ตอนที่ 13 คุณปู่เสียชีวิตและเกิดข้อพิพาทในตระกูล
คุณย่าเป็คนดื้อรั้นและฝีปากดุร้าย ส่วนคุณปู่นั้นอ่อนแอและยอมคน เขามักยอมอยู่ใต้อำนาจคุณย่าเสมอ ยามเมื่อถูกต่อว่า เขาจะซุกตัวสูบบุหรี่อยู่ที่มุมห้อง
เซียวิเยวี่ยจำได้เลือนรางว่า ตอนที่ยังเป็เด็กเธอทำได้เพียงมองดูลูกพี่ลูกน้องของเธอกินลูกกวาด คุณปู่จึงแอบซ่อนลูกกวาดสองแท่งและยัดใส่มันลงในกระเป๋าของเธอ
“ิเยวี่ยของเราก็ต้องกินขนมด้วยนะ”
ความทรงจำในวัยเด็กของเธอค่อนข้างพร่ามัว แต่เธอกลับจำจดคำพูดเหล่านี้ได้เป็อย่างดี
น่าเสียดายที่คนดี ๆ มักเผชิญกับความยากลำบาก เมื่อเซียวิเยวี่ยอายุ 9 ขวบ คุณปู่ล้มป่วยเป็โรคหลอดเืสมองและเป็อัมพาตนอนติดเตียง เขาได้รับการดูแลอยู่ในบ้านพักคนชราที่ดีที่สุดตลอดหลายปีที่ผ่านมา
พ่อเซียวมักพาภรรยาและลูกสาวไปเยี่ยมเยียน แต่คุณปู่อยู่ในอาการโคม่ามาหลายปีแล้ว
อย่างไรก็ตาม… ในชีวิตก่อนคุณปู่ของเธอเสียชีวิตหลังจากผ่านวันสิ้นโลกไปสองเดือนแล้วไม่ใช่เหรอ?
ทำไมคราวนี้เขาถึงเสียชีวิตเร็วกว่าเดิมล่ะ?
พ่อแม่ลูกทั้งสามรีบเดินทางไปบ้านพักคนชรา
ณ บ้านพักคนชรา
“คุณย่าครับ ผมไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ ฮ่วนฮ่วนยังพักฟื้นอยู่ ผมทิ้งเธอให้อยู่คนเดียวไม่ได้!”
คนที่คุกเข่าอยู่บนพื้นและพูดประโยคเมื่อครู่ก็คือซุนฮั่น สามีของฮ่วนฮ่วน
คุณย่าโบกมือ “ลุกขึ้นเถอะหลานเขยของย่า ย่าไม่ตำหนิเธอหรอกนะ ภายในครอบครัวก็มีสิ่งที่พูดไม่ได้เสมอ ฮ่วนฮ่วนคงอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเธอ”
เธอไอออกมาสองครั้ง ขณะที่ดวงตาฉายชัดถึงอาการหนาวสั่น
“ตาเฒ่าเป็อัมพาตมานานกว่าสิบปีแล้ว หากไม่ใช่เ้าลูกชายทรพีคนที่สองยืนกรานที่จะรักษาเขา ตาเฒ่าคงถูกฝังใต้ดินนานแล้ว”
ป้าสะใภ้ช่วยดึงเขาลุกขึ้น “ลูกเขยแม่ ลุกขึ้นเถอะ เธอเพิ่งเสียลูกชายไป ตอนนี้ฮ่วนฮ่วนยังจำเป็ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด คุณย่าไม่ตำหนิเธอหรอก”
ซุนฮั่นถอนหายใจด้วยความโล่งอก และไปนั่งบนเก้าอี้
“ครอบครัวเ้าลูกชายคนที่สองโง่จริง ๆ ถลุงเงินจำนวนมากไปกับคนป่วยในบ้านพักคนชรา แล้วยังต้องจ้างผู้ดูแลราคาแพงขนาดนั้น เงินจำนวนกว่าล้านหยวนควรเอามาให้แม่แท้ ๆ แต่กลับเอาไปใช้กับคนที่ตายไปแล้วครึ่งหนึ่งแบบนั้น ตอนนี้คนก็ตายไปแล้ว เงินก็พานหายไปด้วย…”
ป้าสะใภ้เหลือบมองคุณย่า เธอสังเกตเห็นว่าใบหน้าของคุณย่าเ็าลง
“เ้าลูกชายทรพี และนางเด็กสารเลวเซียวิเยวี่ยนั่น ตอนแรกพวกมันฆ่าหลานชายฉัน จากนั้นพวกมันกล้าเอาบ้านตระกูลเซียวไปขาย ทำให้ลูกชายคนโตของฉันต้องติดคุก ฉันล่ะนึกเสียดายจริง ๆ ที่ไม่จับนางเด็กต่ำทรามนั่นกดน้ำจนตายั้แ่ตอนนั้น!”
