“เ้ารู้อะไรบ้างมั้ยเราตั้งใจประกอบพิธีกรรมนี้เพื่อต่อชีวิตของเ้าต่างหากเราอยากให้เ้ามีชีวิตยืนยาวนานที่สุด นะว่านเซียง” ท่านอ๋องตรัสความใน
“อย่าหลอกหม่อมฉันเลยเพคะ หม่อมฉันจะไม่มีวันเป็เหมือนท่านพี่ที่โง่ยอมให้พระองค์หลอกแล้วสุดท้ายพระองค์ก็ทรงใช้ความรักบีบบังคับให้นางเต็มใจสละชีวิตเพื่อสังเวยพิธีบูชายัญอะไรบ้าๆนั่น” ว่านเซียงไม่เชื่อ
“เราบอกความจริงก็ได้พี่สาวของเ้าไม่ได้มีดวงมหาโชคอะไรหรอก นางเองก็เป็โรคหายากเช่นเดียวกันกับเ้าและพิธีบูชายัญนี้นางก็เป็คนสืบเสาะหามาเพื่อรักษาชีวิตของเ้าไม่ให้กำเริบหนักเหมือนกับนางพอนางเจอวิธีต่ออายุของเ้าในตอนนั้นนางก็มีอาการกำเริบหนักมากแล้วและคงมีชีวิตอยู่ได้ไม่นานนางรู้ว่าเรามีวิชาทางไสยศาสตร์ นางก็เลยขอร้องให้เราประกอบพิธีกรรมนี้เพื่อรักษาเ้าให้หายก่อนนางหมดลมหายใจนางได้เขียนจดหมายถึงเ้าโดยหลอกว่าตนยอมเป็เครื่องบูชายัญเพื่อสังเวยพิธีกรรมค้ำจุนแคว้นหลีเพื่อไม่ให้เ้ารู้ว่าโรคของเ้านั้นเมื่อมีอาการกำเริบหนักเ้าจะมีสภาวะซีดเืจาง และสิ้นลมหายใจไปในที่สุด พี่ของเ้ารักเ้ามากเลยรู้ตัวหรือเปล่าในวันนั้นนางขอร้องให้เราจัดฉากพิธีกรรมนี้เพื่อตบตาเ้าก็เท่านั้นเอง” ท่านอ๋องตรัสเล่า
“หม่อมฉันไม่ใช่เด็กๆ นะเพคะอย่าหลอกเสียให้ยากเลยพระองค์จะทรงลงทุนจัดพิธีนี้เพื่อผู้หญิงต่ำต้อยอย่างหม่อมฉันอย่างนั้นหรือ”ว่านเซียงยิ่งไม่เชื่อไปใหญ่
“ตอนแรกเราก็คิดเหมือนเ้าแต่เพราะพี่สาวของเ้าฝากเ้าไว้กับเรา นานวันเราก็แอบหลงรักเ้าและไม่อยากให้เ้าจากเราไป เราก็เลยไปสืบหาคนที่มีดวงมหาโชคที่แท้จริงจนได้รู้ว่าคนที่มีดวงเฮงก็คือผิงหลาง ขอร้องเถอะ วางมีดลงเถอะนะ” ท่านอ๋องตรัส
“หม่อมฉันไม่มีวันหลงเชื่อพระองค์หรอกเพคะและหากเป็เื่จริง หม่อมฉันก็ไม่อยากมีชีวิตอยู่ด้วยการแลกชีวิตของใครหากมีใครต้องมาตายแทนหม่อมฉัน สู้หม่อมฉันยอมตายเองเสียดีกว่า” ว่านเซียงไม่้าเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์
“อย่าทำแบบนั้นนะว่านเซียง”ท่านอ๋องเสด็จเข้าไปใกล้และทรงพยายามห้ามปรามหญิงสาว
