เช้าวันอาทิตย์ที่แสนสดใส วันนี้เป็วันหยุดสำหรับตระกูลก้องเกียรติ พวกเขาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันทุกคน ยกเว้นก้องเกียรติที่เดินทางไปรับรองลูกค้าที่ยุโรปตั้งเเต่เช้ามืดแล้ว พิมพ์ตื่นแต่เช้าเข้าครัวทำอาหารเพื่อแสดงฝีมือเสน่ห์ปลายจวักของเธอ ให้วาทีประทับใจ เวลา 8 โมงเช้า อาหารหลากหลายเมนูกำลังจะถูกนำมาวางเรียงรายบนโต๊ะพร้อมกับจัดจานอย่างสวยงาม..และคนที่เดินลงมาจากชั้นสองคนแรกก็คือ
"โอ้โห กลิ่นหอมไปถึงข้างบนเลยจ้าน้องพิมพ์ มาเดี๋ยวพี่จัดโต๊ะช่วยนะจ้ะ" ใช่แล้ว คนที่ลงมาอรุณสวัสดิ์กับเธอคนแรกก็คือศัตรูหัวใจเธออย่างเหมยอิงนั่นเอง พิมพ์ทำหน้าไม่สบอารมณ์เมื่อเห็นเหมยอิงเดินลงมาด้วยสีหน้าท่าทางที่สดใส เธอรู้สึกโมโหจนแทบจะจิกหัวเหมยอิงมาตบให้เืเมื่อรู้ว่า เธอนอนห้องเดียวกันกับวาทีเมื่อคืนนี้ เเต่ก็ไม่ทันจะได้คิดเพราะคนที่เดินลงมาลำดับที่สองก็คือคุณหญิงเดือนเพ็ญ แม่ของวายุกับวาทีนั้นเอง สายตาก็คุณหญิงหันไปมองพิมพ์อย่างเหยียดๆก่อนจะได้เข้าไปลูบหัวเหมยอิงด้วยความเอ็นดู
"อรุณสวัสดิ์จ้าหนูเหมยอิง..โอ้โหวันนี้ลงมือทำกับข้าวให้เ้าทีทานเลยเหรอเนี่ย..สมกับเป็กุลสตรีและว่าที่ลูกสะใภ้คนสวยของแม่จริงๆ เ้าทีต้องดีใจมากแน่ๆ ที่หนูตื่นมาทำกับข้าวให้เขาแต่เช้าเลย"
"เอ่อ..คือว่า.."
"อ้าว!...นี่เธอก็อยู่ด้วยหรอยัยพิมพ์ แหม..พอได้กลิ่นของกินก็รีบวิ่งเเจ้นลงมาก่อนเพื่อนเลยนะ ตะกละ!!"
"ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกค่ะคุณแม่ จริงๆแล้วอาหารพวกนี้คุณพิมพ์เป็คนทำค่ะ ส่วนอิงก็เพิ่งจะเดินลงมาเมื่อกี้เองค่ะ"
"จริงหรอเนี่ย วันนี้นึกครึ้มอะไรขึ้นมา ถึงได้ลุกมาทำกับข้าวแบบนี้ล่ะครับน้องพิมพ์ โอ้โห มีแต่เมนูน่าทานทั้งนั้นเลย แบบนี้พี่และคนในบ้านต้องเป็โรคอ้วนตายแน่ๆ ฮ่าฮ่าฮ่า"
"ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ ที่พิมพ์ทำกับข้าวเพราะพิมพ์อยากให้ทุกคนช่วยกันชิมว่าพิมพ์ทำกับข้าวใช้ได้ไหมน่ะค่ะ" วาทีที่เดินตามลงมาติดๆเอ่ยปากชมว่าพิมพ์ทำอาหารได้น่ากินมาก พิมพ์เองก็แอบยิ้มดีใจเล็กน้อยที่ได้ยินคำชมจากปากของวาที ทำให้เดือนเพ็ญไม่พอใจที่วาทีข้ามหน้าข้ามตาและเอ่ยปากชมคนที่เธอไม่ชอบขี้หน้าขนสดนั้น
