กลิ่นดินชื้นหลังฝนพรำและไอเย็นจาง ๆ ลอยอบอวลไปทั่วกระท่อมไม้หลังเล็กแต่แข็งแรงของฉีเฟิงหลี่ชิงเหอนั่งอยู่บนเตียงนอนที่ปูด้วยหนังสัตว์เนื้อนุ่มความอบอุ่นจากเตาผิงช่วยขับไล่ความหนาวเหน็บที่เกาะกุมร่างกายออกไปจนเกือบหมดสิ้นนางจิบยาต้มร้อน ๆ ในถ้วยอย่างเชื่องช้าดวงตาคู่สวยยังคงฉายแววสับสนระคนระแวงขณะจับจ้องไปยังบุรุษร่างสูงใหญ่ที่นั่งเงียบๆ อยู่มุมห้อง
เขาคือ ฉีเฟิงพรานหนุ่มผู้ช่วยชีวิตนางไว้จากกระแสน้ำอันเชี่ยวกรากใบหน้าครึ่งซีกของเขามีรอยแผลเป็น่ากลัวพาดผ่านั้แ่หางคิ้วลงมาจรดมุมปากแม้จะดูน่าเกรงขาม แต่แววตาที่เขามองมากลับสงบนิ่งราวกับผิวน้ำในบึงลึกมิได้มีแววคุกคามอย่างที่นางคาดคิดในตอนแรก
"ข้าไม่ได้คิดสั้นเพราะท่านปฏิเสธการแต่งงาน"ชิงเหอตัดสินใจเอ่ยขึ้นอีกครั้งเพื่อทำลายความเงียบอันน่าอึดอัด"ที่ข้าะโลงไปในแม่น้ำ...มันมีเหตุผลอื่น"
ฉีเฟิงเลิกคิ้วเล็กน้อยเขาโน้มตัวมาข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อจะได้อ่านริมฝีปากของนางได้ถนัดขึ้นการกระทำนั้นทำให้นางนึกถึงข้อมูลจากความทรงจำของเ้าของร่างเดิมว่าเขามีปัญหาเื่การได้ยินที่หูข้างซ้าย
"แล้วเหตุผลอันใดเล่าที่ทำให้สตรีบอบบางเช่นเ้าอยากลงไปแหวกว่ายในแม่น้ำที่เย็นราวกับน้ำแข็ง"เขาถามกลับด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ แต่แฝงไปด้วยความอยากรู้
ชิงเหอถอนหายใจ จะอธิบายเื่การข้ามภพข้ามชาติให้คนยุคนี้ฟังได้อย่างไร
"ข้า...แค่อยากกลับบ้าน"นางตอบเสียงอ่อย ซึ่งก็เป็ความจริง เพียงแต่ บ้านของนางนั้นอยู่ไกลเกินกว่าที่เขาจะจินตนาการได้
ความคิดของนางล่องลอยกลับไปยังโลกศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดปี ค.ศ. 2025 ที่ซึ่งเต็มไปด้วยแสงสีและเทคโนโลยีโลกที่นางมีครอบครัว มีเพื่อน มีชีวิตที่คุ้นเคยความทรงจำสุดท้ายก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบลงคือแสงไฟจ้าจากรถยนต์ที่พุ่งเข้าใส่การลืมตาตื่นขึ้นมาในร่างของเด็กสาวกำพร้าชื่อ หลี่ชิงเหอในยุคจีนโบราณที่ไม่มีแม้แต่ไฟฟ้าใช้ มันคือฝันร้ายที่นางยังหาทางตื่นไม่ได้
นางในร่างนี้คือเด็กสาวที่น่าสงสารชีวิตต้องดิ้นรนรับจ้างทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อแลกกับเศษอาหารประทังชีวิตเป็ชีวิตที่เรียบง่ายและน่าเวทนา แต่นั่นไม่ใช่ชีวิตของนาง ไม่ใช่เลย
ฉีเฟิงมองดวงตาที่เหม่อลอยของนางแล้วขมวดคิ้วแน่นเขายอมรับว่าเหตุผลของนางฟังดูไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลยแต่เมื่อเห็นสภาพของนางที่ยังคงซีดเซียวและร่างกายสั่นเทาเขาก็ไม่อยากซักไซ้ให้มากความ "ไม่ว่าเหตุผลของเ้าคืออะไรการกระทำเช่นนั้นมันเสี่ยงเกินไป"
เขาลุกขึ้นเดินไปเติมฟืนในเตาผิงเสียงไม้แตกเปรี๊ยะ ๆ ดังขึ้นเบา ๆ "ข้ารู้ว่าเ้าอาจจะยังสับสนแต่ข้ายืนยันคำเดิม...ข้าจะรับผิดชอบเ้า"
"รับผิดชอบ?" ชิงเหอทวนคำ"ข้าไม่้าให้ใครมารับผิดชอบชีวิตข้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง...ด้วยการแต่งงานที่ข้าไม่ได้เต็มใจ"
คำพูดของนางทำให้ฉีเฟิงชะงักไปเล็กน้อยเขายอมรับว่าตนเองด่วนสรุปไปหน่อยว่านางคิดสั้นเพราะเื่ที่เขาปฏิเสธแม่สื่อไปแต่ในเมื่อเหตุการณ์มันเป็เช่นนี้แล้วจะปล่อยให้นางกลับไปใช้ชีวิตเพียงลำพังในกระท่อมซอมซ่อท้ายหมู่บ้านได้อย่างไรอย่างน้อยที่สุด การให้นางมาอยู่กับเขาก็ยังปลอดภัยกว่า
