ตอนที่ 26 ต่อราคาเห็ด
หลิงซานฉิงขึ้นไปบนเขาอีกทีก็เป็ยามซื่อ[1]แล้ว ตอนนั้นูเาหลังฝนตกถูกแสงแดดสาดส่องนานกว่าสองชั่วยาม แล้วถูกสายลมพัดโชยไปมาทำให้ดูแห้งลงไปมาก
ยอดเขาไม่สูงมากนัก ทว่าก่อตัวเชื่อมต่อกันเป็พื้นที่กว้างขวาง ว่ากันว่าในป่าลึกมักมีสัตว์ป่ามากมายเคลื่อนไหวอยู่ จึงไม่มีผู้ใดกล้าเหยียบย่างเข้าไป แม้ด้านในนั้นจะมีเห็ดมากมาย แต่ก็น้อยคนนักที่จะกล้าเข้าไปเสี่ยงอันตราย
ทุกพื้นที่ของูเามีรอยเท้าคนเหยียบย่ำไปทั่ว เห็นได้ชัดว่าหลังจากฝนตกก็มีคนเข้ามาเก็บเห็ดไม่น้อย
หลิงซานฉิงถือมีดสั้นไว้ในมือ หากมีสัตว์ร้ายออกมาบริเวณรอบนอก นางก็ไม่สามารถขอความช่วยเหลือจากใครได้
ยิ่งเดินเข้าไปลึกเท่าไหร่ รอยเท้าก็ยิ่งน้อยลง เส้นทางที่เดินก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของเห็ดเลย แต่ดินกลับร่วนซุยอย่างมาก แสดงว่ามีกลุ่มคนมาเก็บเห็ดที่นี่ไปก่อนแล้ว นางมาช้าเกินไป
แต่นางก็ไม่มีอะไรต้องเสียดายมากนัก นางเห็นดินรอบ ๆ เห็ดเ่าั้ที่ถูกเก็บไปแล้ว เห็ดพวกนั้นไม่ใช่เห็ดที่นาง้า
ในระหว่างที่เดินไปเรื่อย ๆ จู่ ๆ นางก็ได้ยินเสียงสนทนาดังมาจากด้านหน้า หรือว่าข้างหน้านี้จะมีคน?
นางก้าวไปข้างหน้าอย่างใจดีสู้เสือ ไม่นึกเลยว่านางได้เจอคนจริง ๆ
เบื้องหน้ามีคนที่แต่งตัวเป็คนรับใช้สองคนเดินเคียงข้างกัน ในมือของพวกเขามีของบางอย่างอยู่
เมื่อพวกเขาเดินเข้ามาใกล้ หลิงซานฉิงถึงได้รู้ว่าของที่อยู่ในมือพวกเขาก็คือเห็ดหูหนูสีขาว!
และนี่คือเห็ดที่นางกำลังมองหา
นางรีบก้าวไปข้างหน้า ทว่าการที่นางปรากฏตัวอย่างกะทันหันก็ทำให้คนรับใช้ทั้งสองถึงกับสะดุ้ง
“์ แม่นางเ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?”
“แม่นาง หากเดินเข้าไปข้างในก็จะเป็เขตภายในแล้ว เข้าูเาลึกมันไม่ปลอดภัย แม่นางกลับออกไปเถิด”
เมื่อมีคนเห็นผู้หญิงเข้าไปในูเาลึกก็จะมีปฏิกิริยาเช่นนี้ หลิงซานฉิงไม่แปลกใจเท่าไหร่นัก นางโบกมือพลางกล่าวว่า “เห็นพวกเ้า ข้าก็ไม่ต้องหาแล้ว และจะไม่เข้าไปด้านในแน่นอน” นางเพ่งมองชุดที่ทั้งสวมใส่อย่างละเอียด พลันนึกบางอย่างขึ้นมาได้ “พวกเ้าเป็ลูกจ้างของภัตตาคารซือเจิ้งรึ?”
หนึ่งในนั้นอึ้งไปครู่หนึ่ง “แม่นางรู้ว่าพวกเราเป็ใครรึ?” เขาเหลือบมองสหายที่อยู่ข้าง ๆ “นี่มันก็สายมากแล้ว พวกเราควรกลับกันเถอะ”
หลิงซานฉิงรีบไปขวางทั้งสองคนไว้ พลางชี้เห็ดหูหนูขาวในตะกร้าที่พวกเขาถืออยู่ “พี่ชายทั้งสอง พวกเ้าไปเก็บสิ่งนี้มาจากที่ใด แล้วมันยังเหลืออยู่อีกหรือไม่?”
