ชายแดนแคว้นเหลียงและแคว้นซ่งเป็สองแคว้นที่แข่งขันแย่งชิงความยิ่งใหญ่โดยแคว้นซ่งเป็เมืองที่มีฮ่องเต้คลั่งทำศึกชอบส่งทหารมารุกรานชายแดนเหลียงตลอดเวลาทำให้ชายแดนไม่เคยมีความสงบสุข สู้รบกันมานานหลายปี ในศึกครั้งแม่ทัพใหญ่หยางอี่ถงที่ป่วยลงให้ หยางตงฉวนลูกชาย และหยางฟางผิงลูกสาวที่ปลอมตัวเป็ชายเข้าร่วมสู้รบกับพ่อละพี่ชายั้แ่นางอายุ17 ปี ได้ศึกษาคัมภีร์พิชัยยุทธของตระกูลและฝึกวรยุทธั้แ่เด็ก
“บุก/บุก”แม่ทัพทั้งสองฝ่ายสั่งการให้สองกองทัพเข้าโจมตีกันหยางฟางผิงขี่ม้าสีขาวใช้กระบี่ประจำตัวกวัดแกว่งใส่ศัตรูอย่างไม่ปราณี มีแม่ทัพแคว้นซ่งใช้ง้าวมุ่งจะฟันฟางผิงแต่ฟางผิงหลบหงายหลังไปกับหลังม้าและะโเควี้ยงกระบี่ในลักษณะบูมเมอแรงปาดคอแม่ทัพแคว้นซ่งลงได้เมื่อแม่ทัพสิ้นชีพในสนามรบ กองทัพซ่งก็ล่าถอยกลับไป
“ตามพวกมันไปเลยดีไม่ฟางผิงตอนนี้พวกมันกำลังขวัญกระเจิง”หยางตงฉวนถามน้องสาวตัวเอง
“อย่าเพิ่งปล่อยพวกมันไป บอกทหารเราให้ถอยทัพไปรอที่ค่าย คืนนี้ข้ามีแผน”หยางฟางผิงมองทหารซ่งที่กำลังถอยทัพห่างไปเรื่อยๆ ทหารเหลียงะโประกาศชัยชนะก่อนที่หยางตงฉวนจะสั่งถอนทัพทหารส่วนใหญ่กลับไปยังค่ายบัญชาการทหารแคว้นเหลียงเหลือแต่รองแม่ทัพทั้งสองและทหารฝีมือดี 5-6 คนกำลัง ซุ่มดูค่ายทหารแคว้นซ่ง
“กระโจมซ้ายมือเป็กระโจมของรัชทายาท”หยางตงฉวนได้รับรายงานจากหน่วยข่าวกรอง
“ท่านพี่ไปจัดการคลังอาวุธและเสบียงของพวกมันส่วนข้าจะไปจัดการกับรัชทายาท”หยางฟางผิงบอกแผนการและทุกคนก็แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ตัวเอง หยางฟางผิงที่แต่งกายเป็ทหารซ่งเดินเข้าไปใกล้ๆ กระโจมรัชทายาท เสียงะเิจากคลังอาวุธและเสบียงทำให้ทหารในค่ายเกิดชุลมุน หยางฟางผิงแอบเข้าไปในกระโจมรัชทายามใช้มีดสั้นจี้ไปที่คอของเขา
“องค์รัชทายาทช่วยนิ่งไว้ก่อนข้าแค่อยากจะเจรจาท่านเป็การส่วนตัว”หยางฟางผิงบอกรัชทายาทเสียงเข้ม และเปลี่ยนเอามีดจี้เอวรัชทายาทออกทางหลังกระโจมเข้าไปในป่าด้านข้างของค่ายทหาร
“เ้าเป็ใครทหารทัพเหลียงเหรอ”รัชทายาทถามหยางฟางผิงขณะเดินเข้าไปในป่าเพื่อเดินทางกลับกองบัญชาการกองทัพแคว้นล่วงหน้าให้ทหารคนอื่น ๆ ดักรอต้านทหารทัพซ่งที่จะตามมา