“อย่าเข้ามาใกล้นะเพคะ” ว่านเซียงถือมีดจ่อไปที่คอแล้วรีบถอยหลังเมื่อท่านอ๋องเสด็จเข้ามาใกล้เรื่อยๆ
แต่ทว่าความจริงนั้นท่านอ๋องทรงเป็ตัวล่อส่วนทหารองครักษ์กำลังลอบจับว่านเซียงจากทางด้านหลังและแผนการกำลังจะสำเร็จอยู่แล้วเชียว แต่อยู่ดีๆก็มีชายสามหน้ากากที่มีวรยุทธ์สูงปรากฏตัวแล้วรีบจับตัวว่านเซียงเป็ตัวประกันทันที มือข้างหนึ่งบีบคอหญิงสาวเบาๆส่วนอีกข้างถือดาบพร้อมที่จะต่อสู้
“เ้าเป็ใครปล่อยนางเดี๋ยวนี้นะ” ท่านอ๋องตรัส
“อย่าเข้ามามิฉะนั้นกระหม่อมจะฆ่านางพะย่ะค่ะ” ชายปริศนากล่าว
“เ้า้าอะไรบอกมา” ท่านอ๋องทรงกลัวว่านเซียงจะเกิดอันตราย
“ปล่อยผิงหลางเดี๋ยวนี้พะย่ะค่ะ”ชายปริศนา้าช่วยเหลือหญิงสาวชาวแคว้นฉิน
ทุกคนรวมถึงท่านอ๋องยังคงนิ่งเฉย
“คิดว่ากระหม่อมขู่เล่นๆอย่างนั้นหรือพะย่ะค่ะ” ชายสวมหน้ากากก็เลยกระซิบบอกว่านเซียง“แกล้งร้องเจ็บหน่อยสิ ข้าไม่อยากทำร้ายเ้าข้าแค่อยากช่วยผิงหลางเท่านั้น”
ว่านเซียงก็เลยแกล้งร้อง “โอ๊ย!อย่าบีบคอข้าสิ ข้าเจ็บนะ”
ทุกคนก็เลยยอมถอยหลังหนีท่านอ๋องทรงรีบสั่งให้ทหารยอมปล่อยผิงหลางให้เป็อิสระนางลุกขึ้นมาด้วยอาการหน้ามืดเพราะเสียเืไปมาก
“เ้าไม่เป็อะไรนะผิงหลาง”ชายปริศนาะโถามด้วยความเป็ห่วง
“ข้าคงเสียเืไปหน่อยเลยมีอาการหน้ามืดแบบนี้” ผิงหลางคุกเข่าไปกับพื้นเพื่อรอให้ร่างกายของนางปรับสภาพดีๆก่อน
“ข้ายอมปล่อยนางแล้วปล่อยว่านเซียงมาสิ” ท่านอ๋องตรัส
“ให้พวกกระหม่อมหนีไปได้ก่อน อีกสองวันกระหม่อมถึงจะยอมปล่อยนางพะย่ะค่ะ”ชายปริศนาบอกเงื่อนไข
“ไม่ได้เด็ดขาด” ท่านอ๋องทรงเป็ห่วงอาการป่วยของว่านเซียง
ระหว่างที่ทั้งสองฝ่ายกำลังเจรจากันอยู่นั้นอยู่ดีๆ ว่านเซียงก็มีอาการไอเป็เื
แคร็กๆ แคร็กๆ แคร็กๆ แคร็กๆ
“แย่แล้วว่านเซียงมีอาการโรคเก่ากำเริบแล้วเราต้องรีบทำพิธีกรรมให้เสร็จ” ท่านอ๋องทรงตกพระทัยและทรง้ายื้อชีวิตคนรักไว้
“ผิงหลางเป็เครื่องบูชายัญไม่ได้หรอกพะย่ะค่ะ”ชายปริศนากล่าว
“ทำไมจะเป็ไม่ได้ล่ะ” ท่านอ๋องทรงไม่เข้าพระทัย
“นางตั้งครรภ์ลูกของกระหม่อมอยู่พะย่ะค่ะ”ชายปริศนากล่าว
