เหลียงจือกับอีกสามคนที่เหลือไม่เข้าใจความหมายที่ซูเจินพูดอะไรคือเล่นกับพวกเขา?
“เจ้าหมายความว่ายังไงน่ะซูซู?”เหลียงจือถามอย่างสงสัย ไห่จินจูก็อยากจะรู้เหมือนกันแน่นอนว่ารวมถึงสองพี่น้องตระกูลซิ่นด้วย
ซูเจินส่งยิ้มที่ดูมีเลศนัยให้พวกเขา“พวกเจ้าดูไปเถอะ”
นางกล่าวแล้วหันไปมองยังพวกจือเหลียงที่กำลังก้าวไปหากลุ่มคนพวกนั้นอย่างช้าๆนางเตือนแล้วไม่ฟัง ยังอยากจะหาเรื่องพวกนางอีก
ใครใช้ให้พวกเขาใช้วิธีสกปรกกับพวกนางเล่าคิดจะปล้นใครไม่ปล้นแต่คิดจะปล้นพวกนางที่มีอาชีพโจรในเมื่อพวกเขาอยากจะเป็นโจรกันมากนักพวกนางก็จะสอนให้พวกเขารู้ว่าแท้จริงแล้วแบบไหนที่เรียกกว่าโจร!แบบไหนที่เรียกว่าปล้น!
ประกายในดวงตายิ่งแรงกล้ามากขึ้นตามความคิดเงยหน้ามองท้องฟ้าที่ใกล้จะเช้าเต็มที แล้วเหลือบมองตัวยุยงเล็กน้อยมีแผนการในใจผุดขึ้นมาทันที
เอาเถอะจากนี้จะเป็นอย่างไรให้ฟ้ากำหนดก็แล้วกัน หากพวกจือเหลียงจัดการคนพวกนี้ไม่ทันตะวันขึ้นก็ถือว่าเรื่องนี้ฝากไว้ก่อน
แต่หากจัดการได้ก่อนตะวันขึ้นแล้วละก็อย่าหาว่านางใจร้ายก็แล้วกัน!
กับคนบางจำพวกไม่จำเป็นต้องมีใจเมตตา...
“เจ้า เจ้าจะทำอะไร?” คุณชายโม่พูดตะกุกตะกักแล้วก้าวถอยหลังเมื่อพวกเขาเดินหน้าไปเรื่อยๆ
“ก็จะเล่นเป็นโจรกับเหยื่อกับพวกเจ้าอย่างไรเล่า”หนิงจูพูดอย่างร่าเริง พวกนางเก็บกดมานานแล้ว ขอระบายหน่อยเถอะไหนๆก็มีคนมาให้ระบายถึงที่
“ลำพังพวกเจ้าไม่กี่คนจะทำอันใดได้พวกเจ้าอย่าไปกลัวพวกเราคนเยอะกว่ารุมเข้าไปเลย” คุณชายโม่ก็ไม่ได้โง่อย่างที่คิดเขาพูดปลุกใจคนอื่นๆที่ถูกพวกจือเหลียงกดดัน
เมื่อคนที่เหลือได้ยินก็เริ่มฮึกเหิมจริงอย่างที่คุณชายโม่ว่า พวกนั้นมีเพียงสามคนพวกเขามีตั้งสิบคนจำนวนคนได้เปรียบเห็นๆ มีอะไรต้องกลัวกัน!
แต่พวกเขาคงลืมไปเรื่องหนึ่ง...ระดับพลังของพวกนางเหนือกว่าพวกเขาทุกคน!
“พูดได้ดีนี่ ไม่กลัวก็เข้ามา”หนิงจูกระดิกนิ้วชี้ท้าทาย ทำท่าทางราวนักเลงหญิง เอียงคอเล็กน้อยด้วยท่าทียียวน
โม่ฉินเห็นถึงกับคิ้วกระตุกท่าทางยียวนเหลือประมาณทำเอาคนรู้สึกโมโหนางเป็นสตรีประเภทไหนถึงได้มีท่าทางเช่นนั้น ช่างไม่เป็นกุลสตรีเอาเสียเลย!
“มัวทำอะไรอยู่เล่า เข้าไปสิ”โม่ฉินผลักคนที่อยู่ข้างๆให้เข้าไป เขายกอาวุธขึ้นวิ่งเข้าหาหนิงจูที่อยู่ใกล้สุดหมายจะฟันอย่างสุดแรง
หนิงจูเม้นปากลง หน็อย คิดจะฟันนางหรือ?อย่าหวังเลย!
ผัวะ!
