บทที่ 30 ใส่กับข้าวกลับมาเต็มกล่อง (รีไรต์)
หลินเนี่ยนไม่ให้โอกาสครอบครัวของหัวหน้าหมู่บ้านได้เอ่ยปากพูด เธอเบียดเสียดนั่งลงได้ก็เอ่ยปากพูดขึ้นว่า “ขอบคุณนะคะหัวหน้าหมู่บ้านที่เชิญฉันกับหลิวหย่งหนานมากินข้าว!”
“คนที่หน่วยยุวชนต่างพูดกันว่าหัวหน้าหมู่บ้านจงใจไม่แจกจ่ายอาหารให้ฉันกับหลิวหย่งหนานเพราะกำลังทรมานพวกเรา ใช้อำนาจข่มเหงพวกเรา!”
“แต่ฉันไม่ได้คิดแบบนั้นนะคะ!”
“ฉันคิดว่าหัวหน้าหมู่บ้านไม่ยอมแจกจ่ายอาหารให้พวกเราสองคน เป็นเพราะอยากเชิญพวกเราสองคนมากินข้าว แต่พูดออกไปแล้วพวกเขาไม่เชื่อต่างหาก!”
“เดี๋ยวเรากลับไปหลังกินข้าวเสร็จ ต้องเอาความจริงไปฟาดหน้าพวกเขาแรง ๆ ซะแล้ว เอาให้พวกเขาพูดไม่ออก เอาให้รู้สึกละอายต่อความใจแคบของพวกเขา!”
“ฉันคิดว่าหัวหน้าหมู่บ้านของหมู่บ้านเราน่ะ ความคิดจิตสำนึกสูงกว่ายอดเขาจูมู่หล่างหม่า*[1]เสียอีก กลับไปฉันต้องเขียนจดหมายชื่นชมส่งไปในเมืองซะแล้ว ตั้งใจชื่นชมความก้าวหน้าในพฤติกรรมการปกป้องดูแลยุวชนของหัวหน้าหมู่บ้านเปา ให้หัวหน้าหมู่บ้านคนอื่นเอาคุณเป็นเยี่ยงอย่าง และตั้งใจปฏิบัติตาม!”
ระหว่างที่พูดอยู่ หลินเนี่ยนก็คีบอาหารใส่เข้าไปในกล่องข้าวของตัวเองไม่น้อย มิหนำซ้ำยังหยิบหมั่นโถวสองชิ้นใส่ลงไปในกล่องข้าวด้วย
เปาเซี่ยงตั่งที่ฉงนงงงวย
‘ขอบคุณมาก!’
แล้วเขาจะพูดอะไรได้
บอกว่าเซียวหลานเป็นคนไปแจ้ง เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเขา
แต่เขาจะโทษเซียวหลานได้เหรอ
ไม่ได้น่ะสิ!
ถ้าทำให้คนอื่นเสียหาย เขาก็จะเสียหายไปด้วย!
“ผู้หญิงอย่างเธอทำไมถึงได้...” ลูกสะใภ้ของหัวหน้าหมู่บ้านเดือดดาลขึ้นมาแล้ว
มาปล้นของกินบ้านเธอ นี่มันเป็นคนยังไง
เปาเซี่ยงตั่งรีบพูดแทรกลูกสะใภ้ของตน แย่งหัวข้อสนทนาของเธอไป “สหายหลินเนี่ยน จดหมายขอบคุณน่ะช่างมันเถอะ ฉันชอบทำงานในหน้าที่ของตัวเองอย่างสงบ ๆ มากกว่า”
“เธอเป็นลูกหลานของผู้สละชีพ กองของเราปฏิบัติต่อลูกหลานของผู้สละชีพเป็นพิเศษอยู่แล้ว เชิญเธอมากินข้าวสักมื้อก็เป็นเรื่องเล็กน้อย ไม่ควรค่าให้โอ้อวดหรอก!”
