หลายเดือนผ่านไป มณฑา์ยังไม่ได้ข่าวคราวของผู้กองเชอร์วี่ เธอใจคอไม่ดีเลย ทางการปิดข่าวการเมืองไว้ ไม่มีการประกาศทางสื่อวิทยุ สินค้าในตลาดราคาแพงขึ้น คนไม่มีงานทำ าคุกรุ่นรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ โจร ผู้ร้ายก็ออกปล้นตามบ้านเรือนคน เพราะข้าวของแพง ผู้คนเริ่มอดอยาก ไม่มีเงิน ไม่มีงาน จะออกไปทำไร่ ปลูกผัก ปลูกข้าว เหมือนแต่ก่อน ไม่ได้แล้ว เพราะต่างก็กลัวเครื่องบินรบ มาทิ้งะเิ ทางการก็ไม่มีการช่วยเหลือ เ้านายฝรั่งหลายคนหลอกใช้งานคนลาวไปวันๆ โดยไม่จ่ายค่าแรง มีทหารฝรั่งบางกลุ่มแอบนำอาหาร เครื่องนุ่งห่มมาช่วยชาวบ้าน แต่นานๆจะมีสักครั้ง กลัวถูกจับได้ เพราะถ้าถูกจับได้ก็จะถูกทำโทษ ข้อหาขโมยยุทธปัจจัย ทหารเ่าั้ก็จะถูกขังและให้กินข้าวต้มใส่เกลือ หลังจากนั้นก็จะส่งไปร่วมรบกับทหารรับจ้าง รักษาแนวรบชายแดนเขตอินโดจีน ภายใต้การยึดครองของฝรั่งเศส
ณ ค่ายกาบรีแอล เดียนเบียนฟู เวียดนามเหนือ ทางกองทัพ เตรียมอาวุธและฝ่ายตั้งรับ ซุ่มกำลังแ่า เพื่อที่จะรับมือกับพวกเวียดนามเหนือที่จะแอบบุกเข้าโจมตีค่ายใน่กลางคืน หน่วยรบเวียดนามเหนือ แอบซุ่มโจมตีค่ายกาบรีแอล อยู่หลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ
ผู้นำเวียดนามเหนือมีการสั่งซุ่มโจมตีเงียบๆไปยังเป้าหมาย ด้วยการขุดร่องเป็ทางยาว เดินเท้าขึ้นไปบนยอดเขาเดียนเบียนฟู ขุดร่องพอที่ตัวคนจะหลบเป็ที่กำบังได้ กองทัพเวียดนาม มีการขุดร่องได้เพียงครึ่งทาง ทหารฝรั่งเศสไหวตัวทันเสียก่อน จากนั้นทหารเวียดนามบางส่วน ก็ถูกจับเป็เชลย นำไปขังที่ค่ายกาบรีแอลและค่ายเบอาทรีซ
ต่อมาเวียดนามเหนือ จึงเปลี่ยนแผนโจมตี ทางอากาศ ส่วนฝ่ายค่ายกาบรีแอลนั้นตั้งรับไว้ได้ตลอด และในที่สุดกองทัพเวียดนามเหนือ ก็ตกอยู่ในสภาพขาดแคลนอาวุธและยุทธปัจจัย ขาดแคลนเสบียง จึงยกเลิกการโจมตีเพื่อที่จะรวบรวมกำลังพลและขออาวุธเพิ่มจากประเทศมหาอำนาจที่เป็กำลังหนุนอยู่ใต้ดิน จึงทำให้ทางค่ายกาบรีแอล ได้ส่งกำลังทหารที่ขอมาร่วมรบกลับฐานทัพ ถือว่าเป็การสงบศึกชั่วคราว