ถามไปก็ไร้ประโยชน์ เพราะที่นี่เห็ดพันธุ์นี้มีค่าและหายากมาก แม้พวกเขาทั้งสองจะทราบที่เก็บเห็ดนี้ แต่ก็อาจจะไม่บอกนางเลยก็ได้
ทั้งสองสบตาถามกันและกัน รู้สึกลังเลขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
ลูกจ้างที่มีอายุมากมองเห็ดหูหนูสีขาวในตะกร้าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนกระแอมไอออกมาเบา ๆ “แม่นาง เห็ดนี้อยู่ในูเาลึก แม่นางคนเดียวคงเข้าไปไม่สะดวก และเพื่อความปลอดภัยของเ้า เราไม่สามารถบอกสถานที่แก่เ้าได้”
เห็ดนี่มาจากเขตภายในจริง ๆ สินะ แต่มันก็มีอยู่แค่เขตภายในเท่านั้น
เพื่อความปลอดภัยของนางงั้นหรือ หลิงซานฉิงรู้สึกสะอิดสะเอียนกับคำพูดของเขา นางมองเลยด้านหลังพวกเขาไปพลางลูบคางไปด้วย “ที่แท้ก็อยู่ในเขตลึกนี้เอง มิน่าล่ะข้าหามาตลอดทางกลับไม่เจอเลย ข้าต้องเข้าไปดูสักหน่อยแล้ว!” นางบอกว่าจะไปก็ไป และเดินผ่านทั้งสองคนไปทันที
ลูกจ้างที่มีอายุมากมีสีหน้าตื่นใ เขาเข้าไปขวางทาง “เอ่อ แม่นาง ข้างในไม่ปลอดภัยจริง ๆ ข้าว่าเ้าอย่าเข้าไปเลยดีกว่า เข้าไปแล้วถูกสัตว์ป่ากินจะไม่เหลือแม้แต่กระดูกเลยนะ!” ในเมื่อขัดขวางไม่ได้ก็ต้องขู่ให้กลัว
“มีสัตว์ป่าด้วยรึ?” น้ำเสียงนางสูงขึ้นไปอีกแปดระดับ และยังแสร้งทำท่าทางใหวาดกลัวอย่างอ่อนแรง
เมื่อคนรับใช้ทั้งสองเห็นเช่นนี้ก็รีบพยักหน้าตาม หากคนนอกรู้สถานที่เก็บเห็ดหูหนูขาวเข้า มันจะไม่เป็การตัดเส้นทางความร่ำรวยหรอกรึ
หลิงซานฉิงหยุดฝีเท้าอย่างให้ความร่วมมือ หากนางยืนยันจะเข้าไปตามเดิมและเื่นี้ไปเข้าหูซือหงหยวนคงจะไม่ดีแน่ ถึงอย่างไรกิจการนี้ยังต้องร่วมมือกันต่อไป
ทว่านางก็ต้องได้เห็ดหูหนูขาวกลับไปด้วย
นางคิดอย่างรวดเร็ว และกะพริบตาปริบ ๆ “แต่ไม่เข้าไปก็ไม่ได้ เพราะข้า้าใช้ของสิ่งนี้”
ครั้นเห็นว่าท่าทางของทั้งสองเปลี่ยนไป นางก็ถามขึ้นมาทันที “เช่นนั้นเอาอย่างนี้ดีหรือไม่ พวกเ้าเอามาให้ข้ายืมดีหรือไม่” นางโบกมือและทำท่าทางใจกว้างอย่างมาก
“นี่...” ท่าทางใจกว้างกะทันหันของนางกลับทำให้พวกเขาทั้งสองลำบากใจ เดิมทีของสิ่งนี้ก็มีราคาแพงอยู่แล้ว จะให้ใครยืมไปตามใจชอบได้อย่างไร
หลิงซานฉิงหาใช่ไม่เข้าใจกฎเกณฑ์นี้ นางรู้ว่าพวกเขาสองคนเพียงแค่ทำตามคำสั่งซือหงหยวน หากไม่ได้ของสิ่งนี้ไป พวกเขาคงกลับไปรายงานไม่ได้
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้นางก็เปลี่ยนบทสนทนา และบอกวิธีการไปอย่างคร่าว ๆ “ไม่เช่นนั้น พวกเ้ากลับไปบอกคุณชายซือว่าข้ายืมเห็ดนี้ไป แต่หลังจากนั้นไม่นานข้าจะคืนให้สิบเท่า ข้ากับเ้าของร้านเคยทำการค้าขายกันแล้ว พวกเ้ากลับไปถามก็จะรู้เอง ตอนนี้อย่าเพิ่งถามว่าข้าจะใช้วิธีอะไร หากเชื่อใจข้าก็ให้ข้ายืมเห็ดนี้ และหากทำสำเร็จ ข้าจะไปขอบคุณถึงที่เลย”
