บทที่149 ออกมา
สำนักเทพอสูร
ตึกหลัก
คาเรนนั่งนิ่งเรียบเฉยจ้องมองไปยังเทวาที่กำลังนอนอยู่เธอกำลังรอเขาอย่างเงียบๆ สายตาไม่แม้แต่จะละไปจากใบหน้านั้นของเขาเลยแม้แต่น้อย
เขาไม่ได้เปลี่ยนไปเลยแม้ว่าจะไม่ได้รับอาหารใดๆแต่เขาก็ไม่เปลี่ยนไปแม้สักนิดเดียว เขายังคงเหมือนเดิมราวกับว่าเขาไม่ได้ผ่านการนอนนิ่งๆมายาวนานกลิ่นกายของเขาหอมสดชื่นอย่างมากแม้ว่าจะไม่ได้มีจมูกที่ดีอย่างคาเรนแต่เพียงอยู่ใกล้ๆกับเทวาแต่พวกเขาจะได้กลิ่นหอมของร่างกาย
มันเป็นกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์จนหากลิ่นที่เหมือนกันนี้ไม่ได้อีก
ในฉับพลันนั้นห้องก็สั่นไหวเบาๆราวกับเกิดแผ่นดินไหวแต่คาเรนก็ยังสงบอย่างมากราวกับชินชากับแรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นแรงสั่นสะเทือนยังคงเกิดขึ้นอีกสองสามครั้งและเงียบสงบลง
มองผ่านหน้าต่างเห็นเปลวไฟขนาดใหญ่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าในระยะไกลลิบและหามมองดูดีๆแล้วจะเห็นการระเบิดเล็กๆบนอากาศราวกับว่าเกิดสงครามบนท้องฟ้าก็ไม่ปาน
คาเรนไม่ได้สนใจสิ่งเหล่านี้
เวลาที่ผ่านมานั้นใกล้แล้วที่จะครบ1เดือนตั้งแต่ที่เทวาเข้าไปในเกมเพื่อช่วยเหลือทุกคนผู้เล่นก็ตายลงไปเรื่อยๆตามระยะเวลาที่ผ่านมา ในยามนี้เหลือผู้คนแค่5แสนคนเท่านั้นบ่งบอกว่าในเกมนั้นอันตรายมากเพียงใดด้วยการลดลงอย่างน่าใจหายนี้ทำให้ทุกคนยิ่งมายิ่งกังวล
กระนั้นสิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่ากลับเป็นด้านนอก...
แรงสั่นสะเทือนยิ่งมายิ่งแรงขึ้นและดูเหมือนว่ามันจะขยับเข้าใกล้เข้ามาเรื่อยๆแล้ว คาเรนดูเหมือนว่าจะเริ่มทนไม่ไหวคิดจะลุกออกไปจัดการเธอต้องการความสงบแต่เห็นได้ชัดว่าสถานการณ์จะขัดขวางความสงบของเธอเธอจึงเริ่มมีโทสะขึ้นมาบ้างแล้ว
อันที่จริงเธอเป็นห่วงเทวามากยิ่งใกล้เส้นตายมากเท่าไหร่เธอก็ยิ่งร้อนใจ มาตอนนี้ด้วยมีสิ่งที่ทำให้เธอหงุดหงิดจำนวนมากมันก็ยิ่งทำให้เธอเหมือนกับระเบิดเวลา
สุดท้ายเธอก็จะระเบิด!