วันสุดท้ายของภารกิจกาบรีแอล เดียนเบียนฟู ทางค่ายได้ทำพิธีมอบเหรียญกล้าหาญและพิธีไว้อาลัยให้เพื่อนทหารที่เสียชีวิต โดยการลดธง ลงครึ่งเสา ทหารทุกคนแต่งเครื่องแบบเต็มยศ ยืนเข้าแถว หน้ากองบัญชาการ แล้วก้มหน้าสงบนิ่งครู่หนึ่ง สวดมนต์ในใจ ขอให้าสงบ ผู้กองเชอร์วี่ ดีใจอย่างบอกไม่ถูกที่เขายังมีลมหายใจกลับแผ่นดินล้านช้างอีกครั้ง แต่เขาก็เก็บอาการดีใจไว้ไม่แสดงออก เพราะที่ค่ายมีทหารหลายคนไม่ได้กลับบ้าน เสียชีวิตในขณะปฏิบัติหน้าที่ ถือว่าเป็การเสียสละครั้งยิ่งใหญ่เพื่อชาติ
หลังจากเสร็จพิธี ทุกคนก็ลากัน ด้วยการให้ของที่ระลึกเล็กๆน้อยๆ เพื่อเก็บไว้เป็สิ่งเตือนความทรงจำ ว่าครั้งหนึ่งเคยร่วมรบเสี่ยงตายด้วยกัน ที่สมรภูมิเดียนเบียนฟูแห่งนี้ ทหารต่างด้าว ทหารรับจ้าง ทหารประจำ รวมไปถึงทหารร่วมรบจากกลุ่มพันธมิตร ต่างใจเสียเมื่อต้องจากกันและดีใจที่ได้กลับบ้าน วันนี้ทุกคนได้ใช้คำว่าลาก่อน ภาษาฝรั่งเศสใช้คำว่า
“Au revoir โอ เครอะ วัวร์”
จะใช้ภาษากาย โดยการโอบกอดแล้วใช้แก้มชนแก้มของอีกฝ่าย ภาษาอังกฤษ
“Goodbye กู้ดบาย”
ท่ามกลางเสียงอื้ออึงของทหาร ผู้กองเชอร์วี่เดินจับมือกับทหารเกือบทุกคน บังเอิญเขาจับมือกับทหารนายหนึ่งได้รับเสียงตอบกลับมาว่า “ลาก่อนครับ โชคดี”
ผู้กองเชอร์วี่มองหน้าเขาในระยะใกล้ ตาสบตา แววตามีแววสงสัย จับมือทหารนายนั้นแน่น ก่อนที่จะปล่อยมือ นายทหารหนุ่มจากเมืองไทย ผู้มีท่าทางภูมิฐาน ยิ้มที่มุมปากนิดๆ จนมองไม่ออกว่ายิ้ม เขาตะเบะ พูดเสียงเข้มว่า
“กู๊ดบาย แอน กู๊ดลัค Goodbye and Good luck”
หมายถึง ลาก่อนและโชคดีนะ
“คุณเป็คนไทยใช่ไหม”
ผู้กองเชอร์วี่ถามขึ้น ทหารหนุ่มผู้นั้นนิ่ง ครู่หนึ่ง แล้วตอบเสียงเรียบ
“ครับ ผมเป็คนไทย ชื่อ นาย พายัพ คำกล้า เป็ทหารรับจ้าง รหัส ร่วมรบ อิแฟล 075”
เขาทำหน้างงๆ แล้วถามต่อ
“คุณพูดภาษาไทยได้ชัด คุณคงเป็ผู้กอง เป็ทหารฝรั่งเศสใช่ไหมครับ”
ผู้กองเชอร์วี่พยักหน้าช้าๆ
“ครับ ผมเป็ทหารฝรั่งเศส เรือเอก เชอร์วี่ เดสซองส์ จากหน่วย เซฟิโอ รหัสร่วมรบ อิแฟล 015 ประจำฐานที่มั่นบ้านบึงสาน ลาว”
