บทที่ 15 ความจริงช่างโหดร้ายเหลือเกิน
เฉินเถียนเถียนคิดอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว นางก็ยังรู้สึกไม่สบายใจอยู่ดี แต่พอนึกถึงจุดหมายปลายทางที่นางกำลังจะไป ก็ผ่อนคลายลงบ้าง จากนั้นนางก็หันหลังเดินขึ้นเขาไป ทว่าบนทางขึ้นเขากลับมีผู้คนที่กำลังทำงานอยู่มากมาย!
เพราะตระกูลเฉินก่อนหน้านี้มีลูกสะใภ้ที่ร่ำรวย พวกเขาจึงให้เช่าที่นาของตนเองกับคนอื่น แล้วอยู่บ้านรับค่าเช่าก็พอ ส่วนที่นาไม่กี่หมู่ที่ปลูกนั้น เฉินผิงอันก็ทำคนเดียวจึงจัดการได้อย่างสบาย ๆ
ดังนั้นเวลาของครอบครัวพวกเขา จึงว่างกว่าคนอื่นมากโข เฉินเถียนเถียนไม่ทราบ นางคิดว่าชาวบ้านทุกคนเป็เช่นนี้ ใครจะไปทราบ ว่าพอหันหลังกลับมากลับเห็นผู้คนมากมายต่างจ้องมองนางด้วยความประหลาดใจ
ต้องรู้ว่าคุณหนูี้เีแห่งตระกูลเฉินผู้นี้ ไม่เคยออกจากประตูบ้านเลยสักครั้ง ผมยุ่งเหยิงจนพันกันเป็ปม ก็ไม่เห็นนางจะล้างสักที วันนี้ออกจากบ้านกะทันหัน นี่มันไม่ใช่ฝนเืจะตกจากฟ้าหรอกหรือ เฉินเถียนเถียนรู้ว่าตอนนี้แหละคือ่เวลาที่จะสร้างชื่อเสียงที่ดีต่อหน้าผู้คน
ไวเท่าความคิดนางปิดหน้าร้องไห้ฮือ ๆ ขึ้นมา ท่ามกลางความงุนงงของผู้คน นางก็วิ่งหนีเข้าป่าข้างทางไป ราวกับกลัวเจอคนแปลกหน้า แต่ท่าทางปิดหน้านี้ช้าไปจังหวะหนึ่ง ทำให้ทุกคนเห็นใบหน้าที่ล้างจนสะอาดของนาง ถึงแม้จะผอมแห้งไปบ้างเพราะขาดสารอาหาร แต่โครงหน้าห้าส่วนกลับสวยงามผิดคาด
ทุกคนไม่ใช่คนโง่ จู่ ๆ ก็เดาอะไรได้บางอย่าง ถ้าจะว่ากันว่าคุณหนูผู้นี้ไม่ดีขนาดนั้น แล้วจะส่งไปบนเตียงของคุณชายตระกูลหลี่ได้อย่างไร คุณชายตระกูลหลี่ก็ไม่ใช่คนที่ไม่เลือกหน้าเสียหน่อย
ในเมื่อมีคุณสมบัติที่จะถูกส่งไปเป็ของกำนัล ย่อมต้องมีจุดเด่นของนางเอง ดูตอนนี้แล้ว สิ่งที่โดดเด่นที่สุดก็คงจะเป็ใบหน้านี่แหละ ส่วนเฉินเถียนเถียนที่จู่ ๆ ก็ปิดหน้าวิ่งเข้าป่าไปนั้น ทำให้ทุกคนรู้สึกประหลาดใจยิ่งนัก เื่ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ ทุกคนต่างรู้กันดีว่าเป็อย่างไร
วันนี้แต่เช้าตรู่ คุณหนูผู้นี้ก็ออกมาจากแม่น้ำ ใบหน้าล้างจนสะอาดเอี่ยม ดวงตาใสซื่อที่เต็มไปด้วยน้ำตา ยิ่งทำให้ผู้คนสงสาร ในใจคาดเดาต่าง ๆ นานา ถึงเื่ราวของตระกูลเฉินก็ตามมา
“ข้าว่าคุณหนูผู้นี้ไม่ใช่ี้เีที่สุดในทุกวันหรอกหรือ เหตุใดวันนี้ถึงไปล้างหน้าที่ริมแม่น้ำ”
“ข้าว่าคุณหนูผู้นี้หน้าตาสวยจริง ๆ นะ คล้ายกับมารดาผู้ล่วงลับของนางอยู่หลายส่วน เขาว่ากันว่าลูกสาวมักจะเหมือนแม่ มารดาของคุณหนูทำงานเก่งขนาดนั้น แล้วตัวนางเองจะี้เีได้อย่างไรกัน ข้าว่าต้องเป็ฝีมือของแม่เลี้ยงตัวดีของนางแน่ ๆ”