ท่าทางของนางจริงจังขึ้นเล็กน้อยเมื่อพูดถึงเื่การค้าขาย โดยเฉพาะการติดต่อค้าขายกับคนอย่างซือหงหยวน นางมิอาจเพิกเฉยได้
ซือหงหยวนชอบของแปลกใหม่ไม่ใช่หรือ ด้วยเหตุนี้จึงมิอาจบอกวิธีการให้เขาในตอนนี้ได้ และไม่รู้ว่าเขาจะรอคอยอยู่หรือไม่
คนรับใช้เหลือบมองหน้ากัน คนคนนี้เคยติดต่อค้าขายกับคุณชายซืองั้นรึ?
“ขอริอาจถาม แม่นางคือ...”
หลิงซานฉิงเผยสีหน้าพอใจออกมา พลางใช้มือหนึ่งเท้าเอว “หลิงซานฉิง เ้าแค่บอกซือหงหยวนว่าเขายังไม่ได้บอกราคาเห็ดออกมา ดังนั้นเมื่อข้าเพาะเห็ดออกมาได้จริง ๆ ข้าจะไปติดต่อค้าขายกับเขา เมื่อถึงครานั้นข้าจะบอกวิธีแก่เขาอีกที!”
ท่าทางมั่นใจและน่าเกรงขามนั้น ราวกับแน่ใจว่าซือหงหยวนจะไม่ปฏิเสธนาง และเพราะท่าทางมั่นใจของนาง จึงข่มขวัญคนรับใช้ทั้งสองได้
ลูกจ้างหนุ่มเอียงหัวครุ่นคิดอยู่นาน ทันใดนั้นแววตาเขาก็เป็ประกาย “ท่านก็คือแม่นางหลิง? คุณชายใหญ่เคยบอกกับพวกเราว่าท่านมีความคิดที่ไม่เหมือนใคร และยังชื่นชมตั้งหลายครั้ง” เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง “เพียงแต่เื่เห็ดหูหนูขาวนี้ ไม่ใช่สิ่งที่พวกเราจะตัดสินใจกันเองได้ ดังนั้นแม่นาง ท่านว่าเื่นี้...”
หลิงซานฉิงโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ “พวกเ้าทำตามที่ข้าบอกก็พอ หากมีสิ่งใดเกิดขึ้น ข้าจะเป็คนรับผิดชอบเอง ให้ข้ายืมเห็ดหูหนูขาวไปใช้ก่อน บุญคุณเล็กน้อยนี้ข้าจะตอบแทนอย่างงามเลย”
เมื่อมีเห็ดชนิดต่าง ๆ แล้ว ก็เหลือแค่ปัญหาเวลาในการแพร่พันธุ์
นางพูดมาถึงขนาดนี้แล้ว พวกเขาจะปฏิเสธอย่างไรได้
หลิงซานฉิงเห็นท่าทางทั้งสองคนดูผ่อนคลายลง นางก็ล้วงกระเป๋าเสื้อหยิบเอาเงินที่เหลือออกมา แล้วยัดไว้ในมือของคนรับใช้ “ถือว่าข้าซื้อมาจากพวกเ้าไม่ได้รึ วันหน้าข้าจะคืนให้อย่างแน่นอน เื่นี้พวกเ้าไม่ต้องกังวล”
มันเป็ทั้งการรับรองและเงินทอง คนรับใช้ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธอีก หลิงซานฉิงถือตะกร้าเดินกลับบ้านด้วยความพึงพอใจ
“นั่นไม่ใช่สะใภ้สามของตระกูลฉารึ ได้ยินว่าหลังจากแยกบ้านแล้วก็ทานแต่ปลาแต่เนื้อ ทำให้แม่เฒ่าฉาโมโหเป็อย่างมาก”
“กลิ่นหอมนั้นคละคลุ้งมากเลยนะ คนแทบจะทั้งหมู่บ้านต่างก็ได้กลิ่นเนื้อจากบ้านนาง และยังทำให้หมาที่บ้านข้าหิวโหยเป็อย่างมาก”
“ข้าว่านะ ลูกสะใภ้อกตัญญู และพาลูกชายอกตัญญูไปด้วย แต่ลูกคนที่สามของตระกูลฉาอ่านหนังสือมาไม่น้อย เขาจะมีเมียแล้วลืมแม่ตัวเองได้อย่างไร"
“พวกเ้ารีบดูเร็ว นางถืออะไรอยู่ในมือนางน่ะ...เอ๊ะ! นางไปเอาเห็ดนี้มาจากไหนกัน ราคามันไม่น้อยเลยนะ!”
