ตอนที่ 36 โฉมงามประหนึ่งเทพนิยาย (3)
"ท่านต้องการอะไร"
ภายใต้หน้ากากสีดำทมิฬกาติรัสแสยะยิ้มออกมาอย่างภาคภูมิ "บ่อกักเก็บพลังเวทย์ของเจ้าเกิดความเสียหายอย่างรุนแรง ทุกๆเที่ยงคืนเจ้าจะรู้สึกเหมือนเปลวเพลิงนรกแผดเผาทั่วทั้งร่าง เจ้าจึงต้องการสมุนไพรทั้งสามชิ้นนี้เพื่อไปบรรเทาอาการละสิท่า"
อึก...
ลาซิเฟียพลันกลืนน้ำลายคำโตบุคคลผู้สวมหน้ากากทมิฬตรงหน้าเขากล่าวอาการข้างต้นได้ถูกต้องทั้งหมด! อาการเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องที่คนยุคนี้จะล่วงรู้ได้ มันเป็นผลกระทบจาก "ยืมพลังทั่วโลกา" และทักษะนี้เป็นทักษะจากยุคแห่งทวยเทพ!! เป็นไปไม่ได้ที่จะมีคนรู้จักมัน!! ถ้าเขาไม่ได้มาจากยุคตั้งแต่โบราณกาล!! ลาซิเฟียที่อึกอึ้งทำอะไรไม่ถูกเริ่มจะกล่าวอย่างลนลาน "ทะ...ท่านพูดอะไร"
ความจริงแล้วกาติรัสไม่ได้รู้เรื่องพวกนี้ถึงเขาจะมีความรู้เกี่ยวกับทักษะทุกประเภทอย่างล้นหลาม ทว่า เขาไม่ได้รู้ว่าหญิงสาวตรงหน้าใช้ทักษะ "ยืมพลังทั่วโลกา" เนื่องจากเขาแค่มีนัยน์ตาที่พิเศษเป็นดวงตาที่สามารถเห็นออร่าต่างๆ ซึ่งตอนนี้กาติรัสใช้ความสามารถของดวงตา ออร่าบ่อกักเก็บพลังเวทย์ของลาซิเฟียมันพังเกือบยับเยินแค่นี้ก็บอกได้ถึงจุดประสงค์ที่เธอต้องการโอสถสมุนไพรได้แล้ว
มันคงทำใจเชื่อได้ยากที่มีคนเพิ่งจะพูดอาการจากผลข้างเคียงของทักษะที่หายสาบสูญ เขาไปรู้มาจากไหน? ไปรู้มาได้ยังไง
กาติรัสพลันเอ่ยกล่าวอย่างสุขุมเยือกเย็น "ต่อให้เจ้านำโอสถสมุนไพรทั้งสามไปปรุง มันจะช่วยรักษาบ่อกักเก็บพลังเวทย์ของเจ้าได้เพียงแค่ห้าส่วนร้อยแต่หากเจ้าให้ข้ารักษาให้ ข้าจะช่วยเจ้าได้มากถึงสิบส่วนร้อย เจ้าว่ายังไงละ?"