“ห๊า!อะไรนะ!ข้าไม่ได้เป็….” ผิงหลางพูดไม่จบเพราะฝ่ายชายรีบพูดแทรก
“เ้าเป็เมียข้าท้องลูกของข้าก็ไม่แปลกนี่” ชายปริศนากล่าว
“เครื่องบูชายัญจะมีเือีกคนอยู่ในกายไม่ได้เด็ดขาดทำอย่างไรดี เราไม่้าให้ว่านเซียงตาย” ท่านอ๋องทรงผิดหวังที่ตอนนี้ทรงไร้ซึ่งหนทาง
“หากทรงประกอบพิธีบูชายัญนี้เพื่อต่อชีวิตของว่านเซียงจริงกระหม่อมมีวิธีรักษานางโดยไม่ต้องพึ่งพาพิธีกรรมอะไรบ้าๆ นั่นพะย่ะค่ะ” ชายปริศนายื่นข้อเสนอให้
“ทำยังไงว่ามาสิ” ท่านอ๋องทรงอยากรู้
“กระหม่อมสามารถเรียกท่านหมอเทวดาเสี่ยวอี้มาที่นี่ได้พะย่ะค่ะ”ชายปริศนากล่าว
“เป็ความจริงอย่างนั้นหรือท่านหมอเทวดาชอบทำตัวลับๆ จะยอมปรากฏตัวอย่างนั้นหรือ” ท่านอ๋องทรงไม่เชื่อ
“แล้วแต่พระองค์นะพะย่ะค่ะ”ชายปริศนารู้ดีว่าชายสูงศักดิ์ไม่มีทางเลือก
“เ้าเรียกเขามาให้ดูสิ” ท่านอ๋องตรัส
ชายสวมหน้ากากสั่งให้ผิงหลางจับตัวว่านเซียงไว้เป็ตัวประกันให้เพราะตอนนี้ผิงหลางเริ่มมีอาการดีขึ้นแล้วโชคดีที่ว่านเซียงพันผ้าที่ข้อมือให้ผิงหลางจึงทำให้ห้ามเืไว้ได้ทันก่อนเสียเืไปจนหมดตัว
ในระหว่างที่จับตัวหญิงสาวผิงหลางก็เลยกระซิบถาม “เ้ายังไหวมั้ยว่านเซียง”
“อย่าเสียเวลาเลย พวกเ้ารีบหนีไปเถอะข้าคงมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน” แล้วว่านเซียงก็ไอไม่หยุด
ชายสวมหน้ากากเป่าขลุ่ยเรียกท่านหมอเทวดาเสี่ยวอี้ให้ปรากฏตัวและท่านหมอก็ยอมปรากฏตัวจริงๆ
“ข้าเดาไม่ผิดท่านอาศัยอยู่ที่แคว้นหลีจริงๆ ด้วย” ชายปริศนากล่าว
“ท่านเรียกข้ามาทำไม” ท่านหมอเสี่ยวอี้สงสัย
“ตามสัญญาที่พวกเราตกลงกันไว้ว่าท่านจะยอมรักษาให้คนสามคนเพื่อตอบแทนบุญคุณข้าคนแรกที่จะให้รักษาก็คือผิงหลาง ส่วนคนที่สองก็คือว่านเซียง”
“แล้วคนที่สามล่ะคือเ้าหรือเปล่า” ท่านหมอกล่าว
“ข้าไม่ได้ป่วย ไว้รอในอนาคตข้าจะบอกท่านเอง” ชายปริศนากล่าว
“ท่านหมอเทวดารีบรักษาว่านเซียงก่อนเถิด”ท่านอ๋องตรัสเพราะทรงเป็ห่วงว่านเซียงมาก
ท่านหมอรีบเดินไปดูอาการของว่านเซียงและจับชีพจรของหญิงสาว
