หลังจากให้ท่านแม่และน้องสาวที่กำลังตื่นเต้นกลับไปพักผ่อนฟ่านเสวี่ยหลีก็นั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงและปรับลมปราณอย่างต่อเนื่องปล่อยให้แสงจันทร์จางๆ ส่องลงบนตัวของเขาผ่านหน้าต่าง
เขารู้สึกถึงภัยอันตรายบางอย่าง
เพียงการใช้เพลิงสัจธรรมหนึ่งครั้งก็ทำให้เขาสลบไปสามวันเต็มตอนนี้าาบัลลังก์ทมิฬอยู่ในร่างิญญา ไม่สามารถเคลื่อนย้ายเขาได้ หากไม่ใช่เพราะลูกสาวเ้าเมืองอิงหรานช่วยเขาเอาไว้เกรงว่าตอนนี้เขาคงอยู่ในศาลลงทัณฑ์ของตระกูลฟ่านแล้ว
ตนเพิ่งได้รับแสงทองแห่งโชคชะตา กลับถูกตระกูลฟ่านปฏิบัติเช่นนี้ใครจะเชื่อว่าฮูหยินใหญ่ไม่ได้บงการอยู่เื้ัเล่า
ภายใต้สถานการณ์ปิดเมืองฉางซานในตอนนี้เขายังต้องปกป้องท่านแม่และน้องสาว แล้วเขาจะต่อกรกับตระกูลฟ่านได้อย่างไร
ต่อกรกับฮูหยินใหญ่แห่งตระกูลฟ่าน! รวมถึงเทพวรยุทธ์ของเมืองฉางซานอย่างฟ่านจี้เฟย!
“แผนการในตอนนี้คือทำให้ตนเองแข็งแกร่งโดยเร็วที่สุดกำจัดอาการสลบที่เกิดขึ้นหลังจากใช้พลังเพลิงสัจธรรม ในขณะเดียวกันยังต้องหลอมเนื้อกายใหม่ให้าาบัลลังก์ทมิฬ!”
ฟ่านเสวี่ยหลีรู้ว่าการซ่อนตัวอยู่ในจวนเ้าเมืองไม่ใช่แผนการระยะยาวหากเขาถูกพบและตระกูลฟ่านมาจับตัว ต่อให้เป็จวนเ้าเมืองก็ยากจะขัดขวางเขาจึงรู้สึกเร่งรีบอย่างมาก
เมื่อคิดจนถึงจุดนี้ฟ่านเสวี่ยหลีก็ถามาาบัลลังก์ทมิฬที่ยืนอยู่ริมหน้าต่างอย่างเคร่งขรึมว่า“ผ่านไปสามวันแล้ว เ้าปีศาจตะพาบั์ได้นำสมุนไพรมาส่งไหม” เขามีนัดหมายสามวันกับปีศาจตะพาบั์หากได้รับยาขัดเกลาร่างกายจากปีศาจตะพาบั์ระดับพลังของเขาก็จะมั่นคงและพัฒนาขึ้นอีกขั้น
ิญญาาาบัลลังก์ทมิฬพูดอย่างเคารพว่า“เมื่อวานข้าได้เจอปีศาจตะพาบั์นั่น และสั่งให้มันมาที่นี่ในวันนี้”
ใน่เวลาที่ผ่านมา เดิมทีเขายังกังวลว่าตนจะได้พบกับคนเลวแต่เมื่อเห็นความสัมพันธ์ระหว่างฟ่านเสวี่ยหลีกับท่านแม่และน้องสาวแล้วเขาก็รู้สึกว่าตนโชคดี คนที่มีความกตัญญูคงไม่ใช่คนเลวอะไรขนาดนั้น
ตอนนี้เขาลงเรือลำเดียวกันกับฟ่านเสวี่ยหลีแล้วจึงไม่มีทางหักหลังเด็ดขาด
“เยี่ยมมาก” ฟ่านเสวี่ยหลีมองดูท้องฟ้าตอนนี้ใกล้ถึงเวลาเที่ยงคืนแล้ว เขาสวมเสื้อผ้าและเดินไปที่สวน
เขาตั้งตารอดูว่าปีศาจตะพาบั์จะนำความประหลาดใจอะไรมาให้กับเขา
ขณะที่ฟ่านเสวี่ยหลีเดินไปถึงสวนอิงเทาที่นอนอยู่ไกลออกไปก็ขมวดคิ้วแน่น เขาเคลื่อนมือ เงาิญญาค่อยๆปรากฏขึ้นตรงหน้า
หลังจากที่เขาได้ยินคำว่า “จุดเทียนหลิง”ตอนอยู่ในห้องก็คิดว่าฟ่านเสวี่ยหลีเป็หมอใหญ่แต่เมื่อเขาเดินออกไปกลับรู้สึกโกรธขึ้นมาทันที
เพราะจุดจงฮุ่ยและจุดจิ่วจ่วนที่ฟ่านเสวี่ยหลีพูดต่อจากจุดเทียนหลิงเขากลับไม่เคยได้ยินมาก่อน
เ้าคนต่ำช้าพูดจาเหลวไหล!
