ตามปกติเขาไม่ใช่คนที่เจ็บป่วยหรืออย่างน้อยก็ไม่ถึงขนาดต้องล้มหมอนนอนเสื่อสถานที่ประเภทโรงพยาบาลจึงไม่ใช่พื้นที่ซึ่งเขาคุ้นชินเสียแต่ครั้งนี้ด้วยความจำเป็บางอย่างเขาเลยจำต้องมา
“ แค่ค่ายาอย่างเดียวก็หนักแล้วแต่ที่ยิ่งกว่านั้นคือค่าหมอนี่ล่ะนะ” สายตามองตัวเลขบนใบเสร็จรับเงินจำนวนที่จ่ายไปจัดว่ามากพอดู
อันที่จริงเื่จ่ายเงินก็พอรับได้อย่างไรมันก็เป็ค่าใช้จ่ายที่ไม่อาจเลี่ยงความน่ารำคาญจริงๆคือการถามจุกจิกของหมอที่เสียเวลาไปเป็ชั่วโมงถ้าไม่ตอบทางนั้นก็ไม่ยอมจ่ายยาตัวที่เขา้ามาให้อีกต่างหาก
ยาเม็ดสีขาวที่อยู่ในถุงดูภายนอกมันก็เหมือนยาแก้ไข้ธรรมดาในความจริงไม่ใช่เพราะเป็ยาใช้เฉพาะทางทำให้แพทย์ต้องควบคุมการจ่ายอย่างเข้มงวด ยิ่งพอคิดถึงตอนที่เหมือนโดนสอบปากคำด้วยมันยิ่งชวนให้รำคาญ
อันที่จริงการโดนจี้ถามถือเป็เื่ปกตินอกจากยาเฉพาะทางเขายังถือเป็คนไข้ใหม่ของโรงพยาบาลที่ไม่เคยมีประวัติการรักษามาก่อนยิ่งเป็คนที่มีประวัติย้ายมาใหม่อย่างนี้อย่างไรทางโรงพยาบาลก็ต้องระแวง
“ จะให้ซื้อยาเถื่อนมันก็พอหาได้หรอกแต่...เฮ้อ ” บ่นไปก็เหมือนจะทำให้อะไรมันดีขึ้นแค่ได้ยานี้มาก็คงแก้ปัญหาได้สักระยะเอาไว้ถึงตอนยาชุดนี้หมดแล้วค่อยคิดอีกทีว่าจะเอาอย่างไร
“ จะว่าไปที่นี่ก็สมเป็โรงพยาบาลประจำเมืองคาเมล็อตแฮะ” ขนาดอันกว้างขวางที่ชวนให้แปลกใจด้านล่างยังประกอบด้วยร้านรวงและร้านอาหารมองแค่ชั้นล่างแทบจะเป็ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งเลยทีเดียว
คนไข้ที่มารับการรักษามีอยู่น้อยจนบางตาเมื่อเทียบกับจำนวนที่จัดสรรไม่แน่ใจว่าเพราะพื้นที่กว้างหรือเพราะค่ารักษาที่แพงหูดับแต่สำหรับเขามันมองแล้วสบายใจกว่าการที่มีคนจำนวนมากมาแออัด
สายตาหยุดลงตรงตู้ขายน้ำอัตโนมัติมันไม่ใช่สิ่งที่แปลกพิสดารอะไรที่ชวนให้สนใจคือมีร่างในชุดคนไข้ที่กำลังวุ่นวายกับมันอยู่
ร่างนั้นเป็ผู้หญิงอยู่ใน่ยี่สิบปลายๆเรือนผมและดวงตาสีดำรับกับใบหน้าและทรวดทรงของเธอ งดงามจนเชื่อได้ว่าน่าจะมีคนเหลียวมองท่าทางงุนงงสงสัยเหมือนกำลังลำบากใจกับเครื่องกดน้ำที่อยู่ตรงหน้าน่าเสียดายที่เหมือนว่ารอบด้านจะไม่มีใครที่เธอพอจะถามได้