“ใช่ข้ารู้ว่าท่านเองไม่ได้เห็นด้วยกับการทำศึกระหว่างแคว้นเหลียงและซ่งทัพเหลียงเองก็ไม่ได้อยากจะทำศึก เพราะการทำศึกครั้งนี้ทำให้ประชาชนเดือดร้อนมามากพอแล้วทำให้พ่อทิ้งลูกทิ้งเมีย ลูกชายทิ้งพ่อแม่ ”หยางฟางผิงพยายามพูดเกลี่ยกล่อมรัชทายาทให้คิดตามตนเอง
“พวกเ้า้าให้ข้าทำอะไร”
“ถึงค่ายแล้วท่านก็จะรู้เองรีบเดินทางเถอะ”หยางฟางผิงเดินนำรัชทายาทไปถึงกองบัญชาการกองทัพแคว้นเหลียงเมื่อทหารแคว้นเหลียงเห็นชุดทหารแคว้นซ่งก็ใ ถืออาวุธเข้ามาจนหยางฟาผิงปลดหมวกและส่งตราสัญลักษณ์ประจำตัวแม่ทัพให้ทุกคนดู ทุกคนคุกเข่า และเปิดทางให้รองแม่ทัพเข้าในค่ายได้
“ท่านพ่อข้าได้ตัวรัชทายาทมาแล้ว”
“ข้าหยางอวี่ถงขอคาราวะรัชทายาทลู่ไท่ซานแห่งแคว้นซ่ง”หยางอวี่ถง ยืนทำความเคารพรัชทายาท
“ท่านแม่ทัพมีอะไรจะคุยกับข้าถึงกับต้องให้รองแม่ทัพบุกเดี๋ยวเข้าค่ายศัตรูเพื่อไปพาตัวข้ามา”รัชทายาทถามแม่หยาง แม่ทัพหยางหันหน้าไปมองฟางผิงที่ยืนอยู่เป็การส่งสัญญาณให้ออกไปก่อน
“งั้นข้าขอตัวออกไปรอข้างนอก”หยางฟางผิงเดินทางกลับกระโจมที่พักไปเปลี่ยนชุดเอาทหารทัพซ่งทิ้งและเปลี่ยนเป็ชุดของตนเอง
ด้านรัชทายาทแหละแม่ทัพหยางอวี่ถงเริ่มการเจรจาขึ้นหลังจากฟางผิงออกไปแล้ว
“เชิญท่านนั่งก่อน”แม่ทัพหยางและรัชทายาทนั่งลงและเริ่มต้นการเจรจา
“ข้าอยากจะให้เหลียงและซ่งสงบศึกเพื่อปวงประชาของทั้งสองแคว้นพระองค์เห็นว่าเป็อย่างไร”แม่ทัพหยางเริ่มถามความเห็น
“ข้าเองก็ไม่อยากจะทำการศึกแต่เมื่อฮ่องเต้สั่งทุกคนก็ต้องทำ”
“งั้นเหรอแล้วถ้าหากท่านเป็ฮ่องเต้ ท่านยังจะทำศึกหรือไม่”
“ท่านแม่ทัพพูดแบบนี้หมายความว่า?”
“ลู่ไท่หวงโเี้และกระหายแต่าไม่สนใจความเป็อยู่ของประชาชนความยากลำบากนี้หากเป็อยู่แค่ในแคว้นซ่ง พวกข้าก็ไม่อยากยุ่งเกี่ยว แต่ความลำบากนี้ได้ส่งผลต่อประชาชนแคว้นเหลียงทำให้คนเป็พ่อทิ้งลูกเมีย ลูกชายต้องทิ้งพ่อแม่ ประชาชนถูกต้อนมาเป็ทหาร เพื่อรบราในากันมีแต่ล้มตายพ่อแม่สูญเสียลูก ภรรยาสูญเสียสามี ลูกต้องกำพร้าพ่อ พวกข้า้าจะยุติานี้จึงจำเป็ต้องเข้าไปยุ่งกับเื่ราชวงค์ของแคว้นซ่ง”
“พวกเ้าจะให้ข้าก่อฏยึดบัลลังก์งั้นเหรอ”
“ไม่ใช่พวกข้าวางแผนทุกอย่างไว้หมดแล้ว แต่ในระหว่างนี้ท่านต้องอยู่ที่นี่กับพวกเรา”
“เป็ในฐานะเชลยศึก?”
