“ลูกหยาดน้ำ แต่งตัวเสร็จหรือยังล่ะลูก”
“ใกล้เสร็จแล้วค่ะคุณแม่”
“เป็ไงคะ สวยไหม” หยาดน้ำถามแม่ด้วยความตื่นเต้น
“สวยมากค่ะ ตาคิมจะต้องชอบมากแน่ๆ แต่พวกเราไม่ได้เจอพี่เค้าตั้งนานแล้ว ั้แ่ครอบครัวคุณดนัยย้ายไปอยู่เชียงใหม่ถาวร เราก็ไปๆ มาๆที่ไร่ส้มเพียง 2-3 ครั้งเท่านั้นเอง”
“โห คุณแม่คะให้ไปที่ไร่ส้ม กว้างก็กว้าง แถมร้อนอีกตะหาก นี่น้ำยังคิดหนักอยู่เลยที่จะแต่งงานกับพี่คิมอ่ะ จะต้องไปขุดดิน ทำไร่หรือเปล่า แถมไม่ได้เจอกันตั้งนาน หน้าตาพี่คิมจะเป็ยังไงก็ไม่รู้สิคะ” หยาดฟ้าพูดพลางทำสีหน้ากังวล
คุณหญิงแจ่มจันทร์ จึงโน้มน้าวลูกสาวไปว่า
“พี่เค้าเป็ผู้ดีตระกูลเก่า ยังไงก็ต้องหล่อเหลาแน่ๆ ลูก เชื่อแม่” สองแม่ลูกพูดพลางเพ้อฝันไปไกล
“นี่ขนาดแม่ส่งจดหมายตอบกลับไป ยังไม่ทันพ้นสองวันเค้าติดต่อจะมาขอดูตัวขนาดนี้แสดงว่าพี่เค้าก็มีใจให้เราแหละ ตอนเด็กๆก็ไปวิ่งเล่นที่ไร่ส้มด้วยกันตั้งหลายครั้ง ลูกหยาดของแม่ต้องทำให้ได้นะลูก เพื่อกอบกู้ตระกูลพรหมพินิจของเรา ลูกจะต้องแต่งงานเพื่อเอาเงินมรดกมาให้ได้ ไม่อย่างนั้นหน้าตาทางสังคมของเราสองแม่ลูกต้องพังพินาศแน่ๆ ถ้าพวกคุณหญิงตระกูลอื่นเค้ารู้ว่าตอนนี้เราแทบจะไม่มีเงินเหลือแล้ว”
“ได้ค่ะ คุณแม่ หยาดน้ำคนนี้จะทำเพื่อครอบครัวของเราเอง”
“ดีมากลูกแม่”
“นายครับผมถึงหน้าบ้านของตระกูลพรมพินิจแล้วครับ”
“จัดการตามที่คุยกันไว้ได้เลย อย่าให้พลาดล่ะ”
“ได้ครับ เดี๋ยวต๋องคนนี้จะจัดการให้นาย ไม่ให้พลาดเลยครับ”
“ดีมาก แล้วอย่าลืมโทรมารายงานฉันล่ะ”
“ครับ ได้ครับ”
ติ๊งต๊องงงงงง เสียงกดกริ่งดังจากหน้าบ้าน
คุณหญิงกับลูกสาวรีบออกมารอที่หน้าบ้าน
รถกะบะคันสีขาวแล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน เมื่อดับเครื่องยนต์สนิทคนที่ลงมาจากรถคือชายร่างอวบ ผิวคล้ำ หน้ากลมที่ใบหน้าขณะนี้เปื้อนมอมแมมไปด้วยฝุ่นดิน พร้อมกับร่างกายที่มีเหงื่ออาบทั่วร่าง กางเกงและรองเท้าก็เปื้อนทั้งดินและโคลน
“สวัสดีครับคุณป้าและก็นี่คงเป็น้องหยาดน้ำใช่ไหมครับ นี่ครับของฝากส้มสายน้ำผึ้งจากไร่หวานๆ” (คิมหันต์ตัวปลอม) พูดพลางยื่นตะกร้าส้มให้กับสองแม่ลูก
สองแม่ลูกพูดไม่ออกได้แต่ทำหน้าใ รับกระเช้าส้มมาและยิ้มค้างไว้
“คุณแม่ เอาไงดีคะ นี่คงไม่ใช่…..” หยาดน้ำเอียงคอกระซิบกับแม่อย่างหวั่นๆ
“ชู่ว เดี๋ยวแม่เอง”
“ คุณคงเป็คนขับรถของคุณคิมหันต์ใช่ไหมคะ ไหนว่าวันนี้คุณคิมจะมาหาว่าที่เ้าสาวอย่างลูกหยาดน้ำด้วยตัวเอง แล้วคุณคิมอยู่ไหนล่ะคะ?”