"หน้าตาอาหารก็งั้นๆแหละ จะกินได้หรือเปล่าก็ยังไม่รู้เลย แกไม่ต้องไปออกปากชม เพื่อเอาใจยัยนี่ขนาดนั้นก็ได้ตาวา!! มาถอยเก้าอี้ให้หนูเหมยอิงนั่งสิ แล้วนี่วายุล่ะ อยู่ไหน? ทำไมยังไม่ลงมาอีก หรือว่ายังนอนไม่ตื่น ก็แหงล่ะ..ลูกชายฉันคงจะนอนไม่พอเพราะเมื่อคืน มีใครบางคนพยายามใส่ร้ายเขาว่าเขาจะทำไม่ดีไม่ร้ายกับเธอ เเต่ขอโทษ!!ลูกชายฉันไม่เคยแม้แต่จะชายตามองผู้หญิงคนนั้นด้วยซ้ำ!!" เดือนเพ็ญพยายามพูดเหน็บแนมพิมพ์ให้เธอรู้สึกผิด พิมพ์เองก็ได้เเต่ก้มหน้าสิ่งที่เดือนเพ็ญพูดนั้นเป็ความจริงและเธอก็ไม่กล้าเถียง..ในสถานการณ์ที่เงียบ บรรยากาศตึงเครียด เ้าชายสุดหล่อของพิมพ์พิมลก็ขี่ม้าสีขาวมาช่วยเหลือเธอไว้ได้ทันพอดี
"ไม่เอาน่ะแม่...น้องพิมพ์เองเธอก็คงไม่ได้ตั้งใจหรอก อย่าทำให้บรรยากาศอันแสนสดใสในตอนเช้าขุ่นมัวเลยครับ มาทานข้าวร่วมกันดีกว่า แหม..น่าเสียดายจังที่พ่อไม่อยู่"
"นั่นสิคะคุณแม่...อิงว่าเรารีบมาทานข้าวเช้ากันดีกว่านะคะ เดี๋ยวกับข้าวเย็นซะหมด เชิญค่ะพี่วาที มาสิจ้ะน้องพิมพ์" พิมพ์ยิ้มแห้งๆและกำลังจะเดินมานั่งร่วมโต๊ะอาหาร แต่ทว่าเดือนเพ็ญกับวางช้อนลงที่จนอย่างแรง จนเกิดเสียงดัง เพล้ง!!ทำเอาคนร่วมโต๊ะอาหารหันไปมองเธอเป็ตาเดียวกัน
"แม่ว่าแม่ไม่กินแล้วดีกว่า กับข้าวพวกนี้แม่กินไม่ลง!! เดี๋ยวให้กำพลสั่งอาหารชุดใหม่มาให้แม่ด้วยละกันนะ"
"เดี๋ยวสิครับแม่ แม่ครับ!!"
"ช่างเถอะค่ะพี่วาที คุณหญิงท่านคงยังไม่หิวละมั้งคะ"
"อย่าคิดมากนะน้องพิมพ์ แม่พี่แกก็เป็แบบนี้แหละ ถึงท่านจะปากร้ายแต่ท่านเป็คนใจดีนะ อย่าคิดมากล่ะ"
"นั่นสิคะน้องพิมพ์ ไม่ต้องเป็กังวลนะคะกับข้าววันนี้เดี๋ยวพี่เหมยอิง กับพี่วาทีจะทานให้หมดเกลี้ยงเลยค่ะ ใช่ไหมคะพี่วา"
"ตามนั้นเป๊ะเลย ฮ่าฮ่าฮ้า" ภายใต้บรรยากาศที่ครึกครื้น เฮฮาระหว่างเหมยอิงกับวาทีนั้น พิมพ์ได้เเต่นั่งมองพวกเขาสองคนตักข้าวให้กันอย่างไม่สบอารมณ์ เธอได้เเต่หวังในใจว่า สักวันคนที่วาทีตักข้าวให้นั้นจะต้องเป็เธออย่างแน่นอน..และในตอนนั้นเองตัวป่วนของบ้านก็ได้ตื่น เดินงัวเงียลงมาหาของกินพอดี
"วันนี้ทำอะไรกินน่ะ กลิ่นหอมไปถึงข้างบนเลย หิวๆๆๆ อ้าวไอ้ทีนี่แกไม่ได้ออกไปกับคุณพ่อหรอ?"
"ไม่อ่ะ พอดีเมื่อเช้าฉันตื่นสาย ก็มัวเเต่….ชั่งเถอะ..แกหิวไม่ใช่หรอมานั่งสิ วันนี้น้องพิมพ์ลงมือทำกับข้าวด้วยตัวเองเลยนะ อร่อยด้วย"
"จริงหรอ..นี่อย่าบอกนะว่าตั้งใจจะเอาใจ…อุ่บ!!." พิมพ์รู้ว่าประโยคต่อไปวายุจะพูดอะไรและในตอนนี้เหมยอิงกับวาทีก็ดูเหมือนจะสนใจประโยคต่อไปที่วายุกำลังจะพูดถึงด้วย พิมพ์รีบวิ่งเข้ามาเอามือปิดปากของวายุไว้ พร้อมกับส่ายหน้าไปมาเพื่อไม่ให้เขาพูดอะไรต่อ
"น้องพิมพ์ตั้งใจจะเอาใจใครหรอคะ?"