“คิดว่าเป็แขกในกองทัพเราดีกว่าพวกเราจะคอยดูแลท่านอย่างดี เดี๋ยวข้าจะให้คนพาไปที่พัก”
“เดี๋ยวก่อนท่านแม่ทัพ”
“รัชทายาทยังมีข้อสงสัยอะไรอีกเหรอ”
“รองแม่ทัพหยางฟางผิงเป็ลูกท่านใช่หรือไม่”
“ใช่เป็ลูกชายคนเล็กของข้าเอง”
“แต่ข้าดูออกนะว่านางเป็สตรี ท่านนี้เป็พ่อที่สุดยอดมากที่เอาลูกสาวมาเป็ขุนพลเสี่ยงตายในสนามรบ”
“ท่าน...ท่านรู้ได้ยังไง”
“ท่านก็น่าจะรู้ดีว่าอยู่ที่แคว้นซ่งข้าเป็รัชทายาทที่มีชื่อเสียงอย่างไร ข้าไม่เคยสนใจเื่การสู้รบสนใจแค่หญิงงาม ข้ามองก็รู้ว่านางเป็สตรี”
“สายตาพระองค์ไม่ธรรมดาจริงๆ ฟางผิง นางมีฝีมือและสติปัญญาที่เก่งกว่าบุรุษหลายคน และในค่ายแห่งนี้นอกจากข้าและพี่ชายนางไม่เห็นมีใครจะรู้ว่านางเป็สตรี55555 ว่าแต่ทำไมเหรอท่าน้าอะไร”แม่ทัพหยางหัวเราะอย่างสะใจก่อนจะถามรัชทายาท
“ข้าอยากได้นางไปเป็สนมเพื่อแลกกับข้อตกลงครั้งนี้”รัชทายาทบอกความ้าไปตรง ๆ
“ท่าน...แต่ข้าว่านางคงไม่ยอมหรอกนางไม่เหมือนสตรีที่ท่านเคยเจอนางเติบโตในค่ายทหาร จะให้ไปเอาอกเอาใจบุรุษอยู่ในรั้วในวังนางคงจะยอมตายเป็แน่”
“55555แต่ถ้าข้ากล่อมนางได้ หากข้าทำให้นางยอมไปกับข้าได้ ท่านต้องยอมยกนางให้ข้า”
“แต่ข้าคิดว่าคงจะไม่มีวันนั้นเป็แน่ฟางผิงอยู่ข้างนอกหรือเปล่า”
“ข้าอยู่นี้ท่านพ่อ”
“พาองค์รัชายาทลู่ไท่ซานไปพักที่กระโจมรับรองของกองทัพเรา”
“ขอรับเชิญองค์รัชทายาทตามข้ามา”ฟางผิงหันไปบอกรัชทายาทก่อนเดินนำออกไป
“นี่เ้าฟางผิง ปีนี้เ้าอายุเท่าไรเหรอ”
“ปีนี้ข้าอายุได้20 ปี”
“เ้าไม่คิดออกเรือนบ้างเหรอหรือคิดจะออกเรือนเมื่อไร”
“เอ่อข้า...ข้ายังไม่อยากจะออกเรือน”
“งั้นเ้าไปอยู่กับข้าไม่ ข้าจะให้เ้าเป็สนมเอกของข้า”
“นี่ท่าน!ท่านเข้าใจผิดแล้ว ข้าเป็บุรุษ จะให้ไปเป็สนมท่านได้อย่างไร”ฟางผิงหันไปมองหน้ารัชทายาทด้วยความใทันทีที่พระองค์พูดจบและหาทางเอาตัวรอด
