ทะลุมิติไปเป็นสาวชาวนาผู้มั่งคั่งกับซาลาเปาตัวน้อยๆ (จบ)

    เล่มที่ 4 บทที่ 107 สงสัย

            ยิ่งจ้าวซื่อคิดถึงเรื่องนี้มากเท่าไรนางก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ จ้าวซื่อขมวดคิ้วแน่นยิ่งขึ้น

            รูปร่างหน้าตาไม่ได้เปลี่ยนไปมากนักแต่บุคลิกและอุปนิสัยของหลินกู๋หยู่ดูเหมือนจะเปลี่ยนไปมากเกินไปและนางแตกต่างจากก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง

            “ป้าจ้าวอยู่บ้านหรือไม่?”

            ในขณะที่จ้าวซื่อกำลังครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยความสับสนนางก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยลอดดังจากข้างนอก

            จ้าวซื่อลุกขึ้นและเดินออกไปข้างนอกเห็นฟางซื่อยืนอยู่ที่ประตู

            "ป้าจ้าว" ฟางซื่อหรี่ตายิ้มขณะเดินไปหาจ้าวซื่อและรอยยิ้มบนใบหน้าของนางก็เป็นประกายสดใสมากขึ้น "เมื่อวานนี้ข้าเห็นว่าท่านไปหาน้องสะใภ้ แต่ทำไมถัดจากนั้นข้าก็ไม่เห็นท่านแล้ว?"

            สีหน้าของจ้าวซื่อจางเรียบนิ่ง"ข้าจำได้ว่าข้าลืมสิ่งหนึ่ง ข้าจึงกลับมาก่อน"

            “ก็ใช่ ป้าจ้าว ท่านสอนลูกได้ดีมาก น้องสะใภ้เก่งน่าทึ่งมากคนในหมู่บ้านติดเชื้อไข้ทรพิษและคนไข้ที่หายดีทั้งหมดก็ล้วนแต่เป็นน้องสะใภ้ที่รักษา” ฟางซื่อยิ้มอย่างสดใสมากขึ้น แล้วพูดต่อว่า “เมื่อวานข้าได้ยินมาว่ามีท่านหนึ่งเป็นขุนนาง และเป็นไข้ทรพิษ จึงเชิญน้องสะใภ้ไปตรวจรักษาเป็นเพราะว่ารักษาหายดีแล้ว พวกเขาจึงมาส่งเงินให้นาง”

            จ้าวซื่อรู้สึกแปลกเล็กน้อยในใจขมวดคิ้วแน่น รู้สึกว่าสิ่งนี้เหมือนกับลูกสาวของนางน้อยลงเรื่อยๆ

            “คนเขามอบธนบัตรให้ตั้งปึกหนึ่งซึ่งธนบัตรหนึ่งใบในนั้นมีมูลค่าถึงหนึ่งร้อยตำลึงเชียวแต่น้องสะใภ้กลับไม่ต้องการมัน ไม่เช่นนั้นครอบครัวก็คงร่ำร่วยอู้ฟู่แล้ว” ฟางซื่อเม้มริมฝีปากเล็กน้อย มองไปยังรอบๆ แล้วเปล่งเสียงจุ๊ๆ  “ไม่เช่นนั้น น้องสะใภ้ก็จะสามารถช่วยท่านซ่อมแซมบ้านของท่านได้”

            จ้าวซื่อยิ้มและเงยหน้าขึ้นมองฟางซื่อพร้อมพูดอย่างใจเย็นว่า "ไม่ทราบว่าพี่สะใภ้ของนางมาทำอะไรที่นี่?"

            ฟางซื่อตบมือทันทีที่ได้ยินสิ่งที่จ้าวซื่อกล่าวและหลังจากเห็นว่าไม่มีใครอยู่รอบๆนางจึงย่องไปข้างหน้าโจวซื่อโน้มตัวเข้าไปใกล้ใบหูของจ้าวซื่อและพูดอย่างเคร่งขรึมว่า"ข้าเห็นว่าตอนนี้น้องสะใภ้มีความสนิทสนมชิดใกล้กับนายน้อยลู่แห่งโรงหมอสกุลลู่และทั้งสองคนก็มีความสัมพันธ์ชิดใกล้กันมาก และคนอื่นๆ ก็กระจายข่าวออกไปทั่วแล้ว”