“ เอ่อ ขอโทษนะจ๊ะ หนูคนที่อยู่ตรงนั้นน่ะ ”ชั่วขณะที่เขากำลังจ้องมองเธอเพลินๆสาวเ้าก็เหมือนจะรู้ตัวนั่นทำให้ในยามที่เธอเรียกมันทำให้เขาอดจะสะดุ้งไม่ได้“ คือพอดีน้ามีปัญหากับเครื่องนี่นิดหน่อยหนูช่วยมาดูให้น้าได้หรือเปล่า? ”
“ อ่า ครับ ได้ครับ ” ใจจริงอยากปฏิเสธมันไม่ใช่เื่แถมเขาไม่อยากเข้าไปยุ่งแต่เมื่อครู่เขาแอบเสียมารยาทยังจ้องเธออยู่พักหนึ่งเลยไม่อาจปฏิเสธได้เต็มปาก
“ คือพอดีน้าอยากกินกาแฟน่ะจ้ะแต่พอหยอดเหรียญลงไปแล้วมันก็นิ่งไปเลยน้าทำผิดขั้นตอนอะไรไปเหรอ? ” น้ำเสียงนุ่มนวลจนชวนให้อุ่นใจจนทำให้เขาผ่อนคลายลงระดับหนึ่ง
“ อืมผมก็ไม่มั่นใจเท่าไหร่แต่เหมือนเครื่องน่าจะมีปัญหานะ ” คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันเมื่อลองตบๆตู้ไปสองสามทีเหมือนจะมีปัญหาอะไรสักอย่างที่เขาเองก็ไม่เข้าใจ
“ ถ้าจะแก้จริงๆคงต้องลองไปติดต่อเคาท์เตอร์ตรงนู้นหรือไม่ก็โทรไปตามเบอร์นี้น่ะครับ” ด้านข้างมีสติ๊กเกอร์ที่ติดไว้เป็หมายเลขติดต่อในกรณีที่พบปัญหาแต่มันไม่ได้ช่วยจัดการเื่ปัจจุบันทันด่วนแต่อย่างใด
“ แย่จังไม่ได้กินมาซะตั้งนานแล้วด้วย ”
“ ถ้าอยากกินกาแฟทำไมไม่ซื้อตรงร้านกาแฟนั่นล่ะครับของทางนั้นน่าจะสดกว่าแบบกระป๋องนี่อีกนะ ”
“ อืม มันก็ดีกว่าจริงๆนั่นแหละนะแต่สำหรับน้าถ้าไม่ใช่กาแฟแบบนี้มันก็ไม่มีความหมายน่ะจ้ะ ” รอยยิ้มฝืดลงทันตาสีหน้าของเธอคล้ายจะหมองลงนิดหน่อยความยึดติดที่ฟังแล้วชวนให้แปลกใจไม่น้อย
แน่นอนว่ามันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเขาคนๆนี้จะรู้สึกอย่างไรก็ไม่ใช่เื่พึ่งได้เจอกันยังไม่ทันจะถึงห้านาทีแล้วเขาก็ไม่เคยรู้จักมักคุ้นกับเธอมาก่อนในเมื่อทำอะไรไม่ได้เขาก็ควรปลีกตัวแล้วไม่ต้องใส่ใจเื่ที่เกิดให้มันเป็เพียงเื่ในชีวิตประจำวันที่ไม่มีอะไรสลักสำคัญ
น่าประหลาดที่เขากลับรู้สึกว่าตนต้องทำอะไรสักอย่าง
เด็กหนุ่มเดินเข้าไปที่ตู้ขายน้ำก่อนเอื้อมมือไปตบประมาณสองถึงสามครั้งปากขมุบขมิบสองสามครั้งคล้ายบ่นอะไรนิดหน่อยการกระทำเหมือนไร้ความหมายหากพริบตานั้นกลับมีอะไรบางอย่างที่ร่วงออกมาจากตัวเครื่อง
“ คือผมไม่รู้ว่าตังค์ทอนมันจะออกมาตอนไหนนะครับแต่อย่างน้อยกาแฟมันก็ออกมาแล้วแฮะ ” มันถูกยื่นให้แก่หญิงสาวที่เหมือนจะกำลังแปลกใจในสิ่งที่เกิด