“ข้าไม่ได้รีบร้อนเสร็จภารกิจสงบศึกครั้งนี้ข้าจะมาเอาคำตอบอีกครั้ง ข้าไปละ ฝันดีนะฟางผิง”องค์รัชทายาทใช้มือลูบใบหน้าของนางนางรีบปัดมือออกด้วยความใเขายิ้มออกมาอย่างเ้าเล่ห์ก่อนจะเดินเข้าไปด้านในหลังจากรัชทายาทเข้ากระโจมไปแล้วฟางผิงรีบไปหาแม่ทัพหยางผู้เป็พ่อ
“ท่านพ่อแย่แล้วองค์รัชทายาทนั้นรู้เื่ข้าเป็สตรีไม่ใช่บุรุษ แล้วเขารู้ได้อย่างไรใครบอกเขา”
“พ่อรู้แล้วละเมื่อกี้เขาเพิ่งบอกพ่อเขาบอกว่าเขาช่ำชองเื่ผู้หญิงเขามองเ้าครั้งเดียวเข้าก็รู้แล้วว่าเ้าเป็สตรีและยังขอเ้าเป็เป็สนมเอกด้วย”
“อะไรนะเขาบอกท่านพ่อด้วยเหรอ เมื่อกี้เขาก็เพิ่งพูดกับข้า แล้วข้าจะทำอย่างไรดีท่านพ่อให้ข้าไปตายในสนามรบยังจะดีกว่า”
“555555เ้าไม่ยินยอมใครจะไปบังคับเ้าได้ เ้าเป็ลูกข้าแม่ทัพใหญ่หยางอวี่ถงถ้าเ้าบอกว่าไม่ พ่อก็จะไม่ยอมให้หน้าไหนมาพาเ้าไปเด็ดขาด”
“ท่านพ่อ”ฟางผิงโผเข้ากอดผู้เป็พ่ออย่างมีความสุข
หลังจากการหายตัวไปของรัชทายาทแคว้นซ่งส่งผลให้ฮ่องเต้ซ่งโกรธเป็อย่างมาก ถึงกับประกาศนำทัพออกศึกด้วยพระองค์เองแม้ขุนนางในราชสำนักจะทรงห้ามพระองค์แค่ไหนแต่ความโกรธและการกระหายาทำให้ฮ่องเต้ซ่งไม่ฟังใคร
“อะไรนะรัชทายาทหายไปตั้งหลายวันแล้ว เพิ่งมาแจ้งข่าวข้า สั่งตัดหัวรองแม่ทัพ”
“ไม่ได้นะฝ่าาตอนนี้ไพร่พลเราเหลือน้อยลงทุกที หากพระองค์ยังคงสั่งตัดหัวเหล่าขุนพลอีกกองทัพจะยิ่งลำบาก โปรดพิจารณาด้วยพะยะค่ะ”ขุนนางท่านหนึ่งได้ออกมาคัดค้านคำสั่ง
“โปรดพิจารณาด้วยพะยะค่ะ”ขุนนางทุกคนก็เห็นด้วย
“ข้าจะนำทัพออกไปสู้กับพวกทัพเหลียงเอง”
“ไม่ได้พะยะค่ะมันอันตรายเกินไป โปรดพิจารณาด้วยพะยะค่ะ”
“โปรดพิจารณาด้วยพะยะค่ะ”
“ถ้าใครขืนพูดมากอีกข้าจะจับไปเป็แนวหน้าให้หมด” ขุนนางในท้องพระโรงเงียบกันหมด
“พรุ่งนี้ข้าจะออกนำทัพไปออกรบกับทหารแคว้นเหลียงเอง ให้มันได้รู้กันไปว่ากองทัพของใครแข็งแกร่งกว่ากัน5555555”