The Survivor - จะเกิดอะไรขึ้นถ้าไม่ใช่เราที่ไปต่างโลก

    ตอนที่ 6 เวทย์รูปแบบเฉพาะ

    The Survivor 6 เวทย์รูปแบบเฉพาะณ อันเดอร์เวิลด์จินที่ได้รับการช่วยเหลือจากสเวนได้เดินทางกลับมาถึงอันเดอร์เวิลด์ สเวนได้พาจินเข้าไปที่ห้องพยาบาลเป็นการด้วย“ทุกคน ช่วยด้วย!!” จินที่แผลเต็มตัวถูกจับมานอนลงเตียงผู้ป่วย หมอคาลด์รีบมาดูอาการพอดี“เกิดอะไรขึ้นสเวน มันไม่น่าจะเป็นภารกิจที่ยากหนิ” คาลด์รีบไปตามชิว่ามาทันที โอเกอร์ที่ได้ยินแบบนั้นจึงรีบวิ่งไปพาเธอมาทันที“เกิดอะไรขึ้นถึงต้องรีบร้อนขนาดนี้” โอเกอร์เข็นรถเข็นของชิว่ามา ทันทีที่เธอเห็นร่างกายของจินชิว่าก็เข้าใจได้ทันที เธอรีบบอกให้โอเกอร์เข็นรถเข้าไปหาก่อนจะทำหน้าทีของเธอ หมอคาลด์รีบไปตามอาทิตย์ทันที“เกิดอะไรขึ้น!!” อาทิตย์รีบมาที่ห้องพยาบาลทันทีเพื่อฟังรายงานจากสเวน เพราะเขาเป็นคนเดียวที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด“ลูซิเฟอร์ กลับมาแล้วครับ” สเวนพูดด้วยสีหน้าเป็นกังวลอย่างมาก“ลูซิเฟอร์หรอ หึ ไม่ได้เจอกันตั้งกี่ปีแล้วนะ” อาทิตย์ยิ้มอ่อนๆตรงมุมปาก แลดูอาทิตย์จะรู้จักกับลูซิเฟอร์เป็นการส่วนตัว“แต่ว่าเขาไม่ได้มาเป็นตัว เขาใช้ทักษะบังคับร่างของจินแทน” จากรอยยิ้มเปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะ อาทิตย์ที่คิดไม่ถึงว่าลูซิเฟอร์จะปรากฏตัวด้วยวิธีนี้แทนทำให้เขารู้สึกสนุกยิ่งขึ้น“โอ้ย!! ฮ่าๆๆ ไอ้บ้านั้นตัวไม่อยู่แล้วยังจะมาได้อีกนะ เจ้าเพื่อนบ้า” อาทิตย์ที่เหมือนจะรู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าลูซิเฟอร์จะมา แค่เขาจะมาด้วยวิธีไหนเท่านั้น แต่มันเกินคาดไปหน่อยว่าจะเป็นจินเองที่โดนบังคับร่าง“แต่ก็นะ ถือว่าตามนัดพอดีเป๊ะ” เรื่องราวเกือบทั้งหมดเป็นไปตามคาดของอาทิตย์ เขาแลดูรู้เรื่องราวทุกๆ อย่างอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ผิดคาดเกินไป คือ อาการบาดเจ็บของจิน เพราะราชายักษ์นั้นดันมีมากเกินไป ราชาไม่ควรจะมีเกิน 1 ตัวเท่านั้น แต่ดันมีถึง 3 เพราะอะไร ทำไมถึงมีเพิ่ม หรือว่ามีคนรู้แผนของอาทิตย์ผ่านไปไม่นาน จินก็ตื่นขึ้น เขาลืมตาขึ้นมาโดยมีซินเธียยืนอยู่ข้างๆ“ตื่นแล้วหรอคะจิน” ซินเธียรีบเดินมาดูจินที่เพิ่งตื่นขึ้นมา“ที่นี้… อันเดอร์เวิลด์หรอ” จินถามซินเธีย เธอพยักหน้ารับ เขาเริ่มสงสัย