“เจอกันพรุ่งนี้นะ”
“โอเค เจอกันพรุ่งนี้”
อัญชิษฐาร่ำลาเพื่อนพนักงานด้วยกัน หลังจากเดินออกมาจากตึกที่ทำงานใน่เวลาเลิกงาน ซึ่งพนักงานแต่ละคน รวมทั้งเธอต่างพากันเดินทางกลับบ้าน อัญชิษฐาเดินมาตามฟุตบาท เพื่อจะไปยังสถานีรถไฟฟ้า
ที่เธอเลือกที่จะโดยสารรถไฟฟ้า เพื่อจะได้ลดเวลาในการเดินทาง ไม่ต้องไปติดอยู่บนท้องถนนเป็เวลานานๆ ซึ่งใครที่อยู่ในเมืองหลวงอย่างเช่นตัวเธอ ต่างรู้ๆกันดีว่าในเวลานี้บนท้องถนนรถราติดแบบไม่ขยับเลยทีเดียว แถมติดนานเป็ชั่วโมงสองชั่วโมงเลยก็มี
“หึ!!??”
อัญชิษฐารู้สึกเหมือนมีใครคอยมอง คอยติดตามเธออยู่ยังไงยังงั้น เธอจึงหยุดการก้าวเดินไปชั่วขณะ หันหลังกลับไปมองทางด้านหลัง ก็เห็นว่ามีผู้คนเดินขวักไขว่ไปมา ซึ่งแต่ละคนต่างไม่ได้สนใจเธอ คิ้วโก้งโค้งคู่สวยขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกกันเป็โบว์
“เราคงจะคิดระแวงไปเองอะนะ”
อัญชิษฐากวาดตามองไปรอบๆอีกครั้ง เพื่อหาความผิดปกติ แต่ก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไร หรือใครที่มองจ้องเธอแบบจริงๆ จังๆ เลยสักคน เธอจึงสลัดความหวาดระแวงออกไปจากความคิด พลางคิดว่าเธอคงจะคิดมากไปเอง จากนั้นจึงหมุนตัว เดินมุ่งหน้าไปที่สถานีรถไฟฟ้าอย่างมุ่งมั่นตั้งใจ
เมื่อมาถึงสถานีรถไฟฟ้า อัญชิษฐาหยิบบัตรโดยสารออกมาแตะที่ประตูสวิงเกต พอประตูสวิงเกตเปิดออก เธอเดินเข้าไปและเดินไปยังชานชาลา เพื่อรอเวลาที่รถไฟฟ้าจะมาถึง พอรถไฟฟ้าวิ่งมาจอดและเปิดประตูรถไฟออก เธอก้าวเข้าไปภายในรถไฟฟ้า
“อุ๊ย!!!!!!......”
ในจังหวะที่อัญชิษฐาก้าวเข้าไปในรถไฟฟ้า อยู่ๆก็มีชายหนุ่มตัวโต สวมหน้ากากอนามัยทั้งยังสวมหมวกแก๊ป เดินมาจากไหนเธอไม่ทันเห็น มาชนเข้ากับไหล่บอบบางของเธอเข้าอย่างจัง จนเธอต้องร้องอุทานออกมา
“ขอโทษครับ”
ผู้ชายตัวโตคนนั้นกล่าวขอโทษเธอกลับมาอย่างเร็วไวเช่นกัน เธอจึงไม่ได้ถือสาหาความแต่อย่างใด และไม่คิดจะสนใจผู้ชายตัวโตคนนั้นอีก ทั้งยังไม่ได้ระแวดระวังตัวด้วย
เมื่อผู้โดยสารเข้าไปในขบวนรถไฟฟ้าแล้ว เสียงสัญญาณเตือนว่าประตูรถไฟฟ้ากำลังจะปิดดังขึ้น พอเสียงสัญญาณหยุดประตูก็ปิดลง รถไฟฟ้าเคลื่อนตัวออกจากสถานีวิ่งตามรางรถไฟไปยังสถานีถัดไป จากหนึ่งสถานีเป็สองสถานี และสามสถานี จนกระทั่งถึงสถานีที่อัญชิษฐาจะต้องลง เธอจึงเดินมายืนอยู่หน้าประตู
“ทำไมถึงได้รู้สึกว่ามีคนคอยมองนะ? สงสัยเราจะคิดไปเองอีกแล้วแน่เลย เป็อะไรมากหรือเปล่าเราเนี้ย”
พออัญชิษฐาก้าวออกจากรถไฟฟ้า ก็เดินออกจากชานชาลา ไปยังประตูทางออกของสถานีรถไฟฟ้า เธอเดินๆไป เหมือนจะรู้สึกอีกแล้ว ว่ามีใครกำลังจ้องมองเธออยู่ เธอจึงหยุดแล้วหันกลับไปมองด้านหลัง แต่ด้านหลังไม่มีใครที่พอจะให้รู้สึกผิดปกติเลยสักคน
เธอจึงกะพริบตาถี่ๆ ขณะเดียวกันก็ขมวดคิ้วโก้งโค้งคู่สวยไปด้วย พร้อมกับปากบางจิ้มลิ้มกล่าวกับตัวเองออกมาเบาๆ จากนั้นจึงหมุนตัวเดินมุ่งตรงไปยังทางออก โดยไม่คิดจะสนใจความรู้สึกที่เหมือนกับมีคนกำลังจ้องมองนั้นอีก เพราะคิดว่าตัวเองคิดระแวงมากไป
“จะกินอะไรดีนะเรา?...... อืม!!... ซื้อก๋วยเตี๋ยวไก่ไปกินดีกว่า”
อัญชิษฐาครุ่นคิดเกี่ยวกับอาหารเย็นของตัวเอง พอตัดสินใจได้ว่าจะกินอะไร เธอจึงเดินไปที่ร้านขายก๋วยเตี๋ยวไก่ สั่งก๋วยเตี๋ยวไก่หนึ่งถุง จากนั้นยืนรออยู่ไม่ถึงห้านาทีก็ได้มา แล้วจากนั้นเธอก็เดินไปที่ซอยสิบสี่
ซึ่งซอยนี้เป็ซอยคอนโดที่เธอใช้เดินเข้าออกเป็ประจำทุกวัน ถึงแม้ฝั่งซ้ายจะเป็คอนโดที่มีกำแพงสูง ข้างๆถนนมีรถจอดกันเรียงราย ส่วนอีกฝั่งจะเป็อาคารที่กำลังก่อสร้าง
ถึงผู้คนจะเดินไปมาไม่มาก เธอคิดว่าไม่ได้เปลี่ยวอะไรมากมาย จึงไม่ได้ระแวดระวังตัวในการเดินเข้าซอย เพราะอย่างน้อยๆก็มีพนักงานรักษาความปลอดภัยของคอนโดอยู่ ใครจะกล้ามาทำไม่ดีในถนนเส้นนี้ได้ เธอจึงเดินชิวไปเรื่อยๆ
“อุ๊บ!!... O_O
อื้อ!!!!!!......”
ใน่จังหวะที่อัญชิษฐาจะเดินผ่านรถยนต์คันหนึ่ง อยู่ๆ ประตูรถยนต์คันนั้นก็เปิดออก มีผู้ชายก้าวออกมา และยังไม่ทันจะก้าวพ้นไป ก็ให้รู้สึกว่ามีน้ำอะไรพ่นมาที่หน้า ดวงตากลมโตคู่สวยเบิกกว้างอย่างใ และฉับพลันสติก็ดับวูบ ไม่รับรู้สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นอีกเลย
๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