(จบ)เทพมารจอมราคะ กำเนิดใหม่พร้อมกับระบบพระพุทธองค์ไร้พ่าย

    ตอนที่ 43 ขอท้าประลองอีกรอบ

            ทุกคนได้แต่นิ่งงัน ตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตาของตนเอง


            บรรยากาศของทั้งสองตระกูลพลันแปรเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง


            จากที่เมื่อครู่ยังเต็มไปด้วยเสียงเย้ยหยัน กลับกลายเป็นความเงียบงันที่อึดอัด


            ทางฝั่งตระกูลโอวหยาง โอวหยางเฉินเบิกตากว้าง ร่างกายสั่นเทิ้มจนไม่อาจสั่นไปมากกว่านี้ได้อีก


            เขาหันไปมองหลี่เทียที่ยืนอยู่ข้างๆด้วยความหวาดหวั่น


            แม้แต่หลี่เทียที่ปกติแล้วจะมีท่าทางเย่อหยิ่ง บัดนี้กลับกำหมัดแน่น


            สีหน้าของเขาเคร่งขรึมยิ่งกว่าครั้งไหนๆ เพราะไม่คิดเลยว่าเด็กหนุ่มผู้ที่ตนเองดูแคลน จะสามารถสร้างสถานการณ์เช่นนี้ขึ้นมาได้


            ผิดกับฝั่งของตระกูลตง ตงจางและพวกตงหยูส่งเสียงเฮออกมาอย่างตื่นเต้น


            ประหนึ่งว่ากลายเป็นผู้ชนะไปแล้ว รอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของทุกคน


            เพราะชัยชนะในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่ศึกประลองระหว่างบุคคลเท่านั้น


            แต่มันหมายถึงเกียรติของตระกูลตง ตงหยูถึงกับตะโกนขึ้นมาอย่างลิงโลด


            “ฮ่าๆๆ! เป็นไปตามที่ข้าคิดไว้ไม่มีผิด”


            “ท่านเทียนจุนทำได้ดีมาก!”


            “ตระกูลโอวหยางไม่มีอะไรเหลือแล้ว!”


            เจ้าเมืองหนานปิงที่เฝ้ามองอยู่เงียบๆ พลันพยักหน้ารับและเผยรอยยิ้มออกมา


            ในฐานะผู้คุมการประลอง เขาได้เห็นทุกอย่างด้วยตาตัวเอง และย่อมรู้ดีว่าใครเป็นผู้ชนะ


            ก่อนที่จะลุกขึ้นจากที่นั่งและป่าวประกาศด้วยเสียงที่ก้องกังวาน


            “ผู้ชนะในการประลองระหว่างตระกูล ได้แก่... ตระกูลตง—”


            ทว่าก่อนที่เสียงของเขาจะกล่าวจบ เสียงของโอวหยางเฉินก็ดังแทรกขึ้นมาในทันที


            “ช้าก่อนท่านเจ้าเมือง!”


            เสียงนั้นเต็มไปด้วยความร้อนรน แฝงไปด้วยความไม่ยินยอม


            ฝั่งตระกูลตงพลันชะงักไปชั่วขณะ ก่อนที่ทุกสายตาจะหันไปมองโอวหยางเฉินที่ยืนตัวสั่น


            ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวไปด้วยความไม่พอใจ ขณะที่ก้าวออกมากลางเวทีและกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น


            “ข้าขอท้าประลองอีกครั้ง!”


            คำพูดนั้นทำให้ผู้คนทั้งหมดต่างอ้าปากค้าง แม้แต่ตงจางเองก็ตะโกนตอบกลับไปอย่างเหลืออด


            “ไอ้อ้วนไร้ยางอาย! แกเป็นคนพูดเองว่าการต่อสู้จะมีเพียงแค่ครั้งเดียว!”


            “แล้วทำไมจะต้องมีการประลองต่อไปอีก!”