เขาโกรธถึงขีดสุดจนอยากจะไปสะสางบัญชีกับฟ่านเสวี่ยหลีในทันที
ดังนั้นตอนนี้เขาจึงใช้หัตถ์แสดงวิชาควบคุมิญญาออกมา!
เมื่อหนึ่งเดือนก่อนเขาบ่มเพาะวิชานี้ได้โดยบังเอิญและพบว่าตนมีพร์ในวิชาควบคุมิญญา
วิชาควบคุมิญญาเป็วิชาที่ใช้เลี้ยงผีน้อยพิเศษตนหนึ่งให้เชื่องโดยเฉพาะพวกมันแข็งแกร่งได้ด้วยการอาศัยพลังแห่งแสงจันทร์ก่อนจะหลอมรวมเนื้อกายขึ้นมาพวกมันมีอยู่ห้าระดับขั้นได้แก่ เผยร่าง เคลื่อนย้าย ร่างกายแข็งแกร่งปรากฏตัวตอนกลางวัน และควบคุมสิ่งของ เขาบรรลุขั้นหนึ่งเผยร่างได้ภายในเวลาอันสั้นถือว่าไม่ธรรมดา
เมื่อผีน้อยตนนั้นได้รับคำสั่งจากอิงเทาก็ล่องลอยไปทางฟ่านเสวี่ยหลี มองเห็นเงาดำประกายผ่านอยู่ในความมืดได้รางๆถึงแม้จะไม่เร็วนัก แต่ก็เข้าใกล้ฟ่านเสวี่ยหลีมากขึ้นเรื่อยๆ
อิงเทายิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน ขอเพียงผีน้อยไปเผยตัวตรงหน้าฟ่านเสวี่ยหลีก็จะทำให้เ้าสวะนั่นใจนขวัญกระเจิงได้อย่างแน่นอน
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา หากไม่ใช่เพราะพี่สาวของเขาอย่างอิงหรานคอยช่วยเหลืออย่างลับๆเกรงว่าเขาคงสร้างปัญหาใหญ่นับไม่ถ้วนขึ้นในจวนเ้าเมืองจนถูกไล่ออกไปตั้งนานแล้ว
ดังนั้นสำหรับเขาแล้ว การที่ฟ่านเสวี่ยหลีถูกพี่สาวนำตัวกลับมารักษาปรากฏตัวอย่างกะทันหันเช่นนี้ ราวกับเป็การแตะต้องขีดจำกัดของเขา!
เขาไม่ยอมให้อิงหรานถูกหลอกเด็ดขาด
แต่เมื่อผีน้อยกำลังจะถึงด้านหลังระยะหนึ่งจั้งจากฟ่านเสวี่ยหลีผีน้อยก็ยืนนิ่งอยู่กับที่ราวกับถูกไฟดูดมันไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวและตัวสั่นอย่างรุนแรง
อย่าว่าแต่เผยร่างหลอกฟ่านเสวี่ยหลีเลยแค่จะถอยหลังหนึ่งก้าวยังหวาดกลัวจนตัวสั่น
อิงเทารู้สึกงุนงงเป็อย่างมาก ตอนนี้เขาใช้วิชาของตนอย่างต่อเนื่องแต่พบว่าผีน้อยกลับส่งความรู้สึกหวาดกลัวกลับมา
ความรู้สึกหวาดกลัวนี้รุนแรงมาก กระทั่งทำให้เขาซีดเซียวไปทั้งใบหน้า
“นี่มันเื่อะไรกัน” อิงเทาเองทนไม่ไหวอีกต่อไปเขาระงับความกลัวและความวิตกในใจแล้วเงยหน้าขึ้น จากนั้นเขาก็มองเห็นฉากที่ชวนใ
เขาเห็นปีศาจสามตัวอยู่ตรงหน้า พวกมันกำลังยืนอยู่ตรงหน้าฟ่านเสวี่ยหลีอย่างเคารพ
มีปีศาจงูหลาม ปีศาจเสือและยังมีปีศาจตะพาบั์อันน่าสะพรึงกลัว
ปีศาจเหล่านี้มีระดับพลังที่สูงมาก กระทั่งแค่โบกมือใส่เบาๆก็สามารถสังหารผีน้อยของเขาจนสิ้นซาก
ต้องรู้ว่าปีศาจเหล่านี้บรรลุเนื้อกายขั้นห้าตั้งนานแล้ว ลมปราณและเนื้อกายที่หลอมรวมก็ทรงพลังมากเป็ไปได้สูงว่าบ่มเพาะมาเกินร้อยปีแล้ว!
