“นำอาหารมา!”
เสียงของหลิวจิ่นแหลมสูงดังขึ้น ขณะที่จูโฮ่วจ้าวก้าวตรงไปยังตำหนักเฉียนชิง
ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยพลังอำนาจดุดัน ราวกับัร่ายรำ พยัคฆ์แผ่บารมี เหล่าข้าราชบริพารเื้ั ต่างตะลึงในรัศมีที่แผ่ซ่านออกมาของจักรพรรดิหนุ่ม
ไม่นานนัก จูโฮ่วจ้าวก็เข้าสู่ตำหนักเฉียนชิง เบื้องหน้าคือโต๊ะยาวที่เรียงรายด้วยจานทองคำ ทุกจานมีฝาครอบทองคำครอบไว้เพื่อเก็บรักษาอุณหภูมิ
“แคว่ก แคว่ก แคว่ก…” เสียงฝาครอบเปิดพร้อมกันดัง
เมื่อจูโฮ่วจ้าวนั่งลง นางกำนัลทั้งสองฝั่งของโต๊ะก็เปิดฝาครอบขึ้นอย่างพร้อมเพรียง เผยให้เห็นอาหารชั้นเลิศสิบแปดจานเบื้องหน้า ที่ส่งกลิ่นหอมโชยกระทบจมูก
เนื้อหนังเสือทอด อกไก่ผัดน้ำมัน ขนมถั่วลันเตา ซี่โครงหมูยัดไส้ ตีนหมีตุ๋นสมุนไพร ซุปไข่มุกหยกขาว…
เมื่อเห็นอาหารในวังอันวิจิตรตระการตา จูโฮ่วจ้าวก็หิวขึ้นมาทันที
เนื้อหนังเสือทอดเงาวาว หอมมันแต่ไม่เลี่ยน…
อกไก่ผัดน้ำมันขาวสะอาด เนื้อนุ่ม ละลายในปาก…
…….
นางกำนัลคีบอาหารใส่จานเล็ก แล้วยื่นมาป้อนถึงปากอย่างนุ่มนวล จูโฮ่วจ้าวก็ยิ่งตื่นเต้นกับรสชาติ ชาติที่แล้วไม่เคยกินของหรูขนาดนี้ ที่สำคัญ — ไม่เคยมีใครปรนนิบัติให้เขาแบบนี้มาก่อน
ชื่อ: หลงซิ่ว
อาชีพ: มือสังหาร
ระดับพลังยุทธ์: ยอดฝีมือระดับเหนือชั้น
สังกัด: ลั่วหวัง
……
“หืม?” ระหว่างรับประทาน จูโฮ่วจ้าวพลันสังเกตเห็นนางกำนัลคนหนึ่งมีลูกกระเดือก เขารู้สึกผิดสังเกต
และทันใดนั้น ระบบก็ส่งข้อมูลของนางกำนัลผู้นั้นเข้ามาทันที
“ระบบ หลงซิ่วไม่ใช่ตัวละครจากโลก ตำนานแห่งราชวงศ์ฉิน (ฉินสือิเยว่) หรือ? เขามาโผล่ในโลกนี้ได้ยังไงกัน?” จูโฮ่วจ้าวสื่อสารกับระบบในใจอย่างรวดเร็ว
“ติ๊ง! เนื่องจากผู้ข้ามภพเข้าสู่โลกนี้ โลกนี้จึงเปลี่ยนแปลงจากเดิมโดยสิ้นเชิง ทั้งบุคคลจากประวัติศาสตร์ เื่เล่าปรัมปรา หรือแม้แต่ละครโทรทัศน์— ล้วนมีโอกาสปรากฏในโลกนี้ได้” เสียงระบบกล่าวอธิบายอย่างเ็า
“หลิวจิ่น ผู้ดูแลห้องเครื่องตอนนี้คือใคร?”
จูโฮ่วจ้าวตัดการเชื่อมต่อกับระบบ แล้วหันไปถามเสียงเรียบ
“กราบทูลฝ่าา ขันทีเฉา จีเสียงเป็ผู้ควบคุมกรมเครื่องเสวยพ่ะย่ะค่ะ!”