ข้าเป็บุรุษการกระทำของข้าย่อมต้องมีเหตุผลรองรับ
"เื่แต่งงาน...พวกเราก็เคยถูกทาบทามกันอยู่แล้ว"เขาพูดขึ้น พยายามหาเหตุผลมาสนับสนุนการตัดสินใจของตนเอง"ข้าอาจจะเคยปฏิเสธไป แต่ตอนนี้ข้าเปลี่ยนใจแล้ว"
ชิงเหอมองหน้าเขาอย่างเหลืออด นี่เขาไม่เข้าใจที่ข้าพูดหรืออย่างไร"ฉีเฟิงข้าขอย้ำอีกครั้งว่าการกระทำของข้าไม่เกี่ยวกับท่านเลยแม้แต่น้อยท่านไม่จำเป็ต้องรู้สึกผิดหรือคิดจะรับผิดชอบอะไรทั้งสิ้น"
นางพยายามจะลุกขึ้นจากเตียงแต่ร่างกายที่ยังอ่อนเพลียทำให้โซซัดโซเซจนเกือบล้มลงฉีเฟิงรีบปรี่เข้ามารับร่างของนางไว้ทันทีวงแขนแข็งแรงของเขารวบร่างบางของนางไว้แนบอกความใกล้ชิดอย่างกะทันหันทำให้หัวใจของชิงเหอเต้นระรัว กลิ่นสมุนไพรจาง ๆ ผสมกับกลิ่นไอแดดและผืนป่าจากตัวเขาทำให้นางรู้สึกแปลกๆ อย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
บ้าน่า...ข้าแค่ใเท่านั้น นางรีบบอกตัวเองในใจ
"ร่างกายเ้ายังไม่แข็งแรงดี"ฉีเฟิงกล่าวเสียงเรียบ แต่แววตาฉายความกังวลออกมาอย่างปิดไม่มิด "เ้าพักผ่อนอยู่ที่นี่สักสองสามวันรอให้หายดีแล้วค่อยว่ากันอีกที"
น้ำเสียงของเขาหนักแน่นจนนางไม่อาจปฏิเสธได้ชิงเหอจึงได้แต่พยักหน้ารับอย่างจำยอมนางปล่อยให้เขาพยุงกลับไปนั่งที่เตียงดังเดิม เขายื่นถ้วยยาที่เริ่มเย็นแล้วมาให้นางรับมาดื่มรวดเดียวจนหมด ก่อนจะส่งถ้วยคืนให้เขา
ฉีเฟิงเดินนำถ้วยไปเก็บก่อนจะหันกลับมามองนางอีกครั้ง "ข้าจะออกไปดูหมูป่าที่ล่ามาได้เสียหน่อยเ้าพักผ่อนเถอะ"
พูดจบเขาก็เดินออกจากกระท่อมไปทิ้งให้ชิงเหอนั่งอยู่ตามลำพังกับความคิดที่สับสนวุ่นวายของตนเองนางทอดสายตามองไปรอบ ๆ กระท่อมของเขาอีกครั้งมันเป็กระท่อมไม้ที่เรียบง่ายแต่สะอาดสะอ้านและเป็ระเบียบของใช้ทุกอย่างถูกจัดวางอย่างเป็ที่เป็ทางผนังด้านหนึ่งมีหนังสัตว์หลายชนิดขึงตากไว้อีกด้านหนึ่งมีคันธนูกับลูกศรแขวนอยู่เป็ที่เป็ทาง แม้จะดูเรียบง่ายแต่ก็ให้ความรู้สึกมั่นคงปลอดภัยอย่างน่าประหลาด
นางถอนหายใจออกมาเบา ๆ เอาเถอะ...อย่างน้อยก็ดีกว่ากระท่อมผุพังหลังนั้นนางล้มตัวลงนอนบนเตียงนุ่ม พยายามข่มตาให้หลับแต่ภาพเหตุการณ์ที่จมดิ่งลงสู่แม่น้ำยังคงวนเวียนอยู่ในหัวความหนาวเหน็บที่เสียดแทงเข้ากระดูก ความรู้สึกของการขาดอากาศหายใจและความสิ้นหวังที่เข้าครอบงำ...มันช่างสมจริงจนน่ากลัว
จะตายอีกรอบจริง ๆ หรือนี่...ความคิดสุดท้ายก่อนหมดสติยังคงดังก้องอยู่ในหู
แต่แล้ว...เงาร่างสูงใหญ่ของบุรุษผู้หนึ่งก็ปรากฏขึ้นวงแขนแข็งแรงที่ตวัดรวบร่างของนางเอาไว้ความอบอุ่นจากร่างกายของเขาที่ส่งผ่านเสื้อผ้าเปียกชุ่ม...
ชิงเหอลืมตาขึ้นทันทีนางยกมือขึ้นกุมหน้าอกข้างซ้ายที่หัวใจกำลังเต้นไม่เป็ส่ำ ทำไมข้าต้องนึกถึงเื่พวกนี้ด้วยนะนางพยายามสลัดภาพนั้นออกจากหัว แต่มันกลับยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ
บางที...การอยู่ที่นี่อาจจะไม่เลวร้ายอย่างที่คิดก็ได้
ความคิดนั้นทำให้นางรู้สึกประหลาดใจกับตัวเองยิ่งนักหรือว่าลึก ๆ แล้วนางอาจจะไม่ได้อยากกลับไปยังโลกเดิมอย่างที่เคยคิดไว้ตลอดสิบสี่วันที่ผ่านมา?หรือว่าการปรากฏตัวของบุรุษผู้มีรอยแผลเป็คนนี้...กำลังจะเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างในใจของนางกันแน่?
คำถามมากมายผุดขึ้นในหัวของหลี่ชิงเหอแต่ยังไม่มีคำตอบใดที่ชัดเจน