“จะช้าจะเร็วก็ต้องสังหารนางเสีย” กู้ชิงเฉิงหรี่ตาลง
เมื่อได้ยินเช่นนี้อันอี้ฝานพลันใในทันที “ท่าน… ท่านอาจารย์…”
“เ้าอย่าได้กลัวไปเลย สิ่งที่อาจารย์ทำ เ้ายังไม่เชื่อใจอีกหรือ!เพียงแค่สังหารคนผู้หนึ่งเท่านั้น” กู้ชิงเฉิงเทน้ำยาฆ่าเชื้อลงบนาแที่แขนของเขาจนหมดขวดพลางปลอบโยนเขาคำหนึ่ง
“ไม่… ไม่ใช่เช่นนั้นขอรับ” อันอี้ฝานรีบร้อนใบหน้าขาวซีดของเขาเต็มไปด้วยความกระวนกระวาย
แม้เขาจะเป็หมอทว่าร่างกายกลับอ่อนแอเป็อย่างยิ่ง อีกทั้งผิวพรรณยังขาวซีดเกินไป
นับว่ายังดีที่มีกู้ชิงเฉิงเป็อาจารย์จึงทำให้เขามีชีวิตอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้
ในความทรงจำของเขาอาจารย์ผู้นี้แม้จะอารมณ์ฉุนเฉียวไปบ้างในยามที่ต้องเผชิญหน้ากับคุณชายตัวน้อยทว่าในยามปกตินางกลับอ่อนโยนและใจดี
ผู้ป่วยที่ผ่านมือของนางได้รับการรักษาจนหายดีมีมากมายนับไม่ถ้วน และนางยังปฏิบัติต่อผู้คนด้วยความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เสมอมา
ชาวเมืองอี๋สุ่ยต่างเรียกขานนางว่าหมอเทวดากู้
แต่บัดนี้กู้ชิงเฉิงกลับเอ่ยปากว่าจะสังหารคน สิ่งนี้ทำให้อันอี้ฝานหวาดกลัว
กู้ชิงเฉิงอดหัวเราะไม่ได้เด็กผู้นี้ถูกนางทำให้ใจนเทน้ำยาฆ่าเชื้อลงไปหมดขวดก็ยังไม่รู้สึกตัว
“ท่านอาจารย์ นางเป็บุตรสาวของราชครูกู้ทั้งยังเป็ว่าที่พระชายาองค์รัชทายาทในอนาคตนะขอรับ” อันอี้ฝานรู้สึกว่าเขาจำเป็ต้องเกลี้ยกล่อมกู้ชิงเฉิงให้เปลี่ยนใจ
“เ้าคิดว่าองค์รัชทายาทจะอภิเษกกับนางจริงหรือ?” กู้ชิงเฉิงกลับหรี่ตาลง
เป็ความจริงที่ชาวบ้านทั่วไปต่างลือว่าคุณหนูกู้ตงหลิงคือว่าที่พระชายาองค์รัชทายาทในอนาคต เพราะทุกคนต่างเข้าใจกันว่าพระชายาขององค์รัชทายาทได้สิ้นพระชนม์ไปแล้ว
และตลอดหลายปีที่ผ่านมากู้ตงหลิงไม่เคยหยุดใส่ร้ายป้ายสีพระชายากู้ชิงเฉิงเลยแม้แต่น้อยทำให้นับเป็ที่รู้กันทั่วหล้าว่ากู้ชิงเฉิงทั้งชั่วร้าย อำมหิตและสมควรตายเพียงใด
ในสายตาของประชาชนการที่อดีตชายารัชทายาทกู้ชิงเฉิงสิ้นชีพในกองเพลิงนั้นสมควรแก่กรรมแล้ว
นางทั้งวางแผนมีสัมพันธ์กับองค์รัชทายาททำร้ายพี่สาวแท้ๆ สร้างเื่โกหกและทำเื่เลวร้ายสารพัด
ไม่มีเื่ใดที่นางทำไม่ได้
บางคนถึงกับกล่าวว่าการที่อดีตพระชายาองค์รัชทายาทสามารถเข้าไปในตำหนักบูรพาได้นั้นเป็เพราะใช้อิทธิพลของตระกูลบีบบังคับฮ่องเต้และยังใช้เล่ห์เหลี่ยมต่ำทรามจึงสามารถตั้งครรภ์ได้ กล่าวคือนางวางยาองค์รัชทายาท