            “ตระกูลตงของข้าชนะแล้ว! กิจการทั้งหมดของพวกแกก็ตกเป็นของข้าแล้ว!”


            “ใส่หัวเก็บข้าวของออกไปให้พ้นๆเมืองหนานปิงซะเสีย!”


            เสียงของตงจางก้องกังวานไปทั่วลานประลอง


            ขณะที่หลายคนเริ่มพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย เพราะเป็นที่รู้กันว่าก่อนเริ่มประลอง


            โอวหยางเฉินเป็นผู้กล่าวเองว่าการแข่งขันจะมีเพียงหนึ่งรอบ ไม่มีโอกาสให้ต่อสู้ซ้ำ


            แต่ตอนนี้ชายไร้ยางอายกลับเปลี่ยนคำพูดของตัวเองเพื่อรักษาสถานะของตระกูล


            “อะ.. ไอ้สารเลว!”


            เมื่อมองไปยังท่าทีของผู้คนที่เริ่มวิพากษ์วิจารณ์ โอวหยางเฉินกัดฟันแน่น เหงื่อเย็นไหลลงมาตามขมับ


            ตัวของเขารีบหันไปขอความช่วยเหลือจากหลี่เทีย ศิษย์จากนิกายวายุโลหิตที่ยืนเงียบมาตลอด


            หลี่เทียเองก็ไม่ได้คาดคิดว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นเช่นนี้


            เขาขบฟันแน่น พร้อมดวงตาที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ


            ปกติแล้วเขาไม่เคยให้ความสนใจกับตระกูลตงเลยด้วยซ้ำ เพราะพวกมันเป็นเพียงแค่ตระกูลรองของเมืองหนานปิง


            แต่ครั้งนี้กลับพลิกสถานการณ์จนตระกูลโอวหยางต้องพ่ายแพ้โดยสมบูรณ์


            หากปล่อยให้เรื่องนี้จบลง ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นย่อมลุกลามไปถึงนิกายของเขาเช่นกัน


            โอวหยางเฉินที่เห็นท่าทางของหลี่เทียก็รีบกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน


            “นายน้อยหลี่เทีย! ท่านจะไม่ช่วยข้าหรือ!?”


            “หากตระกูลโอวหยางต้องพินาศ ศิษย์นิกายวายุโลหิตเช่นท่านหย่าเฟยก็จะเสียชื่อเสียงไปด้วยนะ!”


            หลี่เทียจ้องมองนิ่งๆ ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาอย่างหงุดหงิด


            เพราะไม่คิดเลยว่าเรื่องที่ควรจบลงง่ายๆ จะกลายเป็นเรื่องวุ่นวายถึงเพียงนี้


            “เจ้ามันไร้ประโยชน์จริงๆ หย่าเฟย”


            “ถ้าข้าไม่เปลี่ยนใจและลงมือตั้งแต่แรก ทุกอย่างก็คงไม่เป็นเช่นนี้!”


            เสียงของเขาเย็นชา ก่อนจะก้าวออกมาข้างหน้า สายตาของเขาจับจ้องไปที่เทียนจุนอย่างเย็นเยียบ


            “แกคิดว่าตัวเองแข็งแกร่งจริงๆใช่หรือไม่?”


            เทียนจุนที่ยืนอยู่กลางเวทีเพียงแค่เหลือบตามองหลี่เทียอย่างเรียบเฉย


            เขาไม่แสดงอาการหวาดหวั่นแม้แต่น้อย กลับกัน รอยยิ้มบางๆปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ


            “นายน้อยหลี่เทีย เจ้าต้องการลงมือด้วยตัวเองหรือ?”


            “หรือเจ้ากำลังวางแผนให้ผู้อื่นสู้แทนเจ้าอีกครั้ง?”


            คำพูดนั้นเสียดแทงเข้าไปในใจของหลี่เทียทันที ดวงตาของเขาหดแคบลงราวกับอสรพิษที่ถูกยั่วยุ


            “หึ! ปากดีนัก เช่นนั้นข้าจะจัดการเจ้าเอง!”


