บทที่ 32 จดหมายของหวงเสี่ยวเหมย
ลานบ้านเล็ก ๆ เต็มไปด้วยปราณิญญา
หวงเสี่ยวเหมยนั่งบนเก้าอี้ในลานหิน ขณะอ่านจดหมาย
พ่อแม่ส่งจดหมายฉบับนี้มา เล่าถึงสถานการณ์ล่าสุดในครอบครัว
าระหว่างตระกูลสวีและตระกูลโจวผู้ควบคุมสัตว์ร้ายได้เข้าสู่่ที่ดุเดือดที่สุดแล้ว ซึ่งส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยรอบข้างของเมืองฟาง ตอนนี้ทุกครัวเรือนกำลังพยายามจัดตั้งค่ายกลเพื่อการป้องกันที่ดีขึ้นและซื้อยันต์ป้องกันตัวเอง
แต่สิ่งเหล่านี้มีราคาแพงเกินไป ล่าสุดน้องชายและภรรยาฝึกตนอย่างหนัก แต่ที่บ้านมีหินิญญาไม่เพียงพอ จึงหวังว่านางจะช่วยได้บ้าง ไม่ได้ขอมากมาย ขอแค่หินิญญาห้าสิบก้อนและยารักษาโรคเท่านั้น
เมื่ออ่านจดหมาย หวงเสี่ยวเหมยก็ขมวดคิ้ว “เหตุใดถึง้าหินิญญาเพิ่มอีก?”
นางกำลังฝึกตนอยู่ที่นี่ แม้ว่านางจะได้รับรางวัลจากอาจารย์ และได้รับหินิญญาที่สำนักมอบให้ทุกเดือน แต่มันก็ยังไม่เพียงพอสำหรับการใช้จ่ายของนางเองด้วยซ้ำ
การแข่งขันภายในสำนักนั้นดุเดือดมาก หากการฝึกตนคืบหน้าช้า ก็อาจถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อไม่นานมานี้ นางเพิ่งให้หินิญญาไปสองร้อยก้อน และยาบางส่วน พูดตามหลักเหตุผล แม้ว่าน้องชายจะนำไปแต่งงานกับภรรยาแล้ว มันก็ยังเพียงพอให้ทั้งสองคนใช้อยู่
แม้ว่านางจะพูดไม่ออกเล็กน้อย แต่นางก็ยังคงเตรียมหินิญญาสามสิบก้อน และขวดยาบำรุงปราณิญญา เพื่อส่งให้ครอบครัวของนาง และนางยังบอกด้วยว่า ่นี้นางเองก็ตกอยู่ในสถานการณ์คับขันเช่นกัน หวังว่าน้องชายของนางจะช่วยประหยัดเงินได้บ้าง
เมื่อมาถึงศาลาพักม้า หวงเสี่ยวเหมยก็ส่งจดหมายแบบธรรมดา
เพราะของสิ่งนี้ไม่ได้เร่งด่วน ของบางอย่างที่ส่งกับทางศาลาพักม้า หากมีปัญหาทางนั้นจะชดเชยให้
“สหายหวง บังเอิญว่ายังมีจดหมายอีกฉบับส่งถึงเ้าด้วย”
เ้าหน้าที่รุดเข้ามาขวางหวงเสี่ยวเหมยที่กำลังจะออกไป
“เอ๊ะ?”
หลังจากได้รับจดหมายแล้ว หวงเสี่ยวเหมยก็อ่านแล้วยิ้มทันที มันเป็จดหมายจากสวี่หยาง
ขณะเดินทางกลับ นางแทบรอไม่ไหว อยากจะเปิดจดหมายอ่านเสียเดี๋ยวนี้เลย
ในจดหมาย สวี่หยางเล่าสถานการณ์ล่าสุดของเขา หลังจากที่เห็นว่าเขาทำภารกิจของตระกูลสวีเสร็จสิ้น และได้รับรางวัลเป็ยารวมปราณแล้ว หวงเสี่ยวเหมยก็อดไม่ได้ที่จะดีใจกับสวี่หยางด้วย
“สวี่หยางมีความสามารถมากขึ้นจริง ๆ เขามาถึงขอบเขตกลั่นลมปราณระดับห้าแล้ว ถือว่าไม่เลว”
หวงเสี่ยวเหมยถอนหายใจ จากนั้นเมื่อไล่สายตาอ่านจนจบ นางก็เขียนตอบกลับทันที
……
สามวันต่อมา
สวี่หยางได้รับคำตอบจากหวงเสี่ยวเหมย
หวงเสี่ยวเหมยกล่าวว่ามียาที่เรียกว่ายาเสริมฐานลมปราณ ที่สามารถปรับปรุงปัญหารากฐาน เสริมสร้างเส้นลมปราณและรากฐานให้แข็งแรง ช่วยให้คนบรรลุถึงการเปลี่ยนแปลงได้ง่ายขึ้น
ซึ่งราคาไม่ใช่ถูก ๆ เลย ต้องใช้หินิญญาห้าถึงหกร้อยก้อน
นางบอกว่าสามารถไปถามหาในเมืองสวีเจียฟางได้ แต่หากหาไม่เจอจริง ๆ นางสามารถช่วยซื้อมันจากในสำนัก แล้วค่อยนำมาให้เขาได้เมื่อถึงเวลา
“ไม่เลวเลย!”