“ใช่แล้ว ยังบอกอีกว่าคุณหนูผู้นี้เลือกกิน ต้องกินของอร่อย ๆ เท่านั้น ถึงได้ทำให้ตัวเองหิวโหยขนาดนี้ ข้าว่าประโยคนี้พูดออกมา เหมือนมีแต่ตัวนางเองเท่านั้นที่เชื่อ เมื่อกี้ตอนที่คุณหนูเดินผ่านข้า ข้ายังได้ยินเสียงท้องนางร้องโครกคราก นี่ชัดเจนมากว่าหิวจนท้องกิ่ว”
“เ้าเคยเห็นคนที่หิวโหยแล้วยังเลือกกินบ้างไหม ลูกชายไม่รู้มาจากไหนของนาง กลับกินท้องจะแตก ส่วนคุณหนูผู้นี้ไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของนางก็เลยโดนทำให้หิวโหยจนผอมแห้งแรงน้อยขนาดนี้”
“เป็สตรีเหมือนกัน เหตุใดถึงใจร้ายได้เพียงนี้” เฉินเถียนเถียนไม่คิดเลยจริง ๆ ว่าตัวเองจะทำให้ชาวบ้านเริ่มจินตนาการไปเอง แต่ก็ใกล้เคียงกับชีวิตที่จริงของเฉินเถียนเถียนมาก
ตอนนี้นางคิดแต่จะขึ้นเขาไปหาอะไรกินให้เร็วที่สุด ไม่อย่างนั้นท้องนี่คงไม่ใช่ของนางแล้วเดิมทีคิดว่าในหมู่บ้านโบราณบนูเาแห่งนี้ น่าจะเห็นได้ทั่วไป ล่าสัตว์ได้ทุกที่ ทั้งคืนนั้นที่หนีกลับมาจากตระกูลหลี่ ระหว่างทางก็ได้ยินเสียงหมาป่าหอน ตอนใกล้จะออกจากเขายังได้ยินเสียงสัตว์เล็ก ๆ ดัง
แต่พอมาถึงครั้งนี้เฉินเถียนเถียนถึงกับอึ้งไปเลย ชาวบ้านไม่น้อยล้วนทำกับดักดักสัตว์เป็ ถ้าเป็่ทำนาก็คงไม่ทำ ตอนนี้ถึงแม้ในทุ่งนาจะมีงานทำ แต่ก็ไม่ได้ยุ่งมากนัก ดังนั้นเป็ปกติที่จะมีชาวนาขึ้นเขามา หาอะไรกลับไปกินบ้าง เพื่อชีวิตความเป็อยู่
ดังนั้นที่ริมเขา จึงไม่เห็นร่องรอยของสัตว์ตัวเล็ก ๆ เลยสักนิด ครั้งนี้เฉินเถียนเถียนกลับมาตัวเปล่าโดยสิ้นเชิง นางกุมท้องที่ร้องโครกคราก บ่นอุบอิบในใจไม่หยุด หนังสือข้ามมิติที่เขียนกันมา ล้วนพูดจาเหลวไหลทั้งนั้นรึ
ไอ้ที่ว่าตอนพระเอกหิวต้องสามารถขึ้นเขาล่าสัตว์ได้น่ะ ทว่าความจริงก็ช่างโหดร้ายเสียเหลือเกิน เฉินเถียนเถียนได้แต่ยอมรับชะตากรรมและเดินขึ้นเขาไป แม้นางจะมีความรู้ในปัจจุบัน แต่ก็ไม่มีทักษะและประสบการณ์ในการล่าสัตว์ในป่าเขา
เมื่อปีนขึ้นไปถึงครึ่งทางของูเา ความหิวโหยทำให้นางรู้สึกมึนงงศีรษะ นางจึงนั่งลงกับพื้นไม่สามารถเดินต่อไปได้อีกแล้ว ในมุมที่นางมองไม่เห็น นางไม่ทันสังเกตว่ามีคนคอยติดตามนางมาตลอด บัดนี้เขายิ่งนั่งอยู่บนต้นไม้อีกต้นหนึ่งที่ไม่ไกลจากนาง สังเกตการเคลื่อนไหวของหญิงสาวผู้นี้อย่างตั้งใจ
เฉินเถียนเถียนกุมท้องคร่ำครวญในใจ แต่แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าบนตัวนางยังมีอุปกรณ์ช่วยโกงอยู่มิใช่หรือ
“เสี่ยวเถารีบออกมาเดี๋ยวนี้!” อุปกรณ์พิเศษช่นนี้ เฉินเถียนเถียนยังไม่กล้าให้ผู้อื่นล่วงรู้ ต่อให้อยู่ในป่าลึกเช่นนี้ นางก็ยังกล้าแต่เพียงกระซิบเรียกเท่านั้น ดังนั้นถึงแม้จะอยู่ใกล้กันมาก อวิ๋นเคอบนต้นไม้ก็ไม่ได้ยินอะไรนอกจากเสียงลม ทว่าในที่สุดเสี่ยวเถาก็ตอบรับนางแล้ว
[เช้าตรู่ได้ยินเ้าร้องห่มร้องไห้ มีอะไรหรือ?]