            ใบหน้าของจ้าวซื่อไม่น่าดูนักและทันใดนั้นนางก็หันศีรษะไปจ้องฟางซื่อ ขณะพูดอย่างเฉียบขาดว่า"อย่าพูดเหลวไหล"

            เมื่อได้ยินสิ่งที่จ้าวซื่อพูดฟางซื่อหน้าซีดขาวด้วยความตกใจ นางส่ายศีรษะแรงๆ และพูดอย่างเคร่งขรึมว่า"ข้าจะพูดเรื่องเช่นนี้ตรงๆ ได้อย่างไร เดิมทีข้าต้องการจะตักเตือนอยู่แต่ข้าก็เข้าใจด้วยว่าน้องสะใภ้ย่อมไม่รับฟังข้า และนั่นคือเหตุผลที่ข้ามาหาท่าน"

            เมื่อเห็นใบหน้าที่แปรเปลี่ยนไปของจ้าวซื่อฟางซื่อก็พูดอย่างเคร่งขรึมต่อว่า "ท้ายที่สุดแล้ว นางก็เป็นน้องสะใภ้เช่นกันหากสิ่งเหล่านี้ถูกกล่าวเล่าลือให้เซ็งแซ่มันจะไม่ดีต่อชื่อเสียงของน้องสะใภ้เท่าใดนัก"

            เมื่อจ้าวซื่อได้ฟังดังนั้นสีหน้าของนางก็อ่อนคลายลง จากนั้นนางก็พูดกับฟางซื่ออย่างจริงใจ"ขอบคุณเจ้ามาก และขอเจ้าโปรดอย่าบอกคนอื่นเกี่ยวกับเรื่องนี้"

            "เรื่องเช่นนี้ ข้าจะพูดกับคนอื่นได้อย่างไร?"ฟางซื่อกล่าวอย่างจริงใจ

            หลังจากส่งฟางซื่อใบหน้าของจ้าวซื่อก็ยิ่งน่าเกลียด

            สตรีผู้นั้นเป็นบุตรสาวของนางหรือ?

            หลินกู๋หยู่มักจะรู้สึกอึดอัดในใจเสมอและนางก็ปวดท้องเล็กน้อยทันใดนั้นเองนางเพิ่งจะตระหนักได้ว่านางอาจมีประจำเดือนในช่วงเวลาสองสามวันนี้

            ในที่สุดหลังจากรอจนถึงยามเย็นหลินกู๋หยู่มองไปข้างนอก และรอเป็นเวลานานแต่อย่างไรก็ตามนางก็ไม่เห็นฉือหางจะมารับนาง

            ในใจรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยหลินกู๋หยู่เก็บข้าวของและเตรียมตัวกลับหลังจากเห็นคนในโรงหมอต่างทยอยออกไป

            "ให้ข้าส่งเจ้ากลับบ้านดีหรือไม่?"วันนี้ลู่จื่อยู่แสร้งทำเป็นยุ่งมากทั้งวัน และไม่ได้พูดคุยกับหลินกู๋หยู่

            หลินกู๋หยู่เงยหน้าขึ้นมองลู่จื่อยู่นางก็ส่ายศีรษะ สวมผ้าพันคอและถุงมือที่นางทำเอง หลังจากพร้อมแล้ว นางก็กล่าวว่า"ข้ากลับก่อน"

            ลู่จื่อยู่เข้าใจถึงสิ่งที่หลินกู๋หยู่หมายความถึงขมวดคิ้วแวบหนึ่ง ขณะมองนางเดินจากไป ก่อนที่จะคว้าแขนของหลินกู๋หยู่

            หลินกู๋หยู่แข็งอยู่กับที่และหันกลับไปอย่างสงสัย

            “ข้ามีเรื่องจะบอกเจ้า” ลู่จื่อยู่พูดด้วยเสียงต่ำ

            เอื้อมมือไปผลักมือของลู่จื่อยู่ออกไปหลินกู๋หยู่ลดศีรษะลงและมองไปที่ปลายเท้าของตนเอง

            “ข้ารู้ว่าเจ้าแต่งงานแล้ว” ลู่จื่อยู่ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า “แค่มีบางอย่างมันอยู่นอกเหนือการควบคุมของข้า”

            หลินกู๋หยู่มองไปที่ลู่จื่อยู่ด้วยความประหลาดใจขมวดคิ้วเล็กน้อย "เจ้าต้องการพูดอะไร?"