เขากลับมายังไง เกิดอะไรขึ้น“ตื่นแล้วหรอจิน ฉันละเป็นห่วงนายจริงๆ เลย” สเวนมาเยี่ยมจิน เพราะเขาก็คงจะรู้สึกผิดเหมือนกันที่ปล่อยให้จินต้องบาดเจ็บขนาดนี้“ผมเกิดอะไรขึ้น คุณสเวนช่วยผมไว้ใช่ไหมครับ” สเวนได้ยินคำถาม แต่เขาได้รับคำสั่งมาว่าห้ามพูดถึงลูซิเฟอร์ เพราะมันยังไม่ถึงเวลา“ใช่ครับ ผมต้องขอโทษด้วย ฉันทำให้เธอต้องบาดเจ็บขนาดนี้” เขาขอโทษจิน แต่จินก็ส่ายหน้าปฏิเสธไป“ผมผิดพลาดเองครับ คุณไม่ได้ผิดอะไรไม่ต้องโทษตัวเองหรอกครับ” จินให้กำลังใจสเวน เพราะส่วนหนึ่งที่เขาเป็นขนาดนี้เพราะเขามั่นใจตัวเองเกินไปด้วย“แล้วเพื่อนๆ ผมเป็นยังไงบ้างครับ ปลอดภัยไหมครับ” จินเริ่มถามคำถามต่อ ตอนนี้ในหัวของเขาเป็นห่วงแต่เพื่อนๆ ของเขา“ไม่เป็นไรครับ ทุกคนรอดกลับไปได้เพราะคุณเลย” จินที่ได้ยินแบบนั้นก็สบายใจขึ้น ซินเธียเดินออกไปเอาอาหารหามาให้จิน เธอแลดูเป็นห่วงเขามาก“ขอบคุณมากซินเธียฉันไม่เป็นไร เธอไปพักบ้างเถอะ” จินรู้ดีว่าซินเธียเป็นห่วงเขาคงจะไม่ยอมไปไหนแน่ๆ เขาจึงบอกให้เธอไปพัก“ค่ะ งั้นฉันกลับก่อนนะคะ ดูแลตัวเองด้วยนะคะจิน” ซินเธียพูดจบก็เดินออกห้องไปทิ้งสเวนกับจินไว้“แล้ว ผมจะได้ออกไปฝึกต่อเมื่อไหร่ครับ” จินรู้สึกผิดหวังกับสิ่งที่เขาทำเป็นอย่างมาก ถึงเขาจะสามารถรับมือกับราชายักษ์ 1 ตัวได้ แต่ถ้าเกิดเหตุการณ์ที่เกินคาดขึ้น เขาก็ไม่สามารถสู้ได้ เขาต้องเก่งมากกว่านี้ มากกว่านี้หลายเท่าเลย“ฉันเข้าใจ แต่น่าจะอีกซักพักเลยกว่าเธอจะออกจากห้องพยาบาลนี้ได้ ขืนฉันพาเธอออกไปหมอคาลด์ฆ่าฉันแน่ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีทางนะ” สเวนยื่นหนังสือเล่มนึงให้จิน“มันเป็นหนังสือเวทย์มนตร์แบบหนึ่ง มันเป็นเวทย์ที่แตกต่างจากเวทย์ปกติทั่วไป มันไม่มีใครสามารถใช้มันได้ ถึงจะใช้ได้แต่ก็จะมีผลข้างเคียงด้วย แต่สำหรับเธอ ฉันคิดว่าเธอทำได้” สเวนยื่นมันไปให้จิน เป็นหนังสือเล่มใหญ่ที่มีหน้าปกหนาดูเก่าแก่มีอายุ จินหยิบมาก่อนจะเปิดอ่าน“แล้วผมจะสามารถใช้ได้หรอครับ ผมไม่ใช่นักเวทย์ด้วย” จินรู้สึกสับสน เพราะเขาไม่ใช่นักเวทย์ และไม่ได้มีพรสวรรค์เวทย์มนตร์ด้วย“เชื่อฉันสิ เธอทำได้ และมันจะเป็นเวทย์ที่มีเฉพาะเธอเท่านั้นที่สามารถใช้ได้” สเวนแลดูมั่นใจกับจินมาก จินเริ่มอ่านต่อเรื่อยๆ สเวนจึงปล่อยให้จินได้ทำความเข้าใจกับเวทย์มนตร์นั้น สเวนรีบเดินต่อไปหาอาทิตย์ ซึ่งเขากำลังทำงานอยู่“เป็นยังไงบ้างสเวน” อาทิตย์ที่ถาม เพราะหนังสือเล่มนั้นก็เป็นอาทิตย์นั้นเองที่ให้ไป“ผมไม่รู้ว่าเขาจะทำได้ไหม แต่ถ้าเขาสามารถเรียนรู้เวทย์ที่มีเพียงแต่ทฤษดีได้ และสามารถทำให้มันเป็นจริงได้ จะไม่มีเวทย์แบบไหน หรือแขนงไหนที่จะทำร้ายเขาได้อีก” อาทิตย์ยิ้มให้สเวนก่อนจะตอบกลับ“เขาทำได้ เชื่อฉันสิ” อาทิตย์มั่นใจเป็นอย่างมาก ว่าจินจะสามารถทำได้ เขารู้ความสามารถของลูกศิษย์เป็นอย่างดี เขารู้แทบจะทุกอย่างเหมือนเขาเห็นอนาคต เขาเตรียมแผนพวกนี้มาเองทั้งหมดณ โรงแรมใจกลางเมืองพวกกาย และเพื่อนๆ ได้กลับมาถึงที่พักของพวกเขา เนื่องจากพวกเขานั้นไม่สามารถทำภารกิจได้สำเร็จ พวกเขาจึงโดนอันเซลต่อว่าเป็นอย่างหนัก ไม่ใช่แค่ทำไม่สำเร็จ แต่ว่ายังนำกองกำลังบางส่วนที่มีจำกัดไปตายอีกด้วย“แล้วใครจะเป็นคนรับผิดชอบ เพราะพวกเธอไม่แข็งแกร่งพอทำให้เรื่องมันยากขึ้นแบบนี้ ฉันว่า ถึงเวลาที่จะต้องให้พวกเธอออกไปเจอโลกกว้างมากกว่านี้แล้วละ” อันเซลที่หัวเสียเป็นอย่างมาก เขาไล่พวกกายให้ออกไป“แต่ว่าพวกผมก็ทำเต็มที่แล้วนะครับ แต่ว่ามันดันมีบางอย่างเกินความคาด..” ไม่ทันได้พูดจบอันเซลก็กวักมือให้ทหารนำตัวพวกกายออกไป“พวกเธอหมดประโยชน์แล้ว ฉันดูแล้วว่าพวกเธอมันไม่ได้ความ ตอนนี้ ฉันมีคนที่เก่งกว่าพวกเธอแล้ว” อันเซลพูดพร้อมกับมีคนอีก 4 คนเดินออกมาจากมุมมืดของห้อง แต่ไม่ทันได้เห็นหน้า พวกกายก็โดนพาตัวออกจากห้องไป ทั้งหมดโดนไล่ให้ออกจากโรงแรมไป พวกเขาเหมือนหมาหัวเน่าไม่มีที่ให้ซุกหัวนอน“แล้วพวกเราจะทำยังไงกันดี ที่อยู่ก็ไม่มี อาหารก็ไม่มี” นพพูดกับกาย ตอนนี้กายรู้สึกแค้นเป็นอย่างมาก พวกเขาไม่สนใจใยดีเลย นี้เป็นการผิดพลาดเพียงครั้งแรกเท่านั้น เหมือนกับว่าพวกเขาเป็นเพียงของที่ใช้แล้วทิ้งเท่านั้น“เราคงต้องไปหาที่พักกันก่อน ตอนนี้ก็มืดมากแล้ว ไม่รู้ว่าจะต้องเจอกับอะไรบ้าง พวกเราควรจะรวมตัวกันไว้ก่อน” กายได้แต่กำหมัดแน่น แต่สภาพของพวกเขาตอนนี้ อย่าว่าแต่แก้แค้นเลย แค่จะเอาชีวิตให้รอดก็ยังยากเลย พวกเขาเดินต่อไปเรื่อยๆ จนไปเห็นโกดังแห่งหนึ่ง“เราเอาที่นี้ไว้เป็นที่หลบภัยกันก่อนละกันนะ” กายพูดกับทุกคนก่อนจะเริ่มเข้าไปสำรวจด้านใน“เข้ามาได้ทุกคน ที่นี้ปลอดภัย” ทุกคนเห็นอย่างนั้นจึงเดินตามเข้าไป ทุกคนรวมกลุ่มกัน จุดไฟขึ้นด้วยเวทย์พื้นฐาน