หลิวจิ่นไม่เข้าใจว่าทำไมจูโฮ่วจ้าวถึงกล่าวถามเื่นี้ แต่ก็ยังให้คำตอบอย่างรวดเร็วอยู่ดี
“ถ้าข้าบอกว่ามีคนกล้าปลอมตัวเป็นางกำนัล เพื่อคิดร้ายต่อข้า... เ้าคิดว่าข้าควรทำอย่างไร?”
จูโฮ่วจ้าวมองหลงซิ่วเล็กน้อยด้วยแววตาเย้ยหยัน แล้วกล่าวช้า ๆ
“มันผู้นั้นสมควรตายพ่ะย่ะค่ะ!”
หลิวจิ่นหันไปมองตามสายตาของจูโฮ่วจ้าว ทันใดนั้นเขาก็สังเกตเห็นได้เช่นเดียวกันว่านางกำนัลคนนั้นดูมีพิรุธ
น้ำเสียงของเขานั้นเย็นะเืดุจมารร้ายจากก้นบึ้งของขุมนรก
“โครม!”
เครื่องแต่งกายนางกำนัลของหลงซิ่วะเิกระจาย หน้ากากหนังมนุษย์หลุดกระเด็น เผยร่างที่สวมชุดดำสนิท แววตาเหี้ยมเกรียม และสีหน้าซีดขาว
ตอนที่จูโฮ่วจ้าวเริ่มถามหลิวจิ่น เขาก็รู้ตัวแล้วว่ามีบางอย่างผิดแปลกไป
เมื่อรู้ว่าถูกจับได้ เขาก็เปิดเผยตัวเสียเลยโดยไม่ลังเล
“กรี๊ด!”
นางกำนัลคนอื่นต่างร้องเสียงหลง ความวุ่นวายปะทุขึ้นในตำหนัก ทว่าในความชุลมุน มีเพียงสามคนที่ยังนิ่งสนิท— จูโฮ่วจ้าว หลิวจิ่น และหลงซิ่ว
“เ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าปลอมตัวมา?” หลงซิ่วถือกระบี่ไว้ในมือ พร้อมเอ่ยเสียงเย็น
เขายังไม่รีบร้อนที่จะโจมตี เพราะภายในใจของเขานั้นกลับสั่นไหว เขาเชื่อว่าตนนั้นปลอมตัวได้อย่างแเีแท้ๆ แต่กลับถูกจูโฮ่วจ้าวจับได้… นี้เป็สิ่งที่เขารู้สึกรับไม่ได้จริงๆ!
ส่วนเื่ภารกิจการลอบสังหารนั้น เขายังมีความมั่นใจเต็มร้อยว่าจะสามารถจัดการกับจูโฮ่วจ้าวได้ก่อนที่ทหารองครักษ์หลวงจะมาถึง
“รูปร่างสูงกว่านางกำนัลทั่วไป หนวดเคราที่โกนยังไม่เกลี้ยง แล้วยังมีลูกกระเดือกอีก! นี่เ้าคิดว่า ‘ข้า’ ตาบอดหรือไง?”
จูโฮ่วจ้าวตอบกลับด้วยแววตาเย็นเฉียบ พร้อมน้ำเสียงเย้ยหยันจนอีกฝ่ายหน้าเสีย
“หึ ข้ายอมรับว่าเ้าก็พอมีฝีมืออยู่บ้าง แต่ยังไงวันนี้เ้าก็หนีความตายไม่พ้นอยู่ดี!”
หลงซิ่วพุ่งตัวไปข้างหน้า พร้อมกระบี่ในมือที่พุ่งเข้าใส่จูโฮ่วจ้าวอย่างไร้ปรานี
“ฮ่า!”
ขณะนั้นจูโฮ่วจ้าวยังคงนิ่งไม่เคลื่อนไหวใดๆ เลยแม้แต่น้อย ส่วนหลิวจิ่นที่อยู่ข้างกลับเป็ฝ่ายะโเสียงดัง
โดยซัดหมัดตรงออกไปหนึ่งหมัด กำลังภายในที่แฝงด้วยความเย็นะเื พุ่งตรงใส่หลงซิ่วที่ลอยอยู่กลางอากาศ
“โครม!”