            ไม่มีใครอยู่รอบๆมีเพียงพวกเขาสองคนที่เหลืออยู่ในโรงหมอ

            "เจ้าเต็มใจที่จะออกจากบ้านสกุลฉือและมาที่บ้านสกุลลู่หรือไม่?" ลู่จื่อยู่มองที่หลินกู๋หยู่ด้วยสายตาจริงจังมือถือใบพัดกระดาษอย่างไม่สบายใจ

            “คุณชายลู่” หลินกู๋หยู่ก้าวเท้าถอยหลังเล็กน้อยขมวดคิ้วเล็กน้อย “ข้ายังไม่ได้คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้และข้าหวังว่าในวันข้างหน้าเจ้าจะไม่พูดถึงเรื่องนี้กับข้าอีก”

            ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับลู่จื่อยู่ในวันนี้คิดไม่ถึงว่าเขาจะพูดเช่นนี้กับนาง

            หลินกู๋หยู่รู้สึกว่าจะเป็นการดีกว่าที่จะกลับจากโรงหมอให้เร็วที่สุดดังนั้น นางจึงยกเท้าขึ้นและกำลังจะเดินออกไปข้างนอก

            เมื่อได้ยินสิ่งที่หลินกู๋หยู่พูดลู่จื่อยู่ก็รีบไปข้างหน้า "ข้าจะให้ตำแหน่งภรรยาเอกให้กับเจ้าได้"

            ร่างของหลินกู๋หยู่หยุดลงเล็กน้อยและหันศีรษะไปมองที่ลู่จื่อยู่ ระหว่างคิ้วและดวงตาของนางฉายแววผิดหวังยกเท้าและเดินออกไปข้างนอก

            “เขาไม่มีเจ้าอยู่ในใจ” ลู่จื่อยู่พูดเสียงต่ำ “ถ้าเขามีเจ้าในใจ เขาจะปล่อยให้เจ้าเดินไกลขนาดนี้ได้อย่างไร?”

            หลินกู๋หยู่หยุดฝีเท้าและหันไปมองที่ลู่จื่อยู่อย่างสงสัย

            "ถ้าเขามีเจ้าอยู่ในใจจริงๆ เวลาสายมากขนาดนี้แล้วเป็นไปได้อย่างไรที่เขาไม่มารับเจ้า?"ลู่จื่อยู่มองที่ดวงตาที่ลุกลนเล็กน้อยของหลินกู๋หยู แล้วพูดต่อว่า"ถ้าเขามีเจ้าอยู่ในใจ เขาคงจะเป็นห่วงเจ้าตั้งนานมาแล้ว”

            หลินกู๋หยู่ขมวดคิ้วเล็กน้อยใบหน้าของนางน่าเกลียดเล็กน้อย มือกำหมัดแน่น เล็บฝังลึกอยู่ในฝ่ามือ"เจ้ากำลังพูดจาเหลวไหล"

            "ข้าไม่ได้พูดจาเหลวไหล" ลู่จื่อยู่มองสีหน้าของหลินกู๋หยู่พูดอย่างเรียบนิ่ง "เขาก็แค่ขอบคุณเจ้า ถึงได้ปฏิบัติต่อเจ้าเป็นอย่างดีทว่าตอนนี้เขาหายเป็นปกติแล้วและไม่ต้องการเจ้าอีกต่อไปแล้ว"

            หลินกู๋หยู่หรี่ตาลงเล็กน้อยและเม้มริมฝีปากแน่นถึงกับปรากฏให้เห็นความซีดจาง

            "แต่ข้าไม่ได้ต้องขอบคุณเจ้า ข้าชอบเจ้าเพียงเพราะคนๆ นั้นคือเจ้า"ลู่จื่อยู่จ้องมองไปที่ร่างของหลินกู๋หยู่ด้วยแววตาอ่อนโยน

            ทันใดนั้นหลินกู๋หยู่ก็หัวเราะและเงยหน้าขึ้นมองลู่จื่อยู่ "เจ้ามองได้อย่างกระจ่างแจ้งจริงๆ งั้นให้ข้าถามเจ้า เจ้าบอกว่าเจ้าชอบข้าเจ้าชอบอะไรเกี่ยวกับข้า?"

