ตอนที่ 30 ปรากฏปัญหา
ความรู้สึกที่มีต่อถงเชียนนอกจากจะขอบคุณแล้ว ยังรู้สึกเคารพเลื่อมใสอีกด้วย คิดไม่ถึงเลยว่า แม่นางน้อยผู้หนึ่งจะสามารถสร้างสิ่งที่ทำให้คนรู้สึกตื่นตาตื่นใจเช่นนี้ออกมาได้ ทั้งยังคิดรูปแบบการแสดงที่แปลกใหม่อย่างนี้ออกมาได้อีกด้วย บัดนี้แค่เพียงนางเสนอบทละครพูดที่อยู่ในมือตนไม่กี่เล่ม ก็ได้ชดเชยเงินที่ขาดทุนในอดีตของตนจนหมดสิ้นแล้ว
อันที่จริงก่อนหน้านี้เพียงแค่้ารับรองกับคณะละครว่ายังพอมีเงินเหลือ ถึงได้รักษาให้อยู่ต่อไปอย่างนั้น ทว่าในอดีตเมื่อถึงคราวที่ต้องฟื้นฟูกิจการใหม่อีกครั้ง ก็หลงคิดว่าไปว่ามันคงจะดีขึ้น คงจะกลับมาเป็เจริญเฟื่องฟูดังเดิม
ทว่าบทละครที่อยู่ในมือตัวเองยามนี้ ได้แสดงที่โรงน้ำชาไปหลายหนแล้ว ถ้าหากกล่าวถึงอนาคตยังคงแสดงซ้ำต่อไป ถึงแม้จะมีคนแวะเวียนมาทุกวัน ก็ไม่อาจรับประกันได้ว่าเมื่อแขกที่มารับชมหลายๆ ครั้งเข้าจะเป็เช่นไร หากยังเป็เช่นนี้ต่อไปอีกหลายวัน ก็ไม่มีรู้ว่าผลจะออกมาเป็เช่นไร
บัดนี้ผู้คนจำนวนมากต่างก็ชื่นชอบความรู้สึกที่แปลกใหม่ แต่ถ้ายังคงความแปลกใหม่ต่อไป ย่อมต้องเกิดปัญหาแน่ ใน่หลายวันมากนี้ หากเทียบกับแต่ก่อนถือว่าสูญเสียแขกที่มาไปจำนวนมาก ทั้งด้วยในอดีตไม่มีการแสดงรูปแบบนี้มายาวนาน พอถึงเวลาเปิดตัว เลยทำให้ผู้คนบอกต่อกัน ระยะนี้จึงเปลี่ยนแปลงไปบ้างเล็กน้อย
แต่ถงเชียนก็เคยกล่าวไว้แล้วว่าอีกหนึ่งถึงสองวันจะส่งบทละครเล่มใหม่มาให้ แต่สองวันนี้ก็ยังไม่มา แม้แต่คนในคณะละครก็ยังบอกว่าซ้อมจนเบื่อหน่ายแล้ว ฉะนั้นต้องรอคอยเช่นนี้ จึงรู้สึกร้อนใจเป็ธรรมดา แต่ไม่ว่าอย่างไรตนเองก็ต้องสงบนิ่งให้จงได้ ไม่เช่นนั้น อาจเกิดความวุ่นวาย
ในบางเวลาที่ไม่จำเป็ต้องไปแสดงที่โรงน้ำชา ตนเองก็มักจะไล่ให้คนของคณะละครเ่าั้พยายามเก็บทุกรายละเอียดให้ดี แล้วให้ซ้อมใหม่อยู่หลายรอบ เลยทำให้จิตใจที่สงบของทุกคนรู้สึกว้าวุ่นขึ้นมา
ในระหว่างที่หัวหน้าคณะละครกำลังคิดอยู่ในใจนั้น ถงเชียนก็ได้เดินเข้ามา นั่งมองดูพวกเราซ้อมละครกันอย่างเงียบๆ เมื่อดูจนถึงตรงกลาง ก็มักจะรู้สึกว่าเมื่อลองเทียบกับ่แรกสุดแล้วมีปัญหาอยู่เล็กน้อย พวกเขาหลายคนมีท่าทีแสดงเพราะต้องแสดง ใน่กลางนี้พวกเขาขาดความรู้สึกที่ตนเองเคยเห็นจากพวกเขาในตอนแรกเริ่มนั้นไป