พลังทั้งสองปะทะกันกลางอากาศ จนะเิแรงกระแทกแผ่กระจายไปทั้งสี่ทิศ ทั้งสองฝ่ายถอยกลับพร้อมกัน
“ไม่อยากจะเชื่อเลย หลิวจิ่น เ้าเป็ยอดฝีมือเรอะ?” หลงซิ่วขมวดคิ้ว พร้อมกล่าวออกมาอย่างประหลาดใจ
“จะเรียกว่ายอดฝีมือก็เกินไป… แต่แค่นี้ก็เพียงพอ — จะฆ่าเ้าได้ก็แล้วกัน” หลิวจิ่นตอบกลับด้วยน้ำเสียงเ็า
ในสถานการณ์เช่นนี้ หลิวจิ่นจำเป็ต้องปกป้องจูโฮ่วจ้าวให้ถึงที่สุด เพราะถ้าหากจักรพรรดิหนุ่มเป็อะไรไปขึ้นมา ต่อให้เขาจะมีอำนาจในการควบคุมสำนักซีฉ่างก็ตาม
แต่เมื่อถึงคราวต้องถูกปะา — ก็ไม่มีใครสามารถช่วยชีวิตเขาได้อย่างแน่นอน
“หลงซิ่ว หากเ้าตกลงรับใช้ข้า เื่ที่เกิดขึ้นในวันนี้ข้าจะไม่ถือสาเอาความกับเ้า”
จูโฮ่วจ้าวกล่าวขึ้นช้า ๆ เวลานี้เขายังไม่มีขุนพลหรือคนสนิทที่สามารถไว้ใจได้ การดึงตัวยอดฝีมือมาอยู่ฝ่ายของตนจึงเป็เื่เร่งด่วนที่สุดในตอนนี้
“ฝันไปเถอะ!” หลงซิ่วตอบปฏิเสธทันที
“ในเมื่อเป็เช่นนั้น… ก็จงตายซะ!” จูโฮ่วจ้าวกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ
“ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว!”
หลงซิ่วไม่อยากเสียเวลาอีกต่อไป กำลังภายในพุ่งพล่านออกจากร่าง และถ่ายเทสู่กระบี่บางในมือ แล้วปล่อยกำลังภายในหลายสายออกไป ตรงเข้าใส่จูโฮ่วจ้าว
“โครม! โครม!”
หลิวจิ่นพุ่งตัวเข้าไปขวางเบื้องหน้า ซัดหมัดออกไปอย่างต่อเนื่องหลายชุด เพื่อรับมือกับกระบวนท่าของหลงซิ่วทั้งหมด
โครมม!
โต๊ะเก้าอี้ภายในตำหนักไม่อาจทานรับแรงปะทะได้ จึงพังระเนระนาดในพริบตา
แคร่ก... แคร่ก...
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นด้านนอกตำหนักเฉียนชิง เหล่าทหารองครักษ์วังหลวงที่ลาดตระเวนอยู่เริ่มได้ยินเสียงการต่อสู้ที่เกิดขึ้น จึงรีบเร่งเข้ามาใกล้ด้วยความตื่นตระหนก
ในขณะเดียวกัน หลงซิ่วก็เข้าใจดีว่า ต่อให้เขาจะสังหารจูโฮ่วจ้าวได้ แต่วันนี้—ยังไงเขาก็ไม่มีทางหนีความตายพ้น
กลางพระราชวังเช่นนี้ หากถูกล้อมไว้ ก็อย่าหวังว่าจะหลบหนีไปได้เลย
ฟิ้ว!
เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็ใช้ปลายเท้าดันพื้น ร่างพุ่งออกไปราวกับเงาดำ พุ่งตรงเข้าหาจูโฮ่วจ้าว!
หลงซิ่วนั้นว่องไว แต่หลิวจิ่นเองก็ว่องไวไม่แพ้กัน ทั้งสองขยับพร้อมกัน แล้วเผชิญหน้ากันโดยตรง
โครม!