            ก่อนที่ลู่จื่อยู่จะทันได้พูดหลินกู๋หยู่ก็ยิ้มอย่างสมเพชตัวเอง"ถ้าเช่นนั้นเจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเคยทะเลาะตบตีกับผู้หญิงคนหนึ่งอย่างอุกอาจหรือไม่ผู้หญิงเช่นนี้ เจ้าจะทนได้หรือไม่?"

            เมื่อได้ยินสิ่งที่หลินกู๋หยู่พูดลู่จื่อยู่คิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม"ตั้งแต่ไหนแต่มาข้าไม่เคยปฏิบัติต่อเจ้าในฐานะสตรีธรรมดาทั่วไปอยู่แล้ว"

            "ปฏิบัติต่อข้าในฐานะผู้ชายงั้นหรือ?” หลินกู๋หยู่พูดด้วยรอยยิ้ม"เจ้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าข้าเป็นคนอย่างไรคุณชายลู่ได้โปรดหยุดพูดถ้อยคำเหล่านั้นได้แล้วข้ารู้ว่าเจ้ามองข้าเป็นคนพิเศษก็เพียงเพราะข้ารู้ทักษะทางการแพทย์บางอย่างก็เท่านั้น"

            "ข้าเป็นคนที่ตระหนักรู้ตัวเองมาแต่ไหนแต่ไร และข้าก็ไม่เคยคิดมากด้วย”หลินกู๋หยู่เงยหน้าขึ้นมองลู่จื่อยู่ด้วยใบหน้าที่จริงจัง"ข้ารู้ว่าอะไรที่ข้าควรทำ และรู้ด้วยว่าอะไรไม่ควรทำ"

            การแสดงออกบนใบหน้าของลู่จื่อยู่เผยความกระอักกระอ่วนเล็กน้อย

            "อันที่จริงข้า..." ดวงตาของลู่จื่อยู่เหม่อลอย และเขาก็หยุดชั่วคราว"เมื่อก่อนข้าก็เคยคิดเช่นนั้นเหมือนกันแต่ต่อมาข้าก็ไม่คิดเช่นนั้นอีก"

            "เวลาสายมากแล้ว ข้าควรจะกลับไปแล้ว" หลินกู๋หยู่พูดก่อนจะหันหลังกลับและเดินออกไปทันที

            นั่นก็เพียงเพราะเจ้ารู้ดีว่าอะไรควรทำอะไรไม่ควรทำ เจ้าไม่เคยเป็นเหมือนผู้หญิงที่โลภเงินเหล่านั้นนั่นจึงทำให้หัวใจที่เดิมทีสงบของเขาวนเวียนอยู่กับนาง

            หลินกู๋หยู่เดินออกมาข้างนอกลมกระโชกแรงพัดผ่าน หนาวเย็นถึงกับกัดเข้าที่กระดูก

            หลินกู๋หยู่หดคอแล้วเดินออกไปข้างนอก

            มีชายคนหนึ่งกำลังเดินมาหานางใบหน้าของเขาเป็นสีเผือดด้วยความหนาวเย็น

            หลินกู๋หยู่หยุดฝีเท้าช้าๆหันหน้าไปมอง แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม "พี่ฉือหาง!"

            นางก็คิดอยู่ว่าฉือหางจะไม่มารับนางได้อย่างไร?

            “วันนี้มารับสายแล้ว” ฉือหางพูดเสียงเบา “ข้าไปรับโต้ซามา”

            หลินกู๋หยู่ขยับตัวเข้าไปใกล้ด้านข้างฉือหางจับแขนของเขาอย่างสนิทสนมและพูดอย่างพึงพอใจ "การไปรับโต้ซานั้นสำคัญกว่า ข้ากลับไปคนเดียวได้"

            ผู้หญิงเป็นสัตว์พูดไม่ตรงกับใจเห็นๆ อยู่ว่านางหวังว่าเขาจะมารับนางแต่นางกลับพูดขัดกับความหวังของตนเองเสียอย่างนั้น

            ฉือหางยิ้มจางๆและกลับบ้านพร้อมกับหลินกู๋หยู่

            เมื่อเข้านอนตอนกลางคืนท้องของหลินกู๋หยู่เจ็บราวกับตกนรก และไม่ว่าจะนอนอย่างไร นางก็นอนไม่หลับ

            หลินกู๋หยู่พลิกตัวไปพลิกตัวมาใบหน้าของนางน่าเกลียดมาก มือคว้าผ้าปูที่นอนบีบด้วยแรงทั้งหมดที่มี

            นางไม่ได้ทานอะไรเย็นๆแต่ทำไมนางถึงได้ปวดท้องอย่างรุนแรงเช่นนี้?

