินทางไปรับหน่อย รอไม่นานก็เห็นขบวนพ่อค้าเดินทางมาแต่ไกล ท่านพ่อเดินออกไปรอรับทันทีเพื่อนทันที
“ไงเอริก ไม่เจอกันนานเลยนะ เกือบ ตั้งแต่เจ้าออกจากเมืองหลวงย้ายมาเป็นเจ้าเมืองอยู่ที่นี่ก็ เกือบ 20 ปีแล้วสินะ” เพื่อนท่านพ่อเอ่ยทักทายเสียงดัง
“ไงไอแซค ยังเป็นไอ้บ้าตัวหนวกหูเหมือนเดิม ใช่แล้ว 18 ปีแล้วล่ะ ที่ข้าออกมาจากเมืองหลวง เจ้าแก่ลงไปเยอะเลยนะกลายเป็นตาลุงไปแล้วนี่” ท่านพ่อแซวกลับ เพื่อนท่านพ่อเป็นชายหัวโล้นวัยกลางคน ร่างกายสูงใหญ่ แต่หน้าตาดูใจดี
“เฮอะเจ้าก็ไม่ต่างกัน ตอนข้าได้ยินข่าวเจ้าแต่งงานข้ายังไม่เชื่อเลยไอ้ตัวขี้อายอย่างเจ้า กล้าสารภาพรักกับนาเดียร์ด้วย” เพื่อนท่านพ่อตอกกลับเช่นกัน
“แล้วเด็กข้างๆเจ้านั่น” เพื่อนเอ่ยขึ้นและหันมาทางผม
“นี่คลาวด์ ลูกชายข้าเอง คลาวด์นี่เพื่อนพ่อตั้งแต่สมัยเรียนชื่อไอแซค” ท่านพ่อเอ่ยแนะนำให้ผม
“สวัสดีครับคุณไอแซค ผมคลาวด์ ฟัวร์ เป็นบุตรชายครับ” ผมโค้งสวัสดีเพื่อนท่านพ่อ
“โอ้โตเป็นหนุ่มแล้ว เรียกลุงก็ได้ ปีนี้อายุเท่าไรแล้วเนี่ย”
“ปีนี้ 13 แล้วครับ” ผมเอ่ยตอบลุงไอแซค
“เท่าลูกศิษย์ลุงเลยนะ คลาวด์ก็จะเข้าเรียนที่อาคาน่าเหมือนกันใช่มั้ย” ลุงไอแซคถามผม
“ใช่ครับอีก 2 ปี” ผมพยักหน้าตอบ
“คนอย่างเจ้าเนี่ยนะมีลูกศิษย์ไอแซค ไอคนที่วันๆทำตัวบ้าๆบอๆชอบโวยวาย” ท่านพ่อเอ่ยถามเสียงดัง
“พูดให้มันดีๆหน่อยไอ้เอริก ทำไมข้าจะมีลูกศิษย์ไม่ได้วะ” ลุงไอแซคถกแขนเสื้อขึ้นพร้อมเดินเอาหน้าผากมาชนกับหน้าผากท่านพ่อ
“เฮ้ยๆ ใจเย็นๆ ข้าแค่ถามแล้วไหนลูกศิษย์เจ้าล่ะ” ท่านพ่อพลางดันลุงไอแซคถอยกลับไป
“หลับอยู่ในรถม้าโน่น เดินทางมาเหนื่อยคงเพลีย” ลุงไอแซคชี้ไปด้านหลังขบวนรถม้าที่กำลังต่อแถวเข้าเมืองกันอยู่
“อย่างงั้นหรอแล้วลูกศิษย์เจ้าเป็นลูกหลานใครที่ไหนล่ะ” ท่านพ่อเอ่ยถาม
“ลูกเจ้าอเล็กซ์มันน่ะ” ลุงไอแซคบอกพลางเอามือแคะขี้มูก
“งั้นหรอเจ้าอเล็กซ์ก็มีลูกแล้วสินะ.....อะไรนะลูกเจ้าอเล็กซ์ถ้าอย่างงั้นก็เป็นองค์ห.....” ก่อนท่านพ่อจะพูดจบลุงไอแซคเอามือมาปิดปากก่อน
“ชู่ว !! ข้ากับลูกศิษย์มาในฐานะคนคุ้มกันทุกอย่างเป็นความลับ” ลุงไอแซคบอกกับท่านพ่อ
“ถุ้ยๆ เค็มจริงเมื่อกี้แกเอามือข้างที่แคะขี้มูกมาปิดปากข้าใช่มั้ย หนอย” ท่านพ่อไล่ต่อยลุงไอแซค
“เฮ้ยๆ ใจเย็นๆสิวะ ข้าลืมตัวไป ฮ่าๆๆๆ” ลุงไอแซควิ่งหนีเป็นเด็กๆพลางหัวเราะ
“เอ่อ ท่านพ่อลุงไอแซค งั้นผมขอเข้าไปที่ตลาดเพื่อเตรียมตัวทำตามแผนก่อนนะครับ” ผมเอ่ยขัดจังหวะทั้งคู่ทันที
“ได้เลยลูกพ่อขออัดไอเจ้าบ้านี่ก่อน” ท่านพ่อหันมาตอบผม จากนั้นผมก็เดินเข้าไปในเมืองทันที
แฮ่ก !! แฮ่ก !! เสียงชายวัยกลางคนหอบหลังจากวิ่งไล่ต่อยกันอยู่สักพัก
“ท่านอาจารย์ทำอะไรกันคะ” เสียงจากเด็กผู้หญิงตัวเล็กผมเงินเดินเข้ามาถามไอแซค