ขณะที่กำลังลุกขึ้นนั้นเอง
“ติ๊ดๆๆๆ”เสียงแจ้งเตือนเบาๆดังขึ้น
คาเรนหันกลับมาจ้องมองในฉับพลันเสียงแจ้งเตือนนี้มาจากแว่นVRของเทวานั่นเอง เสียงแจ้งเตือนนี้ไม่ได้เป็นเรื่องร้ายแรงแต่กลับเป็นเรื่องดีปกติแล้วเสียงแจ้งเตือนของแว่นVRที่ผ่านมาจะเป็นเสียงลากยาวและดับลงพร้อมกันนั้นคือชีวิตของผู้ใช้ได้หมดลงแล้วนั่นเอง
แต่เสียงแจ้งเตือนสั้นๆนี้มันหมายถึงการที่ผู้ใช้กำลังออกจากเกม
คาเรนตื่นเต้นมาก
พริบตานั้นแสงสีฟ้าอ่อนของแว่นVRก็หม่นแสงลงจนดับมืดไป
เวลานั้นเองที่ร่างกายที่น่านิ่งของเทวาก็ขยับเคลื่อนไหวเขาเอื้อมมือขึ้นมาก่อนจะปลดแว่นVRออกแล้วลืมตาขึ้นมา นัยน์ตาสีม่วงอันน่าเกรงขามและมีมนตร์เสน่ห์กระพริบเพื่อปรับโฟกัสสายตาของเขาเห็นคาเรนได้อย่างชัดเจนตั้งแต่แรกเขาจึงเอ่ยขึ้นมาว่า
“สวัสดีคาเรน”
คาเรนดีใจมากจนกลั้นน้ำตาไม่ไหวจึงกอดร่างของเขาอย่างแรงทันทีหากเป็นร่างกายธรรมดาคงแหลกไปแล้วเพราะแรงกอดรัดของคาเรนที่สามารถบีบรัดเหล็กให้แหลกได้อย่างง่ายดาย
“ดีจริงๆที่นายกลับมาได้ดีจัง ฮึกๆ”คาเรนร่ำร้อง
เทวาก็อดยิ้มขึ้นมาไม่ได้จากการสังเกตของเขาแล้วเขาพบว่าคาเรนต้องกังวลมากแค่ไหน แม้ร่างกายของเธอจะยอดเยี่ยมแต่เขาสังเกตเห็นความเหนื่อยล้าสะสมในร่างกายของเธอได้อย่างชัดเจนมันหมายความว่าเธอต้องถูกเคี่ยวกรำมากพอที่จะทำให้ร่างกายปรากฏความเหนื่อยล้าเช่นนี้ได้
เมื่อเขารู้ว่ามีคนที่เป็นห่วงเขาจากใจจริงเช่นนี้เขาก็อดไม่ได้ให้รู้สึกดีใจ
ทันทีที่เทวาตื่นขึ้นมาภายในตึกหลักก็วุ่นวายขึ้นมาทันทีนั่นก็เพราะว่ามีคนที่ตื่นขึ้นมากคนอื่นจากหนึ่งคน สองคน สิบคน ร้อยคน หมื่นคนทุกคนที่ยังรอดอยู่ได้นั้นก็ตื่นขึ้นมากันหมดทั้งสิ้น
สำหรับแกนหลักและยอดฝีมือระดับสูงของสำนักเทพอสูรนั้นพวกเขาอยู่ภายในตึกหลักและได้รับการดูแลอย่างดีสำหรับศิษย์ที่รองลงมาก็อยู่ตามตึกต่างๆและได้รับการดูแลที่ไม่เลวเช่นกัน สำนักเทพอสูรต้องสูญเสียเงินไปไม่น้อยสำหรับการรักษาพยาบาลเหล่านี้แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่จะมาคิดเล็กคิดน้อย
คาเรนเต็มใจที่ใช้จ่ายเงินจำนวนนี้และหากเป็นเทวาเขาก็จะยิ่งใช้มากกว่านี้อีกเพื่อดูแลศิษย์สำนักเทพอสูร
ตึงๆๆๆๆๆ
