ตอน 12 วาสนาจะได้พบพาน
"แต่ข้าไร้วาสนาต่อเ้ามิว่าจะเป็ชาติใดวาสนาของข้าก็จะมีต่อชิงอี้เทียนผู้เดียวเท่านั้น"
"ชิงอี้เทียน....เ้าหมายถึงชิงอี้เทียนองค์รัชทายาทที่สิ้นไปในาเมื่อหลายปีก่อนอย่างนั้นหรือ"
"การตายของเขาในครั้งนี้มิพบศพ ชาวเมืองต่างยังมีความหวังริบหรี่ว่าองค์ชายชิงอี้เทียนยังมีชีวิตรอดอยู่..."
"ทุกคนต่างลือกันว่าหากอยู่ต้องพบร่างหากตายต้องพบศพ"
"เช่นนั้นผู้ที่ต่อยตีข้าทำร้ายร่างกายข้าจนสลบเมื่อครั้งที่เข้ามาแย่งชิงนางไปจากห้องหอของข้าคงจะเป็องค์รัชทายาทชิงอี้เทียนสินะ"
มู่หรงเซียวคิดในใจ
"ที่แท้นางก็คือพระสนมผู้ที่ชาวบ้านลือว่าเป็ตัวประหลาด...เมื่อครั้งนั้นถูกกำจัดออกจากวังหรือว่านางจะมิใช่คนในโลกมนุษย์ มิเช่นนั้นนางคงมีร่างกายที่แก่ชราลงตามวัยแต่สิ่งที่ข้าเห็นอยู่ตรงหน้านี้สภาพของนางยังคงเดิมเหมือนเมื่อหลายสิบปีก่อนไม่มีผิด"
ตงฟางดื่มกินอย่างหนักหน่วงยิ่งนางดื่มมากเท่าไหร่ภาพเหตุการณ์ในคืนนั้นก็ยิ่งผุดขึ้นมาบนหัวของนางทุกทีเป็เหตุการณ์หลังจากที่อี้เทียนบุกไปอุ้มร่างของนางจากหอคณิกาในวันนั้นระหว่างที่หลบฝนในโรงเตี๊ยม ทั้งคู่ร่วมรักกันอย่างเร่าร้อนนั่นเป็ครั้งแรกของนางที่ทำให้นางมิอาจลืมเลือน
ระหว่างที่ดื่มกินกันอยู่นั้นตงฟางเมามากนางหลุดปากพูดออกมาว่า...นางบำเพ็ญเพียรอยู่ที่หุบเขานักพรตเพื่อไขข้อสงสัยของตนเอง มู่หรงเซียวจึงรอจังหวะโอกาสที่จะไขข้อสงสัยนี้ให้กระจ่าง... ระหว่างที่นางมึนเมาจนหลับใหล...
มู่หรงเซียวควบม้าเร็วไปยังหุบเขานักพรต...สิ่งที่ต้องทำให้เขาประหลาดใจยิ่งคือ สิ่งที่อยู่เบื้องหน้าของเขาคือร่างไร้ิญญาของชิงอี้เทียนถูกบรรจุอยู่ในโลงแก้วอย่างดี....
"ระ ระ รัชทายาท"
มู่หรงเซียวใกลัว รีบเผ่นหนี...เขาได้แต่เก็บงำเื่นี้เอาไว้ในใจ...มิกล้าเผยออกไป....
"ข้าได้ยินแต่ข่าวลือที่ผู้คนหาว่านางเป็ตัวประหลาด...แต่ข้าก็ไม่คิดเชื่อข่าวลือ... หรือว่ามันจะเป็เื่จริง"
ระหว่างทางที่มู่หรงเซียวเดินทางลงเขาได้พบนักพรตผู้หนึ่งด้วยเหตุบังเอิญ จึงได้ขอคำชี้แนะจากนักพรตปริศนาท่านนั้น
"ท่านนักพรต ครั้งนี้ได้พบท่านด้วยความบังเอิญนับว่าเป็วาสนา...ข้ามีเื่เดือดเนื้อร้อนใจ อยากได้รับข้อชี้แนะจากท่าน"
นักพรตผู้นั้นมิพูดอะไร ทำได้เพียงยิ้มตอบกลับยื่นสิ่งของบางอย่างให้มู่หรงเซียว
"จงรับสิ่งนี้ไว้"
"สิ่งนี้คืออะไรกัน ท่านนักพรตโปรดชี้แนะ"
"สิ่งนี้คือว่านงู... เ้าจงนำสิ่งนี้เข้าใกล้ร่างของนาง...นางจะเผยร่างจริงออกมา"
"ท่านรู้ได้อย่างไรว่าข้าคับข้องใจเื่อะไร"
"ฮ่าๆ..."