คุณย่าแค้นเคืองมากจนทุบหน้าอก “ลูกชายของแม่ ไม่รู้เลยว่าเขาจะใช้ชีวิตในคุกยังไง แล้วจะกินข้าวปลาตรงเวลาไหม…”
ขณะที่พูด คุณย่าหลั่งน้ำตาไหลอาบแก้ม
“คุณแม่อย่ากังวลไปเลยนะคะ หลังผ่านไป 2-3 วันเขาจะหายจากอาการช็อกและจะไม่เป็ไรแน่ค่ะ คุณแม่ต้องดูแลตัวเองให้ดีนะคะ” ป้าสะใภ้พูดปลอบเธอ
แววตาของซุนฮั่นเปลี่ยนไปขณะที่เขาพูด “ใช่ครับ คุณย่าอย่าเสียใจไปเลยครับ ทุกวันนี้จิตใจของผู้คนคาดเดาไม่ได้ ถึงครอบครัวลุงสองจะเนรคุณ แต่นับจากนี้ฮ่วนฮ่วนและผมจะคอยดูแลคุณย่าเป็อย่างดีเองครับ”
ป้าสะใภ้ถอนหายใจ “เมื่อก่อนฉันมอบเสื้อผ้าเก่าของลูก ๆ ให้กับบ้านน้องชายสามี ฉันนึกว่าหลานสาวคนนี้จะโตมาเป็เด็กดี แต่ใครจะคาดคิดว่าเธอกลับโตมาเป็นางหมาป่าตาขาวแบบนี้”
เธอยกมือปาดน้ำตาที่ไม่มีอยู่จริง “หล่อนเตะลูกชายและลูกสะใภ้ออกจากเรือนหอของพวกเขา ลี่ลี่โกรธมากจนหนีกลับไปบ้านพ่อแม่ ทั้งยัง้าหย่าร้างอีก นางเด็กสารเลวยังบังคับให้ลูกชายซื้อบ้านของหล่อนในราคา 3.2 ล้านหยวน เฮอะ! นางเด็กต่ำทรามกล้าดียังไงถึงมาทำแบบนี้ แม่คะ เราจะทำยังไงต่อดี ฉันปล่อยเื่นี้ไปเฉย ๆ ไม่ได้หรอกนะคะ…”
ซุนฮั่นขมวดคิ้วมุ่น เขาได้ยินเื่บ้านนี้มาเช่นกัน หากอ้างอิงตามราคาตลาด 3.2 ล้านหยวนถือว่าไม่แพงเลย ทั้งยังเป็ทำเลทองอีกด้วย
แต่การเรียกร้องเงินทองกับครอบครัวนั้นเป็เื่ใจร้าย ลูกพี่ลูกน้องของฮ่วนฮ่วนไม่ใช่คนดี หล่อนเป็สาเหตุที่ทำให้ลูกชายของพวกเขาเสียชีวิต
“อะไรนะ! 3.2 ล้านหยวน? หล่อนยังกล้ามาเรียกร้องเงินอีกงั้นเหรอ???” คุณย่าใจนแทบโยนไม้ค้ำยันทิ้ง
ป้าสะใภ้เสียใจมากพร้อมพูดด้วยเสียงสั่นเทา
“ใช่ค่ะแม่ เซียวอวี่ยืนกรานจะซื้อ แต่ฉันยอมไม่ได้ที่จะให้เอาเงินของครอบครัวไปเสียเปล่าแบบนั้น! พ่อของเขายังคงอยู่ในเรือนจำ ไม่รู้เลยว่าเขาจะถูกพิพากษาให้จำคุกกี่ปี ครอบครัวของเราที่เคยมีความสุข ตอนนี้กลับถูกทำลายจนป่นปี้!”