ไม่กล้าให้เธอเขียนจดหมายขอบคุณ หากจดหมายขอบคุณนี้ถูกส่งไปถึงในเมือง หัวหน้าหมู่บ้านอื่นได้เกลียดเขาตายแน่
หลินเนี่ยนคนนี้ ถ้าคุณบอกว่าเธอเป็นเสี้ยนหนาม เธอก็จะลื่นไหล ถ้าคุณบอกว่าเธอเป็นปลาหนีชิว ทั้งตัวเธอก็จะเป็นหนาม ไม่ยอมเสียเปรียบเลยแม้แต่น้อย ทิ่มแทงคนสุด ๆ
“ไอ้หยา งั้นก็ต้องขอบคุณการต้อนรับอย่างอบอุ่นของหัวหน้าหมู่บ้านด้วยนะคะ คุณช่างเป็นคนดีจริง ๆ!”
ครั้นเห็นกล่องข้าวที่เต็มจนล้นของหลินเนี่ยน เปาเซี่ยงตั่งก็แสดงออกว่าเขาไม่อยากเป็นคนดีเลยสักนิด
“สหายหลิวหย่งหนาน นายลองชิมแฮมกระป๋องนี่ดูสิ รสชาติของแฮมกระป๋องนี่ดีทีเดียว เป็นอาหารกระป๋องแบบพิเศษ ในห้างสรรพสินค้าก็ซื้อของประเภทนี้ไม่ได้!”
“หัวหน้าหมู่บ้านช่างใจดีจริง ๆ ของดีแบบนี้ก็ตัดใจเอามารับรองพวกเราด้วย!”
“นั่นฉันเป็นคนให้เองแหละ หลินเนี่ยน เธอยังมียางอายบ้างไหม” เซียวหลานได้ยินเสียงของหลินเนี่ยนก็พุ่งตัวออกมาจากห้อง อาหารของเธอจัดไว้กินเพียงลำพัง เธอไม่อยากกินข้าวร่วมโต๊ะกับชาวบ้าน ฉะนั้นเมื่อลูกสะใภ้ของหัวหน้าหมู่บ้านทำกับข้าวเสร็จก็ยกไปส่งให้เธอในห้อง
แต่เมื่อได้ยินว่าหลินเนี่ยนมากินข้าวถึงที่ก็ทำเอาเธอโกรธขึ้นมา โกรธจนขมับปวดขึ้นมาในทันใด
กรี๊ดดด!
ไร้ยางอายเกินไปแล้ว!
เธอหยิบแฮมกระป๋องออกมาไม่ใช่เพื่อให้หลินเนี่ยนกินได้อย่างสบายใจ แต่เพื่อให้หัวหน้าหมู่บ้านมอบอาหารส่วนที่เหลือจากการแจกจ่ายยุวชนใหม่มาให้เธอ!
ผลสุดท้ายล่ะ
เธอให้หวงอวี้เฟิ่งไปวิ่งเต้น หวงอวี้เฟิ่งที่เข้าใจความคิดของเธอดีจึงตั้งใจทำให้หลินเนี่ยนกับหลิวหย่งหนานตกหล่น แต่สุดท้าย...สุดท้ายแฮมกระป๋องที่เธอเอาออกมากลับตกไปอยู่ในท้องของสองคนน่ารำคาญนี่!
แล้วจะให้เธอทนได้ยังไง
หลินเนี่ยนราวกับไม่ได้ยินเซียวหลานด่า เธอพูดขึ้นพลางยิ้มตาหยี “ที่แท้สหายเซียวหลานก็เป็นคนให้นี่เอง สหายเซียวหลานนี่เยี่ยมไปเลย ฉันคิดว่าครอบครัวของหัวหน้าหมู่บ้านจะมั่งคั่งกว่าครอบครัวของชาวบ้านซะอีก ที่แท้สหายเซียวหลานก็เป็นคนให้นี่เอง”
“สหายเซียวหลานมีคุณธรรมสูงส่ง แฮมกระป๋องนี่คงไม่ได้เอามาติดสินบนหัวหน้าหมู่บ้านหรอกใช่ไหม อีกอย่างหัวหน้าหมู่บ้านเป็นข้าราชการตงฉิน รับสินบนของเธอไม่ได้หรอก”
“พอพูดขึ้นมาแล้ว สหายเซียวหลานคงรู้ว่าหัวหน้าหมู่บ้านจะเชิญฉันกับหลิวหย่งหนานมากินข้าวสินะ เพราะงั้นก็เลยเอาของดีที่ตัวเองเก็บรักษาไว้อย่างทะนุถนอมออกมา ฉันจะจำน้ำใจส่วนนี้เอาไว้ให้ขึ้นใจ!”
