“เอะ!” มัตสยาหันขวับไปมองเ้านายที่มองมาที่ข้างกล่องของเธออย่างใ ก่อนคนทางนั้นจะชะงักกะพริบตาปริบ ๆ แล้วกระแอมกระไอแก้เก้อ “ขอโทษที” จากนั้นก็กินข้าวของตัวเองต่อ
“ชิมได้ค่ะ แค่แปลกใจเท่านั้นเอง” มัตสยาอมยิ้มพลางเลื่อนข้าวกล่องของตัวเองไปให้เ้านายอย่างไม่ถือสา ไม่ใช่สิเป็เขามากกว่าที่ไม่ถือสาว่าเธอเป็แค่ลูกจ้าง ไม่ถือตัวขนาดมาขอชิมข้าว
ตอนแรกวาทีจะไม่กินแต่เมื่อเ้าของเลื่อนมาให้ตรงหน้า และเป็เขาเองที่ไปขอชิมก่อน “ขอบคุณ” ชายหนุ่มตักชิมไปคำหนึ่งแล้วถามกลับ “คุณชิมกับข้าวผมไหม”
“ไม่ดีกว่าค่ะ เกรงใจ” มัตสยายิ้มบาง ๆ ก่อนจะชวนคุยไปเื่อื่น “เอ่อ...ว่าแต่บอสบอกว่าจะคุยเื่งานด้วย”
“ผมไม่คุยเื่งานตอนกินข้าว”
“แต่บอสคุยเื่งานตอนกินข้าวกับลูกค้าบ่อย ๆ นะคะ” มัตสยาแย้ง นั่นทำให้วาทีปรายตามองเล็กน้อยแล้วถอนหายใจ “ผมหมายถึงกับลูกน้องตัวเอง”
“อ๋อ โอเคค่ะ” มัตสยาเออออจะแย้งว่าเขาเป็คนพูดเองว่าจะคุยเื่งาน แต่ถ้าพูดมาแบบนี้คงไม่คุยหรอก จึงนั่งกินไปเงียบ ๆ จนกระทั่งเธออิ่ม เขาอิ่ม ไม่ใช่เวลากินข้าวแล้ว ขอคุยเื่งานนิดหนึ่งแล้วกัน “บอสคะพรุ่งนี้วันเกิดคุณนพรัตน์ มีงานเลี้ยงตอนกลางคืนถ้าบอสจะไป...” พูดยังไม่ทันจะจบวาทีก็พูดแทรกขึ้น “ไม่ล่ะ เย็นนี้คุณไปจัดการซื้อของขวัญให้หน่อยแล้วกัน” วาทีลุกขึ้นหยิบบัตรเครดิตที่เมื่อก่อนใบนี้เขาจะให้อนุรักษ์ที่เป็เลขาพกไว้สำหรับซื้อของขวัญให้ลูกค้า หรือของอื่น ๆ มายื่นให้กับมัตสยา “เก็บไว้เลยนะเผื่อผมสั่งให้ซื้อของแบบฉุกเฉิน”
“ค่ะ” มัตสยารับบัตรเครดิตมาถือไว้ อึ้งเล็กน้อยตอนแรกนึกว่าจะให้เงินสดเสียอีก แต่มาให้บัตรแถมให้พกไว้เลยนี่มันสุดยอดเ้านายจริง ๆ ไม่ต้องกังวลว่าราคาของจะเกินเงินที่มี
“เหลือเวลาพักอีกหนิดหน่อยคุณไปพักเถอะ ผมจะทำงานต่อ” วาทีบอกหลังจากดูนาฬิกาและเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานอีกครั้ง
“ค่ะ” มัตสยารับคำแล้วจัดเก็บโต๊ะให้เรียบร้อยจากนั้นก็กลับไปที่โต๊ะทำงานของตัวเอง และแน่นอนใน่พักอย่างนี้เธอต้องวิดิโอคอลหาลูกสาวตัวน้อย
ออกจากห้องประชุมมัตสยาก็รีบเคลียร์งานตัวเองให้เสร็จเพื่อที่จะได้รีบออกไปหาซื้อของขวัญให้ลูกค้า วันนี้เธออยากกลับบ้านตรงเวลาหลังจากที่เลิกค่ำมาหลายวันแล้ว และในขณะที่เธอกำลังก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่นั้นเอง ก็มีเสียงผู้หญิงคนหนึ่งทักขึ้น
“ตาทีอยู่ไหม”
มัตสยาเงินหน้าขึ้นมอง เมื่อเห็นหน้าอีกฝ่ายเธอก็รีบลุกขึ้นพร้อมกับยกมือไหว้ “สวัสดีค่ะคุณนาย”
“เปลี่ยนเลขาั้แ่เมื่อไหร่เนี่ย เรามาทำงานที่นี่นานหรือยัง” นางนิลมณีขมวดคิ้วมองเลขาคนใหม่ของลูกชายอย่างสงสัย นางไม่ได้มาที่นี่แค่ไม่กี่เดือนเลขาที่เป็ผู้ชายมาโดยตลอดกลับกลายเป็ผู้หญิงไปเสียแล้ว
“ทำได้เกือบเดือนแล้วค่ะ” มัตสยาตอบหญิงสูงวัย ที่เป็แม่ของเ้านายแต่ใบหน้ายังดูอ่อนกว่าวัยเพราะการดูแลตัวเองที่ดีพร้อมกับรอยยิ้มและท่าทีนอบน้อม
“ถามหน่อย หลังจากนี้ตาทีมีงานหรือประชุมที่เร่งด่วนอะไรไหม” นางถามพลางพยักพเยิดไปที่ห้องทำงานของลูกชาย
“ไม่มีค่ะ” มัตสยาบอกออกไปตามความจริงอย่างไม่ได้คิดอะไรมากมาย เพราะยังไงก็แม่ลูกกันแค่บอกตารางงานคงไม่น่ามีปัญหาอะไร
“ตกลงตอนนี้ตาทีอยู่ใช่ไหม” นางนิลมณีถามย้ำ