นักพรตเฒ่าหัวเราะเสียงดัง ก่อนที่จะหายไปต่อหน้าต่อตามู่หรงเซียว
มู่หรงเซียวใกลัว
"หุบเขานี้ช่างแปลกประหลาด น่าหวาดกลัวยิ่งนัก มู่หรงเซียวไม่รอช้ารีบควบม้ากลับไปยังหอคณิกาของตน
"เอาล่ะข้ามาได้ทันเวลาถือว่านางยังอยู่ในภวังค์หลับใหล... เอาล่ะหวังว่าความจริงที่ข้าคับข้องใจจะกระจ่าง"
มู่หรงเซียว ยื่นว่านงูไปใกล้ร่างของนางแต่ก็ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น...มู่หรงเซียวยิ้มออกมา
"ท่านนักพรต...ที่แท้ท่านก็เป็พวกหลอกลวง..."
มู่หรงเซียวโยนว่านงูทิ้ง....แต่ว่างงูนั้นดันกระเด็นไปโดนขอบเชิงเทียนกระเด็นไปตกอยู่บนตัวนาง....วินาทีนั้นเเองความเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้น...สาวงามที่อยู่ต่อหน้ากลายร่างเป็นางพญางูขาวร่างใหญ่...นอนขดอยู่บนเตียง
มู่หรงเซียว...ใกลัว ตัวแข็งทื่อ ทำอะไรไม่ถูก...เขาค่อยๆเดินถอยออกห่างนางทีละก้าวๆ ทีละก้าว กระทั่งถึงขอบบานประตู... มู่หรงเซียวเอื้อมมือจะเปิดประตู...ป้ายผูกเอวของมู่หรงเซียวร่วงหล่นพื้น...ดังเสียงกึกๆ
ทำเอาตงฟางรู้สึกตัว....
"แย่แล้วนางจะตื่นหรือไม่..."
มู่หรงเซียวพยายามทำทุกอย่างให้เงียบที่สุด...เขาก็ยังกังวลใจอยู่ว่านางจะรู้สึกตัวหรือไม่จึงค่อยๆหันหน้าไปดูนางที่เตียงนอน...
"อ๊ะ!!! นางหายไปไหนแล้วล่ะ "
วินาทีนั้น...มู่หรงเซียวกลัวจนแทบจะฉี่ราด... ยิ่งไม่พบงูขาวบนเตียงทำเขาหัวใจแทบวาย... และแล้วเขาก็รู้สึกเหมือนมีบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่้า...จึงค่อยๆแหงนหน้าขึ้นมอง...กลับต้องผงะเมื่อพบงูขาวตัวใหญ่แยกเขี้ยวรอขู่ดูน่าหวาดกลัว...ทำเอามู่หรงเซียวสลบคาที่...
เมื่อตงฟางเห็นมู่หรงเซียวหวาดกลัวถึงขนาดนั้น... นางก็ยั้งมือรีบคืนร่างเป็มนุษย์...ลากร่างของมู่หรงเซียวขึ้นบนที่นอน
"มู่หรงเซียว.... เ้านี่ตัวหนักชะมัด!!!!"
"เอาล่ะถือว่าเ้าเป็สหายที่ดีของข้า...ข้าจะไม่ทำอะไรเ้า..."
ตงฟางเฝ้ารออยู่อย่างนั้นจนกว่ามู่หรงเซียวจะตื่น....
ผ่านไป 1 ชั่วยาม... มู่หรงเซียวลืมตาขึ้นมาสิ่งแรกที่เขาเห็นคือใบหน้าของอวิ๋นตงฟางที่โน้มตัวลงมาจ้องหน้าเขา
"นี่เ้าตื่นแล้วหรือ"
"ย๊ากกกกกกกกกกกกก อ๊ากกกกกกก "
มู่หรงเซียวร้องด้วยความใ.... เขาพยายามจะลุกหนีไปอย่างสุดชีวิตแต่วิ่งอย่างไรก็วิ่งอยู่กับที่
"ว่าแล้ว เป็ไปอย่างที่ข้าคาดคิดไว้...เ้าจะต้องหนีข้าไปอีกคน...ไม่ต้องกลัวหรอก..ข้าไม่ทำอะไรเ้าหรอก"
"ข้าอยากให้เ้าเป็สหายมนุษย์ของข้า คอยรับใช้ข้าจงเป็บริวานของข้า...ตกลงไหม"
วินาทีนั้นมู่หรงเซียวกลัวมาก ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเขาก็จะตอบตกลงไว้ก่อนทั้งนั้น
"คิกๆ ทำไมทำสีหน้าอย่างนั้นล่ะคราวนี้ไม่อยากอยู่กับข้าแล้วหรือไหนเ้าเคยบอกว่าอยากอยู่กับข้าไปชั่วชีวิตยังไงล่ะ"
"นี่ไง...ข้าได้ทำให้เ้าได้สมหวังแล้ว...เ้าจะได้อยู่กับข้าไปชั่วชีวิตของเ้า"
"ชั่วชีวิตที่ข้าหมายถึงไม่ใช่แบบนี้นี่"
มู่หรงเซียว...ต้องกลายเป็บริวารของอวิ๋นตงฟางอย่างจำใจ...