หลังกระพริบตาปริบๆได้สองสามทีเธอก็เลิกใส่ใจก่อนรับมันเอาไว้ด้วยความยินดี
“ ขอบคุณมากจ้ะถ้าไม่ได้หนูช่วยน้าคงไม่ได้กินเ้านี่”
“ ไม่เป็ไรหรอกครับ ว่าแต่ไม่ยักรู้นะครับว่าจะมีคนชอบกาแฟกระป๋องมากขนาดนั้น” ร้านกาแฟที่อยู่ตรงนั้นเป็ร้านที่มีสาขาไปทั่วประเทศรสชาติอาจไม่ค่อยถูกปากแต่ก็น่าจะดีกว่าที่เธอถืออยู่โข
“ จริงๆน้าก็ไม่ได้ชอบมันเท่าไหร่นักหรอกแต่ว่า...นั่นสินะ ” ดวงตาสีดำปิดลงเล็กน้อยคล้ายรำลึกถึงความหลังหากเธอไม่ได้เอื้อนเอ่ยอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว
อีกครั้งที่เขานึกจะออกปากนี่เป็โอกาสในการปลีกตัวไม่จำเป็ต้องเอาตัวไปยุ่งกับเื่หรือความคิดของชาวบ้านในสมองกลับคิดแบบนั้นหากพอเห็นท่าทีไม่สบายใจของหญิงสาวแล้วมันกลับให้ความรู้สึกติดขัดอย่างประหลาด
“ ว่าแต่คุยกันมาตั้งนานน้ายังไม่ได้ถามชื่อของเราเลยรินะ แม็กซ์เวลจ้ะ ยินดีที่ได้รู้จัก ”
“ ดีแลนท์ เดสคาร์ครับ ว่าแต่คุณรินะนี่... ”
“ อื้อ เมื่อก่อนน้าไม่ได้อยู่ที่นี่หรอกบ้านเกิดน้าอยู่ญี่ปุ่นน้าย้ายมาอยู่ตามสามีน่ะจ้ะ ” นิ้วนางข้างซ้ายมีแหวนเพชรอยู่วงหนึ่งกระทั่งยามป่วยยังเลือกจะใส่ยืนยันถึงความรู้สึกที่มีต่อคนๆนั้นได้พอดู
“ ว่าแต่ดีแลนท์คุงน่าจะพึ่งมาที่โรงพยาบาลนี้เป็ครั้งแรกคงไม่คุ้นชินกับพื้นที่แถบนี้เท่าไหร่คงพึ่งย้ายบ้านมาอยู่แถวนี้สินะ ”
“ เอ๋ ”
“เมื่อกี้ตอนเห็นเราเดินเข้ามาในโรงพยาบาลสีหน้าของเราเหมือนจะเห็นรอบด้านตื่นตาไปหมดเหมือนว่าตัวเองมาอยู่ในสถานที่แปลกถิ่นก็เลยเดาเอาน่ะ ” พอเห็นท่าทีแบบนั้นของเขาแล้วสาวเ้าก็อมยิ้มขึ้นมาอย่างเอ็นดู
“ มันชัดขนาดนั้นเลยเหรอครับ? ทั้งที่พยายามไม่ทำตัวแบบนั้นแล้วนะเนี่ย”
“ น้าเข้าใจเพราะเมื่อก่อนตัวน้าเป็หนักกว่านี้อีกหลงทางบ่อยซะจนสามีของน้าต้องบอกให้พกโทรศัพท์ไว้ตลอดเวลาจะได้ติดต่อแล้วก็ระบุตำแหน่งเวลาหลงทางได้น่ะ” คำบอกเล่าพร้อมรอยยิ้มยามที่เธอพูดถึงสามีแทบจะััถึงความรู้สึกที่แผ่ออกมา
“ จะว่าไปยังไม่ได้ขอบคุณที่ดีแลนท์คุงช่วยเอากาแฟกระป๋องนี้มาให้เลยงั้นน้าเลี้ยงกาแฟแก้วนึงแล้วกันนะ อยากกินอะไรล่ะ ”
“ ไม่ต้องหรอกครับ ผมไม่ได้คอแห้งอะไร ”รู้สึกอยากหนีจากตรงนี้เต็มทีไม่ใช่เพราะรังเกียจแต่เหมือนเขาจะเสียเวลามากเกินแถมเขายังไม่ชอบกาแฟเท่าไหร่...