จึงก้าวเดินไปข้างหน้า แล้วะโสั่งให้หยุด ไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองหัวหน้าคณะละครที่อยู่ด้านข้างเลยสักนิด มิหนำซ้ำยังไม่ทักทายปราศรัยกับเขาเลยสักคำ แล้วเอ่ยด้วยสีหน้าที่ไร้อารมณ์ว่า “พี่ชายพี่สาวทุกท่าน ข้าทราบดีว่าบทละครก่อนหน้านี้ พวกท่านเคยแสดงมาแล้วหลายครั้งหลายหน แต่ไม่ว่าเมื่อก่อนจะแสดงมาแล้วกี่หน สิ่งที่ควรทำให้ลูกค้าเห็นก็คือการแสดงที่ดีที่สุดของพวกท่าน”
“ไม่ใช่แสดงเพราะต้องแสดง หากเป็เช่นนั้นมันก็แค่ผลงานที่ทำแบบสุกเอาเผากิน ไม่มีทางที่จะดึงดูดผู้คนได้เลย พวกท่านอาจคิดว่าบทละครเล่มนี้เป็ผลงานที่ผ่านการแสดงมาแล้วหลายครั้งหลายหน ทว่าในสายตาของลูกค้าจำนวนมาก พวกเขาล้วนได้ดูเป็ครั้งแรก ฉะนั้นภาพลักษณ์ที่พวกท่านต้องแสดงออกมาก็ต้องทำให้เหมือนกับความรู้สึกที่พวกเขาได้ดูเป็ครั้งแรก”
“มีเพียงทุ่มเทความรู้สึกลงไปเท่านั้น จึงจะทำให้แเื่จำนวนมากพาผู้คนเข้ามาชม เพื่อตัวของพวกท่านเอง แล้วก็เพื่อทุกคนในคณะละครพูดของพวกท่าน หากกล่าวให้ชัดเจนขึ้นอีกหน่อย เพื่อรับประกันว่าพวกท่านจะได้รับเงินเพิ่มขึ้นทุกวัน พวกท่านควรใช้จิติญญาแสดงให้มากขึ้นอีก”
เมื่อเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดของพวกเขา จึงพูดเสริมอย่างไม่ลังเลเลยว่า “อันที่จริงแล้วข้าพอเข้าใจ หลังจากที่พวกท่านทำซ้ำมาแล้วหลายรอบ อาจจะไม่รู้สึกถึงแรงดึงดูดใดๆ ในการแสดงแล้ว ทว่าสิ่งที่ข้าชื่นชมก็คือความรู้สึกแปลกใหม่ที่พวกท่านเพิ่งเคยได้ััในตอนเริ่มแรก”
“พวกท่านในเวลานั้นต่างก็รู้สึกดีใจและประหลาดใจเป็ที่สุด ด้วยเหตุผลนี้จึงทำให้พวกเขาอยากชมการแสดงของพวกท่านมาโดยตลอด ในเมื่อมีจุดเริ่มต้นเช่นนั้น บัดนี้ในยามที่พวกท่านปฏิบัติต่อลูกค้าทุกคน ควรปฏิบัติด้วยความตั้งใจ อย่างไรเสียท่าทีของพวกเขาก็สามารถตัดสินอนาคตได้เช่นกัน ในเวลาที่พวกท่านทำการแสดง ไม่ว่าในห้องโถงจะมีคนนั่งอยู่สักกี่คน ข้าลองพิจารณาดูแล้ว พวกท่านเองก็คงจะทราบดี”
หัวหน้าคณะเคยเห็นอารมณ์เช่นนี้มาก่อนแล้ว ทว่าด้านหนึ่งตนก็กำลังพะว้าพะวังเื่ละครพูดในมือของถงเชียน ส่วนอีกด้านหนึ่งย่อมเกี่ยวกับคนที่คอยติดตามตนเองมานานอย่างพวกเขา ไม่รู้ว่าควรจะเอ่ยเช่นไรดี ถึงจะสามารถกล่าวถึงความคิดพวกเขา โดยที่ไม่กระทบกับจิตใจของพวกเขา