            เจ้าเมืองหนานปิงที่เฝ้าสังเกตสถานการณ์มาตลอด พลันขยับตัวเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง


            “หลี่เทีย การประลองระหว่างตระกูลครั้งนี้เป็นเรื่องระหว่างตระกูลตงและตระกูลโอวหยาง”


            “เจ้าจะเข้ามายุ่งเกี่ยวไม่ได้ เพราะการประลองได้จบลงไปแล้ว!”


    ทว่าหลี่เทียกลัยยกยิ้มเย็นชา ก่อนจะกล่าวตอบกลับไปอย่างไม่แยแส


            “ท่านเจ้าเมือง ท่านเองก็รู้ว่ากฎของการประลองระบุไว้ว่าตราบใดที่ยังไม่ประกาศผู้ชนะอย่างเป็นทางการ”


            “ตระกูลโอวหยางก็ยังมีสิทธิ์ท้าประลองอีกครั้ง!”


            “เช่นนั้นหากพวกเขาต้องการให้ข้าสู้แทน ก็นับว่าไม่ผิดกฎใช่หรือไม่?”


            คำพูดของเขาทำให้หนานปิงชะงักไปครู่หนึ่ง


            ถึงจะรู้ว่าอีกฝ่ายใช้ช่องโหว่ของกฎมาเป็นข้ออ้าง แต่มันก็ไม่อาจปฏิเสธได้โดยตรง


            ในขณะที่หนานปิงกำลังครุ่นคิด อยู่ดีๆเทียนจุนกลับหัวเราะออกมา ก่อนจะก้าวออกมาข้างหน้า


            ดวงตาของเขาสบตากับหลี่เทียโดยตรง รอยยิ้มของเขาเต็มไปด้วยความท้าทาย


            “เช่นนั้นก็เอาสิ หากนายน้อยหลี่เทียต้องการท้าประลอง”


            “ข้าก็ยินดีจะรับคำท้าอีกครั้งนึง!”


            เมื่อเทียนจุนตอบรับ เสียงฮือฮาก็ดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณ


            ทุกสายตาจับจ้องมายังเวทีการประลอง


            【ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับความประหลาดใจจากปุถุชน ได้รับ 1 แต้มอรหันต์】


            【ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับความตกตะลึงจากปุถุชน ได้รับ 1 แต้มอรหันต์】


            บางคนตื่นเต้น บางคนตะลึงงัน และบางคนเริ่มกระซิบกระซาบกันถึงผลลัพธ์ของศึกที่กำลังจะเกิดขึ้น


            【ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับความโกรธแค้นจากผู้ฝึกตน ได้รับ 20 แต้มอรหันต์】


            【ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับความโกรธแค้นจากผู้ฝึกตน ได้รับ 20 แต้มอรหันต์】


            หย่าเฟยที่ยังคงบาดเจ็บหนัก กัดฟันแน่นพลางพยายามประคองร่างลุกขึ้นยืน


            ร่างกายของนางสั่นสะท้านจากแรงกระแทก เลือดสดๆไหลออกมาจากริมฝีปากของนาง


            ทว่าดวงตาของนางกลับเปล่งประกายด้วยความอาฆาตแค้น ก่อนจะจ้องไปที่หลี่เทียและเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ


            “ฆ่ามันซะ.. ฆ่าเจ้าเทียนจุนผู้นี้ให้ข้าด้วย!”


    คล้ายกับเรื่อง(จบ)เทพมารจอมราคะ กำเนิดใหม่พร้อมกับระบบพระพุทธองค์ไร้พ่าย ที่คุณอ่าน

    เทพมารลิขิตฟ้า

    เทพมารลิขิตฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    72K 42
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    นิยาย แฟนตาซี
    150K 136
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    152K 152
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

    เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    13.30M 1357
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262