เปาเซี่ยงตั่ง “!!!”
ครอบครัวของหลินเนี่ยนคนนี้มีคนเป็นข้าราชการอยู่ในคณะกรรมการหรือเปล่า ไม่อย่างนั้นเธอจะเล่นเรื่องการโยนความผิดให้คนอื่นได้อย่างยอดเยี่ยมแบบนี้ได้ยังไง
มั่งคั่งกว่าชาวบ้านเอย ติดสินบนเอย เขาฟังจนอกสั่นขวัญแขวนหมดแล้ว!
เซียวหลานอยากพูดว่าเพ้อเจ้อ ทว่ากลับถูกสื่อเหอผิงขวางเอาไว้ “สหายหลินเนี่ยนพูดถูก หลานหลาน เธอกลับไปกินข้าวที่ห้องเถอะ!”
“กิน ๆๆ นี่นายเป็นหมูหรือไง ตั้งแต่เช้ายันเย็นรู้จักแต่กิน!” พูดจบเธอก็สะบัดมือของสื่อเหอผิงออกอย่างแรง จากนั้นก็เหยียบเท้าเขาหนัก ๆ ไปหนึ่งที แล้วกลับห้องไปปิดประตูเสียงดังปัง
สื่อเหอผิงยิ้มอย่างอิหลักอิเหลื่อสุด ๆ “พวกคุณค่อย ๆ กินนะครับ สหายเซียวหลานก็นิสัยแบบนี้แหละครับ...”
หลินเนี่ยนพูดขึ้นพลางยิ้มตาหยี “ฉันเข้าใจ ๆ ลำบากคุณแล้วนะ ยุวชนสื่อ!”
‘ลำบาก’
เมื่อคำนี้ออกมาจากปากหลินเนี่ยนแล้วช่างฟังดูเสียดสีสุด ๆ อดไม่ได้ที่จะทำให้สื่อเหอผิงหวนนึกถึงความอัปยศอดสูทั้งสองเหตุการณ์บนรถไฟ
เขาเก็บสีหน้าซับซ้อนกลับไป แล้วทักทายสองประโยค จากนั้นก็กลับห้องไป
ขณะนี้เอง หลินเนี่ยนก็จ้องไปยังน้ำแกงไก่ เพียงแค่เห็นชั้นน้ำมันหนา ๆ ในน้ำแกงก็รู้แล้วว่าเป็นแม่ไก่แก่ที่เลี้ยงมานานหลายปีอย่างแท้จริง แต่น่าเสียดายที่เธอไม่อยากใช้ชามในบ้านของหัวหน้าหมู่บ้าน ไม่อย่างนั้นดีร้ายยังไงก็ต้องได้ซดสักสามถ้วย
แต่หลินเนี่ยนไร้ซึ่งความเกรงใจ เลือกน่องไก่ออกมาให้ตัวเองกับหลิวหย่งหนานคนละน่อง
“พวกเราไม่รบกวนการกินข้าวของครอบครัวหัวหน้าหมู่บ้านแล้วค่ะ พวกเรายกกลับไปให้หน่วยยุวชนกินกันดีกว่า ดีเลย จะได้ให้พวกคนที่นินทาพวกนั้นดูให้เต็มตาว่าตกลงแล้วหัวหน้าหมู่บ้านใช้อำนาจข่มเหงพวกเราหรือเปล่า!”
“ต้องให้พวกเขารู้สึกผิดจากใจจริง!”
พูดจบก็พาหลิวหย่งหนานเดินตัวปลิวจากไปราวกับสายลม
เพิ่งจะออกไปจากประตูใหญ่ก็ได้ยินเสียงร้องไห้เสียงแหลมแว่วมาจากในลานบ้าน
ฟังแล้วเหมือนเสียงของเด็ก
“ฮือ ๆๆ...น่องไก่ของหนู! คุณย่าบอกว่าน่องไก่เหลือเอาไว้ให้หนูกิน!”
“ฉันไม่สน! ฉันจะกินน่องไก่!”
“ฉันแค่อยากกินน่องไก่!”
“ฮือ ๆๆ...น่องไก่ของหนู...”
