ตอนที่ 5
มี๋หวาหวา เดินเข้ามาในห้องนอนเห็นสามีนอนอยู่ก็รู้สึกเบาใจ ที่สามีไม่ได้ลงไปข้างล่าง เพราะถ้าลงไปอาจจะได้ยินในสิ่งที่เธอกับลูกๆ คุยกัน เมื่อไม่มีอะไรแล้วจึงได้ขึ้นไปนอนและหลับไปในที่สุด
แต่คนที่เมียคิดว่าหลับไปแล้ว กลับนอนไม่หลับ เพราะคิดถึงสิ่งที่เมียและลูกชายกับลูกสาวคุยกันวันนี้ ไม่คิดว่าทุกคนจะเห็นแก่ตัวกันได้ขนาดนี้ แม้แต่เงินที่ลูกสาวเขาทำงานหาเงินมาอย่างเหน็ดเหนื่อย ทุกคนยังกล้าที่จะไปเบียดเบียนมาอีก ทั้งที่เงินที่เขาทำงานได้ เขามอบให้เมียเขาเกือบหมด เพราะจะได้ใช้จ่ายในบ้าน แต่ทำไมยังไปเอาของลูกสาวที่เขาไม่เคยให้เงินเลย ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกผิด จนนอนไม่หลับ กว่าจะหลับได้ ก็ดึกมากแล้ว
ทางด้าน จงเหมยอิง วันนี้หลับไปด้วยรอยยิ้ม เพราะเธอเข้าไปนอนที่บ้านในมิติที่มีที่นอนนุ่ม สบาย อย่างที่ไม่เคยได้นอนมาก่อน จึงมีความสุขเป็อย่างมาก
เช้านี้ จงเหมยอิง รีบลุกมาทำอาหารให้ทุกคน และรีบออกจากบ้านไปก่อนที่ทุกคนจะลงมา เพราะเธอไม่อยากเสียอารมณ์แต่เช้า ไปช่วย ลุงโจ กับป้าเจีย ทำงานยังจะมีความสุขมากกว่า อยู่ที่บ้าน
ส่วนเมื่อทุกคนมาที่โต๊ะอาหาร มีอาหารตั้งโต๊ะเรียบร้อยแล้ว แต่คนทำไม่เห็นเลย
"แม่วันนี้ เหมยอิง ยังไม่ตื่นหรือ ผมไม่เห็นเลย"
"ใช่ค่ะแม่ ปกติต้องอยู่แถวนี้ วันนี้ไปไหน"
"ไปไหนก็เื่ของน้องเถอะ รีบกินเข้าพูดมากจริง" เธอต้องรีบดุลูกทั้งสอง ถามอะไรไม่ดู ถ้าไม่ตื่นจะมีอาหารมาให้กินที่ไหนกัน พูดไม่คิดกันจริงๆ ไม่ดูหน้าพ่อกันเลย
"คราวหลัง พวกลูกควรตื่นให้เช้ามากกว่านี้นะ จะได้เจอน้องที่ตื่นมาั้แ่เช้า เพื่อทำอาหารให้ทุกคนกิน" ตื่นก็สายแล้วยังจะไปว่าน้องกันอีก
"พ่อค่ะ พวกเราแค่ไม่เห็นน้องเท่านั้นเอง"
"กินข้าวกันเถอะ พ่อจะรีบไปทำงาน"
หลังจากนั้นทุกคนจึงได้ตั้งหน้าตั้งตากินข้าวกันไม่ได้พูดได้จากันอีก จน จงเว่ยซา ผู้เป็พ่อกินอิ่มเป็คนแรก จึงลุกจากโต๊ะเพื่อไปทำงาน ทุกคนจึงได้เริ่มคุยกันอีกครั้ง
"แม่คะ พ่อเป็อะไรหรือเปล่าเหมือนอารมณ์ ไม่ค่อยดี"
"แม่ก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่เมื่อคืนที่แม่ เข้าห้องไป พ่อก็หลับแล้วนะ อาจจะเครียดเื่งานก็ได้ อย่าคิดมากเลย"
"คงเป็อย่างที่แม่พูดนั่นล่ะครับ ปกติพ่อแทบไม่ค่อยพูดอะไรเลย แต่มันนี้กลับตำหนิพวกเราได้"
