ภายในเรือนของจางหย่งกว้างขวางลักษณะเรือนไม่ต่างจากผู้มีตระกูลทั่วไปไม่ได้ใหญ่มากแต่ก็อยู่สุขสบาย ตระกูลจางหย่งมีสมบัติตระกูลกินอยู่ไม่เดือดร้อนแต่ไม่มีลูกหลาน ถึงผู้คนจะสงสัยแต่ก็ไม่กล้าพูดตัวจางหย่งเองก็ไม่มีทีท่าจะสนใจผู้สืบสกุล ช่างเป็เื่แปลกยิ่งนัก
ในเรือนมีบ่าวไพร่ประมาณยี่สิบคนไม่รวมทหารมีพ่อบ้านชื่อฉางคอยดูแล ในแต่ละวันบ่าวไพร่จะจุดตะเกียงรอบเรือนแต่แสงสว่างมีไม่มาก ฟางหรูภรรยาจางหย่งสั่งกำชับเพื่อเป็การประหยัดจึงให้จุดตะเกียงแต่น้อย จางหย่งกำลังนั่งจิบชาอ่านหนังสือสงบนิ่งบนเก้าอี้อย่างสบายใจ
“เรียกพ่อบ้านฉางมาพบข้าหน่อย!” จางหย่งสั่งบ่าว
“เรียนนายท่าน..พ่อบ้านฉางออกไปจับตัวผู้บุกรุกบริเวณถ้ำดินขอรับนายท่าน” สิ้นเสียงบ่าวรับใช้พ่อบ้านฉางก้าวเท้าเข้ามาในห้องอย่างเร่งรีบ
“นายท่าน..ข้าบกพร่องมิอาจจับตัวผู้บุกรุกได้” พ่อบ้านก้มหน้าพร้อมยื่นถุงปิงเพี่ยน (พิมเสน) ให้กับจางหย่ง
“ข้าเจอสิ่งนี้ในกอหญ้าดำ” จางหย่งวางหนังสือลงบนโต๊ะมุขข้างตัวสีหน้าเรียบเฉย เหลือบตามองพ่อบ้านฉางรับเอาถุงปิงเพี่ยน (พิมเสน) มาดูกลิ่นไม่ได้แปลกประหลาดหากแต่ลายปักเป็รูปดาวสิ่งนี้ทำให้จางหย่งสนใจ
“ผู้บุกรุก? ตามต่อไปจนกว่าจะเจอตัว..” จางหย่งหันหลังให้พ่อบ้านไม่มีท่าทีสนใจสิ่งใด
“เ้าออกไปได้แล้ว....” น้ำเสียงเรียบเฉยพ่อบ้านฉางเหลือบมองหน้าเ้านาย
แม้จางหย่งไม่แสดงท่าทีใดๆ แต่พ่อบ้านฉางรู้แน่ชัดถึงความขุ่นเคืองใจนิดๆ จึงไม่กล้าเอ่ยสิ่งใดออกมาจากลำคออีกได้แต่เดินก้มหน้าถอยออกมาจากห้องของนาย สั่งการบ่าวในเรือนตามคำสั่งนายเสร็จเขาก็กลับเข้าไปพักผ่อนในเรือนของตัวเอง
ในคืนนี้พ่อบ้านฉางรีบปิดเรือนเข้านอน โดยลืมไปว่าลู่หลินยังไม่กลับมา
ฟางหรูขบฟันกัดกรามแอบยืนมองลอดมาจากช่องของฉากบังตาที่อยู่ข้างห้อง นางยืนสงบอยู่ข้างฝาเรือนได้ยินเสียงพ่อบ้านฉางเข้ามารายงานจางหย่งนางจึงแอบลอบฟังความ หลังจากพ่อบ้านฉางไปแล้วนางจึงเดินเข้าไปในห้องทำหน้าตายิ้มแย้มรินน้ำชาให้จางหย่งและจัดเก็บตำราให้อย่างเอาใจ
“จางหย่ง..ท่านจะให้ข้าจัดเตรียมอาหารให้หรือไม่..”