หลังจากอ่านจดหมายแล้วสวี่หยางก็ยกยิ้ม พลางนึกในใจว่าการผูกมิตรกับศิษย์ในสำนักมีประโยชน์มากมาย ดูสิว่าเขามองการณ์ไกลเพียงใด เพียงแค่ถามก็รู้วิธีแก้ปัญหาแล้ว
ต้องรู้ว่าไม่กี่วันหลังจากจดหมายถูกส่งมา เขาก็ไปที่ร้านต่าง ๆ เพื่อสอบถาม น่าเสียดายที่แม้แต่คนในร้านลับเล็ก ๆ ก็ยังบอกว่าไม่ค่อยรู้เื่นี้มากนัก
ต่อมาในจดหมาย หวงเสี่ยวเหมยขอความช่วยเหลือจากเขาอีกเื่หนึ่ง นั่นคือเื่น้องชายของนาง หวงเสี่ยวไฉ นางหวังว่าเขาจะช่วยดูว่า่นี้น้องชายของนางได้ฝึกตนอย่างขยันขันแข็งจริงหรือไม่
เมื่อพูดถึงหวงเสี่ยวไฉ แน่นอนว่าสวี่หยางรู้เื่อีกฝ่ายดี เป็เพราะพี่สาวอย่างหวงเสี่ยวเหมย หลายคนจึงประจบประแจงหวงเสี่ยวไฉ ทำให้เขามีมิตรสหายมากมายรอบตัว
ยิ่งมีเพื่อนมาก ก็ยิ่งมีกิจกรรมทางสังคมมากขึ้น จึงมักเห็นเขาไปเที่ยวเล่นในเมืองชั้นในบ่อย ๆ
วันรุ่งขึ้น สวี่หยางไปสอบถามเื่นี้ และพบว่าหวงเสี่ยวไฉเพิ่งเที่ยวเตร่อยู่ในเมืองชั้นในเมื่อเร็ว ๆ นี้ ไม่ใช่เพื่อทำอะไรจริงจัง แต่เพื่อเล่นการพนัน!
มันไม่ใช่แค่การพนันเล็ก ๆ น้อย ๆ เพราะได้ยินมาว่าเขาสูญเสียสินสอดของภรรยาไปจนหมด ทั้งสองจึงขัดแย้งกัน แล้วภรรยาก็กลับไปบ้านเดิมของนางแล้ว
สวี่หยางเขียนอธิบายสถานการณ์ แล้วส่งจดหมายอีกครั้ง
ผ่านไปอีกหลายวัน
สวี่หยางดื่มด่ำไปกับความสุขที่ได้รับจากการพัฒนารากฐานิญญา ความรู้สึกที่เกิดจากปราณิญญาพัฒนาอย่างรวดเร็วนี้ ช่างยอดเยี่ยมจริง ๆ
โดยเฉพาะการที่เขาเพียงแค่กำหนดลมหายใจ ก็สามารถฝึกตนได้ตลอดเวลา
ดังนั้นการทำงานในทุ่งนากับภรรยา กินข้าว ทำอาหาร แม้กระทั่งนอนหลับ ก็ล้วนทำการฝึกได้ทั้งสิ้น
เมื่อเดินออกจากห้องนอน สวี่หยางดูคะแนนพิเศษ ตอนนี้มีทั้งหมด 410 คะแนน
‘เคล็ดวิชาัขับขาน’ ยังไม่ได้เสริมพลัง เนื่องจากยังขาดทักษะ
ตอนนี้มีเพียงเคล็ดปลูกถ่ายิญญาเท่านั้นที่ยังไม่ถึงขั้นปรมาจารย์ หลังจากคิดดูแล้ว สวี่หยางก็ตัดสินใจเสริมพลังทันที!