เสียงฝีเท้าวิ่งมาที่ห้องนอนของเทวาห้องของเขานั้นเป็นห้องแยกเดี่ยวที่มีคาเรนดูแลอย่างใกล้ชิด ทันใดประตูก็เปิดออกอย่างรวดเร็วปรากฏผู้คนหลายคนพุ่งเข้ามา มีทั้งตาเฒ่าโอดะและซารุโทบิรวมถึงยังมีแจคสันด้วย
“ฉันว่าแล้วว่าเธอจะต้องฟื้นแล้วเป็นเธอใช่หรือเปล่าที่เคลียร์เกม ตอนนี้ทุกคนตื่นกันหมดแล้วมันช่างน่ายินดียิ่งนัก”แจคสันเอ่ยด้วยอารมณ์
“เฮ้ๆหากไม่ใช่ผมแล้วลุงผอ.คิดว่าใครจะเป็นคนเคลียร์เกม เกมกระจอกแบบนี้ไม่ครณามือผมหรอก”เทวาพยายามกล่าวเพื่อให้ดูโอ้อวดเพื่อให้สถานการณ์สนุกสนาน
แต่สีหน้าของเขาก็ซีดลงเพราะเขาสัมผัสได้ถึงสถานการณ์ด้านนอก
“เกิดอะไรขึ้น?”เทวาหันไปมองยังหน้าต่าง
ในทันที่เขาฟื้นสัมผัสของเขาก็แผ่ขยายออกไปโดยอัตโนมัติมันแผ่ปกคลุมไปไกลถึง1หมื่นกิโลเมตร เขาจึงสามารถมองเห็นได้ทุกอย่างในรัศมี
ทุกคนเมื่อได้ยินคำพูดของเขาและเห็นเขามองไปก็เกิดความเงียบขึ้นมา
เป็นแจคสันที่เอ่ยขึ้นพร้อมกับถอนหายใจ
“ในตอนที่เธอเข้าเกมเกิดเรื่องราวมากมายนัก”
เทวาเดินไปยังชั้นล่างที่เป็นที่เตียงของเหล่าเพื่อนๆของเขาเขาเห็นคนมากมายในนั้น มีพยาบาลและหมอบางคนตรวจสอบร่างกายของเพื่อนๆและแฟนสาวทั้งสองของเขามันเป็นภาพที่ดูวุ่นวายแต่ก็เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวาอย่างมากมันแตกต่างจากช่วงระยะเวลาสองเดือนที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิง
สองผู้เฒ่าที่เดินตามเทวามาก็อดไม่ได้ให้น้ำตาซึมเมื่อเห็นหลานสาวของตนเองอีกครั้งแม้ว่าเขาจะเห็นด้วยตาแล้วว่าเธอฟื้นตื่นขึ้นมาและต้องรีบไปหาเทวา แต่มายามนี้เมื่อคิดว่าทุกอย่างได้ผ่านไปแล้วมันก็ทำให้พวกเขาตื่นเต้นยินดีเป็นมาก
เทวาเดินเข้าไปหาซายูริและอายาเนะทั้งสองสามกอดเขาซ้ายขวา แม้ว่าร่างกายจะไม่เอื้ออำนวยเท่าไหร่แต่ก็ยังลุกขึ้นมากอดเขาอย่างดีอกดีใจ
“อะไรกันพวกเธอในเกมก็เพิ่งจะจากกันเอง แค่ไม่กี่นาทีเองนะ”เทวากล่าว
“มันไม่เหมือนกันหรอกในเกมก็ในเกมสิ นี่คือโลกจริงดังนั้นฉันจะกอดนายให้แน่นเลย”ซายูริกล่าวทั้งน้ำตาและรอยยิ้ม
“ใช่แล้ว”อายาเนะยิ้มเสริมคำกล่าวของซายูริ
เทวาจึงได้แต่กอดพวกเธอ