ชายร่างอวบเนื้อตัวมมอมแมมชี้เข้าหาตัวเอง “ ผมนี่ไงครับ คิมหันต์ กิจพาณิชย์เจริญ แหมนี่คงเป็น้องน้ำใช่ไหมครับ ไหนพี่ขอดูหน้าใกล้ๆ หน่อยได้ไหมจ๊ะ ” ต๋องยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนหยาดน้ำได้กลิ่นเหงื่อที่หมักหมมจากการทำงานหนักมา
“ออกไปห่างๆ ฉันเลยนะไอ้บ้า อี๋เหม็นอ่ะ”
“เหม็นอะไรกันจ๊ะ กลิ่นเหงื่อของคนทำงานก็อย่างนี้แหละ น้องน้ำต้องฝึกดมให้ชินนะ เวลาไปอยู่กับพี่ก็ต้องเป็แบบนี้แหละ 555+” ต๋องพูดยียวนพร้อมกับหัวเราะออกมาดังๆ
ต๋องคนสนิทของคิมหันต์ที่บัดนี้ได้ปลอมตัวเป็คุณคิม ได้เริ่มปฎิบัติการป่วนบ้านตระกูลพรหมพินิจแล้ว
คุณหญิงแจ่มจันทร์นิ่งอึ้งพลางหันไปหาบุตรสาว ที่ตอนนี้ได้วิ่งเข้าบ้านไปเสียแล้ว คุณหญิงจึงวิ่งตามหยาดน้ำไป “ลูกหยาดน้ำ รอแม่ด้วยลูก” แล้วหันมาบอกคิมหันต์ตัวปลอมว่า
“ตาคิม ไปรอป้าที่ห้องรับแขกก่อนนะ”
“ได้ครับคุณป้า” ต๋องพูดตอบพลางยิ้มยิงฟันให้
“นังออน นังจันทร์ อยู่ไหน กันหมดออกไปรับแขกก่อน ฉันจะไปตามยัยน้ำที่ห้อง”
ป้าออน กับจันทร์รีบวิ่งออกมารับหน้าให้กับคุณหญิงและลูกสาว
“สวัสดีค่ะคุณ เชิญไปที่ห้องรับแขกก่อนค่ะ” ป้าออนกล่าวเชิญ
“ก็ดีครับ แหม อากาศกรุงเทพนี่ร้อนจริงเลยนะครับเนี่ย” คุณคิมตัวปลอมจึงเดินมานั่งรอในห้องรับแขกแล้วนั่งยิ้มแป้นรอสองแม่ลูกที่ไม่ยอมลงมาจากห้องเสียที
“ไม่เอานะคะคุณแม่ ถ้าพี่คิมจะสภาพแบบนี้น้ำรับไม่ได้ น้ำไม่แต่งแล้วค่ะ” หยาดน้ำพูดพลางนั่งร้องไห้ที่เตียง
คุณหญิงก็ได้แต่เอามือกุมขมับและปลอบลูกสาวไปด้วย พลางคิดในใจหรือตาคิมจะอยู่ไร่ส้มนานเกินไป งานคงหนักมาก ทำให้เด็กชายตัวสูงโปร่ง กลายเป็ชายตัวเตี้ย หน้ากลมเหมือนซาลาเปาไปได้นะ แล้วฉันจะทำยังไงดีล่ะ บังคับลูกไปก็เหมือนให้ไปตกนรก….