“ยินดีที่ได้รู้จัก เรือเอกเชอร์วี่ ครับ ขอให้คุณโชคดี และขอชมว่าคุณพูดภาษาไทยได้ดี”
พายัพกล่าวชม แล้วปลีกตัวเดินห่างออกไป จับมือกับทหารคนอื่น เพราะมีเวลาเหลือเพียงอีกหนึ่งชั่วโมงเท่านั้น หลังจากนั้นก็จะมีเครื่องบินมารับกลับประเทศผู้กองเชอร์วี่ยิ้ม แล้วครุ่นคิด ในขณะเดียวกันนั้น เขานึกถึงเื่จดหมายของมณฑา์ พลันใจหายวาบ รีบล้วงเข้าไปที่กระเป๋าเสื้อตัวใน เขาใจชื้นขึ้นมาทันที ที่จดหมายยังอยู่ เขาพกจดหมายไว้กับตัวตลอดเวลา
“จดหมาย..เป็ภาษาไทย.. ทหารพายัพ..คงอ่านภาษาไทยได้”
เขาพึมพำกับตัวเองด้วยความตื่นเต้น
ผู้กองเชอร์วี่ชะเง้อ มองหาพายัพ แล้วเดินแหวกกลุ่มทหารนับร้อย อย่างเร่งรีบ
“ไปไหนแล้ว ไวจัง พายัพ พายัพ พายัพ”
เขาบ่นกับตัวเอง ท่องชื่อพายัพ ไปมาหลายครั้ง พลางเดินย่ำเท้า ชะเง้อมองหา พลันไปชนจ่าปิแอร์เข้าเต็มแรง จ่าปิแอร์เซถลา ถอยไปตามแรงปะทะ
“ซอรี่!.. อ้าว! จ่านี่เอง ผมขอโทษที่ชนจ่า รีบไปหน่อย”
ผู้กองเชอร์วี่กล่าวขอโทษเสียงหอบ
“อ้าวผู้กอง รีบไปไหนครับ ผมกำลังตามหาผู้กองพอดี ”
จ่าปิแอร์ยิ้ม ถอนหายใจ แล้วทักขึ้นด้วยความตื่นเต้นและดีใจ
“ผมกำลังตามหาคนนะจ่า เขาเป็ทหารไทย ชื่อพายัพ”
เสียงนั้นเริ่มแหบแห้ง พูดตะกุกตะกัก พลางชะเง้อมองหา ท่าทางลุกลี้ลุกลน จ่าปิแอร์ทำหน้างงๆ ไม่เข้าใจเห็นผู้กองเชอร์วี่ทำท่าทางแปลกๆ
“เป็คนไทย แล้วยังไง ผู้กองจะตามเขาทำไมครับ”
จ่าปิแอร์ถาม พลางมองเห็นจดหมายที่อยู่ในมือผู้กองเชอร์วี่ จึงเข้าใจ
“ผม..จะให้เขา..อ่านจดหมาย”
ผู้กองเชอร์วี่ตอบ เสียงเบาลง เหนื่อยหอบ
“ไหนบอกว่าไม่จำเป็ต้องรับรู้นี่ครับ ผู้กองบอกว่า จดหมายไม่มีอะไร เป็จดหมายลูกเขียนถึงพ่อ”
จ่าปิแอร์แกล้งย้อน ผู้กองเชอร์วี่ นิ่ง ไม่ตอบ ถอนหายใจ ทำหน้าปั้นยาก
“ให้ผมประกาศ โทรโข่งให้ไหมครับ ผู้กอง”
จ่าปิแอร์พูดพลางยิ้มนิดๆ
“ไม่ต้องหรอกจ่า เดี๋ยวผมตามหาเขาเอง ผมจำเขาได้ ไว้ค่อยคุยกันนะจ่า ขอบใจ”
เขาพูดจบก็วิ่งต่อ
จ่าปิแอร์ส่ายหน้า แล้วรีบวิ่งตามไป