“ งั้นเอาโกโก้ก็แล้วกันนะเพราะเราไม่น่าจะชอบกาแฟเท่าไหร่” อีกครั้งที่เหมือนเธอจะรู้ไปเสียทุกอย่างไม่ทันที่เขาจะออกปากเธอก็สั่งเครื่องดื่มมาให้เขาแล้วค่อนข้างถือวิสาสะแต่ส่วนตัวเขาก็ชอบโกโก้จริงๆนั่นแหละ
หลังได้รับโกโก้แก้วหนึ่งมาหญิงสาวก็ชวนให้เขาเข้าไปนั่งในร้านนั้นถึงจะรู้สึกประหลาดที่ตนต้องมาดื่มกาแฟกับคนที่พึ่งพบหน้าแถมทางนั้นยังเลือกกาแฟกระป๋องแต่ตัวเขาที่รับน้ำใจจากเธอมาจะเดินหนีไปตรงนี้ก็ใช่ที่
“ อ่าว่าไปคุณรินะออกมานอกห้องพักแบบนี้ไม่เป็ไรเหรอครับ? ”
“ ไม่เป็ไรหรอกตอนนี้อาการค่อนข้างคงที่คิดว่าคงอยู่ตรงนี้ได้อีกพักนึงแหละ ว่าแต่ดีแลนท์คุงก็ดูไม่เหมือนคนไม่สบายนี่นาป่วยเป็อะไรมาเหรอ? ”
“ ไม่ได้ป่วยอะไรเป็พิเศษหรอกครับแค่มารับยาของโรคประจำตัวเฉยๆน่ะ” รู้สึกว่าตนโดนละลาบละล้วงนิดแต่ก็ไม่ใช่เื่ใหญ่อย่างไรก็ไม่มีทางบอกอยู่แล้วว่าตนเป็อะไรมา
“ ถ้าเป็โรคประจำตัวก็ต้องรักษาตัวให้ดีนะจะได้ไม่ล้มหมอนนอนเสื่อถ้าไม่ดูแลตัวเองแล้วเป็อะไรขึ้นมาล่ะแย่เลย ” การเตือนทำให้คนฟังยิ้มเจื่อนเพราะรู้ดีว่าตนไม่สามารถตอบรับคำเตือนของสาวเ้าได้เต็มปาก
พริบตานั้นเขาก็ฉุกคิดถึงความผิดปกติบางอย่างโดยเฉพาะเื่ที่ตนกำลังขบคิดกับเื่ที่ผู้หญิงคนนี้กำลังพูดอย่างจริงจังทั้งที่เขากับเธอแทบไม่ได้มีความรู้จักมักคุ้นใดๆพึ่งจะเจอหน้าและพูดคุยได้ไม่ทันจะถึงสามสิบนาทีด้วยซ้ำ
“ อะ เอ่อ แล้วคุณรินะป่วยเป็อะไรหรือครับดูคุณก็แข็งแรงดีนี่นา ”
“ โรคทางระบบประสาทอะไรสักอย่างนี่แหละเหมือนน้าจะชอบหมดสติไปซะเฉยๆ ทำความเดือดร้อนให้คนในบ้านก็หลายครั้งเลยตัดสินใจว่ามาอยู่ที่นี่จะดีกว่าน่ะ” การบอกเล่าเหมือนไม่มีอะไรสำหรับเธอมันอาจเป็เื่ที่คุ้นชินกับมันไปแล้ว
ตรงข้ามกับคนฟังเพราะรู้ว่าโรคทางระบบประสาทอันตรายไม่ใช่ผลจากความผิดปกติหากเป็ความยากในการรักษาแม้จะผ่านมาเกือบครึ่งศตวรรษแต่สเต็มเซลส์ที่เป็ความหวังในการรักษาโรคจำพวกนี้ก็ยังไม่อาจนำมาใช้งานอย่างแพร่หลายได้บางทีเธออาจต้องอยู่กับการเจ็บป่วยแบบนี้ไปชั่วชีวิต
“ คิกๆ ไม่ต้องรู้สึกผิดขนาดนั้นก็ได้น้ารู้ตัวแต่แรกแล้วล่ะว่าจะไม่หาย ทำใจได้แล้วด้วย ”รอยยิ้มน้อยยังไม่จางหายเหมือนมันไม่ใช่เื่สลักสำคัญ “ ว่าแต่ดีแลนท์คุงล่ะย้ายมาจากเขตไหนเหรอ?”