การเข้าแทรกแซงพลังในร่างกายไม่สามารถทำได้บ่อยครั้ง ทุกทุกปีอาจสามารถทำได้แค่ครั้งเดียวเพราะหากแทรกแซงมากเกินไปอาจทำให้สรรพธาตุเข้าแทรกแซง หากถูกสรรพธาตุแทรกแซงเข้ายามใดร่างกายมันผู้นั้นจะระเบิดแตกออกเป็นเสี่ยงๆ หมายความว่าลาซิเฟียสามารถเข้าแทรกแซงพลังเพื่อทำการรักษาตนเองได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น หากพลาดครั้งนี้เธอจะต้องเสียเวลาไปอีกหนึ่งปีเต็ม!! ซึ่งการรักษามีอยู่สองทางเลือกคือการใช้โอสถสมุนไพรและการรักษาโดยผู้ใช้อักขระ ทว่า ผู้ใช้อักขระต่างมีนามขานเรียกอีกชื่อ "หมอเทวดา"
เป็นความจริงที่บ่อกักเก็บพลังเวทย์ของลาซิเฟียบาดเจ็บอย่างรุนแรงและผลข้างเคียงที่น่าสะพรึงกลัวว่านั้นคือการที่ค่าสเตตัสทุกอย่างของเธอแสดงผลออกมาเพียงห้าส่วนร้อย ค่าพลังกายและค่าพลังเวทย์ที่สูงประมาณสองแสนกลับแสดงผลที่ออกมาเพียงหนึ่งหมื่น!! เปรียบในมหาแผ่นดินนี้แล้ว มันแค่แข็งแกร่งกว่าขยะเพียงนิดหน่อยเท่านั้น
ลาซิเฟียพลันเอ่ยกล่าว "ท่านเป็นหมอเทวดาหรือ? ท่านดูไม่มีราศีเลยนะ" น้ำเสียงไม่มีความเชื่อถือเลยสักนิด
หมอเทวดาหรืออีกนามผู้ใช้อักขระ พวกเขาต่างเป็นตัวตนที่หายากมากๆ ไม่ใช่แค่สามารถรักษาโรคร้ายแรงได้เท่านั้นหากแต่พวกเขายังมีทักษะการต่อสู้ที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมากอีกด้วย ทั่วมหาแผ่นดินยังมีผู้ใช้อักขระไม่ถึงห้าคนเลยด้วยซ้ำ
"งั้นข้าก็ไม่มีเหตุผลใดต้องพูดกับเจ้าอีก" กาติรัสกล่าวพลางหันหลังกลับในทันที
นัยน์ตาคู่นั้นสั่นไหวอย่างหวั่นกลัวถึงแม้ลาซิเฟียจะกลัวว่าเขาจะมาหลอกหลวงหากแต่ความกลัวในความอ่อนแอมันมียิ่งกว่า "เดี๋ยว" เสียงดังฟังชัดแต่กลับแฝงไปด้วยความไม่มั่นใจ จะเอาสิ่งใดมาการันตีกว่าบุคคลปริศนาตรงหน้าสามารถกระทำอย่างนั้นได้จริงๆ?
"ข้าอยากคุยกับท่านเป็นการส่วนตัว"
"ย่อมได้"
สิ้นเสียงเด็กหนุ่มบุคคลภายใต้ผ้าคลุมสีน้ำตาลพลันเดินหน้าไปยังทิศตะวันตก กาติรัสทำได้แค่เพียงเดินตามเธอไป ตลอดเส้นทางพวกเขาไม่พูดคุยกันเลยแม้แต่น้อยกระทั่งรูปโฉมใบหน้าก็มิได้แลเห็น เป็นบรรยากาศที่แปลกประหลาดไม่สามารถสัมผัสได้ถึงเจตนาร้ายของผู้สวมหน้ากากทมิฬและก็ไม่สามารถสัมผัสได้ถึงเจตนาที่ดีเช่นกัน ทว่า สิ่งเดียวที่เธอมั่นใจที่สุดคือรังสีฆ่าฟันที่มากล้นเกินคณา ช่างเป็นบุคคลที่น่ายำเกรง หากไม่จับสัมผัสให้ละเอียดรอบคอบคงไม่สามารถสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่มันเอ่อล้นออกมาจากตัวเขาอย่างไม่รู้ตัว ยิ่งค้นหาความตื้นลึกของมันมากเท่าใด ความน่าหวาดกลัวยิ่งกลืนกินจิตใจมากเท่านั้น เป็นรังสีฆ่าฟันที่ลึกล้ำเกินคณาราวกับไม่มีจุดสิ้นสุด
ลาซิเฟียที่สามารถสัมผัสถึงจิตสังหารที่เอ่อล้นออกมาถึงแม้ว่าผู้สวมหน้ากากทมิฬจะไม่ได้ปลดปล่อยมันออกมาเลยก็ตาม
เป็นคนอันตราย... แม้หยั่งรู้ของข้าจะอยู่ในระดับทะลุขีดจำกัด ทว่า สเตตัสของเขาก็ไม่อาจมองเห็นหรือเขาจะเป็นหนึ่งในคนของตระกูลราชาแห่งโลกา?