จากนั้นคุณหญิงก็คิดแผนออก
“ น้ำ ฟังแม่นะ ลูกไม่ต้องแต่งงานกับตาคิมแล้วก็ได้”
“ทำยังไงคะคุณแม่ ” หยาดน้ำรีบเช็ดน้ำตาพร้อมกับฟังแผนของแม่
“จะดีหรือคะคุณแม่ พี่ฟ้าจะยอมไหมล่ะคะ”
“ไม่รู้แหละ ถ้าไม่ยอมแม่ก็จะบังคับ เสียเงินเสียทองเลี้ยงไปตั้งเท่าไหร่ ตอนเด็กก็เลี้ยงยากป่วยกระเสาะกระแสะ คุณพ่อก็คอยดูแลแต่มัน จำไว้นะหยาดน้ำ มันเป็ตัวแย่งความรักของคุณพ่อไปจากพวกเรา แม่เกลียดมัน ถึงเวลาแล้วที่มันจะต้องตอบแทนบุญคุณเราบ้าง”
คุณหญิงลงมาจากห้องนอนของหยาดน้ำ แล้วเดินมาที่ห้องรับแขกเพื่อมองดูสถานการณ์แต่ยังไม่ได้เข้าไปข้างใน เมื่อเห็นป้าออนเดินออกมาเพื่อที่จะไปเติมขนมเพิ่มให้แก่คุณคิมตัวปลอม ที่ตอนนี้นั่งอ้าขาชิวอยู่บนโซฟาราคาแพงที่คุณหญิงหวงนักหวงหนา ทำให้คุณหญิงรู้สึกขัดใจนัก…..
ก่อนที่คุณหญิงจะตัดสินใจทำอะไรไปมากกว่านี้ ป้าออนก็วิ่งหน้าตื่นพร้อมกับบอกว่ามีสายจากโรงพยาบาล ตอนนี้คุณดิลกเกิดอาการหัวใจวายเฉียบพลัน ตอนนี้อยู่ในห้องฉุกเฉิน
คุณหญิงใมาก จึงบอกให้ป้าออนไปเชิญนายคิมหันต์ตัวปลอมกลับไปก่อน
“คุณหญิงให้มาเชิญคุณคิมหันต์กลับก่อน เนื่องจากตอนนี่คุณดิลกป่วยกะทันหัน คุณท่านยังไม่พร้อมรับแขกค่ะ”
ต๋องได้แต่นิ่งคิดไปชั่วครู่ แล้วยอมกลับแต่โดยดีเพราะได้มาวางะเิไว้พอหอมปากหอมคอแล้ว
“นายครับ ต๋่องจัดการให้เรียบร้อยแล้วครับ เป็อย่างที่นายว่าเปี๊ยบเลยครับคุณหนูหยาดน้ำเห็นสภาพต๋องแล้ววิ่งกระเจิงไปเลย ”
“ดีมาก ไอ้ต๋อง กลับมาฉันจะเพิ่มเงินเดือนให้” คิมหันต์วางสายแล้วยิ้มอย่างพอใจ
โรงพยาบาล….