จางหย่งไม่ได้แสดงอาการใดๆ แต่หากไม่ได้ใส่ใจสิ่งที่นางทำลุกขึ้นเดินหนีไปเสียแบบนั้น ฟางหรูมองตามร่างของจางหย่งไปด้วยสายตาเรียบเฉย ค่ำคืนในสายหมอกกำลังจะหมดหนาวเข้าใบไม้ผลิในตลาดเมืองชิงหนงผู้คนกำลังจับจ่ายซื้อของกลับไปที่บ้าน
“รีบกลับบ้านเถอะลูก” สาวชาวบ้านคนหนึ่งรีบอุ้มลูกเดินกลับบ้านด้วยความเร็ว ผู้คนกำลังรีบเร่งทำธุระให้เสร็จอีกไม่นานถนนจะว่างเปล่าผู้คน
ลู่หลินเดินเลียบไปตามร้านค้าริมทางพาไฉ่หงเดินเข้าเมือง คิดว่าถ้าพานางมาเดินในเมืองทำตัวปกติคงไม่มีใครสนใจหรือรู้ว่าพานางมาจากแถบถ้ำดินแน่ๆ ถ้าหากมีคนพบเจอหรือถามไถ่ ลู่หลินตั้งใจว่าจะบอกว่านางเป็ญาติห่างๆ บังเอิญมาเจอกันเท่านั้น
ไฉ่หงเหลือบมองหน้าลู่หลินนางคิดในใจว่าคนผู้นี้พูดน้อยยิ่งนักแต่ถึงกระนั้นก็รู้สึกอุ่นใจอย่างน้อยก็ไม่ต้องนอนอยู่ในพงหญ้า เสียงจากท้องของนางดัง “กร๊วกๆ..” นางรีบเอามือจับ ท้องอย่างเขินอาย “ข้าหิว..”
ลู่หลินมองหน้านางเก็บยิ้มไว้ในดวงตา “ข้าจะพาเ้าไปหาอะไรกินก่อน..ค่อยแก้ปัญหาที่เหลือที่หลัง”
“เราต้องรีบหน่อยเริ่มจะค่ำมากแล้วประเดี๋ยวถนนจะร้างผู้คน”
“ทำไมคนจะไปไหนหมดหรือ?” ไฉ่หงถามย้อนแต่ลู่หลินไม่ตอบสิ่งใด
“เราไปโรงเตี๊ยมเล็กๆ ในเมืองแล้วกัน” ลู่หลินไม่อยากพาไฉ่หงไปโรงเตี๊ยมใหญ่ไม่อยากให้เป็จุดสนใจหรือใครมาพบเจอว่าเขาอยู่กับหญิงแปลกหน้า
ลู่หลินเช่าห้องสองห้องให้ไฉ่หงและตัวเขาเองเข้าพักเพราะเป็ห่วงว่านางจะไม่ปลอดภัยคืนนี้ยังไม่เหมาะที่จะกลับไปที่เรือน เพื่อไม่ให้เป็ที่สังเกตของคนในเรือนจึงต้องหาที่พักให้นางก่อนเพราะว่าดึกมากแล้ว
ระหว่างที่กินอาหารกันอยู่ภายในห้องส่วนตัวของไฉ่หง ลู่หลินสังเกตว่านางไม่มีท่าทีร้อนใจเขาจึงเอ่ยถามขึ้นมาว่า
“เ้าบอกว่าเ้าหลงทาง..แต่ดูเหมือนเ้าไม่ร้อนใจ?” ไฉ่หงกำลังกินอาหารอย่างมีความสุขได้ยินคำถามของเขาถึงกับหยุดชะงักและงงกับตัวเองเหมือนกัน
“นั่นสิ..ตอนแรกข้าก็กังวลใจตอนอยู่ในป่าหญ้านั่น..”