หลังจากที่ข่าวลือเหล่านี้แพร่สะพัดออกไปทำให้ผู้คนต่างพากันด่าทออดีตพระชายาองค์รัชทายาท
ถึงนางจะประสบเคราะห์กรรมอันน่าเวทนาเพียงใดแต่ทุกคนก็มองว่านั่นก็เป็สิ่งที่นางสมควรได้รับ
“อาจจะเป็เช่นนั้นขอรับ” อันอี้ฝานกล่าวเสียงเบา“นางเป็บุตรสาวของราชครูกู้ ความสามารถ รูปโฉมของนางล้วนเป็เลิศอีกทั้งฐานะและตำแหน่งไม่มีผู้ใดเทียบเทียมได้”
“แล้วเ้าคิดว่า พระชายาองค์รัชทายาทกู้ชิงเฉิงสมควรตายหรือไม่?” กู้ชิงเฉิงรู้สึกว่าลูกศิษย์ผู้นี้ค่อนข้างหัวโบราณนางกลับไม่สามารถเปลี่ยนแปลงนิสัยของเขาได้เลย นับเป็ความผิดพลาดอย่างแท้จริง
“ในโลกนี้ ไม่มีผู้ใดสมควรตายขอรับ” อันอี้ฝานส่ายศีรษะ“อันที่จริง อดีตพระชายาเป็เช่นไรเราก็ไม่สามารถตัดสินจากข่าวลือเหล่านี้ได้เพราะองค์รัชทายาทไม่เคยตรัสสิ่งใดเกี่ยวกับนางเลย”
นี่ก็เป็ข้อดีของอันอี้ฝานทำให้กู้ชิงเฉิงรู้สึกว่าอย่างน้อยเขาก็มีจิตใจที่บริสุทธิ์และมีความคิดเป็ของตนเอง ไม่ไหลตามกระแสไม่คล้อยตามลม อีกทั้งยังมีหลักการของตนเองเสมอมา
ด้วยเหตุนี้เองนางจึงกล้าฝากอันหยวนถังให้อันอี้ฝานดูแล
-------
ในด้านของโม่อวี้เฉิน
การที่กู้ตงหลิงเกือบจะเอาชีวิตตัวเองไปทิ้งในครานี้ในสายตาของโม่อวี้เฉิน นั่นเป็สิ่งที่สมควรแล้ว
ไม่รู้ว่าความเยือกเย็นสงบและรอบคอบที่นางเคยมีหายไปไหนหมด
นี่คือคุณหนูใหญ่สกุลกู้กู้ตงหลิงผู้สง่างามและมีความสามารถโดดเด่นอย่างนั้นหรือกู้ตงหลิงผู้ที่ช่วยให้เขาก้าวมาถึงวันนี้นางผู้เป็คนเกื้อหนุนให้ราชครูกู้สามารถครองอำนาจในราชสำนักได้ และเสนอความคิดดีๆมากมายที่ช่วยให้พวกเขาหลีกเลี่ยงภัยพิบัติมาได้หลายครั้ง
เหตุใดเมื่อนางเผชิญหน้ากับหมอกู้ผู้นี้ทุกสิ่งทุกอย่างกลับเปลี่ยนไป
อย่างไรก็ตามหลังจากที่เขาได้พบกับแม่ลูกคู่นี้ เขาก็เปลี่ยนไปเช่นกันเขาถึงกับตกหลุมพรางของเ้าตัวเล็ก สำหรับเขา นี่นับเป็ความล้มเหลวโดยแท้
“ฝ่าา…หมอและโรงหมอในเมืองอี๋สุ่ยต่างปฏิเสธที่จะรักษาาแให้คุณหนูกู้พ่ะย่ะค่ะ”เฟิงเจ๋อเดินกลับมาด้วยใบหน้าจนปัญญาและไร้เรี่ยวแรง
เขาไม่คาดคิดว่าอันหยวนถังจะมีอิทธิพลในเมืองอี๋สุ่ยมากถึงเพียงนี้
ตามหลักแล้วอันหยวนถังน่าจะแย่งชิงลูกค้าจากโรงหมอเ่าั้ และกลายเป็คู่แข่งกัน ไม่ใช่หรือแต่ผู้คนเหล่านี้กลับให้การสนับสนุนอันหยวนถังอย่างสุดหัวใจ
ช่างเป็เื่ที่เข้าใจได้ยากยิ่งนักและยังน่าชื่นชมอันหยวนถังเป็อย่างมากอีกด้วย
ไม่แปลกใจเลยที่หมอหญิงกู้จะเย่อหยิ่งถึงเพียงนี้