“แฮ่ก แฮ่ก ไม่มีอะไรองค์หญิงแค่ทักทายตามประสาเพื่อนเก่า ส่วนข้างๆกันนี่ชื่อเอริก เป็นเจ้าเมืองบาร็อคแห่งนี้” ไอแซคตอบเด็กสาวผมเงินพลางแนะนำให้รู้จักกับเอริก
“ท่านอาจารย์เราเดินทางมาเป็นความลับนะเรียกแค่ชื่อข้าก็พอ” เธอกล่าวดุไอแซค
“โทษทีข้าเผลอไป แหะๆ” ไอแซคเกาหัวพลางยิ้มแห้งๆ
“สวัสดีค่ะท่านเอริก ข้าชื่อ ฟิโอน่า เดอ เอสเตลล่า เรียกข้าว่าฟีน่าก็ได้ค่ะท่านลุง ท่านพ่อมักจะเล่าเรื่องของท่านให้ข้าฟังบ่อยๆ” ฟิโอน่า หรือองค์หญิงฟีน่าถอนสายบัวอย่างงดงามให้กับเอริก
“ยินดีที่ได้พบครับ องค์หญิงฟีน่า” เอริกพลางคุกเข่าลง
“ลุกขึ้นเถอะค่ะเดียวจะผิดสังเกต แล้วเรียกเราว่าฟีน่าก็พอ ลุงเอริกเป็นเพื่อนของท่านพ่อแถมยังเป็นเพื่อนกับท่านอาจารย์อีก” ฟีน่าพลางพยุงเอริกลุกขึ้น
“งั้นขอเรียกว่าหนูฟีน่าแล้วกันเวลา อยู่ที่นี่ เชิญที่ไปพักที่บ้านลุงก่อนนะหนูฟีน่า” เอริกชวนฟีน่ากลับบ้าน
“ค่ะ” ฟีน่าพนักหน้าตอบ
“เฮ้ย เอ็งชวนแต่ลูกศิษย์ข้าไม่ชวน ข้าหรอวะ” ไอแซคเอ่ยท้วงเพื่อนรัก
“มีขาก็เดินไปเองดิวะ” เอริกไม่สนเดินนำฟีน่ากลับบ้านทันที
“เฮ้ยรอข้าด้วยข้าพึ่งเคยมาเมืองเอ็งจะรู้จักบ้านเอ็งได้ยังไงวะ” ไอแซควิ่งตามทันที
ที่ตลาดประจำเมือง
“ทุกคนจำได้นะครับว่าต้องทำอย่างไรบ้าง” ผมพูดย้ำแผนการกับชาวบ้าน
“ได้แน่นอนนายน้อยคลาวด์” ชาวบ้านทุกคนเอ่ยตอบ
“เฮ้อ ลุงๆ ป้าๆ ผมบอกกี่หนแล้วเรียกแค่คลาวด์ก็พอ” ผมถอนหายใจ
“ไม่ได้ๆ นายน้อยเป็นลูกของท่านเอริก เลยนะ ถ้าไม่มีท่านทุกวันนี้ข้าคงไม่ได้กินของอร่อยๆ แถมวันนี้ ท่านเอริกยังวางแผนการขายเครื่องปรุงของเราเพื่อนำเงินมาพัฒนาเมืองและจ้างงานอีกด้วย ในอนาคตข้าหวังว่าลูกชายข้าที่เมืองหลวงจะกลับมาอยู่บ้านเกิด ทำงานที่บ้านเกิดของเรา ทีนี้ล่ะ เมืองเราจะได้ไม่ขึ้นชื่อเป็นเมืองบ้านนอกซักที” ลุงคนนึงเอ่ยกับผม
“งั้นเอาที่พวกลุงสบายใจละกัน อย่าลืมนะครับ พอเห็นพวกพ่อค้ามา ก็เริ่มทำอาหารขึ้นชื่อของพวกเราทันที และทอดเครื่องแกงให้หอมๆนะครับ เกณฑ์คนมาทานให้เยอะๆ เลยวันนี้ท่านพ่อผมสนับสนุนวัตถุดิบ พร้อมเครื่องปรุงไม่อั้น ถ้าพ่อค้าเข้ามาถามให้บอกว่าเป็นงานเทศกาลกินฟรีนะครับ” ผมเอ่ยบอกทุกคนอีกครั้ง
“แน่นอนไว้ใจได้เลยนายน้อย”
“ข้าจะโชว์ฝีมือให้คนจากเมืองหลวงกินจนท้องแตกเลยวันนี้”
“ครับ ผมก็มั่นใจว่าพวกพ่อค้าจะต้องชอบและถามถึงรสชาติแน่ๆ ทุกคนก็ช่วยกันนำเสนอเครื่องปรุงของเมืองเราให้พวกพ่อค้าชิมด้วยนะครับ แล้วบอกสามารถติดต่อหาซื้อได้ที่บ้านเจ้าเมือง” ผมเอ่ยย้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ
“ทุกคนพวกพ่อค้ามาแล้ว” เสียงตะโกนบอกจากคนดูต้นทาง
“เอาล่ะครับเริ่มแผนการ เสน่ห์ปลายจวัก ได้แยกย้ายเลยครับ” ผมพลางบอกให้เริ่มแผนการ หึยังไงก็ไม่รอดอาหารที่ทำวันนี้ของโปรดเราทั้งนั้น
จบ...

พิมพ์คำอธิบายที่นี่