ใช้ 100 แต้ม
[ชื่อ: สวี่หยาง ]
[คะแนนพิเศษ: 310 แต้ม ]
[ขอบเขตพลัง: ขอบเขตกลั่นลมปราณระดับห้า]
[วิชายุทธ์: เคล็ดหล่อเลี้ยงลมปราณของตระกูลสวีขั้นปรมาจารย์ (คุณลักษณะ: ลมหายใจหล่อเลี้ยงปราณ)]
[วิชายุทธ์: ดัชนีฝังเข็มขั้นปรมาจารย์ (กระตุ้นคุณลักษณะ: เคล็ดดัชนีวิถี)]
[วิชายุทธ์: เคล็ดอำพรางกลิ่นอาย วิชายุทธ์ขั้นปรมาจารย์ (กระตุ้นคุณลักษณะ: ติดตามกลิ่นอาย)]
[เคล็ดวิชา: เคล็ดปลูกถ่ายิญญาขั้นปรมาจารย์ (กระตุ้นคุณลักษณะ: ระดับต่ำเกินไป กระตุ้นคุณลักษณะล้มเหลว)]
[เคล็ดวิชา: เคล็ดวิชาเพลิงวิภาสขั้นสมบูรณ์ (กระตุ้นคุณลักษณะ: ลูกไฟคู่)]
[พลังวิเศษ: ความเป็ะ]
[ความชอบของภรรยาหลินอวี้: 100+8]
……
“นี่มัน…”
เมื่อเห็นคำว่ากระตุ้นคุณลักษณะล้มเหลว สวี่หยางก็พูดไม่ออก
เขารู้ว่าเคล็ดปลูกถ่ายิญญาของตน เป็เคล็ดวิชาที่ฝึกได้ไม่ดีที่สุดแล้ว แต่นี่เป็ครั้งแรกที่เกิดความล้มเหลว
“ดูเหมือนว่าหากข้ามีโอกาสในอนาคต ข้าจะต้องพยายามฝึกฝนเคล็ดปลูกถ่ายิญญาให้ดีขึ้น”
เมื่อปิดระบบแล้วมองหินิญญาอีกครั้ง จำนวนถึงห้าร้อยแล้ว นี่เป็เงินจำนวนมหาศาลที่สุดเท่าที่เขาเคยมีมา
แต่มีหลายสิ่งที่เขาจำเป็ต้องซื้อมากเกินไปในตอนนี้ หินิญญาห้าร้อยก้อนอาจดูเหมือนเยอะ แต่ในการใช้งานจริงก็ยังแทบจะไม่พอ
ในความเป็จริง ด้วยคะแนนพิเศษปัจจุบัน เขาสามารถปลูกโสมหญ้าโลหิตขายได้จำนวนมาก แต่ปัญหาคือสิ่งนี้จะดึงดูดความสนใจของผู้คนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ใน่ไม่กี่วันที่ผ่านมา เขาได้ออกไปขายกับเสิ่นม่านอวิ๋นสองครั้ง แม้ว่าเสิ่นม่านอวิ๋นจะน่าเชื่อถือ แต่พ่อค้าที่ทำการซื้อขายด้วยล่ะ?
เมื่อเวลาผ่านไป ก็เกรงว่าจะเกิดปัญหา
“อืม ในอีกไม่กี่วันข้าจะปลอมตัว แล้วลองไปดูที่อื่น”
วันนี้เป็วันรดน้ำหญ้าหลิงซวี ในขณะที่ทั้งคู่กำลังยุ่งอยู่ เสิ่นม่านอวิ๋นก็มาที่ทุ่ง แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “สหายสวี่ น้องอวี้เอ๋อร์ กำลังยุ่งกันอยู่สินะ”
สวี่หยางหยุดสิ่งที่กำลังทำอยู่ เงยหน้าขึ้นแล้วตอบ “สหายเสิ่นไม่ได้อยู่บ้านทำยันต์หรอกหรือ เหตุใดถึงมีเวลามาที่นี่?”
“ข้ามีข่าวดีสำหรับเ้า ตระกูลสวี้ากลุ่มผู้ปลูกถ่ายิญญา เพื่อเก็บเกี่ยวพืชิญญา ตราบใดที่สามารถทำงานเก็บเกี่ยวให้เสร็จสิ้นได้ ก็จะได้รับค่าตอบแทนเป็หินิญญาสองก้อนต่อวัน”
หินิญญาสองก้อนเท่ากับเศษหินิญญาสองร้อยชิ้น ซึ่งเป็เื่ดีสำหรับผู้บำเพ็ญทั่วไป
หากเป็เมื่อก่อน คงไม่มีโอกาสดี ๆ เช่นนี้แน่
แต่ได้ยินมาว่าดินแดนิญญาถูกโจมตีเมื่อไม่กี่วันก่อน และมีผู้ปลูกถ่ายิญญาจำนวนมากเสียชีวิต เื่นี้ส่งผลให้พืชิญญาในดินแดนิญญาของตระกูลสวีไม่ได้ถูกเก็บเกี่ยวตรงเวลา
หลังจากพลาดฤดูเก็บเกี่ยวไป ปราณิญญาของพืชิญญาจะค่อย ๆ จางหายไป และมันจะส่งผลต่อระยะเวลาในการปลูกพืชิญญาชุดถัดไป ดังนั้นตระกูลสวีจึง้าผู้ปลูกถ่ายิญญาจำนวนมากเพื่อไปที่นั่น
สวี่หยางปฏิเสธโดยไม่ลังเล “ขออภัย ข้ายังมีทุ่งิญญาที่บ้านต้องดูแลน่ะ”
เสิ่นม่านอวิ๋นงุนงง “เ้าสามารถทำเงินจากทุ่งิญญาที่บ้านได้เท่าไหร่กันเชียว?”