หนิงจูหลบไปด้านข้างแล้วยกมือขึ้นสับที่หลังคอของชายผู้นั้นสุดแรงจนเขาตาเหลือกแล้วสลบคาที่ ในจริงหนิงจูอยากจะสับให้คอหักเลยเสียด้วยซ้ำแต่นายหญิงให้พวกนาง ‘เล่น’ กับพวกเขาเท่านั้น ไม่อนุญาตให้ฆ่า
นายหญิงช่างสั่งสิ่งที่ทำได้ยากจริงๆให้ฆ่ายังจะง่ายกว่าให้ออมมือไม่ฆ่าเสียอีก พวกนางได้แต่ใช้มือเปล่าแทนการใช้อาวุธหากใช้อาวุธแล้วละก็พวกนางคงยั้งมือไว้ไม่อยู่
โม่ฉินกลืนน้ำลายลงคอเมื่อเห็นนางใช้สันมือสับคนจนสลบในครั้งเดียว แม้จะนึกกลัวแต่ก็ยังทำหน้านิ่งเฉยไว้ได้อยู่หากเขาแสดงว่ากลัวคนอื่นๆต้องไม่กล้าแน่
“จะกลัวอะไร! พวกเจ้าก็เข้าไปพร้อมกันสิ”
หนิงจูหันมองโม่ฉินขวับเห็นทีต้องจัดการหัวโจกเสียก่อน หนิงจูพุ่งไปยังที่โม่ฉินอยู่นางวิ่งเข้าไปประชิดตัวแล้วตวัดขาเตะเข้าสีข้างของเขาอย่างรวดเร็ว
โม่ฉินหลบได้อย่างฉิวเฉียด มองนางอย่างตะลึงความเร็วระดับนี้นางต้องมีระดับพลังเหนือกว่าเขาแน่
หนิงจูไม่ปล่อยให้โม่ฉินตั้งตัวนางกวาดเท้าไปที่พื้นหวังเตะเท้าของเขาโม่ฉินยกเท้าหลบได้ทันแต่ไม่พ้นอีกขาที่หมุนตวัดมา โดนเข้าที่ไหล่เต็มๆ
“อะไรกัน ก็ไม่เท่าไหร่นี่นา” หนิงจูกล่าวยั่วยุ
โม่ฉินกัดฟันกรอดเก็บกระบี่เข้าฝักแล้วปล่อยหมัดใส่หนิงจูรัวเร็วหนิงจูเลิกคิ้วที่เห็นเขาเก็บกระบี่แล้วใช้มือเปล่ามาสู้กับนางทำให้นางเสียสมาธิไปเล็กน้อยถูกหมัดของโม่ฉินเข้าที่ไหล่หนึ่งหมัดถอยหลังไปถึงสองก้าว
เรี่ยวแรงไม่เลวเลยคุณชายผู้นี้คงไม่ได้เก่งแต่ปากเสียแล้ว ไหล่ที่โดนหมัดเมื่อครู่รู้สึกเจ็บไม่เบายิ่งโมโหเมื่อเห็นเขาเชิดหน้าขึ้นมองนาง
เมื่อมีคนเริ่มและดูเหมือนจะสูสีคนอื่นๆก็หันเข้าใส่อีกสองคน
จือเหลียงเป็นสายเวทก็จริงแต่เขาก็เป็นสายต่อสู้เช่นกัน ระดับพลังไม่สูงกว่าคนพวกนี้มากนักแต่ประสบการณ์รับรองว่ามากกว่าคุณชายพวกนี้แน่นอน
เพียงครู่เดียวจือเหลียงก็จัดการไปได้ถึงสามคนส่วนเสวี่ยซูนั้นเป็นคนนิ่งเงียบแต่กลับเป็นคนที่เหี้ยมโหดที่สุดในกลุ่มที่ติดตามซูเจินนางเล่นงานพวกเขาอย่างช้าๆ เตะต่อยราวกับเป็นของเล่นชิ้นหนึ่งชั่วขณะหนึ่งเกิดรอยยิ้มขึ้นที่มุมปากขณะจับข้อมือของชายผู้หนึ่งหักจนผิดรูป
ประกายตาวาบขึ้นเมื่อเห็นในกลุ่มนั้นมีสตรีสองคนกำลังพุ่งเข้ามาหานางเสวี่ยซูตวัดปลายเท้าโจมตีที่หน้า โดนเพียงปลายเท้าเฉียดๆแต่กลับฝากรอยแผลที่แก้มข้างหนึ่งจนเลือดออกเป็นทางยาว อีกคนก็ใช้เล็บตวัดผ่านลำคอจนถึงคางเป็นรอยถึงสามรอย
“หน้าข้า!”สตรีทั้งสองนางถอยหลังไปยกมือขึ้นจับที่ใบหน้าเมื่อรู้สึกเจ็บแสบเห็นเลือดติดมือออกมาก็กรีดร้องขึ้นถึงจะเป็นผู้ฝึกตนแต่ก็ยังรักใบหน้าตามประสาสตรีไม่รู้ว่าแผลลึกแค่ไหนหากรักษาแล้วทิ้งรอยเอาไว้จะทำอย่างไร?!