“ อ่า ผมพึ่งย้ายเข้ามาในเมืองคาเมล็อตนี้เมื่อเดือนก่อนพอดีมีปัญหานิดหน่อยผมเลยย้ายมาอยู่ที่นี่คนเดียวน่ะครับ ” คนฟังกลับมีสีหน้าแปลกใจมือที่ถือกาแฟกระป๋องนิ่งไปครู่หนึ่งแต่มันก็ไม่ใช่เื่แปลกอะไร
เมืองคาเมล็อตขึ้นชื่อว่าเป็เมืองที่ถือว่ามีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศตัวเมืองมีการพัฒนาแทบจะตลอดจนเกือบเรียกได้ว่าเป็เมืองที่ไม่เคยหลับมีธุรกิจห้างร้านมากมายที่เติบโตขนาดพื้นที่อันกว้างขวางจนแบ่งเมืองออกได้กว่ายี่สิบสี่เขตระบบคมนาคมและสารสนเทศอันยอดเยี่ยมดึงดูดนักลงทุนและประชาชนให้หลั่งไหลเข้ามา
แต่นั่นก็ถือเป็ดาบสองคมความเจริญที่มากเกินทำให้เมืองนี้มีปัญหาตามมาเป็พรวนมองอย่างไรมันก็ไม่ใช่เมืองที่เหมาะกับเด็กวัยรุ่นตัวคนเดียวย้ายมาอยู่เลย
“ งั้นเหรอ ดีแลนท์คุงก็คงจะลำบากสินะ ” ผิดจากที่เขาคาดการณ์เธอไม่ได้ถามไถ่หรือใหญิงสาวกลับเลือกจะเงียบสายตาจ้องมองด้วยความเป็ห่วงประหนึ่งมองญาติสักคนที่กำลังลำบาก
สายตาที่ทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกทำตัวไม่ถูกมากกว่าทุกครั้งจนเขาได้แต่นิ่งเงียบอยู่อย่างนั้น
“ ชั้นเป็มูนไนท์อัศวินที่จะมาปราบเหล่าร้าย”
“ มูนไนท์ไม่เห็นจะเท่ตรงไหนเลยทริกสเตอร์เท่กว่าตั้งเยอะ ”
“ อย่ามาว่ามูนไนท์นะ!! ” เสียงทะเลาะกันของเด็กสองคนดังลอดผ่านเหมือนจะเป็พี่น้องคู่หนึ่งที่ถูกพามาโรงพยาบาลก่อนถูกพ่อแม่ลากมาร้านกาแฟแต่ของเ่าั้ไม่ได้อยู่ในความคิดของทั้งคู่ ก่อนจะมีผู้ชายที่น่าจะเป็พ่อของเด็กพวกนั้นจะเข้ามาห้าม
มันอยู่ในการรับรู้ของเด็กหนุ่มหากที่ชวนให้แปลกใจมากกว่าคือสายตาคู่หนึ่งที่กำลังมองไปยังเด็กพวกนั้น
“ คุณรินะชอบเด็กหรือครับ? ”
“ จ้ะพอเห็นเด็กพวกนั้นแล้วนึกถึงลูกๆของน้าน่ะ ถึงเด็กพวกนั้นจะโตไปหมดแล้วก็เถอะ ”กระทั่งคนไม่เคยรู้จักเธอยังพูดคุยอย่างอบอุ่นและเป็กันเองท่าทางจะเป็คุณแม่ที่ดีมากคน...