"ก็ต้องเอาใจวายุอยู่แล้ว เพราะอีกไม่กี่วันก็เขาสองคนก็จะแต่งงานกันแล้วนะอิงรู้ป่าว?"
"จริงหรอคะ พี่ดีใจด้วยนะคะน้องพิมพ์..ยินดีด้วยนะคะคุณวายุ" พิมพ์ยิ้มแห้งๆและเอามือกดหัววายุให้พยักหน้า พร้อมกับใช้มือที่ปิดปากฉีกแก้มเขาออกให้ทำท่ายิ้ม
"งั้นเชิญสองคนทานข้าวไปก่อนนะคะ พอดีว่าพิมพ์มีเื่จะคุยกับคุณวายุหน่อยนะคะ ขอตัวก่อนนะคะ นายมานี่เลย!!" พิมพ์ลากแขนวายุออกไปคุยนอกบ้านเพื่อไม่ให้วาทีกับเหมยอิงเห็นหรือจับพิรุจน์ได้..ทันทีที่พวกเขาออกมาพ้นประตูบ้าน พิมพ์ก็สะบัดมือวายุอย่างแรงพร้อมกับทำหน้ามุ่ยใส่เค้าอีกด้วย
"เป็อะไรอีกล่ะ อารมณ์ไหนอีกเนี่ย ฉันทำอะไรผิดอีกแล้วงั้นหรอ?"
"นี่นายรู้ตัวไหมว่าเมื่อกี้นายกำลังจะพูดอะไรออกไป นายไม่เห็นหรือไงว่า พวกเขาสองคนกำลังนั่งทานข้าวอยู่"
"ฉันไม่ได้ตาบอด ฉันเห็นว่าเขากำลังนั่งกินข้าวอยู่ แล้วมันแปลกตรงไหนถ้าฉันจะพูดออกไป ก็เธออยากได้ไอ้ทีอยู่แล้วไม่ใช่หรอ บางทีถ้าฉันพูดคำนั้นออกไป อาจจะทำให้เหมยอิงรีบวิ่งแจ้นออกไปจากบ้านหลังนี้ก็ได้นะและนั่นมันก็จะตรงกับที่เธอวางแผนไว้พอดีไม่ใช่หรอ"
"ฉันรู้ แต่ฉันก็ไม่ได้ชั่วพอที่จะทำให้พวกเขาสองคนบาดหมางใจกันได้เร็วขนาดนั้น...ทุกอย่างมีขั้นมีตอน มันต้องใช้เวลา ไม่ใช่ปุบปับจะให้พวกเขาเลิกกันไปแบบนี้"
"ก็ถ้าพวกเขาเลิกกันเร็วๆ มันไม่ดีกับเธอตรงไหน เธอน่าจะดีใจไม่ใช่หรอที่ฉันช่วยกำจัดยัยหมวยนั่นให้อ่ะ หรือว่าเธอเกิดเปลี่ยนใจไม่อยากได้ไอ้ทีแล้วงั้นหรอ..นี่อย่าบอกนะว่าการที่เธอ ได้เข้ามาใกล้ชิดฉัน ทำให้เธอตกหลุมรักฉันเข้าให้แล้ว โอ้ไม่นะ!!ฉันไม่มีวันเอาผู้หญิงเสียสติอย่างเธอมาทำเมียหรอก โนๆๆๆ"
"เพ้อเจ้อจบหรือยัง"
"ฮ้ะ?"
"ฉันถามว่านายน่ะ เพ้อเจ้อจบหรือยัง ที่ฉันไม่ให้นายพูดคำนั้นออกไป ก็เพราะว่าฉันมีแผนที่ดีกว่านั้นไงล่ะ..แล้วตอนนี้ฉันกำลังหาเวลาที่เหมาะสมอยู่เพราะฉะนั้นนายไม่ควรมาทำให้แผนการของฉันพัง เข้าใจไหม"
"แผนที่ดีกว่างั้นหรอ? แผนอะไรของเธอ" พิมพ์ยักคิ้วและยิ้มอย่างมีเลศนัยทำเอาวายุรู้สึกขนลุกขนพองอีกครั้ง เพราะรอยยิ้มแต่ละครั้งของพิมพ์นั้น มักจะเกิดเื่วุ่นวายโกลาหลตามมาเสมอ คราวนี้พิมพ์มีแผนการอะไรที่จะจับเหมยอิงกับวายุเเยกจากกัน..มาติดตามกันต่อได้ใน EP หน้านะคะ