พวกนางสาดประกายเกรี้ยวโกรธใส่เสวี่ยซูเอาอาวุธออกมาพุ่งเข้าใส่นางอย่างพร้อมเพรียงเสวี่ยซูยังคงนิ่งเฉยทว่าดวงตาเข้มขึ้นเล็กน้อยเมื่ออาวุธของพวกนางมีเป้าหมายเป็นใบหน้าของนาง
สตรีทั้งสองมีความคิดตรงกันในเมื่อนางกล้าทำให้ใบหน้าของพวกนางมีแผล เช่นนั้นนางก็ต้องมีแผลด้วยแน่นอนว่าจะต้องเป็นแผลลึกที่ทิ้งรอยน่าเกลียดเอาไว้ถึงจะสาสมใจ!
“รนหาที่ตาย!”เสวี่ยซูพูดขึ้นอย่างเหี้ยมโหด หลบอาวุธที่พุ่งเข้าใส่จับข้อมือของพวกนางบิดแล้วยกเท้าถีบด้วยกำลังยุทธ์สุดแรง
สตรีทั้งสองนางถูกถีบก็ถึงกับกระอักเลือดออกมาคำหนึ่งเสวี่ยซูปรากฏตัวที่ด้านหลังของพวกนางแล้วจับที่หลังคอยกขึ้นออกแรงจนใบหน้าของพวกนางเขียวคล้ำ
“เสวี่ยซู!”
เสวี่ยซูหลุดจากภวังค์เก็บประกายเหี้ยมโหดลงแล้วหันมองยังต้นเสียงเห็นนายหญิงกำลังมองมาแววตาเกิดการสั่นไหวแรงที่นิ้วผ่อนลงแล้วโยนพวกนางกระแทกต้นไม้จนแน่นิ่งไป
เสวี่ยซูโยนพวกนางแล้วก็เดินไปยังที่ซูเจินนั่งอยู่ตลอดทางคนที่เห็นเหตุการณ์เมื่อครู่ต่างก็เปิดทางให้นางแต่โดยดีคนที่เหลือเพียงสองคนไม่กล้าที่จะสู้อีก พวกเขาถอยออกมาอย่างช้าๆแต่ถูกจือเหลียงดักทางเอาไว้ก่อน
“หากยอมแล้วก็ไปนั่งรวมกันอยู่ทางด้านนั้นแต่โดยดี”จือเหลียงชี้ไปยังทิศที่เขานำคนที่ถูกจัดการไปรวมกันไว้
เป็นฝ่ายเข้ามาหาเรื่องพวกเขาแล้วคิดจะจากไปง่ายๆหรือ?อย่าหวังเลย
เสวี่ยซูเดินมายังทางนายหญิงแล้วเดินไปข้างๆด้านหลังเล็กน้อยเหลียงจือเหลือบมองนางแล้วขยับห่างออกไปเล็กน้อย นางก้มหน้าลงไม่เอ่ยวาจา
“เจ้าคิดจะทำอะไร?ข้าไม่ได้บอกหรือว่าให้ไปเล่นกับพวกเขา” ซูเจินพูดเสียงเรียบมองยังจุดที่สตรีทั้งสองคนนอนแน่นิ่งอยู่
...ยังดีที่ไม่ถึงชีวิต
“ขออภัยเจ้าค่ะ” เสวี่ยซูก้มหน้าลงต่ำลงไปอีก
“อย่าให้เกิดเรื่องเช่นนี้อีก”
“เจ้าค่ะ” เสวี่ยซูหลุบตาลงเมื่อถูกตำหนิ
ซูเจินไม่ชอบคนที่ไม่ยอมทำตามคำสั่งจะเล่นสนุกนางไม่ว่าแต่ต้องอยู่ในขอบเขต หากนางไม่ได้สั่งก็ไม่ควรทำเกินกว่าเหตุ
เมื่อครู่นางมองเสวี่ยซูอยู่ตลอดเพราะนางเป็นคนเงียบๆต่างกับหนิงจูที่คิดอย่างไรก็พูดอย่างนั้น ค่อนข้างเปิดเผยเมื่อเห็นเสวี่ยซูทำเมื่อครู่แล้วคงต้องคิดใหม่ดูเหมือนเสวี่ยซูไม่ได้เป็นคนเงียบๆอย่างที่คิด แต่เป็นคนโมโหร้ายพอสมควร
“สาวใช้ของเจ้าน่ากลัวเกินไปแล้ว”เหลียงจือนั่งลงแล้วกระซิบกับซูเจินเบาๆตาก็เหลือบมองเสวี่ยซูที่ยืนอยู่ด้านหลังกลัวนางจะได้ยิน
ซูเจินมองเขาแล้วไม่พูดอะไร พยักหน้าให้จือเหลียงที่ยืนคุมคนอื่นๆอยู่อีกด้านแล้วหันมองหนิงจูที่กำลังสู้กับคุณชายโม่
หืม?
ซูเจินเลิกคิ้วขึ้นดูเหมือนว่าคุณชายผู้นี้จะมีฝีมือไม่เบา ถึงแม้หนิงจูจะออมมือให้เขาแต่เขาก็ยังสู้กับนางได้อย่างสูสี ไม่เสียทีที่มีบิดาเป็นถึงแม่ทัพ