"พวกลูกควรคิดก่อนที่จะพูดนะคราวหลัง โดยเฉพาะเื่ของเหมยอิง เพราะพ่อไม่เคยรู้ว่าเราทำอะไรกับมันไว้บ้าง เข้าใจไหม"
"เข้าใจค่ะ ต่อไปหนูจะไม่พูดอีก"
"เข้าใจครับ ผมจะระวังมากกว่านี้"
วันนี้ จงเหมยอิง ไปทำงานที่ร้านบะหมี่เหมือนเคย และได้เลิกเร็วเนื่องจากวันนี้ขายดีเป็พิเศษ จึงรีบล้างและเก็บกวาดให้เสร็จจึงได้ของตัวกับลุงและป้า
"วันนี้หนูกลับก่อนนะคะ จะไปซื้อของ"
"ได้ เอานี่ 2 หยวน ค่าแรง จะได้เอาไปซื้อของด้วย"
"ขอบคุณค่ะ หนูไปแล้ว"
เมื่อลาป้ากับลุงแล้วจึงเดินไปที่ร้านขายเมล็ดพันธุ์ผัก
"มาซื้อเมล็ดผักอะไรล่ะหนู บอกตาได้ว่าอยากได้อะไร"
"มีเยอะหรือคะคุณตา"
"มีหลายชนิดอยู่นะ"
เธอเลยซื้อคุณตาแบบรวมหลายชนิดเพราะ้าทดลองเอาไปปลูกในมิติดูก่อน หมดเงินไป 1 หยวน เมื่อได้เมล็ดผักแล้วเธอจึงไปเดินดูต้นผลไม้ ได้มาอีกหลายชนิดเช่นกัน หมดเงินไปอีก 2 หยวน เมื่อได้ทุกอย่างที่้าแล้วจึงได้กลับบ้าน แม้ไม่อยากจะกลับก็ตาม เพราะเมื่อกลับบ้านมีแต่เื่ที่ทำให้เธอรำคาญใจเป็อย่างมาก
และเธอกลับมาที่เดิมได้เกือบเดือนแล้ว และในที่สุดก็ถึงวันที่จดหมายจากทางการมาถึงที่บ้าน และเป็วันที่ทุกคนอยู่บ้านกันครบ เพราะวันนี้พ่อไม่ได้ไปทำงาน จึงได้รับจดหมายด้วยตัวเอง จึงเปิดอ่าน เมื่อเห็นข้อความในจดหมายจากทางการ ทำให้เขารู้สึกหนักใจเป็อย่างมาก ไม่รู้ว่าจะส่งใครไปทำงานที่ชนบทดี
"มีอะไรหรือเปล่าคะคุณ ทำไม่ทำหน้าหนักใจแบบนั้น" เธอมองดูสีหน้าของสามีแล้วน่าจะเป็เื่ที่ไม่ดีเท่าไร
"นั่นสิครับพ่อ มันเขียนว่าอย่างไร" อะไรกันนะที่ทำให้พ่อเขาหน้าเครียดขนาดนั้น
"พ่อคะ บอกมาเร็วๆ เลยค่ะ หนูอยากรู้" หน้าของพ่อทำให้เธออยากรู้มากขึ้น
ส่วนเธอไม่ได้พูดอะไรออกไป เพราะรู้เื่อยู่ก่อนแล้ว และอยากรู้ว่าพ่อจะทำอย่างไรต่อไป
"มีจดหมายจากทางการให้ส่งคนในครอบครัวหนึ่งคน ไปทำงานที่ชนบท"
"อะไรนะคุณ ทำงานที่ชนบท แล้วจะทำอย่างไรกันดี"
"ผมไม่ไปนะครับ ผมทำไม่ได้หรอกครับ" จะให้เขาไปทำงานที่ชนบท ฝันไปเถอะ แค่ในเมืองเขายังไม่อยากทำเลย
"หนูก็ไม่ไปเด็ดขาด หนูไม่อยากตากแดด ผิวและมือของหนูต้องเสียหมดแน่นอน" ถ้าไปอยู่ที่ชนบทเธอต้องตายแน่ๆ เธอยอมไม่ได้
"..." เธอได้แต่เงียบ เพราะไม่รู้จะพูดอะไรดี
"คุณคะ ลูกๆ ไม่สามารถทำงานในชนบทได้หรอกค่ะ คุณก็รู้ ถ้าส่งทั้งสองคนไปก็เหมือนส่งไปตายเท่านั้น"