ร่างกายคุณย่าสั่นสะท้านด้วยความโกรธ “นางตัวหายนะ! เสนียดของครอบครัว! ฉันจะต้องฆ่าหล่อนให้ได้!”
“กำลังพูดถึงเื่อะไรกันเหรอ คุณย่าจะฆ่าใครให้ตาย?”
เซียวิเยวี่ยยืนพิงกรอบประตูพร้อมกราดตามองทุกคนที่อยู่ในห้อง ก่อนตามมาด้วยพ่อและแม่เซียว
ทันทีที่ทั้งสามคนมาถึงบ้านพักคนชรา พวกเขาก็ได้ยินเสียงคุณย่าสาปแช่งจากด้านใน
สีหน้าของคุณย่าเปลี่ยนเป็เ็า เธอจ้องเขม็งราวกับจะกลืนกินคนทั้งสาม ใบหน้าชราที่เต็มไปด้วยริ้วรอยเหี่ยวย่นช่างดูชั่วร้ายและน่ากลัวเป็อย่างยิ่ง
“แกยังกล้าเสนอหน้ามาอีกเหรอ? นางสัตว์เดรัจฉาน แกทำร้ายครอบครัวของฉัน แล้วกล้าดียังไงถึงได้มาโกงเงินหลายชายฉันอีก?!”
พ่อเซียวโต้กลับด้วยความโกรธ
“คุณเรียกใครว่าสัตว์เดรัจฉาน!”
เสียงของพ่อเซียวก้องกังวานเหมือนระฆังใหญ่ ลำคอของคุณย่าเหมือนถูกบีบจนไม่สามารถพูดสิ่งใดออกมา เธอใที่ได้ยินลูกชายพูดแบบนี้
แม่เซียวมีสีหน้าเ็าเช่นกัน หากไม่ใช่เพราะพ่อตาเสียชีวิต เธอคงไม่อยากเห็นใบหน้าของกลุ่มคนน่ารังเกียจพวกนี้อีก
ระหว่างทางมาที่นี่ แม่เซียวได้กำชับพ่อเซียวแล้วว่า หากมีความขัดแย้งขึ้น เขาจะต้องปกป้องลูกสาวให้ปลอดภัย
ทันทีที่ซุนฮั่นเห็นเซียวิเยวี่ย ดวงตาของเขาฉายชัดด้วยความประหลาดใจ เขาเคยดูแคลนเธออย่างมากและมองเธอด้วยสายตารังเกียจเสมอ
หลังจากที่ไม่ได้เจอกันหลายปี หญิงสาวคนนี้กลับดูดีขึ้นเรื่อย ๆ
ในเวลานี้เขาหลงลืมภรรยาที่เพิ่งแท้งลูก และลูกชายที่เสียชีวิตหลัง
คลอดไปชั่วขณะ
คุณย่ายกมือขึ้นชี้หน้าพ่อเซียว “เ้าลูกเนรคุณ แกจะประกาศากับเราหรือยังไง?”
พ่อเซียวก้าวออกมาปกป้องภรรยาและลูกสาวไว้ด้านหลังพร้อมพูดเสียงเ็า
“วันนี้ผมมาเพื่อจัดการงานศพของคุณพ่อ แต่ถ้าใครกล้ารังแกลูกสาวผมอีก ผมไม่ไว้หน้าใครแน่ ไม่เชื่อก็ลองดู”
“เ้าลูกอกตัญญู ฉันเป็แม่บังเกิดเกล้าของแกนะ! แกให้กำเนิดนางคนสารเลวเช่นนี้ แล้วยังกล้ามาพูดจาวางท่าใหญ่โต วันนี้ฉันจะตีนางเด็กนั่นให้ตายคามือ ถ้าแกกล้าหยุดฉันก็ลองดู!”