            หลินกู๋หยู่เอื้อมมือไปดึงเสื้อผ้าของฉือหาง

            "เกิดอะไรขึ้น?” ฉือหางลืมตาด้วยความงุนงงและเอ่ยถามด้วยเสียงต่ำ

            “ปวดท้อง” หลินกู๋หยู่เงยหน้าขึ้นมองฉือหางและพูดเสียงเบา “ไปต้มน้ำร้อนให้ข้า ข้าอยากดื่ม”

            เมื่อได้ยินสิ่งที่หลินกู๋หยู่พูดฉือหางก็ลุกขึ้นเดินไปด้านข้างและจุดเทียน

            “เจ็บมากไหม?” ฉือหางมองไปที่หลินกู๋หยู่อย่างเป็นกังวลขมวดคิ้วแน่นยิ่งขึ้น “ไปหาหมอดีหรือไม่?”

            "ไม่ต้อง แค่ดื่มน้ำร้อนก็เพียงพอแล้ว” หลินกู๋หยู่พลิกตัวไปมาคิ้วของนางกลายเป็นรอยย่น ใบหน้าของนางไม่น่าดูนัก และขดตัวเป็นวงกลม

            เมื่อเห็นหลินกู๋หยู่เช่นนี้ฉือหางก็รีบไปช่วยหลินกู๋หยู่ต้มน้ำ

            โชคดีที่ไฟในเตาไม่ดับและเขาก็สามารถต้มน้ำได้โดยตรง

            หลังจากต้มน้ำแล้วฉือหางก็ยื่นถ้วยให้หลินกู๋หยู่และพูดอย่างเป็นห่วงว่า "เจ็บมากไหม?"

            หลังจากดื่มน้ำร้อนอาการปวดท้องก็ทุเลาลงเล็กน้อยหลินกู๋หยู่ยื่นถ้วยให้ฉือหางและถอนหายใจด้วยความโล่งอก "ไม่เป็นไรแล้วอาจเป็นเพราะร่างกายของข้าโดนอากาศเย็นเกินไป"

            เช้าวันต่อมาท้องของนางไม่เจ็บมากขนาดนั้นอีกต่อไป หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จหลินกู๋หยู่ก็เดินตามฉือหางไปส่งโต้ซาที่โรงเรียนเอกชนจากนั้นฉือหางก็ไปส่งนางที่ตัวเมือง

            ทันทีที่หลินกู๋หยู่มาถึงโรงหมอสกุลลู่นางเห็นจ้าวซื่อเดินเข้ามาจากด้านนอก

            "ท่านแม่" เอ่ยด้วยสีหน้าไม่สบายใจ หลินกู๋หยู่เดินช้าๆ ไปหาจ้าวซื่อพูดด้วยรอยยิ้ม "ท่านไม่สบายตรงไหนหรือ?"

            จ้าวซื่อเหลือบมองผู้คนรอบตัวด้วยใบหน้าบูดบึ้งเมื่อเห็นว่าหลินกู๋หยู่กำลังจะเข้ามาช่วยประคองนาง นางก็หลีกตัวไปด้านข้างไม่ให้หลินกู๋หยู่แตะต้องตัวนางเลยแม้แต่น้อย

            การแสดงออกบนใบหน้าของหลินกู๋หยู่ฉายแววกระอักกระอ่วนเล็กน้อยแล้วก็หันไปมองฉือหางที่อยู่ด้านข้าง

            ฉือหางเดินไปหาจ้าวซื่อและพูดอย่างสุภาพว่า"ท่านแม่ ท่านมาที่นี่ได้อย่างไรหรือ?"

            จ้าวซื่อดึงฉือหางออกไปด้านข้างแววตามองไปที่หลินกู๋หยู่อย่างเฉยเมย

            ใจเต้นแรงอย่างอธิบายไม่ได้หลินกู๋หยู่เม้มริมฝีปากแน่น รู้สึกอึดอัดใจอย่างมาก


    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นสาวชาวนาผู้มั่งคั่งกับซาลาเปาตัวน้อยๆ (จบ) ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405