การซ่อมแซมบ้านใช้เวลาสองวันจึงแล้วเสร็จ โอวหยางเพ่ยเพ่ยย้ายลงจากเขาเข้ามาอยู่ในบ้านเป็ที่เรียบร้อย
บ้านหลังใหม่กับบ้านสกุลฮั่วอยู่ไม่ไกลกัน ทำให้ฮั่วิจูสะดวกต่อการไปเรียนรู้วิชาแพทย์ แต่ละวันเด็กน้อยจะขลุกอยู่กับท่านหมอเทวดาหลายชั่วยาม บางวันติดตามขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพร
เข้าสู่วันที่ห้าของการย้ายลงมาอาศัยอยู่ในบ้านหลังใหม่ของโอวหยางเพ่ยเพ่ย ระหว่างที่นางกำลังสอนลูกศิษย์เพียงหนึ่งเดียวปรุงยา ปากทางเข้าหมู่บ้านก็มีแขกมาเยือนหลายสิบคน
เ้าหน้าที่จากศาลาว่าการในตัวอำเภอเดินทางมายังหมู่บ้านซานไห่ พอชาวบ้านรู้ว่าคนพวกนี้ คือมือปราบแห่งศาลาว่าการอำเภอจางหลินก็เกิดสั่นกลัว รีบนำทางพวกเขาไปพบกับหัวหน้าหมู่บ้าน
แทนที่จะไปเยือนบ้านของหัวหน้าหมู่บ้าน เ้าหน้าที่จากศาลาว่าการกลับยืนรออยู่หน้าศาลบรรพชน เรียกให้ชาวบ้านมารวมตัวกันอยู่ที่นี่
รอไม่ถึงสองเค่อ หัวหน้าหมู่บ้านและชาวบ้านคนอื่นๆ ก็มาถึงศาลบรรพชน เครื่องแบบของคนพวกนี้ หัวหน้าหมู่บ้านคุ้นเคยเป็อย่างดี
(1 เค่อ เท่ากับ 15 นาที)
“มือปราบอวี้ วันนี้ท่านให้เกียรติมาเยือนหมู่บ้านซานไห่เพราะเหตุผลใดหรือขอรับ”
หัวหน้าหมู่บ้านจำหัวหน้ามือปราบแห่งศาลาว่าการอำเภอจางหลินได้ ภายใต้ใบหน้านอบน้อมของชายชราคือความกังวล เพราะมือปราบพวกนี้หาใช่คนดี แต่ละคนล้วนมือเท้าสกปรกชอบเอารัดเอาเปรียบชาวบ้าน
“มีชาวบ้านจากหมู่บ้านหลิว แจ้งทางการว่าคนในครอบครัวหายไป พวกเราสืบมาหลายวันจนได้เบาะแสว่า คนพวกนั้นเดินทางมายังหมู่บ้านซานไห่ มิทราบว่าท่านหัวหน้าหมู่บ้านพบเห็นพวกเขาหรือไม่”
อวี้กู่เหยาพยายามจับพิรุธคนในหมู่บ้านซานไห่
“่นี้ข้าน้อยไม่พบเห็นคนจากหมู่บ้านอื่นเข้ามาเพ่นพ่านในหมู่บ้านเลยขอรับ” รายงานออกไปตามความจริง ก่อนจะะโถามชาวบ้าน
“พวกเ้ามีใครพบเห็นคนแปลกหน้าเข้ามาในหมู่บ้านบ้าง”
ชาวบ้านทุกคนส่ายหน้า คนจากที่อื่นเข้ามาในหมู่บ้านมีเพียงเถ้าแก่เหวินกับลูกจ้างที่เข้ามารับซื้ออาหารทะเลจากคนในหมู่บ้าน นอกนั้นก็ไม่พบผู้ใด
อวี้กู่เหยากวาดสายตาดุดันสำรวจชาวบ้าน “เรียกตัวคนในหมู่บ้านซานไห่มาสอบถามให้หมดทุกคน แม้กระทั่งเด็กก็อย่าปล่อยผ่าน”
“มือปราบอวี้ ทำเช่นนี้มันไม่เกินไปหน่อยหรือขอรับ”
“เ้า้าขัดขวางการปฏิบัติงานของเ้าหน้าที่อย่างงั้นหรือ เห็นทีว่าเ้าคงอยากสละตำแหน่งหัวหน้าหมู่บ้าน” อวี้กู่เหยาใช้สายตาดุดันข่มหัวหน้าหมู่บ้านซานไห่
“ตรวจค้นบ้านแต่ละหลังให้หมด นำตัวชาวบ้านมารวมกันที่นี่ อย่าให้ขาดไปแม้แต่คนเดียว”
“ขอรับ”
เ้าหน้าที่มือปราบจากศาลาว่าการจางหลินรีบปฏิบัติตามคำสั่ง ออกตรวจค้นโดยไม่สนใจคำห้ามปรามของหัวหน้าหมู่บ้าน
ชาวบ้านตื่นตระหนกกับความหยาบคายของเ้าหน้าที่ทางการ ไม่มีผู้ใดกล้าหลบหนีออกไปจากตรงนี้
พื้นที่ห่างไกลจากเมืองหลวง ผู้ที่มีอำนาจมากล้นแน่นอนว่ามิอาจพ้นบรรดาขุนนางท้องถิ่น ชาวบ้านคนใดจะกล้าต่อกรกับขุนนาง ขัดขืนไปคงมีแต่การสูญเสีย