ในยามนั้นเพื่อนๆของเขาก็เดินเข้ามาแม้จะยังอ่อนแรงอยู่ก็ตามแม้ว่าเทวาจะรวมกลุ่มพวกเขาจากในเกมแล้วแต่เมื่อมาอยู่นอกเกมมันก็ให้ความรู้สึกแตกต่างจากในเกมสายตาของเขากวาดผ่านเพื่อนๆทีละคน เพื่อนสนิทของเขาอย่างปกป้องและแฟนสาวของเขาอย่างข้าวฟ่างก็ยืนกอดกันอยู่เบื้องหน้า
เอ็ดเวิร์ดและเพื่อนกลุ่มของเขา
จนสายตาของเทวามาหยุดอยู่ที่วิคตอเรีย
ทั้งสองประสานสายตากัน
เทวาคิดย้อนกลับไปในเกมคนแรกที่เขาเจอกลับเป็นเธอคนนี้ และทั้งสองก็ต่อสู้ฝ่าฟันกันเรื่อยมาจนจบเกมมันเป็นความรู้สึกที่ยาวนาน เวลา1วันในโลกจริงคือ10วันในเกมและพวกเขาอยู่ด้วยกันมานานขนาดนั้น ในเหตุการณ์นี้เองที่ทำให้อารมณืความรู้สึกของวิคตอเรียที่มีต่อเทวาเผยออกมาในที่สุด
แต่เธอไม่ได้เรียกร้องอะไรและไม่ได้สารภาพออกมา
เธอปล่อยให้มันไหลไปทั้งเปิดเผยและไม่เปิดเผย
เทวาเองก็ทำเช่นนั้น
ดังนั้นแล้วสถานะของทั้งสองกลับคลุมเครือเป็นอย่างมาก
ในเรื่องนี้นั้นซายูริระแคะระคายเล็กน้อยตามความรู้สึกของผู้หญิงแต่อายาเนะนั้นมองเห็นได้ทะลุปรุโปร่งแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรเลย
ทว่าระหว่างที่เทวาและวิคตอเรียแลกเปลี่ยนสายตากันนั้นคาเรนที่อยู่ข้างเทวาก็สัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงความนัยของทั้งสองมันทำให้เธออดไม่ได้ให้หยิงเอวของเขาอย่างแรง เทวาจึงยิ้มแห้งๆให้กับเธอก่อนจะกล่าวออกมาในที่สุดกับทุกคนว่า
“พวกเราเคลียร์เกมได้แล้วเราสามารถรอดออกมาจากเกมได้อย่างปลอดภัย แต่ทว่าโลกจริงของเรานั้นเกิดเรื่องราวมากมายสถานการณ์ในตอนนี้ยุ่งยากอย่างมากและจำเป็นต้องเคลื่อนไหว”
“เกิดอะไรขึ้น?”ปกป้องเอ่ยถาม
“ก่อนที่จะไปถึงเรื่องภายนอกฉันจะมอบบางอย่างให้กับพวกนาย”เทวากล่าวจบก็มอบผลไม้อมตะให้กับทุกคนด้วยพลังจิตของเขา
ทุกคนรับผลไม้มาและรู้สึกงุนงง
“นี่เรียกว่าผลไม้อมตะพลังของมันน่าทึ่งมาก มันสามารถรักษาเยียวยาร่างกายทั้งหมดได้ในพริบตายังทำให้ร่างกายแข็งแกร่งขึ้นและเข้าสู่ขีดสุดของร่างกาย มันจะทำให้พวกนายมีศักยภาพที่แข็งแกร่งในการฝึกฝนยังสามารถเพิ่มอายุไขและคงความเยาว์วัยเรียกได้ว่ามันเป็นผลไม้ครอบจักรวาลเลยทีเดียว”
คำกล่าวของเทวาทำให้ทุกคนรู้สึกทึ่งอย่างมาก
แต่ละคนที่ตกใจอยู่นั้นไม่กล้าแม้แต่จะกินของล้ำค่านี้