คุณย่ายกไม้เท้าขึ้นและเหวี่ยงไปทางเซียวิเยวี่ย
“อย่าคิดว่าจะทำแบบนั้นได้!”
พ่อเซียวคว้าไม้เท้าจากกลางอากาศและหักครึ่งด้วยขา ทำให้ไม้เท้าแยกออกจากกันเป็สองท่อน จากนั้นโยนมันทิ้งลงพื้นจนเกิดเสียงดัง
ดวงตาคุณย่าเบิกกว้าง ไขมันบนใบหน้าอันเหี่ยวย่นนั้นสั่นเทา
เมื่อเห็นว่าคุณย่าถูกต้อนจนหลังชนฝา ป้าสะใภ้จึงละทิ้งความคิดที่จะบีบบังคับอีกฝ่าย เนื่องจากครอบครัวของลูกชายคนที่สองตั้งใจแน่วแน่ที่จะยืนหยัดต่อสู้
พอนึกถึงลูกชายและลูกในท้องลี่ลี่ ป้าสะใภ้จึงเลือกที่จะกลับบ้านอย่างปลอดภัยก่อนแล้วค่อยตัดสินใจใด ๆ
ป้าสะใภ้เผยสีหน้าเ้าเล่ห์ทันที
“ทุกคนหยุดเถียงกันได้แล้ว เราต่างก็เป็ครอบครัวเดียวกัน คุณแม่ใจเย็นก่อนนะคะ น้องรองคงไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นจริง ๆ”
ป้าสะใภ้ถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความคับข้องใจ “น้องรอง น้องสะใภ้ ฉันรู้เหตุผลว่าทำไมพวกเธอถึงอารมณ์เสีย เราไม่คิดเื่การบริจาคเือย่างถี่ถ้วน ตอนนั้นชีวิตฮ่วนฮ่วนแขวนอยู่บนเส้นด้าย โรงพยาบาลไม่มีสต๊อกหมู่เืหายาก แล้วทั้งครอบครัวไม่มีใครนอกจากิเยวี่ยที่มีหมู่เืหายาก เราไม่มีทางเลือกอื่นแล้วจริง ๆ พี่ชายของเธอบอกว่าเราทุกคนต่างเป็ครอบครัวเดียวกัน หลานสาวของเราคงไม่นิ่งเฉยรอดูคนในครอบครัวตาย เื่ทั้งหมดก็มีเท่านี้”
เธอเอาแต่พูดว่ามันเป็ความผิดของตัวเอง แต่แท้จริงเธอกำลังกล่าวหาเซียวิเยวี่ยว่าเพิกเฉยต่อความสัมพันธ์ในครอบครัวและปฏิเสธที่จะช่วยเหลือลูกชายของฮ่วนฮ่วน
“เป็ความผิดของพี่สะใภ้อย่างฉันที่ควรห้ามพี่ชายของเธอไว้ ิเยวี่ยหลานป้า วันนั้นลุงใหญ่วิตกกังวลมากเกินไปหน่อย ฉันเองก็เอากรรไกรแทงทะลุมือเขาแล้ว ถือว่าเื่นี้เลิกแล้วต่อกันได้ไหม?”
เซียวิเยวี่ยเฝ้าดูการแสดงของเธอด้วยสายตาที่เ็าและยังคงนิ่งเงียบ
ป้าสะใภ้เห็นว่าหลานสาวยังคงเมินเฉย เธอจึงบีบน้ำตาและหันไปพูดกับแม่เซียว
“น้องสะใภ้ เราสองคนต่างก็เป็แม่ คงเข้าอกเข้าใจกันดีใช่ไหม? ฉันต้องทนเฝ้าดูลูกสาวถูกเข็นเข้าห้องฉุกเฉินด้วยความปวดใจ หลานชายที่น่ารักของฉันได้จากไปแล้ว ตอนนี้ตาเฒ่าก็ถูกขังอยู่ในเรือนจำ ฉันไม่รู้เลยว่าเราจะผ่านเื่นี้ไปได้อย่างไร…”