“ เดี๋ยวนะครับเมื่อกี้เหมือนผมหูฝาดคุณรินะพูดว่าอะไรนะ? ” ไม่ต้องมีกระจกก็บอกได้ว่ารอยยิ้มบนใบหน้าของตนกำลังแข็งค้าง
“ ก็เห็นเด็กสองคนนั้นทะเลาะกันแล้วนึกถึงลูกๆของน้าน่ะมีอะไรหรือเปล่า? ”
“ ไม่ใช่อันนั้นครับอันหลังจากนี้อีกนิดน่ะครับเมื่อกี้ผมได้ยินเหมือนคุณรินะบอกว่าลูกของคุณน้าโตกันหมด... ”
“คนโตตอนนี้ทำงานแล้วล่ะรับ่ต่อกิจการที่บ้านอย่างแข็งขันเลยส่วนคนเล็กตอนนี้น่าจะกำลังเข้ามหาลัยน่ะ ” เหมือนยามที่พูดถึงสามีพอเป็เื่เกี่ยวกับครอบครัวเธอจะมีความสุขจนแทบเปล่งประกายยามที่พูดถึง
“ อะ เอ่อ ขอเสียมารยาทหน่อยนะครับ คือคุณรินะอายุเท่า... ”
“ ปีนี้ก็44แล้วล่ะอายุค่อนข้างมากแล้วเหมือนกัน ” พูดเหมือนเป็เื่ธรรมดาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มไร้ร่องรอยความโกรธเคืองตามประสาผู้หญิงควรจะเป็แต่มันทำให้คนฟังแทบหน้าทิ่มจนแว่นเลื่อนออกจากจมูก
มองภายนอกอย่างไรก็ไม่น่าจะเกินสามสิบผิวพรรณก็ใสจนแทบจะไร้ริ้วรอยหรือการหย่อนคล้อย แถมบอกว่ามีลูกมาแล้วสองแต่หุ่นยังคงดีและสมส่วนแทบไม่อยากเชื่อว่าเธอจะอยู่ใน่อายุหลักสี่
“ คุณรินะนี่... เด็กกว่าอายุจริงมากเลยนะครับ ”
“ ดีแลนท์คุงปากหวานจัง แต่ก็ขอบใจนะ ”พูดเหมือนเป็การชมเกินจริงแต่หากใครได้มาเจอเธอตัวเป็ๆเชื่อว่าหลายคนก็คงน่าจะอยากพูดอะไรแบบนี้ไม่มากก็น้อย
“ ตายจริง คุยเพลินจนลืมเวลาไปเลยขอตัวก่อนนะจ๊ะ ขืนหายตัวไปนานกว่านี้คุณพยาบาลคงโมโหแย่ ” มือบางโบกเป็การลาก่อนที่เธอจะเดินออกไปจากร้านทิ้งไว้เพียงเ้าคนที่กำลังงุนงงกับความอัศจรรย์ของโลกเพียงลำพัง
ลานจอดรถอันเงียบสงัดพื้นที่ซึ่งมีไว้สำหรับใช้จอดยานพาหนะยามที่ไม่ได้ใช้งานรถที่เคยจอดจนแน่นขนัดยามนี้กลับเลือนหาย เข็มนาฬิกาชี้เข้าสู่เลขสิบสองเป็่ที่คนส่วนมากสมควรจะอยู่บ้านหรือไม่ก็พักผ่อนนอนหลับ
แต่ก็มีคนบางประเภทที่ยังคงทำงานใน่เวลาแบบนี้
ชายวัยกลางคนเดินฮัมเพลงออกมาจากบริษัทของตนทั้งที่กลับดึกจนแทบจะเป็วันใหม่กลับไม่ทำให้เ้าตัวหงุดหงิดเพราะงานตัวใหม่ที่เขาพึ่งได้มาจะทำให้เม็ดเงินมหาศาลไหลเข้าสู่บริษัทแม้จะอ่อนล้าแต่เพื่อให้ได้สัญญาตัวนี้ต่อให้โต้รุ่งก็ถือเป็เื่เล็กน้อย
กุญแจรถอยู่ในมือเตรียมพร้อมจะขับกลับแต่ทันทีที่กดรีโมทเสียงสัญญาณกลับดังอยู่สุดขอบลาน
“ หืม หลอดไฟเสียเรอะ ” บริเวณที่รถของเขาจอดไฟมืดสนิทหลอดไฟที่เคยทำให้บริเวณนั้นสว่างไสวกลับเสียหายกลายเป็ว่ารถของเขาอยู่ในมุมอับแสงอย่างสมบูรณ์
ความง่วงเอาชนะความขับข้องในพริบตาทำให้เขาเลือกจะเมินข้ามใช้เวลาไม่นานก็ก้าวเท้าเข้าไปในรถและเสียบกุญแจเพื่อสตาร์ทเครื่องหมายจะกลับบ้าน ความคิดเ่าั้เลือนหายในวินาทีถัดมา
เบาะหลังที่สมควรจะว่างเปล่าปรากฏร่างของใครบางคนไม่ทันจะทำอะไรลำคอก็ถูกแขนของทางนั้นเหนี่ยวรั้งตามมาด้วยคมมีดที่จี้ลงบนลำคอปิดโอกาสในการหนีหรือเคลื่อนไหวใดๆโดยสิ้นเชิง
“ ถ้าแก้าเงินในนี้มีบัตรเครดิตไม่จำกัดวงเงินแหวนเพชร นาฬิกา รถ แกอยากได้อะไรก็เอาไปเลย ” มือยกขึ้นยอมแพ้รู้ดีว่าขัดขืนไปก็ไร้ความหมายและจะเพิ่มอันตายให้ตัวเองเปล่าๆ
น่าเสียดายที่คนด้านหลังหาได้เป็โจรที่มาจี้ปล้นตามที่หวัง
“ หลุยส์ ซามัวร์ เมื่อห้าปีก่อนใครเป็คนว่าจ้างแกให้เปิดบริษัทบังหน้า” คำถามที่ทำให้ดวงตาของคนฟังเบิกกว้างจ้องมองไปยังร่างที่กำลังจี้มีดลงบนคอของตนด้วยความตระหนก
“ พะ พูดเื่อะไร ”
“ ห้าปีก่อนมีการค้าขนส่งอุปกรณ์อะไรบางอย่างมาที่เมืองนี้ผ่านนิติบุคคลพอสืบย้อนกลับไปก็พบว่าชื่อที่ใช้เปิดบริษัทนั้นมีชื่อของแกรวมอยู่ด้วย ”
“ ไม่ใช่แค่ฉันคนเดียวสักหน่อยนั่นเป็บริษัทที่ร่วมตั้งกับ...”