ปีศาจที่บ่มเพาะเกินร้อยปี แค่คิดก็รู้สึกกลัว
แต่ปีศาจที่น่าสะพรึงกลัวเหล่านี้กลับให้ความเคารพฟ่านเสวี่ยหลีอีกทั้งยังนำสมบัติและสมุนไพรมากมายมามอบให้เขา
เหมือนกับว่าฟ่านเสวี่ยหลีเป็ผู้นำปีศาจเหล่านี้!
อิงเทาตะลึงงัน หรือว่าฟ่านเสวี่ยหลีจะเป็าาปีศาจในคราบมนุษย์หรือว่าจะเป็นายน้อยของปีศาจเหล่านี้
อีกฝ่ายมาที่จวนเ้าเมืองเพื่ออะไรกันแน่
เขาสีหน้าซีดเซียวและรู้สึกสิ้นหวัง
ตอนนี้เขาอยากแอบหนีออกจากที่แห่งนี้และรีบไปรายงานท่านพ่อแต่ทันใดนั้นเขาก็พบว่าไม่ใช่แค่ผีน้อยเท่านั้นที่ขยับตัวไม่ได้แม้แต่เขาเองยังถูกพลังอันแข็งแกร่งกดทับจนหายใจไม่ออก
เขาเห็นฟ่านเสวี่ยหลีที่อยู่ห่างออกไปเหลือบมองมาทางนี้เล็กน้อย และพูดอะไรบางอย่างกับปีศาจเ่าั้ส่วนปีศาจเ่าั้ก็ตอบรับในทันที อีกทั้งปีศาจตะพาบั์ยังยื่นตะขอเหล็กที่แขวนด้วยสมุนไพรชนิดต่างๆให้ฟ่านเสวี่ยหลี
ตะขอเหล็กส่องแสงแวววาวและเปี่ยมด้วยจิตสังหาร!
อิงเทามั่นใจว่าฟ่านเสวี่ยหลีเห็นเขาแล้วแน่นอนและเตรียมใช้ตะขอนั่นควักหัวใจของเขาออกมากิน!
ตัวเขาเย็นเยือกจนถึงกระดูก
ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินปีศาจตะพาบั์พูดอย่างอาฆาตว่า “อาจารย์ฟ่านทางโน้นมีมนุษย์กำลังแอบดูอยู่ ให้ข้าจับตัวมันมาหรือไม่”
จิตสังหารอันเปี่ยมล้มกำลังคุกรุ่นอย่างเดือดพล่าน
เมื่ออิงเทาได้ยินเช่นนี้ก็สิ้นหวังอย่างสมบูรณ์
แต่เขากลับเห็นฟ่านเสวี่ยหลีโบกมือแล้วพูดว่า “ไม่ต้อง พวกเ้าไปเถอะ”
จากนั้นปีศาจทั้งสามตนก็หายไป หลังจากที่พวกมันจากไปพลังสั่นคลอนเมื่อครู่นี้ก็สลายหายไปด้วย อิงเทาพบว่าตนเองกลับมาเคลื่อนไหวได้แล้ว
ตอนนี้อิงเทารู้สึกเหมือนได้เกิดใหม่จากความสิ้นหวัง
ขณะที่เขากำลังคิดจะหนีก็พบว่าฟ่านเสวี่ยหลีกำลังเดินเข้ามาหาตนทีละก้าวๆในขณะเดียวเดียวกัน ข้างกายของฟ่านเสวี่ยหลีก็มีิญญาอยู่ตนหนึ่งปรากฏตัวต่อหน้าเขา
มันคือิญญาที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืดเปี่ยมด้วยความน่าเกรงขามและทรงพลังอย่างยิ่ง ราวกับสามารถบดขยี้ผีน้อยที่อยู่ข้างกายเขาได้ด้วยการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อย
อิงเทาตอนนี้สีหน้าหวาดกลัวสุดแสน ตนได้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของาาปีศาจเช่นนี้อีกฝ่ายจะสังหารตนหรือไม่
ฟันของเขาสั่นกระทบไม่หยุด