พวกเขาทั้งสองต่างเดินกันมานานกว่าสิบนาทีเป็นการเดินธรรมดาๆ ไม่ได้เร่งรีบอะไรเลยจนกระทั่งสามารถสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน บริเวณรอบข้างเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นป่าไม้ใบหญ้าในทุกทุกตารางนิ้ว ตลอดระยะเวลาร่วมสิบนาทีในที่สุดผู้สวมผ้าคลุมสีน้ำตาลก็หยุดฝีเท้าลง ปรากฏเป็นสถานที่แห่งหนึ่งมันมีประตูขนาดใหญ่และสูงราวสิบเมตรประดับไปด้วยป้ายอักษรตัวเท่าตึกต่างกอปรไปด้วยคำว่า "พรรคแดนศักดิ์สิทธิ์" ไม่มีผู้ใดไม่รู้จักมันผู้ก่อตั้งคือเจ้าเมืองแดนศักดิ์สิทธิ์ เป็นสถานที่ชุบเลี้ยงเหล่าอัจฉริยะมากฝีมือกล่าวได้ว่าทั่วทั้งหกจักรวรรดิ มันเป็นแหล่งรวมมังกรในหมู่มังกรอย่างแท้จริง
บรรยากาศช่างเงียบงันอย่างบอกไม่ถูก ผ่านมาห้านาทีแล้วที่ไม่มีเสียงการพูดคุยเลยในที่สุดความอดทนของลาซิเฟียก็มาถึงจุดสิ้นสุด หญิงสาวพลันหันขวับก่อนกล่าวอย่างรวดเร็ว "ท่านจะไม่ถามหน่อยหรออย่างเช่น เรามาทำอะไรที่นี่"
กาติรัสไม่กล่าวตอบหนึ่งฝ่ามือพลันจับหน้ากากบนหน้า ทันทีที่ตัวหน้ากากเคลื่อนออก ภายใต้ผ้าคลุมสีน้ำตาลนัยน์ตาทั้งสองต่างเบิกกว้าง คิ้วพลันเลิกสูงขึ้นอย่างห้ามไม่ได้ ปากเริ่มเผยอออกเล็กน้อยอย่างไม่รู้ตัว ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก เสียงจังหวะการเต้นของหัวใจพลันได้ยินขึ้นมาอย่างชัดเจน ฝ่ามือน้อยน้อยเริ่มสั่นระริกๆ บุรุษตรงหน้ากลับเผยโฉมออกมาอย่างไม่รู้สาเหตุ เขาปกปิดตัวเองมาตลอดแท้ๆ ทำไม? เขาเปิดหน้าตัวเองทำไม? ลาซิเฟียที่รู้สึกได้ดังนั้นพลันเกิดความไม่สบายใจ อีกฝั่งของเผยตัวตนแล้วใยตนถึงยังปกปิดอยู่เล่า?
ลาซิเฟียพลันถอดผ้าคลุมที่คลุมศีรษะอยู่ออก ผมสีแพลตตินั่มพลันสยายกว้างยาวลงไปถึงเอว โครงหน้าเรียวรวยและผิวที่ขาวราวกับหิมะ สัดส่วนต่างๆมันเข้ากันแบบสุดๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งหน้าอกที่อวบอิ่ม เป็นความลงตัวที่เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบ นัยน์ตาสีแดงสดส่องประกายราวกับอัญมณีอันเลอค่า ริมฝีปากสีแดงอมพูโดยธรรมชาติเริ่มเผยอ "ข้าเป็นคนของพรรคแดนศักดิ์สิทธิ์" น้ำเสียงครานี้นุ่มละไมไพเราะสะเนาะหูแตกต่างจากที่แล้วมาอย่างสิ้นเชิงและนี้คือเสียงที่แท้จริงของเธอ
กาติรัสพลันสติหลุดลอย เขายอมรับว่าตลอดมายากจะจับหาอิสตรีที่สวยสดครบเครื่องได้เฉกเช่นนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคนี้ ไม่ต้องพูดถึงความงามล่มเมืองแค่สาวสวยเข้าหายังหาจับไม่ได้ นับว่าไม่เสียแรงเปล่าที่ลงทุนประมูลจนหมดตัว อย่างน้อยก็ได้ยลโฉมสาวงามล่มเมืองที่ไม่ได้พบเห็นมานาน
"เจ้าจะให้ข้าเข้าไปรักษาให้ข้างในงั้นรึ?"