“ไปเร็ว รีบไปถามนางว่าเก็บมาจากไหน ข้าจะให้คนที่บ้านขึ้นไปดูพรุ่งนี้เช้า”
หลิงซานฉิงทำหน้ายุ่งและก้าวเดินกลับบ้านฉับไว คนข้างหลังนางชี้ไม้ชี้มือไปมา บ้างก็เข้ามาล้อมนางเพื่อสอบถามข้อมูล
จะให้ของสิ่งนี้ตกไปอยู่ในมือพวกเขารึ? อย่ามาล้อเล่นไปหน่อยเลย
นางยกเท้าถีบประตูเปิดออกอย่างแรง พลางปิดประตูใส่กลอน และนำประตูกั้นมาปิดอีกครั้ง ดูซิพวกเขาจะเข้ามาได้อย่างไร!
“นังสารเลวนี่ ปิดประตูทำไมเนี่ย ไม่เห็นหรือว่าพวกเราก็จะเข้าไปด้วย?”
“บ้าไปแล้ว แม้แต่ลุงสามของนางก็ไม่ยอมให้เข้าไปเลย แล้วนางจะสนใจพวกเรารึ?”
“นังสะใภ้ต่ำช้าคนนี้นี่ ไม่ได้การล่ะ ข้าต้องไปคุยกับแม่เฒ่าฉา มันจะมากเกินไปแล้ว!”
ไม่รู้ว่าใครถีบประตูติดต่อกันถึงสองสามครั้ง ความรำคาญ หลิงซานฉิงจึงยกเท้าถีบประตูเปิดออก ทำให้ผู้หญิงที่กำลังทุบประตูอยู่ใจนหัวใจแทบหลุดออกจากอก
“ถีบอะไรกันนักกันหนา! กลับไปถีบประตูบ้านเ้าสิ! แล้วมาล้อมทำอะไรกันที่นี่? ไม่มีบ้านตัวเองแล้วรึ? วัน ๆ เอาแต่นินทาเื่ครอบครัวคนอื่น ตัวเองสามารถมีชีวิตที่ดีขึ้นแล้วรึ? ถุย! ฝันลม ๆ แล้ง ๆ ไปเถอะ หากถีบประตูบ้านข้าอีกครั้ง ข้าจะไปร้องเรียนที่ศาลาว่าการแน่!"
หลิงซานฉิงพ่นคำพูดออกมาเป็ชุด นางเอามือเท้าเอวสองข้าง แล้วถอนหายใจออกมา คนที่ไม่เคยเห็นท่าทางดุร้ายมาก่อนนั้นใไม่น้อย
“นี่ สะใภ้สามคนนี้เป็อะไรไปน่ะ เมื่อก่อนไม่ได้เป็เช่นนี้นะ…”
เมื่อก่อนหลิงซานฉิงเป็แค่ลูกสะใภ้ตัวเล็ก ๆ ที่ก้มหน้าก้มตาทำงานและถูกคนอื่นรังแกมิใช่รึ แล้วเหตุใดตอนนี้ถึงกลายเป็เช่นนี้ไปได้?