“เป็อย่างไรบ้างรักษานางได้หรือไม่” ท่านอ๋องตรัสอย่างมีความหวัง
“กระหม่อมต้องฝังเข็มให้นางก่อนแล้วต้องหาสมุนไพรเฉินซวงที่ยอดเขาเผิงซานมาให้ทันเวลาพะย่ะค่ะ” ท่านหมอยอมบอกวิธีรักษา
“เราจะรีบไปหามาให้เดี๋ยวนี้ แต่เ้าสวมหน้ากากนั่นต้องไปกับเราด้วย”ท่านอ๋องทรง้าเพื่อน
“ทำไมกระหม่อมต้องไปด้วยล่ะพะย่ะค่ะ”ชายปริศนาไม่เข้าใจ
“เ้าเป็คนมีวรยุทธ์สูงแถมมีอำนาจต่อรองท่านหมอเทวดาอีก หากเ้าเปลี่ยนใจไม่รักษาว่านเซียงจะว่ายังไง”ท่านอ๋องทรงต้องรอบคอบไว้ก่อน
“กระหม่อมไปด้วยก็ได้พะย่ะค่ะ”ชายปริศนากล่าว
“รีบพาตัวแม่นางทั้งสองไปนอนพักดีๆเถิดพะย่ะค่ะ” ท่านหมอเป็ห่วงอาการหญิงสาวทั้งสอง
ชายสวมหน้ากากรีบเดินเข้าไปอุ้มผิงหลาง ในขณะที่ท่านอ๋องทรงรีบเสด็จเข้าไปอุ้มว่านเซียงทั้งสองสาวพยายามดิ้นด้วยความใ แต่สุดท้ายก็ต้องยอมอยู่นิ่งๆเพื่อให้ฝ่ายชายพาพวกนางไปที่ห้องรักษาพยาบาลดีๆ
และแล้วพิธีกรรมบูชายัญที่ว่านผิงหรือพี่สาวของว่านเซียงไปเสาะหามาก็ล่มไม่เป็ท่าแต่โชคดีที่ท่านหมอเทวดาเสี่ยวอี้ยอมรักษาโรคหายากให้ว่านเซียงแต่โดยดี
******************************
ณ ห้องรักษาพยาบาลในวังหลวง
เสี่ยวอี้กำลังฝังเข็มให้กับว่านเซียงที่ตอนนี้นางได้หยุดไอไปแล้ว
“ตอนนี้นางมีอาการทุเลาลงแล้วพะย่ะค่ะ”ท่านหมอกล่าว
“แล้วการฝังเข็มของท่านสามารถยื้อชีวิตของนางได้นานแค่ไหน”ท่านอ๋องทรงอยากทราบว่าพระองค์ทรงมีเวลาหาสมุนไพรนานแค่ไหน
“ภายในเจ็ดวันเท่านั้นพะย่ะค่ะพระองค์ทรงต้องรีบหาสมุนไพรให้เจอ” ท่านหมอกล่าว
“เราต้องไปเตรียมตัวและฝากงานราชการแผ่นดินกับที่ปรึกษาของเราเสียก่อน”ท่านอ๋องทรงมีพระทัยร้อนอยากเสาะหาสมุนไพรด้วยพระองค์เอง
“กระหม่อมขอตัวไปรักษาอาการให้แม่นางผิงหลางก่อนพะย่ะค่ะ”ท่านหมอกล่าว
“เชิญเถิดท่าน” ท่านอ๋องทรงแอบรู้สึกผิดที่ทำร้ายผิงหลาง
ก่อนที่เสี่ยวอี้จะเดินไปรักษาอาการให้ผิงหลางชายสวมหน้ากากรีบกระซิบอะไรบางอย่างกับเขา
“ถ้าข้าไม่ยอมร่วมมือด้วยล่ะ”ท่านหมอกล่าวหลังจากที่ชายปริศนากระซิบบอก