“ เพื่อนชาวไอริชของแกอีกสองคนสินะตอนแรกฉันก็ตั้งเป้าเอาไว้กับพวกมันน่าเสียดายที่พวกมันไม่รู้ว่าใครเป็คนว่าจ้างเสียเวลากับพวกมันไปตั้งนานแต่ไม่ได้ข้อมูลอะไรเลย ” ความรู้สึกหนาววาบแล่นผ่านสันหลังเม็ดเหงื่อไหลรินความหวาดกลัวเข้าเกาะกุมจิตใจอย่างไม่อาจเลี่ยง
“ มันคงตลกแน่ถ้าเกิดพวกแกสามตัวดันไม่รู้ว่าใครเป็คนว่าจ้างและฉันไม่ชอบเื่ตลก ”แรงรัดที่ลำคอเพิ่มขึ้นแรงบีบรัดที่เริ่มทำให้คนโดนหน้าหมองคล้ำขึ้นทุกขณะ
“ ฉะ ฉันไม่มีอะไรจะพูดไม่สิถึงอยากพูดฉันก็พูดไม่ได้ แกรู้หรือเปล่าว่าเื่นี้มันเกี่ยวกับใครบ้าง?บอกไปแกก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี ”
“ ได้หรือไม่ได้ฉันคือคนตัดสินใจและอย่าลืมว่าฉันทำอะไรกับแกได้บ้าง ” คมมีดเคลื่อนเข้าหาราวกับจะเป็สิ่งยืนยันคำพูดนั้น
“ งั้นแกก็ฆ่าฉันซะเลยดีกว่าเพราะถ้าฉันบอกแกไปสุดท้ายยังไงก็ต้องตายอยู่ดี” อาจสั่นไปบ้างจากความกลัวและขาดอากาศหากมันยังคงไว้ซึ่งความเอาจริงร่างที่โดนรัดคอสั่นระริกไม่ใช่จากมีดหรือการรัดคอหากเป็ความหวาดกลัวต่ออะไรบางอย่าง
เห็นแบบนั้นแทนที่จะแปลกใจมันกลับทำให้ใบหน้าภายใต้หัวเราะในลำคอ
“ งั้นถึงฉันจะทำอะไรกับครอบครัวของแกไปแกก็คงไม่สนสินะ” ประหนึ่งสายฟ้าฟาดใส่คนที่เคยสงบนิ่งเมื่อครู่ตระหนกร่างกายดิ้นรนหมายจะหลุดออกจากพันธนาการ
“ อย่าแตะต้องพวก... อ่อก ” วงแขนกระชับแรงรัดยิ่งเพิ่มเหมือนจะหยุดร่างนั้นเอาไว้
“ ลูกสาวของแกกำลังน่ารักคงเอาไปขายให้พวกโรคจิตได้เยอะอยู่แล้วถ้าแม่แกรู้ว่าเงินที่เอาไปรักษามะเร็งมันมาจากไหนก็อยากรู้เหมือนกันว่ายัยแก่นั่นจะทำหน้ายังไง”
“ ฉะ ฉันจะบอกแกทุกอย่างขอร้องอย่ายุ่งกับมิเชล อย่ายุ่งกับแม่ของฉันเลย ได้โปรด ” ใบหน้าของหลุยส์ซีดเผือดเื่เ่าั้มันร้ายแรงยิ่งกว่าความตายของตัวเองเสียอีก
ข้อมูลถูกบอกเล่าออกมาอย่างหมดเปลือกสายตาที่ส่องผ่านกระจกหน้ารถยืนยันว่าเป็ความจริงอย่างน้อยในสายตาของคนใต้หน้ากากก็เห็นว่าเ้านี่น่าจะคายข้อมูลที่มันรู้ออกมาจนสิ้น
