ไม่นานนักเรือลำใหญ่ก็แล่นมาเทียบท่าที่เมืองไฉ๋ตง คหบดีเหวินรีบลงจากเรือพร้อมกับรอรับเหวินเฟิงเหอผู้เป็ฮูหยิน
ใบหน้าอันงดงามดูบึ้งตึงราวกับเสียใจ
“เหตุใดเ้าจึงได้ทำหน้าเช่นนั้นเล่าเฟิงเหอ”
“เฮ้อ ก็นี่มืดค่ำเสียแล้วตลาดผ้าไหมคงปิดหมดแล้วละสิ”
“จะเป็ไรไปเล่าพรุ่งนี้เช้าเราค่อยไปก็ได้ไม่ใช่หรอกหรือ แต่ตอนนี้ข้าว่าเราไปหาโรงเตี๊ยมพักผ่อนเอาแรงก่อนเถอะเดินทางมานับหลายพันลี้ข้ารู้สึกปวดเมื่อยตัวไปหมดแล้วสิ”แววตาออดอ้อนจ้องมองเหวินเฟิงเหอ
นางมองหน้าเขาอย่างรู้ทันก่อนจะเผยยิ้มหวานออกมา
“ถ้าเช่นนั้นก็รีบไปหาโรงเตี๊ยมกันเถอะเดี๋ยวข้าจะช่วยนวดให้ท่านพี่เอง”
ทั้งสองต่างยิ้มให้กันอย่างรูใจก่อนจะเดินไปหาโรงเตี๊ยมใกล้ๆเพื่อพักผ่อน
ครั้นมาถึงโรงเตี๊ยม เนื่องจากคหบดีเหวินและเหวินฟิงเหอเดินทางมาไกลและเหนื่อยล้าจึงให้เสี่ยวเอ้อจัดเตรียมอาหารพร้อมกับเครื่องดื่มขึ้นมาให้ที่ห้องพักของพวกเขา
“นายท่าน ฮูหยินข้าน้อยเตรียมอาหารแพร้อมเครื่องดื่มมาให้เรียบร้อยแล้วขอรับหาก้าสิ่งใดเพิ่มเรียกข้าน้อยได้เลยนะขอรับ”
“อื้มขอบใจเ้ามาก”
ครั้นเมื่อเสี่ยวเอ้อเดินออกจากห้องไปคหบดีเหวินก็เดินมานั่งข้างๆเหวินเฟิงเหอพร้อมท่าทางบิดตัวไปมา
นางเพียงมองแวบเดียวก็พอจะเข้าใจท่าทางนั้นของเขา
มือเล็กๆบีบเค้นไปที่ต้นคอและหัวใหล่ของเขาอย่างถนัด
“อื้ม ดีจริง”
“สบายใช่มั๊ยล่ะ”
เขาหันมายิ้มให้กับนางก่อนจะโน้มตัวเข้าไปใกล้ๆ ใบหน้าเกลี้ยงเหลาและหล่อเหลานั่นยิ่งได้มองใกล้ๆก็ทำให้ใจแทบหยุดเต้น
“ทะท่านพี่”มือเล็กยันแผ่นอกอันกว้างนั้นไว้พร้อมกับหันหน้าหลบตาด้วยความเขินอาย
“ข้าว่าท่านไปล้างเนื้อล้างตัวก่อนดีหรือไม่เดินทางมาเหนื่อยๆหากได้ล้างเนื้อล้างตัวเสียหน่อยคงจะดีไม่น้อย”
เขายิ้มพร้อมกับพยักหน้าเบาๆ
“ก็ดีเหมือนกัน”พูดจบคหบดีเหวินก็รีบเดินไปล้างเนื้อล้างตัวในทันที
เหวินเฟิงเหอถอนหายใจออกมาเบาๆอย่างโล่งอก
“เฮ้อ เกือบโดนรังแกอีกแล้วสินะ แต่จะว่าไปฉันก็ชอบนะคิคิคิ”เหวินเฟิงเหอแอบพูดเบาๆในใจ
นางค่อยๆเดินไปนั่งที่เตียงก่อนจะเอนตัวลงบนเตียงนุ่มๆนั่นความเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกลจึงทำให้นางเผลอหลับไป
คหบดีเหวินที่เพิ่งล้างเนื้อล้างตัวเสร็จเขามองดูนางอย่างเป็ห่วงก่อนจะก้มลงจูบแก้มขาวเนียนนั่นอย่างอ่อนโยน
“เฟิงเหอเ้าคงจะเหนื่อยมากสินะ เพราะเหตุนี้ข้าจึงไม่อยากให้เ้าต้องเดินทางมาลำบากกับข้า”เขาพูดขึ้นเบาๆอย่างรู้สึกผิด
เช้าวันต่อมา...............