หลิวหย่งหนานอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเสียงดังลั่น
เขามักจะเผยอารมณ์อย่างมีขีดกำจัด แต่การกระทำอันเหนือความคาดหมายของหลินเนี่ยนกลับทำให้เขาอดหัวเราะไม่ได้
“สหายหลินเนี่ยน หลังจากนี้ฉันต้องให้เธอดูแลซะแล้ว!” หลิวหย่งหนานหัวเราะเสร็จก็เอ่ยขึ้น
ความคิดพี่สามสลับกันไปหมดแล้ว จริง ๆ นะ!
พี่สามไปขุดยัยเด็กล้ำค่านี่ออกมาจากไหนกัน
“ได้สิ! วางใจเถอะ ต่อไปนายก็มาเป็นพวกเดียวกับฉันเถอะนะ!” หลินเนี่ยนเองก็รู้สึกดีมาก
เธอพูดต่อไปว่า “ไอหยา หัวหน้าหมู่บ้านคนนี้คบค้าด้วยยาก สหายหลิว ตอนที่นายว่างก็ลองไปถามดูนะว่าในหมู่บ้านมีสหายที่เข้าเป็นพวกได้บ้างไหม!”
หลิวหย่งหนานกระตุกมุมปาก ผู้หญิงคนนี้เจ้าแผนการจริง ๆ!
ทั้งเจ้าแผนการ หน้าซื่อใจคด คิดจะให้เขาไปถามในหมู่บ้านว่าใครคือศัตรูของหัวหน้าหมู่บ้านสินะ
แค่เธอไม่ได้พูดออกมาตรง ๆ
ต่อไปหากเกิดเรื่องอะไรขึ้นมา ปากน้อย ๆ ของเธอคงได้เผยอพูดว่า ‘ไอ้หยา สหายหลิวหย่งหนาน นายเข้าใจเจตนาของฉันผิดแล้ว!’
“ได้ ฉันจะไปถามดู ดูว่าเข้าพวกกับใครได้บ้าง!”
คนที่พี่สามอยากปกป้อง
ไม่ว่าเธอจะสั่งให้เขาทำอะไร เขาก็ต้องทำตามอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง
เมื่อทั้งสองคนกลับถึงหน่วยยุวชน พวกคนที่หน่วยยุวชนก็กินข้าวกันเสร็จแล้ว แต่ละคนล้างกล่องข้าวเสร็จ เมื่อเห็นทั้งสองคนยกกล่องข้าวที่เต็มจนล้นกลับมาก็รู้สึกหิวอีกรอบ
ครอบครัวอะไรกัน มีทั้งน่องไก่เอยมีทั้งแฮมกระป๋องเอย!
“พวกเธอ...พวกเธอไปกินข้าวที่บ้านของหัวหน้าหมู่บ้านมาจริง ๆ เหรอ” หวงอวี้เฟิ่งไม่กล้าเชื่อสายตาตัวเอง เป็นไปได้ยังไง
เซียวหลานอยู่ที่บ้านของหัวหน้าหมู่บ้าน แล้วจะปล่อยให้หลินเนี่ยนไปหลอกกินหลอกดื่มได้ยังไง
หลินเนี่ยนเชิดคางขึ้นอย่างพึงพอใจ “ถ้าไม่ใช่บ้านของหัวหน้าหมู่บ้านแล้วจะเป็นใครไปได้อีกที่มีของกินดีขนาดนี้”
“ฉันจะบอกพวกเธอให้นะ คนในครอบครัวหัวหน้าหมู่บ้านเป็นมิตรมาก ฉันกับหลิวหย่งหนานจะปฏิเสธน้ำใจก็ไม่ได้! จนปัญญาสุด ๆ หัวหน้าหมู่บ้านให้มาเยอะเกินไป พวกเราเองก็รู้สึกผิดอยู่บ้างเหมือนกัน!”
“ฉันกับหลิวหย่งหนานจะทุ่มเทความกระตือรือร้นอย่างท่วมท้นไปกับการก่อสร้างหมู่บ้านชนบท จะไม่ทำให้ความเอาใจใส่ของหัวหน้าหมู่บ้านในส่วนนี้ต้องเสียเปล่าเป็นอันขาด!”
[1] ยอดเขาจูมู่หล่างหม่า คือ ยอดเขาเอเวอร์เรสต์