“ต่อให้ท่านรักษาอาการผิงหลางจนหายแต่ท่านก็ไม่อาจปกป้องชีวิตของนางได้” ชายปริศนากล่าวเพื่อให้ท่านหมอยอมโกหกว่าผิงหลางตั้งท้องโดยหมายว่าจะป้องกันไม่ให้ท่านอ๋องทรงประกอบพิธีกรรมบูชายัญเพื่อต่อชะตาว่านเซียงอีก
“ก็ได้! ข้ายอมร่วมมือกับเ้าก็ได้”ท่านหมอยอมตกลง
“ร่วมมืออะไรกันหรือเ้าคะ”ผิงหลางสงสัย
“ข้าจะให้เ้าดื่มยาบำรุงเืและยาบำรุงครรภ์” ท่านหมอกล่าว
“อะไรนะ!” ผิงหลางใที่ท่านหมอเองก็ยอมโกหก
“เ้าตั้งท้องแล้ว อย่าลืมสิ”ชายปริศนาเตือน
“แต่ว่า” ผิงหลางไม่อยากโกหก
“เราไม่เคยเห็นผิงหลางชอบพอกับใครเลยนี่”ท่านอ๋องทรงยังคงสงสัยเพราะพระองค์ทรงส่งคนออกตามหาผิงหลางและติดตามนางมาโดยตลอด
“กระหม่อมคบกับนางแบบลับๆนางเป็ถึงรองแม่ทัพ คงกลัวเสียการปกครองพะย่ะค่ะ” ชายสวมหน้ากากกล่าว
“ขอหม่อมฉันอยู่กับ เอ่อสามีตามลำพังได้มั้ยเพคะ” ผิงหลางขอร้อง
“เราขอโทษที่หลอกลวงเ้าและยังจับเ้ามาสังเวยพิธีต่อชะตาว่านเซียงอีกเ้าดีขึ้นเราก็ดีใจ งั้น เราขอตัวก่อน” ท่านอ๋องตรัส
“ขอบพระทัยเพคะ” ผิงหลางกล่าว
ท่านหมอเสี่ยวอี้จึงเดินตามท่านอ๋องไปที่ห้องทรงงานเพื่อวาดภาพสมุนไพรเฉินซวงและเขียนแผนที่ให้กับท่านอ๋อง
“พวกเราอยู่ตามลำพังแล้วนะ ฮูหยินของข้า”ชายสวมหน้ากากกล่าวยิ้มๆ
“องค์ชายหก!ทรง้าอะไรเพคะ” ผิงหลางกล่าว
“ทำไมถึงรู้ว่าเป็เราล่ะ”องค์ชายหกทรงสงสัย
“หม่อมฉันจำกลิ่นของพระองค์ได้เพคะ”ผิงหลางกล่าวโดยไม่ปกปิด เพราะ่เวลาที่นางอยู่ที่เมืองสุ่ยลี่นางคอยติดตามองค์ชายหกอยู่ไม่ห่าง จนถึงขั้นจดจำกลิ่นกายของพระองค์ได้
“แสดงว่าเ้าคงชื่นชอบเรามากเลยสินะ”องค์ชายหกตรัสยิ้มๆ
“ทรง้าอะไรเพคะทรงเห็นหม่อมฉันเป็คนร้ายที่ฆ่าเสด็จพี่ของพระองค์ไม่ใช่หรือ” ผิงหลางยังคงน้อยใจ
“เรารู้ความจริงทั้งหมดแล้วเราขอโทษที่เข้าใจเ้าผิดไป” องค์ชายหกตรัส
“แล้วเหตุใดถึงทรงต้องปิดบังตัวตนด้วยล่ะเพคะ”ผิงหลางไม่เข้าใจ
“เราไม่้าให้ท่านอ๋องทรงทราบว่าเรามีวรยุทธ์สูงไม่เช่นนั้นต่อไปในอนาคต ท่านอ๋องทรงต้องหวาดระแวงเราเป็แน่และคงบงการให้เสด็จพี่สามกำจัดเราเข้าสักวัน” องค์ชายหกทรงมองการณ์ไกล
“ทรงต้องเสด็จไปหาสมุนไพรกับท่านอ๋องโปรดระวังตัวด้วยเพคะ” ผิงหลางกล่าว