“ท่านพี่เช้าแล้วเช่นนั้นหรือ”ร่างเล็กค่อยๆผุดลุกขึ้น
“เหตุใดเ้าจึงรีบตื่นนักเล่า เมื่อวานเดินทางมาเหนื่อยๆเ้าพักผ่อนก่อนเถอะ”
นางรีบลุกออกจากเตียงในทันที
“ไม่ได้ไม่ได้ หากมัวชักช้าพ่อค้าคนอื่นจะต้องมาเลือกผ้าไหมไปก่อนเรา ข้าไม่อยากดูผ้าไหมที่เป็ของเลือกจากการเลือกของผู้อื่น”นางรีบสวมใส่เสื้อในทันที
คหบดีเหวินมองดูท่าทางกระตือรือร้นของนางด้วยความพอใจ
“อื้มถ้าเช่นนั้นก็ไปกันเถอะ”คหบดีเหวินพูดกับนางเมื่อเห็นนางสวมใส่ชุดเรียบร้อยแล้ว
ครั้นทั้งสองมาถึงที่ตลาดขายผ้าไหม เหวินเฟิงเหอก็ถึงกับตาโตด้วยความตื่นเต้นเมื่อเห็นเหล่าพ่อค้าแม่ค้ามากมายนำผ้าไหมผืนงามออกมาวางขายกันอย่างเนืองแน่น
“ท่านพี่ ร้านขายผ้าไหมเยอะแยเช่นนี้ท่านมีวิธีเลือกผ้าไหมเช่นไรเ้าคะ”นางแสร้งถามความรู้จากเขา
คหบดีเหวินมองดูร้านขายผ้าไหมก่อนจะยิ้มออกมา
“อันที่จริงแล้วแม้ทุกร้านจะมีผ้าไหมที่งดงามเช่นกันแต่ข้าหาได้เลือกซื้อผ้าไหมจากร้านเหล่านี้ไม่ ข้าจะรับผ้าไหมจากร้านที่ทอผ้าไหมด้วยตัวไหมที่คัดพิเศษเท่านั้นเพราะผ้าที่ข้านำกลับไปขายหาใช่ผ้าไหมทั่วไปแต่ต้องเป็ผ้าไหมที่งามไร้ที่ติอีกเวลาขายให้เหล่าขุนนางหรือแม้แต่เชื้อพระวงศ์ก็จะขายได้ราคางามอีกทั้งยังเป็ที่ไว้ใจของคนเ่าั้ว่าหากเป็ผ้าไหมที่มาจากร้านของข้าจะต้องเป็ของชั้นดีที่สุด”
“ถ้าเช่นนั้นผ้าไหมที่ท่านพี่เลือกก็จะต้องมีราคาที่สูงกว่าผ้าไหมทั่วไปเช่นนั้นสินะ”
เขาพยักหน้าให้กับนาง
“ใช่แล้วล่ะ ผ้าที่ข้าเลือกจะมีต้นทุนที่สูงกว่าผ้าไหมทั่วๆไปที่วางขายกันอยู่นี้ แต่หากนำกลับไปขายที่เมืองฮุ่ยหยางก็จะได้ราคาที่สูงกว่าที่รับซื้อหลายพันชั่ง”
“ถ้าเช่นนั้นกลุ่มลูกค้าที่มาซื้อของๆตระกูลเหวินก็จะต้องมีเพียงเหล่าเศรษฐี ขุนนาง รวมทั้งเชื้อพระวงศ์สินะ”
เขายิ้มพร้อมกับพยักหน้าให้กับนาง
“ว๊าแย่จริง ข้าว่าร้านของเราควรจะปรับเปลี่ยนระบบใหม่ได้แล้วนะเ้าคะหากท่านพี่เลือกเพียงกลุ่มลูกค้าชนชั้นสูงเราก็จะได้ลูกค้าเพียงกลุ่มเดียวหากไม่มีลูกค้ากลุ่มนี้ร้านเราจะต้องลำบากเป็แน่”
เขาขมวดคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ
นางยิ้มให้กับเขาราวกับมีแผนการบางอย่าง