“ นั่นแหละคือทั้งหมดที่ฉันรู้ขอร้องล่ะไม่ว่าแก้าอะไรก็ให้มันจบลงที่ฉันอย่าเอาไปลงกับแม่กับลูกสาวของฉันเลย ”
“ งั้นจัดให้ ” มีดกรีดผ่านหลอดลมจนเืไหลทะลักออกมาจากลำคอโลหิตพุ่งทะลักเปรอะกระจกหน้ารถจนเป็สีแดงฉานแต่ด้วยความมืดทำให้มันไม่เด่นชัดเท่าไหร่นัก
เืที่เปื้อนมีดถูกเช็ดออกด้วยกระดาษทิชชู่ที่อยู่ในรถก่อนเ้าคนที่พึ่งฆ่าเ้าของรถจะเดินลงแล้วปล่อยให้ร่างนั้นขาดใจตายอยู่ด้านใน ท่ามกลางความรู้สึกกังวลและแค้นเคืองของฝ่ายนั้น
“ บันทึกเสียงไว้แล้วสินะฝากตามรอยหมายเลขบัญชีธนาคารที่เ้านั่นบอกแล้วควานหาต้นทางให้ที ”
“ รู้ใช่ไหมคะDถ้าขาดเสาหลักอย่างผู้ชายคนนั้นไปเด็กที่เหลือแต่พ่อจะรู้สึกยังไงแล้วยังค่ารักษาแม่ของผู้ชายคนนั้นอีก ”
“ นั่นไม่ใช่เื่ที่ฉันต้องรับรู้ เนล” เสียงสนทนาแสนแ่เบาแต่เขารู้ว่าทางนั้นต้องได้ยินเพราะเครื่องสื่อสารแทบจะจ่ออยู่ที่ปากเขา“ ต่อให้ไม่เกี่ยวโดยตรงแต่มันเลือกจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการฆ่าคนทำลงไปทั้งที่รู้ว่าจะต้องมีคนตายแต่มันก็ยังทำ ”
“ ไม่เกี่ยวว่าเหตุผลจะเป็แบบไหนไม่เกี่ยวว่าจะตั้งใจทำอะไรการฆ่าคือการฆ่าไม่ว่าจะมีข้ออ้างสวยหรูขนาดไหนมันก็ไม่ได้ทำให้การฆ่าใครสักคนเป็สิ่งชอบธรรม” คำยืนยันหนักแน่นชวนให้คนจากปลายสายถอนหายใจ
แต่เธอเองก็รู้ว่าตนไม่มีทางทำอะไรมากไปกว่านั้นได้
“ ...ถ้านั่นคือสิ่งที่คุณ้าชั้นก็ไม่มีปัญหาหรอกค่ะกรุณารอการวิเคราะห์ข้อมูลสักครู่นะคะ เสร็จแล้วจะส่งไปให้ ”การติดต่อตัดไปน้ำเสียงอาจเหมือนปกติแต่เขารู้ดีว่าเธอกำลังไม่พอใจโกรธเคืองในสิ่งที่เขาทำหากไม่อาจว่ากล่าวอะไรได้
สายตาของเด็กหนุ่มเหลือบมายังคนที่เคยมีชีวิตจวบจนสามนาทีเมื่อครู่ภาพในยามที่ร่างนั้นใช้ชีวิตกับครอบครัวตอนหาข้อมูลผุดขึ้นมาในหัว มันจะไม่มีอีกแล้วครอบครัวแสนอบอุ่นถูกทำลายลงไปด้วยมือของเขา
เท้าก้าวเดินจากบริเวณนั้นอย่างเรียบเรื่อยหากว่องไวเหลือทิ้งไว้เพียงความตายและชายที่เป็พ่อหรือลูกชายของใครสักคนที่ยามนี้ปราศจากลมหายใจอีกต่อไป