"เอาล่ะ หมดเวลาที่ข้าจะต้องเล่นสนุกในโลกมนุษย์แล้ว...ถึงคราวที่ต้องไปสะสางสิ่งที่ควรสะสางเสียที"
"ดูแลร่างของชิงอี้เทียนบนหุบเขานักพรต...ให้เป็หน้าที่ของเ้าก็แล้วกัน"
อวิ๋นตงฟางหายไปต่อหน้าต่อตา...
"อ๊ะะะๆ ดะดะเดี๋ยวสิทำไมเื่ราวทั้งหมดมันดูเกิดขึ้นเร็วมาก... มาๆไปๆ ข้าสับสนไปหมดแล้ว"
ตงฟางบุกไปยังแดน์ ปรากฏตัวที่เขตม่านอาคมหวงห้ามที่เหล่าเทพเซียนทั้งหลายกำลังร่วมวงผสานพลังรวมให้เป็หนึ่งเดียวกัน ซ่อมแซมแท่นศิลาเทพ
ทันทีที่เทพเซียนเห็นนางปรากฏตัวขึ้น มีท่าทีแปลกประหลาดใจ
"เหตุใดทหารเวรยามมิกระทำหน้าที่ของตนให้ดี....ปล่อยให้นางปีศาจงูเข้ามาที่นี่ได้อย่างไร"
"เมื่อไหร่พวกเ้าจะเลิกเรียกข้าว่าปีศาจงูเสียที....ข้าบอกกี่ครั้งแล้วว่าข้าเป็สัตว์เทพบรรลุขั้นเซียนตั้งนานแล้ว"
"จะประสาอะไรกับทหารเวรยามตัวเล็กๆ...บัดนี้พลังแกร่งกล้า"
"เพียงแค่ดีดนิ้วก็ขจัดพวกเขาได้หมดสิ้น"
"ช่างจองหองเสียจริงต่อให้เ้าบรรลุขั้นเซียนเป็สัตว์เทพแล้วอย่างไร"
"แต่นิสัยของเ้ายังเป็ปีศาจจองหอง โอหังหยิ่งผยอง "
"นี่ไม่ใช่นิสัยของเทพเซียนหรอกนะ"
" ฮ่าๆๆแล้วอย่างไรหรือถึงจะเรียกว่านิสัยของเทพเซียน"
ตงฟางชี้นิ้วไปที่หน้าของมหาเทพอู่หยวน
"ต้องมีนิสัยเป็มหาเทพชั่วแบบนี้นะหรือ...ถึงจะเรียกว่าเทพเซียนขั้นสูง"
"บังอาจ!!! รีบเอามือของเ้าลงเดี๋ยวนี้นะเ้าจะชี้หน้าท่านมหาเทพอู่หยวน แบบนี้ไม่ได้"
" ทำไมข้าจะทำไม่ได้ก็แค่เทพชั่วองค์หนึ่ง"
"ท่านมหาเทพอู่หยวนคุณงามความดีมากมายปกครองค้ำจุนเหล่าแดน์มิให้ถูกรุกราน..เหตุใดเ้าจึงได้เอ่ยว่าท่านมหาเทพของเราชั่วร้าย"
" เ้าลืมไปแล้วเหรอ ข้ากับเขามีความแค้นต่อกันเมื่อ 1,000ปีก่อน เขาทำให้ข้าหมดสิ้นพลังตบะ ไม่สามารถคืนผงาดได้อีก"
" แต่บัดนี้นับว่า์ยังเมตตา ข้าฟื้นคืนพลังทั้งหมด "
"บัดนี้หวังจะต่อกรกับเขาให้จงได้ "
พูดจบ ตงฟางพุ่งตรงเข้าไปหาอู่หยวนหวังที่จะทำร้าย
เซียนทั้งหลายที่เห็นเช่นนั้น รีบเข้ามาคุมตัว ปกป้องอู่หยวน
"ร้ายกาจนักเ้างูชั่ว เ้าคิดว่าเ้าเป็ผู้ใดกัน"
"แน่นอน...คนอย่างข้ามิต้องรอให้ผู้ใดมาสั่งสอนข้า"
"จงหลบไปซะพวกเซียนน้อยๆ อย่าทำให้ข้าต้องเสียเวลาพวกเ้ามิใช่คู่ที่จะประมือกับข้าได้"
อู่หยวนยังคงนิ่งเงียบไม่พูดอะไรมานาน
กระทั่งอู่หยวนพูดขึ้นว่า
"พวกเ้าหยุดเถิดปล่อยให้นางได้แสดงฝีมือของนางเสียหน่อย "