สวี่หยางยังคงส่ายหัว
“เ้ากังวลว่าจะเกิดปัญหาหรือ?”
สวี่หยางพยักหน้า “ใช่ ใน่ไม่กี่วันที่ผ่านมา มีผู้ปลูกถ่ายิญญาได้รับาเ็มากนัก”
“เฮ้อ เช่นนั้นก็ไม่เป็ไร ดูเหมือนว่าข้าจะได้ไปที่นั่นคนเดียวเสียแล้ว”
“สหายเสิ่นยังคงทำงานเสริมเป็ผู้ปลูกถ่ายิญญาอยู่อีกหรือ? เ้าไม่ได้จะขัดเกลายันต์ต่อหรอกหรือ?”
“การขัดเกลายันต์ต้องมีความสมดุลระหว่างการทำงานและการพักผ่อน เมื่อก่อนข้าไม่ใช่ผู้ปลูกถ่ายิญญา แต่ด้วยการฝึกตนของข้า ข้าเคยเป็ผู้ดูแลที่นั่นมาก่อน”
นางยิ้มหวาน “เจอกันเดือนหน้า ข้าจะนำของขวัญมาให้เ้ากับภรรยาทีหลัง นี่คือกุญแจประตูหลังบ้านของข้า เมื่อข้าไม่อยู่บ้าน ตอนกลางคืนพวกเ้าจะได้ไปเปิดประตูเองได้”
พูดจบก็หันหลังเดินจากไป
เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกโจมตีในเวลากลางคืน สวี่หยางและหลินอวี้จึงมาพักที่บ้านของเสิ่นม่านอวิ๋นได้หลายวันแล้ว
“หวังว่าสหายเสิ่นจะกลับมาอย่างปลอดภัย” หลินอวี้พึมพำ นางรู้สึกว่าเสิ่นม่านอวิ๋นทำงานหนักมากในฐานะผู้หญิง
โชคดีที่นางแต่งงานกับสวี่หยาง ไม่เช่นนั้นในฐานะมนุษย์ นางก็ไม่รู้ว่าจะอยู่รอดได้อย่างไร
……
สิบวันต่อมา
เมื่อตื่นนอนในตอนเช้า แล้วเห็นเม็ดฝนโปรยปรายลงมาจากบนท้องฟ้า สวี่หยางก็เผยรอยยิ้ม
“ปีนี้ฝนตกค่อนข้างบ่อยทีเดียว ดูเหมือนว่าใน่ปลายปีจะมีการเก็บเกี่ยวอีกครั้ง”
“ใช่แล้ว สามี ข้าเพิ่งไปบ้านพี่เหอมา นางก็บอกด้วยว่าปีนี้จะมีผลผลิตที่ดีแน่นอน”
หลินอวี้เดินเข้ามาพร้อมถือขวดหยกเล็ก ๆ ในมือ ซึ่งเหอฉยงเหลียนมอบให้เพื่อเสริมสภาพร่างกาย และให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว
“พี่เหอให้อะไรเ้าอีกแล้วนั่น?” สวี่หยางยกยิ้ม
“อืม นางสุภาพมาก ตอนแรกข้าไม่อยากรับไว้ แต่นางบอกว่านางรู้สึกขอบคุณพวกเรามาก ที่ส่งเนื้อและผักิญญามา เลยอยากตอบแทนน่ะ”
“อืม ประเดี๋ยวเ้าไปนั่งเล่นที่บ้านนางก่อนก็ได้ ข้าจะออกไปข้างนอกสักพัก”
สวี่หยางสวมเสื้อกันฝน แล้วก้าวลงไปในแอ่งน้ำขัง ขณะระวังภัยรอบตัว
ทันใดนั้นก็มีผู้หญิงเดินร้องไห้เข้ามาหา
“นางนี่เอง! เหตุใดถึงร้องไห้เช่นนี้?”
ปกติสวี่หยางไม่ชอบเข้าไปยุ่งกับเื่น่าเบื่อหน่ายเช่นนี้
แต่คราวนี้เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเดินไปหาผู้หญิงคนนั้น