"ท่านพูดไม่ผิด" ลาซิเฟียกล่าวก่อนกล่าวต่อ "และเป็นหลักค้ำประกันได้ด้วยว่าหากท่านกล้าพูดโป้ปดต่อเรา โทษฐานการโป้ปดนั่นคือความตาย"
"ฮ่าฮ่าฮ่า เจ้าพูดเหมือนจะฆ่าข้าได้เลยนะ"
ฟิ้ว~~~
กระแสลมพลันผวนแปลก่อนปรากฏเรือนร่างของชายชราคนหนึ่ง รูปร่างสูงเกือบสามเมตร ผ้าอาภรณ์ต่างเป็นสีขาวล้วนเป็นสิ่งบ่งบอกว่าเขาเป็นนักหลอมโอสถระดับต่ำ ถึงกระนั้นพลังที่โพยพุ่งออกมาจากเขาก็สูงส่งไม่น้อยเลย เลเวลอาจสูงจนเกือบจะแตะแปดพันและแน่นอนค่าสเตตัสนั้นดูน่าเกรงขามเป็นอันมาก เขาแข็งแกร่งกว่ากาติรัสได้ทุกๆด้าน!!
ชายชราที่เพิ่งเดินทางมาถึงพลันเอ่ยกล่าวในทันที "เจ้าหนู เจ้าเป็นใคร" นัยน์ตาคู่นั้นเบิงโพลงพลางเพ่งจิตสังหาร แก่จนปูนนี้แล้วกระทั่งค่าสเตตัสของเด็กหนุ่มเบื่องหน้าเขายังไม่อาจเห็นได้!!
ลาซิเฟียพลันเอ่ยปกป้องทันที "เคารพผู้อาวุโสเขตนอก เขาเป็นคนของเราเอง เราอยากจะใช้งานเขาสักอย่างสองอย่าง"
ชายชราคนนี้คือหนึ่งในผู้อาวุโสของสถาบันแดนศักดิ์สิทธิ์และเขาเป็นเพียงผู้อาวุโสเขตนอกเท่านั้นถึงกระนั้นความสามารถก็เหนือว่าเหล่าศิษย์อย่างเห็นได้ชัด ไม่ต้องเกรงกลัวศิษย์ล้มอาจารย์เลยสักนิด ระดับพลังมันต่างกันเกินไป!! ต่อให้ศิษย์เขตนอกทุกคนรวมการโจมตีเพื่อทำร้ายผู้อาวุโสเพียงคนเดียวยังไม่สามารถกระทำให้มีรอยบาดแผลได้และเขาจะเดินทางมาด้วยตัวเองเสมอเมื่อสัมผัสได้ถึงผู้บุกรุก
"เฮอะ! ลาซิเฟียถึงแม้เจ้าจะถูกรับเจ้ามาโดยท่านเจ้าเมืองโดยตรง เจ้าก็อย่าเหิมเกริมให้มันมากนัก ข้าให้แค่ครั้งนี้ครั้งเดียว" สิ้นเสียงชายชราเรือนร่างของเขาพลันหายวับไปในทันที
แม้ชายชราจะกลับไปแล้วถึงอย่างนั้นลาซิเฟียก็ยังเอ่ยกล่าว "ขอขอบคุณผู้อาวุโส"
ประตูทางเข้าสูงราวสิบเมตรและป้ายอักษร "พรรคแดนศักดิ์สิทธิ์" ทว่า มันยังเป็นเพียงทางเข้าเท่านั้นภาพเบื้องหน้าเป็นบันไดหลายร้อยชั้นขึ้นสู่ยอดชั้นบนสุดซึ่งเป็นที่พำนักของอาณาเขตพรรคแดนศักดิ์สิทธิ์ที่แท้จริง ลาซิเฟียพลันเอ่ยขึ้น "ไปกันเถอะ"
กาติรัสไม่กล่าวตอบเขาพลันตามเธอขึ้นสู่บนยอดอย่างช้าๆ ถึงแม้แค่การกระโดดครั้งเดียวก็สามารถทำให้ไปถึงยอดบนสุดหากแต่กาติรัสก็ไม่กระทำ เขาอยากจะดูความงดงามผ่านใบหน้านี้อีกสักพัก
ยังมีสิ่งที่ขัดใจกาติรัสมาเสมอและเขาตัดสินใจจะเอ่ยถาม "เจ้าไม่ใช่คนของราชอาณาจักรเซอร์วอสหรอกหรือ"
อึก...