“ดูท่าเราคงต้องไปอันหยวนถังอีกกระมัง” โม่อวี้เฉินกล่าวด้วยสีหน้าขุ่นมัวอย่างยิ่งเื่นี้เขาก็คาดไม่ถึงเช่นกัน
“แต่ว่าอันหยวนถังถูกทำลายไปจนไม่เหลืออะไรแล้วมิหนำซ้ำพวกเขายังเกลียดคุณหนูกู้ เกรงว่าพวกเขาคงจะไม่ยอม…” เฟิงเจ๋อเองก็เป็กังวล ที่กู้ตงหลิงต้องเผชิญกับความโหดร้ายเช่นนี้ก็ล้วนเป็ผลมาจากการกระทำของคนในอันหยวนถังทั้งหมด
แน่นอนว่าหากว่ากันตามจริงกู้ตงหลิงก็สมควรได้รับผลกรรมนั้นแล้ว
โม่อวี้เฉินเหลือบมองกู้ตงหลิงที่ใกล้สิ้นลมทว่าเขากลับไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกมา
เฟิงเจ๋อร้อนใจจึงรีบกล่าวว่า “ฝ่าาการที่ท่านทรงออกหน้าในวันนี้ก็เพราะไม่อยากให้คุณหนูใหญ่กู้สิ้นใจที่นี่ไม่ใช่หรือ กระหม่อมเกรงว่าเมื่อถึงเวลา หากไม่อาจหาเหตุผลดีๆมากราบทูลฮ่องเต้และแจ้งต่อตระกูลกู้ได้ไม่ใช่ว่าทุกสิ่งที่ทำมาล้วนเสียเปล่าหรือพ่ะย่ะค่ะ”
เป็เช่นนั้นจริงดังที่เฟิงเจ๋อกล่าว
“ข้าจะไปอันหยวนถังเอง” โม่อวี้เฉินหรี่ตาลงก่อนจะลุกขึ้นจากไป
ขณะที่เสี่ยวโต่วจื่อวิ่งเข้ามารายงานกู้ชิงเฉิงว่าองค์รัชทายาทเสด็จมาอีกครั้งตอนนั้น นางกำลังพันแผลให้จินซานอยู่พอดี
วรยุทธ์ของจินซานเองก็ไม่ได้อ่อนด้อยแต่เมื่อต้องรับมือกับทหารองครักษ์ของกู้ตงหลิง ก็ย่อมต้องประสบเคราะห์ไม่น้อย
“พวกเขามาอีกแล้วหรือ ยังไม่จบอีกหรือ!” จินซานเป็คนซื่อตรงเช่นเดียวกับหูเอ้อร์ ทั้งสองต่างเคยเป็โจรป่า ตอนที่เขาออกปล้นกู้ชิงเฉิงแต่กลับถูกกู้ชิงเฉิงจับตัวไปเสียเอง
และเมื่อพ่ายแพ้เขาก็ยอมรับแต่โดยดี และเต็มใจที่จะอยู่ประจำที่อันหยวนถัง เพื่อรับใช้กู้ชิงเฉิง
พวกเขานั้นพูดอย่างไรเป็อย่างนั้นไม่เคยผิดคำสัตย์ ทั้งยังซื่อสัตย์ภักดีพวกเขาเคารพในความสามารถของกู้ชิงเฉิงจากใจจริง
“องค์รัชทายาทเสด็จมาเพียงลำพังหรือ?” กู้ชิงเฉิงคาดการณ์ไว้แล้วว่าโม่อวี้เฉินจะต้องมาด้วยสภาพของกู้ตงหลิง หากไม่รีบรักษา นางจะต้องตายอย่างแน่นอน
ในเมื่อกู้ตงหลิงเป็ผู้ที่ทำลายอันหยวนถังแล้วโรงหมอใดในเมืองอี๋สุ่ยจะยอมรักษานาง แม้แต่สมุนไพรสักต้นก็คงไม่ขายให้องค์รัชทายาทโม่อวี้เฉินคงจนหนทางแล้วจริงๆ ถึงได้กลับมาที่อันหยวนถังอีกครั้ง
เสี่ยวโต่วจื่อพยักหน้าก่อนจะรายงานต่อ “องค์รัชทายาทมาเพียงคนเดียวขอรับ”
“ให้เขาไปรอที่ห้องโถงรับรองเถอะ” กู้ชิงเฉิงไม่ได้ปิดประตูขับไล่เขาไปอันที่จริง นาง้าให้โม่อวี้เฉินตกลงในเงื่อนไขที่นางเสนอ