ก่อนจะนั่งล้อมกองไฟเพื่อคุยกัน“ฉันคิดไว้แล้วว่ามันจะต้องเป็นแบบนี้ แต่นี้มันก็เกินไปหน่อยนะ แค่ภารกิจแรกพวกเขาก็ไล่เราออกเลยหรอ” นพเปิดหัวเรื่องขึ้น ทุกคนก็เห็นด้วย มันไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่พวกเขาจะทำแบบนี้“อาจจะเป็นเพราะว่าพวกเขาได้คนใหม่ที่ดีกว่าเราก็ได้นะ” กายลองหาเหตุผล แต่ก็ถูกมันแลดูเหตุผลน้อยไปหน่อย มันควรจะมีอะไรมากกว่านั้น“หรือพวกเรามีคุณสมบัติที่ไม่มากพอ แล้วต่อไปนี้พวกเราจะต้องทำอะไรละ” จันทราพูดเสริม ตอนนี้พวกเขาไม่มีทั้งอาหาร ไม่มีทั้งที่พัก และไม่มีทีจะไปด้วย“พวกเราคงต้องเริ่มหาที่พักกันก่อน ฉันคิดว่ามันต้องมีมอนสเตอร์ที่สามารถให้เรากินได้อยู่แน่ๆ เพราะฉันเคยเห็นในครัวพวกเขาทำอาหารให้เรากินด้วยสัตว์บางชนิดที่เราไม่เคยเห็นนะ” ต้นที่นั่งหลบอยู่มุมห้องเอ่ยขึ้น ทั้งหมดจึงลงมติกันว่าต้องทำอะไรบ้าง“งั้น ฉัน กับบอสจะออกตามหาที่อยู่เพื่อให้เรามีที่พักกัน ส่วนต้น กับนพของค้นหาข้อมูลจากแต่ละที่ดู อาจจะมีคนที่เป็นแบบพวกเราเหลืออยู่อีกก็ได้ ส่วนจันทรา กันนิพพา พวกเธอคอยจัดแจงเรื่องอาหารละกันนะ” กายแจกแจงงานให้ ก่อนจะรีบให้แยกย้ายเข้านอน เพราะตอนนี้ดึกมากแล้วณ อันเดอร์เวิลด์จินที่อ่านหนังสือมาได้ซักพักเขาก็เริ่มพอเข้าใจแล้วว่าหลักการการใช้เวทย์มนตร์นี้เป็นยังไง การใช้มันไม่ได้ยาก และซับซ้อนอะไร แต่มันต้องใช้ความเข้าใจ และการคาดการณ์ มันคือเวทย์ที่เหนือกว่าเวทย์มนต์ทั้งหมด ถ้าเขาสามารถใช้ได้ ไม่มีเวทย์ไหนที่เขาจะรับมือไม่ได้“อื้ม คงต้องไปลองดู แต่ตอนนี้ พวกกายจะเป็นยังไงบ้างนะ” จินเป็นห่วงเพื่อนๆ ของเขา เพราะเขาก็ได้ยินมาจากอาทิตย์ ว่าเจ้าอันเซลนั้นไว้ใจไม่ได้“เป็นอะไรหรอจิน” ซินเธียเธอเดินเข้ามาหาจิน“เป็นห่วงเพื่อนนะ แล้วอาจารย์ได้สอนอะไรเธอบ้างไหมตอนฉันไม่อยู่” อาทิตย์ได้เคยบอกจินไว้ว่า เผ่าเทวทูตมีความสามารถใช้เวทย์มนตร์ต่างๆ ได้อย่างชำนาญ“คุณอาทิตย์ก็สอนเวทย์ต่างๆ ให้แหละค่ะ แต่ว่าไม่มีเวทย์ที่ใช้ต่อสู้นะคะ” ซินเธียโชว์ให้ดูว่าเธอสามารถใช้เวทย์แสงได้ เธอร่ายลูกแก้วเวทย์ไฟขึ้น จินจึงยื่นมือออกไปข้างหน้า และแยกเอาออกซิเจนออกจากไฟ ทำให้เวทย์ไฟมีเพียงแต่กระแสเวทย์ แต่ไม่สามารถแสดงไฟออกมาได้“จิน เธอทำอะไรนะ” ซินเธียที่พยายามสร้างเวทย์ไฟไปเรื่อยๆ แต่ก็ไร้แสงไฟ“ฉันแยกกระแสเวทย์ของเธอออกทำให้มันไม่สามารถแสดงผลได้ เพราะเวทย์มนต์ปกติเป็นการยื้มพลังจากธรรมชาติมาใช้ ไฟเกิดจากความร้อน และหน่วงเอาไว้กลายเป็นเวทย์ไฟ” เป็นเวทย์มนตร์ที่ต้องเข้าใจว่าศัตรูจะใช้เวทย์อะไร มันยากตรงนี้แหละ“แต่ว่าฉันต้องเรียนรู้แต่ละคาถาก่อนว่ามันจะออกมาเป็นเวทย์อะไร อีกอย่างนึงฉันจะต้องทำยังไงถึงจะได้รู้ว่าเขาจะใช้เวทย์อะไร” ไม่ทันได้ตั้งตัว จินก็จับกระแสเวทย์บางอย่างพุ่งตรงเข้ามาที่เขาได้ ก่อนเขาจะยื่นมือออกไปและสลายเวทย์ทิ้ง“นี้ไงฉันว่าแล้วว่าเธอทำได้” อาทิตย์ร่ายเวทย์สายฟ้าขนาดเล็กที่ส่งผลแค่ไฟฟ้าสถิตใส่ จินที่รับมือได้ทัน แต่ก็ไม่รู้ว่าเขาทำอะไรลงไป ร่างกายของเขาทำไปเอง จากการวิจัยแล้ว มนุษย์เรานั้นสามารถจดจำสิ่งที่ผ่านมาไปมาได้ ร่างกายของจินสามารถใช้ความรู้ที่อ่านมาเพียงครั้งเดียวได้ เป็นความสามารถที่มีเพียงไม่กี่คนบนโลกจะสามารถทำได้“ฉันเดาไว้ไม่ผิด เธอสามารถใช้ได้” อาทิตย์ยิ้มอย่างมีความสุข เพราะเป็นไปตามที่เขาคิด“อาจารย์ทำให้ผมตกใจนะครับเนี่ย ถ้าผมหัวใจวายจะทำยังไงครับ” อาทิตย์ที่เห็นแบบนั้นก็ทำได้แต่ยืนหัวเราะท่าทีตกใจของลูกศิษย์ตัวเอง“ฮ่าๆ แต่เธอก็ทำได้หนิ” เขาเดินมานั่งข้างๆ เตียงเพื่อพูดคุยกับจิน“แต่ฉันอยากจะขอเธอไว้ว่า อย่าเพิ่งใช้เจ้านี้จนกว่าจะจวนตัวจริง เพราะฉันไม่อยากให้ใครรู้ว่าเวทย์นี้สามารถใช้ได้แล้ว พวกเขาจะระวังตัวมากขึ้น” อาทิตย์เข้าใจดีว่ามันเป็นเวทย์ที่ต่อต้านเวทย์มนตร์ที่ทรงพลัง แต่มันก็แก้ไม่ยากเลย ก็เพียงแค่ทำให้จินเสียสมาธิกับการใช้ เพราะเวทย์นี้จำเป็นจะต้องแยกส่วนประกอบของพลังเวทย์ กระแสเวทย์ และธาตุที่จะใช้ออกจากกัน และจัดการส่วนใดส่วนหนึ่งเพื่อให้ไม่สามารถร่ายออกมาได้ ซึ่งหากมีคนมาดึงความสนใจจนไม่สามารถใช้ได้มันก็อีกเรื่องนึง“ผมจะจำไว้ครับอาจารย์” อาทิตย์ที่ได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มให้ก่อนจะปล่อยให้ซินเธียได้อยู่กับจินต่อ“ฉันคิดว่าเธอควรจะไปพักผ่อนบ้างนะ เธอแลดูไม่ค่อยสบายเลยซินเธีย” จินที่เห็นหน้าตาของซินเธียไม่ค่อยสู้ดีนัก“เวลาฉันใช้เวทย์ก็จะแบบนี้แหละ คุณอาทิตย์บอกไว้ว่า พลังเวทย์ของฉันจะมาจากปีกเป็นส่วนใหญ่ แต่ฉันไม่ต้องการ ฉันต้องการเป็นแค่คนธรรมดา เพราะปีกนี้ทำให้ฉันต้องโดนไล่ล่า มันก็เพียงแค่นั้น” เธอดูเครียดกว่าปกติ เพราะจินไม่เคยพูดถึงเรื่องปีกของเธอเลยแม้แต่น้อย