ลาซิเฟียเริ่มหวั่นเกรง เขารู้ประวัติความเป็นมาของเราได้ยังไง? ข้าไม่เคยบอกใครเลยนะ "ท่านคงจำผิดคนแล้วกระมัง"
กาติรัสพลันเผยอยิ้มอย่างห้ามไม่ได้ ภายใต้สรรพสิ่งทั่วโลกหล้าไม่มีสิ่งใดสามารถโกหกเขาได้ การจับโกหกมันอยู่ในสายเลือดไปแล้ว ท่ามกลางมหาสงครามการรีดเค้นข้อมูลศัตรูล้วนเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องทำและกาติรัสทำมันได้ดีเสมอมา
ชายหญิงต่างใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมงเพื่อขึ้นไปถึงบนยอดทั้งที่แค่การกระโดดครั้งเดียวก็ถึงแล้วแท้ๆ พวกเขากลับไม่กระทำ!! สิ่งที่น่าประหลาดยิ่งกว่าคือบุคคลทั้งสองต่างมีจุดประสงค์ที่เหมือนกัน ยลโฉมใบหน้าของกันและกัน!! พวกเขาต่างมาจากยุคสมัยที่แตกต่าง ความงดงามจากยุคแห่งทวยเทพและความหล่อเหลาจากยุคที่รุ่งเรืองที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์ เป็นสิ่งที่ชั่วชีวิตนี้ก็อาจจะไม่ได้พบเจออีกแล้ว
"นี่นะหรือพรรคแดนศักดิ์สิทธิ์"
ปรากฏเป็นบ้านเรือนมากมายมันเป็นที่พำนักของเหล่าศิษย์ภายนอก แม้จะมีบ้านเรือนอยู่หลายร้อยหลังแต่สิ่งที่สังเกตได้ง่ายที่สุดคือลานกว้าง สนามประลองและหอคอยวรยุทธ พวกมันต่างเด่นชัดเนื่องจากมีขนาดใหญ่จนสดุดตา สายตาของเด็กหนุ่มที่กวาดมองบริเวณโดยรอบด้วยความละเอียดพลันเปลี่ยนจุดจับสนใจในฉับพลัน ปรากฏเป็นเหล่าบุรุษสามคนเดินตรงหน้ามาทางเขา สายตาเหล่านั้นมันแสดงออกถึงความเหยียดหยามอย่างชัดเจน
ลี่จุ้ยเขามีรูปร่างสูงใหญ่ที่สุด สูงเกือบสองเมตรเลยและเลเวลที่ทะลวงเข้าสู่หนึ่งพันสองร้อย ลี่ตุ้ยน้องคนกลางของลี่จุ้ยอายุเพียงสิบสี่ปีหากแต่สามารถทะลวงเข้าสู่เลเวลหนึ่งพันได้แล้ว โจวังทาสรับใช้ของลี่จุ้ย มันติดตามลี่จุ้ยไปทุกที่ถึงกระนั้นเลเวลของมันก็เกือบแตะหนึ่งพันเลยเดียว
ชื่อ:จุ้ย ลี่(เพศชาย) อายุ:16ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์ อายุขัยโดยธรรมชาติ:80ปี เลเวล:1,201 พลังกาย:20,210 พลังเวทย์:1,020 อาชีพ:นักดาบ
ชื่อ:ตุ้ย ลี่(เพศชาย) อายุ:14ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์ อายุขัยโดยธรรมชาติ:80ปี เลเวล:1,020 พลังกาย:14,623 พลังเวทย์:705 อาชีพ:นักดาบ
ชื่อ:วัง โจ(เพศชาย) อายุ:15ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์ อายุขัยโดยธรรมชาติ:80ปี เลเวล:980 พลังกาย:102 พลังเวทย์:10,542 อาชีพ:นักเวทย์
"อะไรกัน! อะไรกัน!! ไอ้สวะนี่เป็นใคร!!? เข้ามาอาณาเขตของพรรคแดนศักดิ์สิทธิ์ได้ยังไงวะ" ลี่จุ้ยเอ่ยกล่าว
ลี่จุ้ยนับว่าเป็นอัจฉริยะของเขตนอกแล้ว ถ้าหากลาซิเฟียไม่อยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าเมือง เธอคงถูกขืนใจไปแล้วเนื่องจากสเตตัสที่ถูกบั่นทอนลงไปกว่าเก้าห้าสิบส่วน ค่าพลังกายอยู่เพียงหมื่นต้นๆเท่านั้น เธอยังแพ้ลี่ตุ้ยเสียด้วยซ้ำเนื่องด้วยเหตุนี้หากกาติรัสไปมีเรื่องแล้วละก็ เธอไม่อาจปกป้องเขาได้เลย
"สวะ?" เส้นเลือดพลันปูดโปนขึ้นอย่างถี่ระรัว ใบหน้าต่างปรากฏเส้นเลือดปูนโปดด้วยความโกรธกริ้ว อันเดดต่างหยิ่งทะนงและรักศักดิ์ศรีของตนเสียยิ่งกว่าอะไร แม้เขาจะไม่ใช่อันเดดอย่างแท้จริงถึงกระนั้นสายเลือดเหล่านั้นก็แฝงไปในกายร่างกว่าครึ่งส่วน ยากจะระงับอารมณ์ยามถูกดูหมิ่นถึงกระนั้นเขาก็พยายามระงับมันไว้
อาาาา นี่สินะผลเสียของอันเดด ช่างโกรธและเกลียดยามถูกเหยียดหยาม ข้าจะกุมไม่อยู่แล้ว....
"หือ? ฉไนเจ้าถึงไม่ตอบเห็นทีคงต้องสั่งสอนมันเสียน้อยแล้วไหมลูกพี่" โจวังเอ่ยกล่าวเพื่อเอาใจนายใหญ่ของมัน
ทันทีที่โจวังได้เห็นใบหน้าของลี่จุ้ยและลี่ตุ้ย เขาพลันเกิดความรู้สึกหวาดกลัวอย่างบอกไม่ถูก ใบหน้าของชายทั้งสองกลายเป็นซีดขาวราวกับกระดาษ ด้วยความเย่อหยิ่งที่คิดว่าตนแกร่งที่สุด ลี่จุ้ยเพิ่งจะได้เข้าใจเมื่อเปิดดูสเตตัสของมัน ทว่า ทุกอย่างมันเป็นเพียงความว่างเปล่า
ชื่อ:??? อายุ:??? เผ่าพันธุ์:??? อายุขัยโดยธรรมชาติ:??? เลเวล:??? พลังกาย:??? พลังเวทย์:??? อาชีพ:???
หากมันไม่ได้เป็นผู้ครอบครองอุปกรณ์เวทมนตร์มันก็คงแข็งแกร่งอย่างที่สุด ทว่า อุปกรณ์เวทมนตร์ถึงจะจัดประมูลวันนี้และจะลงตลาดในอีกพรุ่งนี้ เป็นไปไม่ได้ที่จะมีคนได้ครอบครองมันแล้ว!!
"ขะ...ข้า ข้าขอโทษ ขะ...ข้าขอโทษ!!!" ลี่จุ้ยกล่าวก่อนวิ่งหนีหางจุกตูด
ก่อนน้องของมันและทาสรับใช้จะวิ่งหนีตามกันไปปล่อยให้กาติรัสยืนงงอย่างงงงวย เขาโดนท้าทายหากแต่ผู้กลับหนีไปเสียเอง? มันเรื่องบ้าอะไรกัน?
ลาซิเฟียที่เห็นใบหน้าสับสนของกาติรัสพลันเอ่ยกล่าวในทันที "พวกมันคงกลัวท่านน่ะ ไปกันได้แล้ว ไปที่ที่พักของข้า"
...สเตตัสปัจจุบัน...
ชื่อ:กาติรัส อันเดลัส(เพศชาย) อายุ:15ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์กึ่งอันเดด อายุขัยโดยธรรมชาติ:อนันต์
เลเวล:5,304 พลังกาย:152,551 พลังเวทย์:748,962 อาชีพ:จักรพรรดิผีดิบ