"แต่ลูกใหญ่เป็ผู้ชาย ทำไมไม่เสียสละให้น้องสาวล่ะ น้องเป็ผู้หญิงนะ"
"ไม่เด็ดขาดครับพ่อ อย่าส่งผมไปเลย แม่ครับช่วยพูดกับพ่อหน่อย ผมไม่อยากไป"
"คุณค่ะ ลูกเป็ผู้ชายก็จริงแต่ไม่เคยทำอะไรเลย คุณอย่าให้ลูกไปเลยค่ะ"
"แต่ลูกเป็ผู้ชายคนเดียวนะ"
"พ่อก็ส่งเหมยอิงไปสิครับ น้องทำได้ทุกอย่าง น้องเสียสละให้พี่ได้หรือเปล่า" หันไปอ้อนน้องสาว ให้น้องสาวเห็นใจเหมือนที่แล้วมา
"แต่พี่เป็ผู้ชาย พี่สมควรที่จะเสียสละให้น้องสาวถึงจะถูก"
"ทำไมน้องไม่ช่วยพี่ ไม่เป็ห่วงพี่แล้วหรือ"
"แล้วพี่ไม่เป็ห่วงหนูหรือคะ"
แกล้งไปสักหน่อยก็แล้วกัน เพื่อให้ทุกคนทุกข์ใจ แต่วันนี้แปลกใจอยู่อย่างหนึ่ง ที่พ่อพูดเพื่อที่จะช่วยเรา ซึ่งแตกต่างจากที่เคยเกิดขึ้น ที่พ่อไม่เคยออกมาปกป้องเลย
"พี่ต้องห่วงน้องสาวอยู่แล้ว แต่พี่รู้ว่าน้องต้องเอาตัวรอดได้แน่นอน"
"ถ้าหนูไม่ยอมล่ะคะ"
"ไม่ยอมเธอก็ต้องยอมอย่างไรก็ต้องเป็เธอที่ต้องไปทำงานที่ชนบท" แม่เลี้ยงพูดเสียงดังอย่างลืมตัวว่าพ่ออยู่ตรงนี้ด้วย
"แล้วทำไมต้องเป็ฉันที่ต้องยอมล่ะคะ ทำไมไม่ให้พี่ใหญ่ที่เป็ผู้ชายเป็คนยอม"
"นั่นสิพ่อคิดแบบเดียวกับเหมยอิงนะ"
"พ่อครับ / คุณ"
ทั้งสองคนอุทานออกมาพร้อมกัน ที่พ่อเข้าข้างเหมยอิง โดยการจะให้เขาไปทำงานที่ชนบทให้ได้
เหมยอิง ก็แปลกใจอีกครั้ง ที่ครั้งนี้พ่อพูดเข้าข้างเธอออกมา แทนที่จะเงียบนั่นเอง
"ก็ลูกใหญ่เป็ผู้ชาย ยังไงก็ปลอดภัยมากว่าน้องสาวที่เป็ผู้หญิง"
"แต่ฉันไม่ยอม ส่งลูกไปชนบทแน่นอน ลูกมานี่"
แม่เลี้ยงเรียกลูกทั้งสองให้เดินตามออกไป ด้วยความไม่ยินยอมและขัดใจที่สามีและลูกเลี้ยง ไม่ยอมตามที่เธอ้า
"ลูกจะไม่ไปก็ได้ เดี๋ยวพ่อจะให้พี่ชายลูกไปเอง"
"แล้วพวกเขาจะยอมหรือคะ"
"ไม่ยอมก็ต้องบังคับกัน"
"พ่อให้ลูกเป็คนตัดสินใจ พ่อขอโทษที่ละเลยลูกมานาน พ่อไม่เคยคิดว่าพวกเขาจะเอาเปรียบกับลูกขนาดนี้"
"พ่อรู้หรือคะ"
"พ่อก็รู้บ้างแต่คิดเพียงว่าเป็เื่เล็กน้อยเท่านั้น แต่ไม่คิดว่าลับหลังพ่อเขาจะทำกับลูกมากมายเหลือเกิน ลูกคงคิดว่าพ่อเป็พ่อที่ไม่ได้เื่ใช่ไหม"
"พ่อไม่ผิดหรอกค่ะ พ่อแค่ไม่รู้เท่านั้นเอง"
นี่เป็อีกครั้งที่ทำให้รู้สึกดีกับคนเป็พ่อขึ้นมาบ้าง คงได้รู้ได้เห็นในสิ่งที่ทุกคนปกปิดเอาไว้ บ้างแล้วสินะ แต่ตอนนี้เธอไม่้าคนปกป้องแล้ว ตอนที่เธอ้าคนปกป้องคือตอนเป็เด็กหันไปหาใครก็ไม่เจอใครช่วยเหลือเลย
( ฝากติดตามด้วยนะคะ )