เขาเห็นเธอเป็นเพียงมนุษย์คนนึง ไม่ใช่เทวทูต ไม่ใช่เผ่าที่ทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ซินเธียคือซินเธีย จินจึงลุกขึ้นเข้าไปลูบหัวเธอด้วยความอ่อนโยน“ไม่ว่าเธอต้องการแบบไหน นั้นก็คือสิ่งที่เธอต้องการ ฉันไม่ได้ต้องการซินเธียที่แข็งแกร่งดุจเทพเจ้า แต่ฉันอยากให้เธอได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขแค่นั้นเอง” ซินเธียรู้สึกได้รับความอบอุ่นที่นานแล้วไม่มีใครให้กับเธอได้ มีเพียงคนไล่เธอ เกียจเธอ เพียงเพราะเธอเป็นลูกครึ่งเท่านั้น“แต่ฉันก็แค่อยากตอบแทนเธอ ที่เธอช่วยฉัน” จินส่ายหน้า เพราะเขาไม่ได้ต้องการอะไรจากเธอ เขามองเห็นตัวเองในซินเธีย เธอโดนมาคล้ายๆ กัน ทำให้จินเห็นใจเธอ“เอาหน่า งั้นสิ่งที่เธอทำได้คือ มีความสุขกับชีวิตตอนนี้ซะ เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่ตอนนี้ฉันทำให้เธอได้” จินยิ้มอ่อนๆ ให้ ซินเธียพยักหน้าก่อนจะขอตัวไปซื้อข้าว กับอาหารมื้อดึกมาเตรียมไว้จินเริ่มตั้งใจอ่านหนังสือเวทย์อีกครั้ง เขาจำเป็นต้องจดจำลักษณะการร่ายเวทย์รูปแบบต่างๆ ก่อนณ โรงเก็บของยามเช้าของกรุงเทพฯ กาย รีบตื่นขึ้นมาก่อนเพื่อจะวางแผนว่าต้องไปที่ไหนบ้าง โดยมีจันทราตื่นตามมาทีหลัง“เป็นยังไงบ้างกาย นอนไม่หลับหรอ” จันทราเดินมานั่งข้างๆ“ก็นิดหน่อยนะ เราควรจะไปที่สยามนะไม่ไกลมาก ฉันได้ยินมาว่ามีกองกำลังที่ไม่ขึ้นตรงต่อฝ่ายใด เป็นกลุ่มคนที่เป็นแบบเราอยู่ด้วย” เป็นความหวังเดียวตอนนี้ของกลุ่ม เพราะหากไปแล้วไม่มีอะไร คงจะหมดหวังจริงๆ“แต่ฉันก็ต้องวางแผนเพิ่มไว้หน่อย เผื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น” กายหยิบแผนที่ ที่ได้มาตอนออกจากโรงแรมมาก่อน ซึ่งมันเป็นเพียงแค่แผนที่กรุงเทพฯ เท่านั้น“ฉันเชื่อใจเธอนะกาย แต่เธอต้องพักผ่อนบ้าง” จันทราออกอาการเป็นห่วง เพราะกายนั้นปกติถ้ามีสอบ หรือมีเรื่องอะไร กายจะทำจนกว่ามันจะได้โดยไม่สนใจว่าจะพักผ่อนน้อย หรือมากแค่ไหน จันทราที่เป็นเพื่อนกันตั้งแต่สมัยเด็กๆ รู้เรื่องนี้ดี“ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ฉันจะต้องพาพวกเธอไปให้ถึงที่หมายให้ได้” กายหันมายิ้ม ก่อนจะก้มหน้าก้มตาอ่านแผนที่ต่อ จันทรารีบเดินออกไปปลุกเพื่อนๆ ทั้งหมดก่อนจะทำอาหารเพื่อกินกัน“จะว่าไป คนที่มาช่วยพวกเราเขาเป็นใครนะ เสียงคุ้นๆ เหมือนกัน” นพที่อยู่กับจินมานานจะเอะใจก็ไม่แปลก เพราะเขาอยู่กับจินแทบทุกวัน และได้ยินเสียงเขาตลอด“แกคิดไปเองหรือเปล่า ข้าไม่เห็นจะรู้สึกว่าคุ้นเลย” บอสที่กินปลากระป๋องอยู่หันมาตอบก่อนจะยื่นขนมปัง และเนยถั่วให้นิพพาที่ยังงัวเงียอยู่“เดี๋ยวซัก 10 โมงพวกเราต้องรีบออกเดินทางกันได้แล้วละ เราควรจะเดินทางตอนที่ยังมีแสงอาทิตย์อยู่ แต่มันก็จะร้อนๆ หน่อยนะ” กายพูด อากาศเมืองไทยมันไม่ได้เหมือนกับต่างโลก แม้จะให้ต่างโลกมาที่นี้ยังไง แต่อากาศก็ไม่เคยเปลี่ยน“เราไปหาผ้าชุบน้ำคลุมหัวไปไหม เผื่อจะช่วยได้บ้าง” ต้นเสนอขึ้น ทุกคนจึงพยักหน้ารับ ต้นถึงแม้จะเป็นคนที่ขี้กลัว แต่เรื่องความรู้สำหรับการเอาตัวรอด และทักษะการใช้ชีวิตของเขาค่อนข้างสูง เนื่องจากเขาอยู่บ้านคนเดียว เวลาว่างเขามักจะอ่านบทความต่างๆไม่นานนักพวกเขาก็รีบออกเดินทาง พวกเขาเงยหน้าขึ้นมามองที่ๆ พวกเขาอยู่ทำให้เห็นสภาพบ้านเมืองที่ตอนนี้เงี่ยบสงัด แม้จะไม่แตกต่างจากเดิมมากนัก แต่ก็เป็นเมืองที่เงี่ยบไม่สมกับเป็นกรุงเทพฯ ที่พวกเขารู้จัก ทั้งหมดเดินทางกันต่อ พวกกายเดินทางมาจนถึงพื้นที่สวนลุมพินี พวกเขาจำเป็นต้องลัดเข้าไปเพื่อผ่านเข้าไป ทันทีที่ทั้งหมดเข้าไป บรรยากาศก็เปลี่ยนไป ความกดดันเข้ามาหาพวกเขาทันที“กะ...เกิดอะไรขึ้น ทำไมมันรู้สึกแปลกๆ” นพพูดขึ้น ถึงแม้เขาจะไม่ใช่สายต่อสู้แต่ก็พอรู้สึกได้ ไม่เหมือนกับกาย และบอสที่ตอนนี้ยืนตัวสั่นกันทีเดียว“ที่นี้…อันตรายเราต้องออกไป!!” ทันทีที่กายพูดจบทั้งหมดจึงหันหลังเตรียมตัวจะออก แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว เกิดกำแพงใสบังไม่ให้พวกเขาออกไปได้ และก็มีประกาศแจ้งเตือนขึ้น---------------------------------------------------------------------------คำเตือน!!เรดบอสได้ปรากฏตัวขึ้นขอให้ทุกคนที่อยู่ในพื้นที่นี้เตรียมตัวรับมือ-ชื่อบอส มังกรลิเวียธาร-เงื่อนไข กำจัดลิเวียธารให้ได้-ของตอบแทน ชิ้นส่วนต่างๆ ของลิเวียธาร+เงินจำนวนมาก---------------------------------------------------------------------------ทันทีที่การแจ้งเตือนจบลง ก็มีมังกรตัวใหญ่ยักษ์โผล่ขึ้นมาจากบ่อน้ำกลางสวนลุมพินี“ซวยแล้วไงละ” ความตึงเครียดเข้าครอบงำกลุ่มของกาย ตอนนี้พวกเขาจะหนีก็ไม่ได้ มีทางเดียวที่จะรอด คือต้องสู้เท่านั้น….