ฟ่านเสวี่ยหลีเห็นความกลัวของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน แต่สิ่งที่เขาสนใจกลับเป็ผีน้อยที่อยู่ข้างกายอีกฝ่ายวิชาฝึกิญญาให้เชื่องแบบนี้ถือว่ามีประโยชน์มาก
แต่เมื่อจ้องไปที่ลมปราณของผีน้อยอย่างละเอียดฟ่านเสวี่ยหลีก็ส่ายหน้า ถึงแม้วิธีดูดซับแสงจันทร์ของผีน้อยตนนี้จะไม่เลวเมื่อนานวันเข้าก็สามารถหลอมเป็เนื้อกายมนุษย์ แต่ต้องใช้เวลาหลายสิบปีซึ่งมันนานเกินไป
เมื่อเห็นฟ่านเสวี่ยหลีส่ายหน้า สีหน้าของอิงเทาก็ย่ำแย่อย่างยิ่งเขารู้สึกเหมือนตนเป็กุ้งที่ถูกลอกเปลือกทั้งเป็ การถูกฟ่านเสวี่ยหลีจ้องมองราวกับเขากำลังถูกตัดสินว่าจะเอาไปย่างหรือเอาไปผัดเปรี้ยวหวานอีกฝ่ายคงไม่คิดจะกินตกหรอกนะ
และตอนนี้เขาก็ได้ยินฟ่านเสวี่ยหลีถามว่า “คุณชายรองเ้ารู้สาเหตุที่พี่สาวของเ้าช่วยข้าหรือไม่”
แผ่นหลังของเขาชุ่มไปด้วยเหงื่อเพราะกำลังคิดว่าฟ่านเสวี่ยหลีจะลงมือกับพี่สาวของเขาหรือไม่
ขณะที่เผชิญกับภัยคุกคามแห่งความตาย เขากลับขัดขืนและไม่ยอมจำนนจากนั้นก็พูดอย่างแข็งกร้าวว่า “เ้าถามข้าไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก”
แม้เขาต้องตายก็ไม่ยอมให้อีกฝ่ายทำสำเร็จ
เมื่อเห็นสีหน้าไม่เกรงความตายของอีกฝ่ายฟ่านเสวี่ยหลีก็พยักหน้าเล็กน้อย ถึงแม้คุณชายรองคนนี้จะเสเพลแต่ก็มีความกล้าอยู่บ้าง
อีกทั้งดูเหมือนว่าคุณชายรองผู้นี้จะไม่รู้สาเหตุที่พี่สาวของเขาพาตนกลับมาแต่ทั้งๆ ที่ตนและพี่สาวของเขาไม่ได้รู้จักหรือเป็ศัตรูกันเหตุใดอีกฝ่ายจึงช่วยเหลือตนกัน
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ฟ่านเสวี่ยหลีจึงถามว่า “เ้ารู้หรือไม่ว่าที่ใดในเมืองฉางซานมีเตาไฟปรุงยาคุณภาพสูงวางขายบ้าง”เขานึกถึงยาขัดเกลาร่างกายจำนวนมากที่ได้รับในวันนี้ หากใช้คู่กับเตาไฟที่เหมาะสมผลลัพธ์ของโอสถขัดเกลาร่างกายที่หลอมขึ้นก็จะยิ่งดีเยี่ยมหาก้าหลอมโอสถขัดเกลาร่างกายตามที่เขา้า ก็ต้องใช้เตาไฟชั้นเลิศเท่านั้น
ในเมื่ออิงเทาเป็ถึงคุณชายรองของเ้าเมืองย่อมต้องรู้จักเมืองฉางซานเป็อย่างดี
“หอสมบัติโอสถที่อยู่ทางตะวันออกของเมืองมีขาย”อิงเทาตอบอย่างไม่ลังเลเพราะกลัวว่ามันจะสายเกินไป
หอสมบัติโอสถที่อยู่ทางตะวันออกของเมืองเป็สถานที่สำคัญสำหรับการปรุงยาของเมืองฉางซานภายในมีนักปรุงยามากมายคอยพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ซึ่งภายในมีสมบัติล้ำค่านับไม่ถ้วนย่อมต้องมีเตาไฟที่แข็งแกร่งที่สุดอยู่ แต่การจะเข้าไปในสถานที่ลับของหอสมบัติโอสถจำเป็ต้องมีสถานะที่ไม่ธรรมดา