เฉินเถียนเถียนกล่าวเสียงเบาว่า
“เ้ามีของกินขายบ้างหรือไม่?” คำตอบที่ได้รับคือเสียงเ็าของเสี่ยวเถา
[เ้าเห็นข้าเป็เถาเป่าหรืออย่างไร ถึงจะมีของทุกอย่างขาย แต่เ้าแน่ใจหรือว่ามีเงินพอจะซื้อ]
เฉินเถียนเถียนเงียบกริบลูบเสื้อผ้า ทั้งตัวนอกจากเสื้อผ้าขาดวิ่นแล้วก็ไม่มีอะไรเลย
“ไม่สามารถผ่อนผันได้บ้างหรือ ถ้าเ้าไม่ให้ข้ากินอะไรสักหน่อย ข้าก็คงจะอดตายที่นี่เป็แน่”
เสี่ยวเถากล่าวเสียงเ็าว่า [ก็ไม่ได้อีกนั่นแหละ ระบบของข้าเป็ธุรกิจเล็ก ๆ ไม่มีการให้เครดิตทั้งนั้น]
เอาละ เฉินเถียนเถียนหมดแรงแล้ว ระบบอะไรกัน นางยังคิดว่ามันเป็ระบบเทพเลยที่แท้ก็เป็ระบบกิ๊กก๊อกไร้ประโยชน์
[ระบบของข้าก็ไม่ได้ไร้ประโยชน์ขนาดนั้นหรอก อย่างเช่นตอนนี้ก็บอกเ้าได้ว่ามีคนกำลังจ้องมองเ้าอยู่ใกล้ ๆ นี่ไง]
ประโยคที่เอ่ยออกมาอย่างกะทันหันนี้ทำให้ เฉินเถียนเถียนใจนเผลอะโ ที่นี่มีคนอยู่ด้วยหรือ นางอดไม่ได้ที่จะมองไปรอบ ๆ ด้วยความระแวดระวังแต่จะเห็นเงาคนที่ไหนกัน นางใช้มือทั้งสองข้างกอดตัวเองแน่น
อย่างน้อยก็เคยฝึกฝนในหน่วยตำรวจพิเศษมาก่อน ั้แ่เมื่อไหร่กันที่มีคนตามมาโดยที่นางไม่รู้ตัว เป็เพราะหิวจนเกินไปหรือ ท่าทางระแวดระวังของหญิงสาว ทำให้อวิ๋นเคอบนต้นไม้อดหัวเราะไม่ได้
เด็กสาวคนนี้เป็อะไรไป อย่าบอกนะว่ายังคิดว่านางที่มีสภาพอดอยากเช่นนี้จะต่อกรกับใครได้
“ออกมาเถอะ ข้าเห็นเ้าแล้ว” อวิ๋นเคอในที่สุดก็ะโลงมา เขาเชื่อมั่นในฝีมือของตัวเองอยู่แล้ว แต่กลับไม่อาจหลบพ้นสายตาของเด็กสาวคนนี้ได้ เป็เพราะ่นี้ฝึกวิชาน้อยไปหรือ ถึงได้ไร้ประโยชน์ถึงเพียงนี้ หรือว่าสัญชาตญาณของเด็กสาวคนนี้ไวเกินไป