พอได้ยินเสียงของถงเชียนในยามนี้ นอกจากจะรู้สึกชื่นชอบและสบายใจแล้ว ทั้งยังรู้สึกทอดถอนใจมากยิ่งนัก จึงเงยหน้ามองถงเชียนด้วยความซาบซึ้งแวบหนึ่ง
จากนั้นจึงกล่าวกับคนบนเวทีด้วยเสียงดังลั่นว่า “คุณหนูถงกล่าวได้ถูกต้อง สิ่งที่พวกเ้าแสดงออกมา ก็คือสิ่งที่แเื่ทุกคนจะได้ชม และสิ่งที่ทุกคนอยากจะเห็นก็คือความแปลกใหม่ ข้าคิดว่าพวกเ้าน่าจะใช้รูปแบบก่อนหน้านี้ รวมถึงเนื้อหาก่อนหน้านี้มาแสดงด้วยอารมณ์ที่แตกต่าง”
“การแสดงในรูปแบบที่แตกต่าง ย่อมรักษาแขกเก่าไว้ได้ ทั้งยังสามารถดึงดูดแขกใหม่ได้มากขึ้น ยังไม่รีบไปฝึกซ้อมอีก”
เมื่อกล่าวเช่นนี้แล้ว ก็ชำเลืองมองถงเชียนอย่างระมัดระวังแวบหนึ่ง ในใจก็มีความรู้สึกกลัว ถ้าหากว่าเทพเ้าแห่งโชคลาภผู้นี้ไม่พอใจในการฝึกซ้อมตอนนี้ล่ะก็ ย่อมสนับสนุนคนอีกกลุ่มขึ้นมาแทนที่ตนเองเป็แน่
ถึงเวลานั้น หากตนอาศัยบทละครในมือเพียงแค่ไม่กี่เล่มนี้ ก็อาจจนปัญญาที่จะตีเสมอกับรูปแบบการแสดงที่แปลกใหม่ของนาง สิ่งที่สำคัญในตอนนี้คือทำให้นางเปลี่ยนความคิดในยามนี้ ไม่ให้โมโหเสียจนส่ายหัวจากไปอย่างไม่ไยดีเช่นนั้น
ทว่าถงเชียนกลับไม่ใส่ใจเลยสักนิด ในความจริงแล้วตนกำลังมองสีหน้าที่ดูเหมือนกำลังพิจารณาบางสิ่ง รวมถึงความประจบเอาใจรางๆ นั้น ก็เดาได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ สิ่งที่ตนเองควรพูดก็ได้พูดไปแล้ว ถ้าหากเขายังไม่กระจ่างล่ะก็ ตนเองก็ควรขบคิดพิจารณาดูใหม่
จึงนั่งลงข้างๆ แล้วเอ่ยกับหัวหน้าคณะละครอย่างช้าๆ ว่า “ท่านหัวหน้าคณะ ท่านวางใจเถอะ ท่านไม่จำเป็ต้องกังวลมากถึงเพียงนั้น ในเมื่อตอนเริ่มแรก ข้าเลือกที่จะปรับเปลี่ยนรูปแบบการแสดงของพวกท่าน ฉะนั้นย่อมถือว่าพวกเราได้ร่วมมือกันแล้ว ข้าไม่อาจใช้ท่าทีของข้าไปเรียกร้องพวกท่านได้ ดังนั้นท่านไม่จำเป็ต้องปฏิบัติต่อข้าอย่างระมัดระวังเช่นนี้”
“แต่ข้ามีสิ่งจำเป็ที่จะต้องกล่าว ถ้าหากยังแสดงเช่นนี้ต่อไปล่ะก็ ข้าคิดว่าต่อให้มีบทละครเล่มใหม่ ก็จนปัญญาที่จะแสดงรูปแบบที่แปลกใหม่สุดได้ มิหนำซ้ำยังไม่อาจไปถึงจุดที่พวกท่าน้าได้ หากท่านไม่สนว่าจะมีใครมาแทนที่ล่ะก็ ข้าย่อมไม่มีความคิดเห็นอื่นใด”
เมื่อเอ่ยเช่นนี้แล้ว จึงหยิบบทละครสองเล่มที่ซ่อนอยู่ในอกเสื้อของตนออกมาด้วยท่าทางสับสน แสร้งทำเป็เสียอกเสียใจอย่างยิ่ง แล้วถอนหายใจออกมาอย่างโศกเศร้าคำหนึ่ง
.
.
.