ฝ่ามือทั้งสองปะทะกันอย่างรุนแรง กำลังภายในะเิออกมาในเสี้ยววินาที จนทั่วห้องเหมือนมีพายุพัดผ่าน เสื้อผ้าพลิ้วไหวไปมา เส้นผมปลิวไสว
ในขณะที่สองคนสู้กันอยู่ จูโฮ่วจ้าวเพียงยืนมองด้วยสายตาเ็า เมื่อเห็นว่าทั้งคู่ปะทะกันอยู่กลางอากาศ เขาก็ค่อย ๆ ก้มลงหยิบตะเกียบที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมา
หลงซิ่วเห็นการเคลื่อนไหวของจูโฮ่วจ้าว แต่เขารู้ว่าอีกฝ่าย "ไร้ซึ่งวรยุทธ์" จึงไม่ได้ใส่ใจอะไร แต่หลิวจิ่นกลับมีสีหน้าซีดเผือดในทันที
เขาเกรงว่าจูโฮ่วจ้าวจะโดนลูกหลง จึงรีบเร่งกำลังภายในออกมาอย่างเต็มที่
ทั้งหลิวจิ่นและหลงซิ่วเริ่มมีเหงื่อผุดบนหน้าผาก ต่างฝ่ายต่างเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้า
“หลิวจิ่น! หลบไป!”
เมื่อเห็นว่าทั้งสองเริ่มแรงตก จูโฮ่วจ้าวก็ะโเสียงดังลั่น พร้อมกับสะบัดแขนขวาออกไปอย่างเต็มแรง ตะเกียบพุ่งออกด้วยความเร็วราวฟ้าผ่า ส่งเสียงแหวกอากาศดังสนั่น
ถึงแม้หลิวจิ่นจะหันหลังให้อยู่ แต่เมื่อได้ยินเสียงนั้น เขารู้สึกขนหัวลุกซู่ทันที
เมื่อไม่มีเวลาให้คิดมากนัก เขาจึงรีบถอยออกจากการปะทะ โดยเบี่ยงตัวหลบไปด้านข้างอย่างรวดเร็ว
“ฉึก!”
ตะเกียบหลายอันพุ่งเข้าใส่หลงซิ่ว เขาไม่สามารถหลบได้ทัน จึงทำได้เพียงยกฝ่ามือทั้งสองขึ้นผลักไปด้านหน้าเพื่อปัดป้อง โดยหวังว่าจะต้านการโจมตีนั้นไว้ได้
แต่...สายเกินไปแล้ว
แม้ว่าเขาจะปัดตะเกียบชุดแรกพ้นไปได้ และเพิ่งถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก... แต่ในวินาทีนั้นเอง เงาสีดำสายหนึ่งพุ่งเข้ามาหาเขาอย่างเงียบงันราวสายฟ้าฟาด
ตะเกียบพุ่งทะลุผ่านฝ่ามือทั้งสองข้างของหลงซิ่ว แล้วแทงทะลุผ่านลำคอออกไปด้านหลังอย่างจัง
“แค่ก... แค่ก...”
ดวงตาของหลงซิ่วเบิกโพลงราวกระดิ่งทองแดง ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ ริมฝีปากขยับเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ไม่มีเสียงใดเปล่งออกมา มีเพียงลมหายใจที่แหบพร่า
ตึง!
ร่างของหลงซิ่วล้มตึงหงายหลัง ั์ตายังจ้องเพดานตำหนัก แล้วก็ตายสนิทไม่มีสัญญาชีพจรอีกต่อไป
จากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงดังตึงขึ้นมาอีกครั้ง
จูโฮ่วจ้าวหันกลับไป ก็พบว่าหลิวจิ่นนั้นคุกเข่าลงกับพื้นอยู่
“กระหม่อมปกป้องฝ่าาได้ไม่ดีพอ ปล่อยให้พระองค์ต้องตกพระทัย ขอฝ่าาลงโทษกระหม่อมเถิดพ่ะย่ะค่ะ!”
หลิวจิ่นกล่าวพลางก้มหน้าฟาดกับพื้นอิฐเขียวอย่างแรง ทำให้มีเสียงกระแทกดัง "โป๊ก โป๊ก" ก้องออกมาอย่างไม่ขาดสาย