บ้านเรือนหกสิบกว่าหลังคา ถูกพวกมือปราบเข้าไปรื้อค้นข้าวของโดยไม่เห็นผู้ใดในสายตา เสียงร้องห้ามปรามของชาวบ้านบางคนต้องหยุดลง เมื่อเห็นดาบที่เหน็บอยู่บริเวณเอวชี้หน้า
มือปราบเหล่านี้มือเท้าสกปรก ของมีค่าในบ้านถูกฉกฉวยไปโดยไม่สนเลยว่าตนเองเป็คนของทางการ มิควรทำตัวเยี่ยงโจรใจโฉด
ฮั่วิจูวิ่งไปตามถนน มุ่งหน้าไปยังที่ตั้งของศาลบรรพชน ระหว่างทางผ่านบ้านของสองพี่น้องเสวี่ย กลับได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือดังออกมา
เท้าของฮั่วิจูหยุดชะงัก ผลักประตูบ้านให้เปิดออก จึงเห็นสองพี่น้องเสวี่ยถูกจับมัดติดกับต้นเสา ใบหน้าอาบไปด้วยน้ำตาและดูร้อนรนปนสิ้นหวัง
“เกิดอันใดขึ้นกับพวกเ้า”
ฮั่วิจูล้วงมีดเล่มเล็กออกจากกระเป๋า ตัดเชือกที่ผูกทั้งสองให้ติดกับต้นเสาจนขาด
เพียงต้าเสวี่ยเป็อิสระ เขารีบคว้าท่อนฟืนวิ่งเข้าไปในห้อง บุรุษที่ทาบทับอยู่บนร่างกายของมารดา ถูกท่อนฟืนเท่าแขนฟาดจากด้านหลังอย่างแรง แต่กลับไม่สลบดังที่หวัง
ต้าเสวี่ยเห็นมารดานอนใบหน้าบวมช้ำ ร่างกายอ่อนแรงอยู่บนเตียงก็ยิ่งโกรธแค้นเดรัจฉานตัวนี้
“ไอ้ลูกหมา เ้ากล้าตีข้าหรือ”
มือปราบผู้หนึ่งแห่งศาลาว่าการเงื้อมดาบเงาวับขึ้น หวังฟันลงบนร่างของเดรัจฉานตัวน้อยที่บังอาจมาขัดความสุขของตน แต่กลับไม่เป็ดังใจหวัง ดาบเล่มใหญ่ร่วงหล่นลงกับพื้น มือข้างที่จับดาบรู้สึกชาจนควบคุมไม่ได้
ทั้งหมดเป็ฝีมือของฮั่วิจู นางดีดเข็มพิษเข้าใส่มือของบุรุษร่างกำยำจนมือของเขาชา ดาบเล่มใหญ่จึงตกลงกับพื้น จากนั้นดีดเข็มพิษออกไปปักบริเวณลำคออย่างแม่นยำ พิษตัวนี้เพียงทำให้ร่างกายชาชั่วขณะเท่านั้น ไม่ได้ร้ายแรงถึงชีวิต
สิ่งที่ร้ายแรงคือพวกตนสามคนต่างหาก “จัดการได้!” เพียงฮั่วิจูกล่าวจบ คนทั้งสามก็ถือท่อนฟืนวิ่งเข้าไปทุบตีมือปราบสารเลว
แววตาของสองพี่น้องลุกโชนราวกับเปลวเพลิง พวกตนเกลียดเดรัจฉานตนนี้มานานแล้ว พอเห็นโอกาสจึงฟาดท่อนฟืนเข้าใส่ไม่ยั้ง โดยไม่คำนึงถึงปัญหาที่จะตามมา
“พวกเ้าพอก่อน เดี๋ยวมันตาย”
ฮั่วิจูให้เสี่ยวเสวี่ยไปดูมารดาที่นอนอ่อนแรงอยู่บนเตียง ส่วนนางกับต้าเสวี่ยช่วยกันลากร่างของมือปราบไปมัดกับต้นเสา
ขณะที่เด็กทั้งสองกำลังลากร่างของบุรุษกำยำมาถึงหน้าประตู มือปราบอีกคนก็เดินมาพบเข้าพอดี
“พวกเ้าทำร้ายคนของทางการ!” ยกดาบชี้หน้าเด็กทั้งสองที่ลากร่างของสหายร่วมงาน
“มือปราบผู้นี้ทำร้ายพวกเราก่อน” ฮั่วิจูเถียงออกไปด้วยความโมโห ภายในใจเดือดเพียงใด แต่น้ำเสียงของนางกลับดังออกมาคล้ายลูกแมวขู่
“ถึงกระนั้นพวกเ้าก็ไม่มีสิทธิ์ทำร้ายคนของทางการ”
“คนของทางการทำตัวโฉดชั่วเยี่ยงโจรป่า เหตุใดพวกข้าที่เป็ราษฎรของโอรส์จะไม่สามารถป้องกันตัวเองจากโจรชั่วได้” ฮั่วิจูะโจนใบหน้าแดงก่ำ
“นังเด็กน่าตาย! กล้าเถียงข้าหรือ เ้าอย่าอยู่อีกเลย” ถลาเข้าหาเด็กทั้งสองเพื่อหวังสังหาร กลับต้องล้มหน้าคว่ำลงบนพื้นเสียก่อน
ฮั่วหนานอันะโถีบจากด้านหลังสุดแรงเกิด ถลาเข้าไปเตะร่างของมือปราบจนเมื่อยเท้า
“เพ้ย! หมาขี้เรื้อนเอ้ย!”
หลังจากเตะร่างของคนที่คิดทำร้ายบุตรสาวอันเป็ที่รัก ฮั่วหนานอันก็ถุยน้ำลายใส่ร่างที่นอนสลบไสลอยู่บนพื้น
“พวกเ้าถุยน้ำลายใส่มันเร็วเข้า”
ต้าเสวี่ยได้โอกาสก็รีบทำตามที่ฮั่วหนานอันบอก ถุยน้ำลายใส่ร่างของมือปราบจากศาลาว่าการจางหลินจนปากแห้ง
ฮั่วิจูรู้สึกว่ามันค่อนข้างน่ากระดากอายจึงไม่ทำตามคนทั้งสอง วิ่งกลับเข้าไปในห้องเพื่อดูอาการของคนในห้อง
“ขอบคุณเ้ามาก โชคยังดีที่เดรัจฉานตนนั้นยังไม่ได้ย่ำยีท่านแม่ของข้า”
เสี่ยวเสวี่ยปล่อยมือจากมารดา ทิ้งตัวลงคุกเข่าแล้วโขกศีรษะให้กับเด็กหญิงตัวน้อยที่อาจหาญเข้ามาช่วยพวกตนโดยไม่กลัวความเดือดร้อน
“อย่าทำเช่นนี้ พวกเราเป็คนหมู่บ้านเดียวกัน ย่อมต้องยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือยามลำบากอยู่แล้ว”
ฮั่วิจูใกับการกระทำของเสี่ยวเสวี่ย นางเป็เพียงเด็กจะให้ผู้อื่นมาคุกเข่าโขกศีรษะให้ หาใช่สิ่งที่สมควรทำ
“พวกเราทำร้ายคนจากศาลาว่าการ พวกมันต้องไม่ยอมแน่”
เสี่ยวเสวี่ยรู้จักคนพวกนั้นดี ั้แ่บิดาจากไป เดรัจฉานตนนั้นมันคิดไม่ซื่อกับมารดาของนางมาโดยตลอด อุตส่าห์หลีกหนีมายังหมู่บ้านห่างไกล ยังต้องมาพบเจอเดนมนุษย์อย่างมัน
“ท่านป้าาเ็ ข้าจะพาท่านไปที่บ้านข้า” ฮั่วิจูช่วยประคองท่านป้าเฝิงที่ได้รับาเ็เดินออกจากห้อง
ทั้งสามมาถึงบริเวณลานบ้าน เห็นมือปราบสองคนถูกจับมัดเอาไว้กับต้นเสา ฮั่วิจูก็รีบบอกกับบิดาว่า “ท่านพ่อ พวกเรารีบกลับบ้านกันเถอะ”
“เ้านี่หนา ออกจากบ้านมาทำอันใด รู้ไหมว่าแม่ของเ้าเป็ห่วงแทบบ้า”
ฮั่วหนานอันจิ้มหน้าผากบุตรสาวที่อาจหาญหนีออกมาข้างนอกบ้านโดยลำพัง เขากลับมาถึงบ้าน ภรรยาบอกว่าบุตรสาวหายไป จึงรีบออกมาตามหา ไม่คิดว่าจะมาเจอในบ้านหลังนี้
“ข้าคิดจะไปตามหาท่านพ่อเ้าค่ะ” นาง้าไปตามหาบิดา แต่ระหว่างทางกลับพบเจอเื่เข้าเสียก่อน จึงแวะช่วยเหลือ
“หน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ เ้าเป็เด็กต้องอยู่ใกล้กับผู้ใหญ่ อย่าออกไปไหนเพียงลำพังอีก”
ระหว่างทางเดินกลับบ้าน ฮั่วหนานอันบ่นบุตรสาวที่ห่วงบิดาอย่างตนมากกว่าความปลอดภัยของตนเอง