มีเพียงโม่อวี้เฉินเท่านั้นที่จะปกป้องนางและบุตรชายกู้จิ่งเซวียนไปชั่วชีวิต เพื่อเปลี่ยนแปลงโชคชะตา
แต่นางก็ไม่ควรรีบร้อนเกินไป
โม่อวี้เฉินผู้นี้ไม่ใช่คนที่ใช้ประโยชน์ได้ง่ายการร่วมมือกับเขา ก็ไม่ต่างอะไรกับการขอเนื้อจากปากเสือ
“แต่ว่า…” เสี่ยวโต่วจื่องงงัน “ห้องโถงรับรองไม่มีอะไรเหลือแล้ว มีแต่ผนังสี่ด้านเท่านั้นมัน…พังเสียหายจนหมดแล้วนะขอรับ”
“ก็ต้องให้เขาเห็นว่าอันหยวนถังไม่มีอะไรเหลือแล้วน่ะสิ” กู้ชิงเฉิงกระตุกมุมปาก มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่จะเพิ่มอำนาจต่อรองได้
โม่อวี้เฉินมองห้องโถงรับรองที่ถูกทำลายย่อยยับมีเศษซากกระจัดกระจายไปทั่ว เหลือเพียงผนังสี่ด้าน แม้แต่ประตูก็ยังถูกทุบทำลายเขาจึงยิ้มออกมาอย่างจนใจ
แน่นอนว่าเขาเข้าใจความตั้งใจของหมอกู้จึงอดไม่ได้ที่จะส่ายหน้า
ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเขาไม่เคยเห็นใครอยู่ในสายตาแม้กระทั่งคุณหนูใหญ่กู้ตงหลิงที่ถูกผู้คนยกย่องจนแทบจะเหาะเหินได้เขาก็ยังไม่เคยสนใจ
แต่ในยามนี้เขารู้สึกว่าหมอกู้ที่มีนิสัยแปลกประหลาดผู้นี้ ช่างพิเศษนักทำให้เขาอดที่จะใส่ใจไม่ได้
นางจะย้ำเตือนเขาอย่างแข็งกร้าวแต่นี่ก็เป็ความจริง
เพราะไม่มีโต๊ะเก้าอี้โม่อวี้เฉินจึงทำได้เพียงยืนอยู่กลางห้องโถง และรอให้หมอหญิงกู้ปรากฏตัว
“องค์รัชทายาทโปรดอย่าถือสาเลยเพคะ อันหยวนถังประสบภัยพิบัติเช่นนี้ยากที่จะฟื้นฟูให้กลับคืนสู่สภาพเดิมได้ในชั่วข้ามคืน คนงาน หมอและเด็กรับใช้ต่างได้รับาเ็มากบ้างน้อยบ้างพวกเขาจำเป็ต้องพักฟื้นสักระยะหนึ่งถึงจะสามารถคิดเื่ก่อสร้างอันหยวนถังขึ้นมาพิจารณาได้เพคะ” กู้ชิงเฉิงกล่าวอย่างสุภาพอ่อนโยน
ยิ่งไปกว่านั้นนางยังนำความจริงมาวางตรงหน้า ทำให้ไม่มีใครสามารถโต้แย้งได้เลยเื่นี้โม่อวี้เฉินคาดการณ์ไว้แล้วก่อนที่จะมา
“ค่ารักษาพยาบาลเท่าไร ข้าจะเป็ผู้ออกเอง” โม่อวี้เฉินกล่าวต่อ“เงินทุนในการสร้างอันหยวนถังขึ้นมาใหม่ ค่าใช้จ่ายของคนงาน หมอและเด็กรับใช้ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการพักฟื้นทั้งหมด ข้าจะเป็ผู้ออกทั้งหมด”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นกู้ชิงเฉิงก็รู้ว่าเขาไม่เต็มใจที่จะตกลงในเงื่อนไขที่นางเสนอ
แต่นางก็ไม่ได้โกรธเคือง“ดีเลย เช่นนั้นเรามาคำนวณให้ดีกันเถิดเพคะ”
นางสาบานว่าจะทำให้องค์รัชทายาทแห่งต้าฉินผู้นี้สิ้นเนื้อประดาตัวให้จงได้!