“เป็นอะไรไปรีบทานเข้าไปสิ”เทวากล่าวขึ้นอีกหนทุกคนจึงเริ่มทาน
ในระหว่างนั้นเทวาก็จ้องมองพวกเขาแต่ละคนนั้นแข็งแกร่งขึ้นมากจากครั้งสุดท้ายที่พบเจอกัน(ก่อนเทวาเข้าสู่อันเดอร์เวิลด์)ระดับพลังของผู้แข็งแกร่งที่สุดคือวิคตอเรีย พลังของเธอเข้าสู่ระดับAขั้นกลางถึงสูงแล้ว ในระยะเวลาแค่ไม่กี่เดือนที่จากกันไปถือว่าเธอพัฒนาได้สูงมากแล้ว
ทันใดนั้นเมื่อพวกเขาทานผลไม้อมตะเข้าไปแล้วนั้นพลังของทุกคนก็พัฒนาขึ้นอีกขั้นวิคตอเรียเข้าสู่ขั้นสูงสุดของระดับAอีกเพียงเล็กน้อยเธอก็สามารถบรรลุระดับSได้รองลงมาก็คือปกป้อง อายาเนะ ซายูริ สำหรับเหมยนั้นอยู่ในระดับAขั้นสูงสุดเหมือนกับวิคตอเรีย นั่นเพราะเธออยู่ในอันเดอร์เวิลด์หลายเดือนจึงทำให้ได้รับพลังปราณในปริมาณมากทุกวันจึงได้พัฒนาขึ้นมากขนาดนี้
ทุกคนต่างก็พัฒนาฝีมือขึ้น
เหล่าแกนนำของสำนักเทพอสูรเริ่มจะแข็งแกร่งขึ้นอย่างแท้จริง
อันที่จริงแล้วเขามอบยาลมปราณอัดเม็ดให้กับทุกคนก่อนที่เขาจะเข้าเกม(ทุกคนที่ว่าคือผู้ที่ไม่ได้เข้าเกม)ทำให้ระดับพลังปราณของพวกเขาพัฒนาขึ้นในขอบเขตเล็กๆเช่นนกัน
เหล่าเพื่อนๆของเทวาหลังจากที่ทานผลไม้อมตะเข้าไปแล้วร่างกายของพวกเขาก็ฟื้นฟูกลับมาจนแข็งแรงสมบูรณ์บาดแผลซ่อนเร้นในร่างกายทั้งจากการฝึกฝนหรืออย่างอื่นก็หายสนิท ราวกับว่าร่างกายของพวกเขาก่อกำเนิดใหม่ก็ไม่ปานทุกคนรู้สึกตื่นเต้นและเต็มไปด้วยพลัง
เหล่าหมอและพยาบาลที่ดูอยู่อดไม่ได้ให้รู้สึกตกใจเมื่อเห็นว่าผู้ป่วยของพวกเขาฟื้นฟูได้จนแข็งแรงสมบูรณ์ในระยะเวลาแค่ไม่กี่นาที
“เอาล่ะสถานการณ์ตอนนี้ไม่ค่อยดี เราไปจัดการเรื่องราวเร่งด่วนก่อนแล้วค่อยว่ากล่าว”เทวากล่าวจบก็โบกมือ
ฉับพลันนั้นเองร่างกายของทุกคนยกเว้นผู้ไม่เกี่ยวข้องอย่างหมอและพยาบาลก็หายวับไป
พลังจิตของเทวานำพาทุกคนปรากฏเหนือเมืองB5กลางท้องฟ้า
เขาใช้พลังจิตประคองทุกคน
สายตาของพวกเขาจึงมองเห็นทุกอย่างที่ภายนอก
ปรากฏว่าเมืองB5กำลังทำสงคราม
ทำสงครามกับมอนสเตอร์!
“เราจะเก็บกวาดพวกมันก่อนค่อยทำสิ่งอื่น”เทวากล่าวสั้นๆและจ้องมองมอนสเตอร์ทั้งบนพื้นและบนท้องฟ้า
จำนวนของพวกมันมีกว่า10ล้านตัวและผู้ที่กำลังวุ่นวายที่สุดก็คือเซบาสเตียนที่กำลังป้องกันเมืองอยู่
..............................