“หากพรุ่งนี้เ้าพาข้าเข้าไปได้ ข้าจะไม่ถือโทษที่เ้าใช้ผีน้อย และหากถึงเวลานั้นเ้าทำตัวดีข้าจะพิจารณารักษาโรคซ่อนเร้นในตัวเ้าให้” ฟ่านเสวี่ยหลีพูดอย่างเฉยเมยสำหรับเขาแล้ว การจะรักษาอิงเทาถือเป็เื่ที่ง่ายดายอย่างยิ่ง
“จริงหรือ” อิงเทาพูดขึ้นมาในทันทีและรู้สึกประหลาดใจอย่างยิ่งอีกฝ่ายไม่เพียงไม่สังหารตน อีกทั้งยังจะช่วยรักษาโรคซ่อนเร้นให้ตนด้วย
ตอนนี้เขารู้ถึงภูมิหลังอันแข็งแกร่งของฟ่านเสวี่ยหลีแล้วเกรงว่าจุดฝังเข็มที่กล่าวมานั้นล้วนเป็ความจริง แต่เขาแค่ความรู้น้อยจึงเข้าใจผิดไป
“ทำไม เ้าสงสัยในตัวข้าอย่างนั้นหรือ” ฟ่านเสวี่ยหลีพูดอย่างเฉยเมยพร้อมกับจ้องมองไปยังตะขอเหล็กที่ได้รับมาจากปีศาจตะพาบั์
ตะขอเหล็กนั้นแหลมคมอย่างยิ่ง มันส่องประกายแสงอันเยือกเย็นอยู่ท่ามกลางราตรี
“มิกล้า มิกล้า!” อิงเทาใจนขวัญกระเจิงตอนนี้เขามองออกถึงบุคลิกอันไม่ธรรมดาของฟ่านเสวี่ยหลีแล้วซึ่งมีกลิ่นอายของผู้อยู่เหนือกว่า จึงไม่กล้าต่อต้านใดๆ
“ถ้าอย่างนั้นเ้าก็ไปเถอะ พรุ่งนี้เช้ารีบมาหาข้า”ฟ่านเสวี่ยหลีโบกมืออย่างไม่สนใจอิงเทา เพราะเขากำลังจดจ่ออยู่ที่ตะขอเหล็ก
เมื่อครู่นี้ปีศาจตะพาบั์ใช้ตะขอเหล็กนี้แขวนตะกร้ายา ใครจะรู้ว่าตะขอเหล็กที่ดูธรรมดานี้จะมีมูลค่ามากกว่าสมุนไพรทั้งหมดในตะกร้า
“ขอรับ...” อิงเทาทำได้เพียงตอบรับและเดินจากไปอย่างโล่งอก
เขากลับไปห้องพักด้วยความหวาดกลัวเช่นนี้และรู้สึกว่าแผ่นหลังของตนชุ่มไปด้วยเหงื่อจนเสื้อผ้าเปียกไปทั้งตัว
หัวใจของเขาในตอนนี้กำลังเผชิญหน้ากับสองทางเลือกอันยากเข็ญพรุ่งนี้ท่านพ่อและพี่สาวจะกลับมา เขาต้องรายงานเื่นี้ล่วงหน้าหรือไม่
เมื่อดูจากท่าทีของอีกฝ่าย ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ถือโทษเขา และอาจรักษาอาการป่วยของเขาได้จริงๆ!
แต่ถ้าตนทำให้ฟ่านเสวี่ยหลีโกรธ เกรงว่าคงไม่มีโอกาสแบบนี้อีกต่อไป
อิงเทารู้ว่าตนเป็คนที่แย่มากในสายตาของท่านพ่อเทียบไม่ได้กับพี่ใหญ่เลย ไม่ต้องพูดถึงการสืบทอดอำนาจแม้แต่งานการทหารธรรมดาก็ไม่มอบให้เขาเด็ดขาด แต่ถ้าเขาสามารถทลายคอขวดมันจะเกิดการเปลี่ยนแปลงหรือไม่นะ
แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็เกิดข้อสงสัยเล็กน้อย ฟ่านเสวี่ยหลีเป็ถึงาาปีศาจจำแลงกายจุดฝังเข็มที่ฟ่านเสวี่ยหลีพูดถึงจะแตกต่างจากร่างกายมนุษย์หรือไม่ หากเป็เช่นนั้นก็ไม่สามารถรักษาโรคซ่อนเร้นของตนได้น่ะสิ
เขาครุ่นคิดและพลิกตัวไปมาจนไม่ได้นอนทั้งคืน