“แต่พอเห็นหน้าเ้าข้ากลับ...”
“ข้ากลับ..” นางหยุดพูดไม่แน่ใจควรพูดต่อไหม
“ข้ากลับอะไร ?..” ลู่หลินมองตานาง ไฉ่หงตัวแข็งรู้สึกหวาดๆ ลู่หลินกำลังจ้องมองมาที่นางอยู่
“ข้า...” ในใจของนางไม่อาจชัดเจนในความรู้สึก นางรู้สึกอบอุ่นใจปลอดภัยแต่ก็ไม่วางใจ นางจึงไม่สามารถเอ่ยคำใดได้นางพึ่งรู้จักกับเขาจะให้นางพูดสิ่งใดกัน…
“ข้า….” นางหลบตาแล้วผลักไหล่ผลักมือผลักแขนไล่ให้เขาออกไปจากห้อง
“ข้าง่วงแล้วเ้ากลับห้องของเ้าไปได้แล้ว..เ้าควรจะ อิ่มได้แล้วนะ ไป...ไป๊...” ลู่หลินจำใจออกจากห้องของนางมาทั้งๆ ที่มือยังคีบตะเกียบอยู่และเดินกลับห้องไปที่ห้องของตัวเอง
คล้อยหลังเขานางปิดประตูใส่เบาๆ เอาฝ่ามือจับแก้มตัวเองสองข้างสะบัดหัวพูดกับตัวเองเบาๆ จนกระซิบ
“เ้าต้องลืมๆ..เ้าคิดอะไรอยู่กันแน่”
“พึ่งจะเจอกันกับเขานี่เ้าเป็อะไรไป”
บนเตียงนอนไฉ่หงกำลังครุ่นคิดถึงสิ่งที่เจอจากบ้านของฟางหรู ทำไมนางมาอยู่ที่นี่ได้แต่เดิมฟางหรูเป็สาวชาวบ้านป่าครั้งแรกที่พบกันนางเห็นฟางหรูกำลังขุดหน่อไม้อยู่

วันนั้นนางสับสนทางจึงไปถามทางกับฟางหรูนับแต่นั้นนางก็เป็เพื่อนกัน นางมักจะไปหาฟางหรูที่บ้านสองสามเดือนครั้งหนึ่งเป็เวลาเจ็ดปีมาแล้ว ถึงจะไม่รู้ที่มาแต่ฟางหรูก็ดูไม่น่าสงสัยอะไร แม้ฟางหรูจะสอนพลังบางอย่างให้นางแต่ก็ไม่เคยเล่าเื่ดินเผาหน้าตาแปลกๆ ดินเผาก้อนนั้นยังทำให้นางมาที่นี่ได้
ตอนแรกไฉ่หงก็คิดกลัวแต่เมื่อได้สตินางจำได้ว่าตอนยังอายุสิบขวบท่านพ่อเคยเล่าถึงเมืองลำธารดำหญ้าดำหมอกขาวหากไม่จำจะต้องมาก็อย่าได้เข้าใกล้ทำให้นางคิดถึงนิทาน
“คนเข้าไปในถ้ำแล้วถูกปีศาจสาบ ปีศาจเข้าสิงกัดกินเนื้อคนจนตาย” เื่นี้ทำให้นางนอนไม่หลับครุ่นคิดวนไปมากับเื่ที่ฟางหรูหายไปหรือฟางหรูจะโดนดินเผาสาบส่งมาที่นี่เหมือนกับนาง ถ้าเช่นนั้นฟางหรูอาจจะอยู่แถวนี้ก็เป็ได้
“เมืองนี้ก็ดูผู้คนปกติจะมีสิ่งใดน่ากลัวกัน..” พึมพำๆ
“จะเป็ไปได้อย่างไรกัน”
นางคิดจนหลับไป....