พลอยฟ้ากึ่งวิ่งกึ่งเดินมาที่หน้าห้องฉุกเฉินด้วยสีหน้าที่ตื่นตระหนก เมื่อรับสายจากป้าออนว่าคุณดิลกโรคหัวใจกำเริบขณะที่ทำงานที่บริษัทจนต้องหามส่งโรงพยาบาล เมื่อมาถึงก็เห็นคุณหญิงแจ่มจันทร์ และหยาดน้ำนั่งร้องไห้อยู่หน้าห้อง
“คุณแม่ น้องน้ำ คุณพ่อเป็ยังไงบ้างคะ”
“พี่ฟ้า หมอบอกว่าคุณพ่อต้องผ่าตัดหัวใจอีกแล้ว ค่ะ ฮือๆ ”หยาดน้ำหันมาพูดกับพลอยฟ้าด้วยแววตาที่เสียใจ และมีความกลัวปนกัน พลอยฟ้าได้แต่เข้ามากอดปลอบน้องสาว
“ไม่เป็ไรนะน้องน้ำ คุณพ่อจะต้องหาย ไม่ต้องกลัวนะจ๊ะ” พลอยฟ้าพูดปลอบน้องแต่ตัวเธอเองก็กลัวมากเช่นเดียวกัน
ที่จริงแล้วถึงแม้ว่าคุณหญิงแจ่มจันทร์จะไม่ชอบพลอยฟ้า และสอนให้หยาดน้ำเกลียดเธอ แต่หยาดน้ำไม่เคยเกลียดพลอยฟ้าเลย แถมยังเป็เพื่อนเล่นกันตอนเด็กอีกต่างหาก แต่ยังไงหยาดน้ำก็ขัดแม่ไม่ได้มากนัก
คุณหมอเปิดประตูออกมาจากห้องฉุกเฉิน
“สามีฉันเป็ยังไงบ้างคะ คุณหมอ” คุณหญิงแจ่มจันทร์ถามด้วยความร้อนรน
“ตอนนี้ หมอรักษาคนไข้เบื้องต้นให้พ้นขีดอันตรายไปก่อน แต่ยังไงเื่ผ่าตัดก็ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน คราวนี้ต้องให้นอนดูอาการที่โรงพยาบาลไปก่อนสัก 3 คืนนะครับ”
ที่ห้องพักคนไข้
คุณดิลกฟื้นแล้ว แต่ยังต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ เสียงที่ดังมาจากหน้าจอเป็สัญลักษณ์อัตราการเต้นของหัวใจนั้น ย้ำเตือนให้คนที่อยู่รอบเตียงต้องหาทางรักษาชีวิตหัวหน้าครอบครัวนี้ไว้ให้ได้
“คุณคะ ได้ยินฉันไหม อย่าทิ้งฉันไปนะคะ คุณต้องหายนะคุณดิลก” คุณหญิงแจ่มจันทร์พูดทั้งน้ำตา
“คุณพ่อคะ อยู่กับฟ้ากับน้องก่อน เดี๋ยวน้องใกล้จะเรียนจบแล้ว เราจะไปถ่ายรูปรับปริญญาด้วยกันนะคะพ่อ” พลอยฟ้าพูดพลางกั้นเสี้ยงสะอื้นไว้
คุณดิลกได้แต่นอนมองลูกและภรรยาที่ร้องไห้ พร้อมกับน้ำตาที่ซึมออกมาจากหางตา พลอยฟ้าเห็นจึงนำผ้าไปเช็ดน้ำตาให้พ่อพร้อมจับมือแกไว้แน่น เหมือนบอกว่าอย่าพึ่งทิ้งเธอและครอบครัวไป
พลอยฟ้าอาสาจะนอนเฝ้าพ่อ จึงรีบกลับบ้านมาเพื่อเก็บเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัว
“นังฟ้า เดี๋ยวแกมาหาฉันที่ห้องหน่อย” คุณหญิงแจ่มจันทร์พูด
“ค่ะ คุณแม่”