“ได้ยินมาว่านางชนะคดีที่ฟ้องร้องในศาลาว่าการเมื่อไม่นานมานี้ด้วยนะ!”
“ไม่หรอกมั้ง? แค่สะใภ้ตัวเล็ก ๆ ที่ขี้ขลาดตาขาว…”
หลิงซานฉิงในยามนี้จะเอาอะไรมาขี้ขลาดตาขาว เห็นได้ชัดว่ากำเริบเสิบสานยิ่งนัก อกตัญญูต่อแม่สามีไม่เท่าไหร่หรอก แต่นี่ยังโวยวายแยกบ้าน และยังแผดเสียงตวาดพวกเขาอีก ช่างกัดคนไปทั่วราวกับหมาบ้าเสียจริง
พวกว่างงานไม่มีอะไรทำเอาแต่นินทาคนอื่นลับหลัง หลิงซานฉิงสะอินสะเอียนที่จะสนใจ พลางปิดประตูไล่ด้วยสายตาเ็า
เมื่อหันกลับไปนางก็เห็นฉาจื่ออันยืนอยู่ข้างหลังอย่างเงียบ ๆ สีหน้าของอีกฝ่ายมืดครึ้ม หลิงซานฉิงถอยหลังไปครึ่งก้าว พลางขมวดคิ้ว “มองข้าทำไมขนาดนั้น ไป ไป ไป ช่างไม้หลี่นำชั้นวางมาส่งแล้วหรือยัง?”
ทันใดนั้น นางก็เห็นชั้นวางขนาดใหญ่อยู่ตรงมุมทิศตะวันออกเฉียงใต้ของสวน สมแล้วที่เป็ช่างไม้มีของแห่งหมู่บ้านละแวกนี้ นี่มันยอดเยี่ยมจริง ๆ
“หลิงซานฉิง! เหตุใดเ้าถึงเป็ผู้หญิงฟุ่มเฟือยขนาดนี้ นี่มันคืออะไร เสียเงินไปเท่าไหร่? แล้วเ้ายังเอาทรัพย์สินในบ้านไปใช้สุรุ่ยสุร่ายอีก?”
เสียงของอีกฝ่ายดังขึ้นมาจากด้านหลัง ราวกับลูกแมวที่ขู่ฟ่อ
หลิงซานฉิงแคะหูอย่างรำคาญและหันกลับไปมอง “เ้าจะก่อฏรึ? ข้าจะใช้เงินที่ตัวเองหามา เ้ายุ่งได้งั้นรึ?”
นางเป็คนหนักแน่น เดิมทีนี่คือการลงทุน และนางไม่มีอะไรที่จะต้องร้อนตัว
“เ้า เ้า…” ฉาจื่ออันโมโหจนหน้าแดง เขาแค่เจ็บใจที่หาคำจากในหนังสือไปตำหนิผู้หญิงสุรุ่ยสุร่ายอย่างนางไม่ได้ เขาสะบัดแขนเสื้อและพูดขึ้นว่า “ใช่ เ้าเป็คนหาเงินมาได้ แต่ก็ไม่ควรใช้สุรุ่ยสุร่ายขนาดนี้ เ้าซื้อเห็ดเหล่านี้มาทำอะไร พวกเราไม่กินเห็ดนี้ ของสิ่งนี้แพงกว่าเนื้อปลาเนื้อหมูเสียอีก ข้าบอกเ้าแล้วว่าให้วางแผนดี ๆ ค่อย ๆ เก็บหอมรอมริบไปทีละน้อย เหตุใดเ้าถึงไม่ฟัง? เ้าช่างเป็หญิงฟุ่มเฟือยจริง ๆ ช่างไม้หลี่ส่งชั้นวางมา แต่พื้นเต็มไปด้วยท่อนไม้ ข้าแทบไม่มีหน้าไปอธิบาย!” เขาทั้งโอดครวญทั้งตำหนิ
เ้าคนซื่อบื้อนี่ทั้งหยิ่งทั้งอวดดีมากขึ้นเรื่อย ๆ อวดดีจนแยกไม่ออกว่าใครกันแน่ที่เป็ใหญ่ในบ้าน
หลิงซานฉิงเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา ก่อนจะกวาดสายตามองเขาขึ้นลง
[1] ยามซื่อ คือ 09.00 - 10.59 น.