“ที่แท้เ้าก็เป็ห่วงเรานี่เอง”องค์ชายหกตรัสยิ้มๆ
“หม่อมฉันเป็ห่วงว่านเซียงต่างหากเพคะนางน่าสงสารที่ต้องป่วยจนมีสุขภาพอ่อนแอมาั้แ่เกิด” ผิงหลางกล่าวอ้าง
“เ้าเองก็ต้องระวังตัวด้วยเช่นกันถึงแม้ตอนนี้พวกเรายังอยู่ใน่สงบศึก แต่ก็ไม่อาจวางใจได้” องค์ชายหกทรงเห็นว่าตอนนี้ยังอยู่ในดินแดนของศัตรู
“หม่อมฉันจะระวังตัวเพคะ”ผิงหลางเข้าใจ
“พร้อมแล้วหรือยังพวกเราต้องรีบออกเดินทางได้แล้วนะ” ท่านอ๋องเสด็จมาเร่ง
“พร้อมแล้วพะย่ะค่ะ” องค์ชายหกทรงยังไม่หันไปหาท่านอ๋อง
ผิงหลางใที่เห็นหน้ากากขององค์ชายหกหลุดนางรีบจับข้อมือฝ่ายชายเพื่อรั้งไว้ทันที
“มีอะไรหรือฮูหยินของข้า”องค์ชายหกตรัส
ผิงหลางพูดให้เบาที่สุดราวกับเสียงกระซิบ “หน้ากากหลุดเพคะ”
องค์ชายหกทรงเห็นหน้ากากของพระองค์อยู่บนตัวของผิงหลางเขาก็เลยกระทำในสิ่งที่ไม่คาดคิดมาก่อน
“อื้อ” ผิงหลางใที่องค์ชายหกทรงจุมพิตนางนางอยากจะทุบหลังชายผู้นี้แต่ก็ไม่กล้าเพราะท่านอ๋องทรงทอดพระเนตรมาที่ทั้งสองอยู่
“พวกเ้าคงยังล่ำลากันไม่เสร็จเราจะไปรอที่หน้าประตูวัง ล่ำลากันเสร็จเมื่อไหร่ เจอกันที่นั่นก็แล้วกัน” ท่านอ๋องทรงไม่้าเป็ก้างขวางคอ
ผิงหลางเห็นท่านอ๋องเสด็จไปแล้วนางรีบผลักฝ่ายชายออกและกำลังจะง้างมือตบแต่ก็ต้องชะงักเพราะอีกฝ่ายเป็ถึงชายสูงศักดิ์
“เราขอโทษ” องค์ชายหกตรัส
“ถึงทรงไม่ให้เกียรติหม่อมฉันก็ควรเห็นแก่คนรักของพระองค์บ้างเถิดเพคะ” ผิงหลางกล่าว
“ใครคือคนรักของเราเผิงเจินงั้นหรือ เ้ากำลังหึงเราอยู่ใช่มั้ย” องค์ชายหกทรงฟังจากน้ำเสียงของหญิงสาว
“ตรัสอะไรออกมาน่ะเพคะใครหึงพระองค์ไม่ทราบ” ผิงหลางรีบหันหน้านี้
“ไม่มีเวลาแล้วข้าต้องไปแล้วนะฮูหยิน” องค์ชายหกทรงไม่มีเวลามาอธิบาย
ฝ่ายชายกำลังจะยื่นหน้าเข้าไปใกล้ผิงหลางจึงรีบกระถดตัวหนี “พอแล้วเพคะ ไม่ต้องแสดงแล้ว”
องค์ชายหกทรงสวมหน้ากากดีๆพอเห็นหญิงสาวมีสีหน้าแดงจัดก็เลยแอบยิ้มแล้วเสด็จจากไปทันที
ผิงหลางคิดในใจว่า “อย่าหวั่นไหวเด็ดขาดพระองค์ทรงมีคนรักอยู่แล้ว อย่าลืมสิผิงหลาง”