ก็อกๆๆ พลอยฟ้าเคาะประตูห้องคุณหญิง
“เข้ามา” คุณหญิงนั่งรออยู่ที่เตียง พลอยฟ้าเข้ามาพร้อมกับนมอุ่น 1 แก้ว แล้วนั่งลงบนพื้น
“ป้าออนบอกว่าคุณแม่ไม่ได้ทานอะไรเลยั้แ่เช้า ทานนมสักหน่อยนะคะ”
คุณหญิงรับนมจากมือพลอยฟ้า แต่ยังไม่ยอมดื่ม พร้อมกับมองหน้าพลอยฟ้านิ่ง และถามขึ้นว่า
“ นังฟ้า แก่รักคุณดิลกไหม” คุณหญิงแจ่มจันทร์พูดกับพลอยฟ้าด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าวและเคร่งเครียด
“ทำไมคุณแม่ถามฟ้าอย่างนั้นล่ะคะ ฟ้ารักคุณพ่อคุณแม่มากที่สุด ถ้าไม่มีคุณพ่อ คุณแม่ รับฟ้ามาเลี้ยงดู ฟ้าคงไม่โตมาได้จนถึงทุกวันนี้”
คุณหญิงแจ่มจันทร์ชะงักกับคำพูดที่ว่า"รักแม่ " และนิ่งเงียบไม่ แจ่ยังไงก็ต้องรีบตัดสินใจ สถานการณ์ตอนนี้รีรอไม่ได้แล้ว พร้อมกับคิดแผนในใจ
“ดีแล้วล่ะ งั้นก็ถึงเวลาที่แกจะต้องกตัญญูเพื่อทดแทนเงินที่ฉันกับคุณดิลกเสียไปเพื่อเลี้ยงดูแกแล้วล่ะ นังพลอยฟ้า” คุณหญิงนึกพรางมองนิ่งไปที่พลอยฟ้า
“คุณแม่จะให้ฟ้าทำอะ…….” พลอยฟ้าพูดไม่ทันจบ คุณหญิงก็พูดแทรกขึ้น
“ แกจะต้องแต่งงานกับนายคิมหันต์แทนน้อง………”
“คุณแม่…….”
พลอยฟ้านิ่งอึ้งไปชั่วขณะ…. ไม่พูดตอบโต้ใดๆ
คุณหญิงจึงเค้นถามอีก
“ แค่นี้ทำให้ฉัน ให้พ่อแกได้ไหมห้ะ นังฟ้า ฉันไม่อยากล้มละลาย พ่อแกก็ป่วยจะตายที่โรงพยาบาลอยู่แล้วฉันเครียด!!!!! ค่าผ่าตัดหัวใจตั้ง 2 ล้าน ฉันจะไปหามาจากที่ไหน แกรู้ไหมว่าครอบครัวเราถังแตกแล้ว”
“…………” พลอยฟ้านิ่งไปชั่วขณะ ได้แต่นั่งน้ำตาคลอ
“พูดออกมาสิ พูดมา”
“ฟ้า…..”
“พูดว่าแกจะแต่งงานแทนน้อง "
พลอยฟ้าร้องไห้หนัก เธอไม่พร้อมที่จะแต่งงานตอนนี้ เพราะเธอก็มีคนรักอยู่แล้ว เธอจะทำยังไงดี แต่เพื่อคุณพ่อ และครอบครัวเธอจะต้องทำให้ได้ พลอยฟ้าตัดสินใจแล้ว ถึงแม้เธอจะต้องตกอยู่ในภาวะจำยอม แต่ครอบครัวพรหมพินิจมีบุญคุณกับเธอเหลือเกิน
“ค่ะ ฟ้าจะแต่งงานแทนน้องน้ำเอง” ……. พลอยฟ้าตอบรับคำไปทั้งที่ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้ และอนาค
ตข้างหน้าจะเป็ยังไง อีกอย่างคนที่ชื่อ “ คิมหันต์” เค้าจะเป็คนอย่างไรก็ไม่รู้ หากแต่งไปแล้วเขาจะทำกับเธอแบบไหน ฟ้าคงต้องยอมรับ เพราะมันเป็สิ่งที่เธอเลือกแล้ว….