Puppy Love จดหมายรักระหว่างนายและฉัน (จบ)

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 132

            “เฮ้พูดแบบนี้ได้ไง” ชวีเสี่ยวปอชี้นิ้วไปยังหน้าจอ “ก็นายแต่งเรื่องออกมาเร็วเกินฉันยังไม่ทันได้พูดเลย”

     

            “ถ้างั้นนายก็ควรจะส่งสัญญาณอะไรหน่อยสิ”ซือจวิ้นลูบใบหน้าทำท่างเช็ดน้ำตาอย่างเกินจริงออกมา“ถ้าพรุ่งนี้ไปโรงเรียนแล้วเขาทำอะไรรุนแรงกับฉัน นายต้องห้ามเขาเอาไว้ด้วยนะ”

     

            “ไม่ต้องให้เขามาห้ามหรอก” เซี่ยเจิงดับบุหรี่ลง แล้วก็ชะโงกศีรษะจากด้านหลังชวีเสี่ยวปอเข้ามาอีกครั้ง“ฉันต้องขอบคุณนายดีๆ สักครั้งแล้วละ พี่ชายที่รู้ใจ”

     

            “เน็ตฉันค้างแล้ว” ซือจวิ้นทิ้งเอาไว้ประโยคหนึ่งก่อนที่จะรีบวางสายไปทันที

     

            “ทำไมฉันรู้สึกว่าซือจวิ้นกลัวนายมากเลยอะ”ชวีเสี่ยวปอเก็บโทรศัพท์กลับเข้ากระเป๋าไปจากนั้นจึงชนไหล่ของเซี่ยเจิงไปครั้งหนึ่ง “ไอแล้วยังสูบบุหรี่อีกเหรอ? ”

     

            “จะได้รู้สึกสดชื่นขึ้นหน่อย” เซี่ยเจิงพูด “เดี๋ยวกลับไปต้องทำข้อสอบอีก”

     

            “เด็กเรียนก็ไม่ได้พึ่งแค่สติปัญญาอย่างเดียวนะเนี่ย”ชวีเสี่ยวปออดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา “อย่าเพิ่งเปลี่ยนเรื่องสิดูสินายทำซือจวิ้นตกใจซะขนาดนั้น”

     

            “งั้นเหรอ? ” เซี่ยเจิงหยุดเว้นวรรคไปครู่หนึ่งจากนั้นก็ยกแขนขึ้นมาวางมือทั้งข้างรองไว้ใต้คาง เพื่อทำท่าดอกทานตะวันขณะที่ทำท่าทางนี้อยู่ก็พูดไปด้วยว่า : “ฉันน่ารักขนาดนี้ทำไมต้องกลัวฉันด้วย”

     

            คนติงต๊องคนนี้

     

            คนติงต๊องคนนี้ก็น่ารักจริงๆ นั่นแหละ

     

            ชวีเสี่ยวปอไม่ได้รีบร้อนตอบกลับไปแต่กลับดึงโทรศัพท์มือถือออกมาอีกครั้งแล้วจ่อไปที่เซี่ยเจิงพร้อมกับเสียงชัตเตอร์ที่ดังขึ้น

     

            แสงแฟลชที่สว่างวาบขึ้นมาทำให้เซี่ยเจิงจำต้องหลับตาลงหลังจากที่รู้สึกตัวว่าเกิดอะไรขึ้นชวีเสี่ยวปอก็เริ่มเปิดดูอัลบั้มรูปพลางหัวเราะขึ้นมาเรียบร้อยแล้ว

     

            “มือไวเหมือนกันนะเนี่ย” เซี่ยเจิงหัวเราะตามเขาขึ้นมาอย่างไม่มีทางเลือกแล้วจึงขยับเข้าไปมองบนหน้าจอ “ให้ฉันดูหน่อยว่าฉันน่ารักพอหรือเปล่า”

     

            “ใบหน้านี้ของนาย” ชวีเสี่ยวปอซูมรูปภาพขึ้นมาใช้นิ้วจิ้มไปบนแก้มของเซี่ยเจิงในโทรศัพท์ ไม่ได้น่ารักแบบเป็นมิตรแต่ให้ความรู้สึกเหมือนรูปแกล้งคนที่น่ารักแบบติงต๊องมากกว่า

     

            แตกต่างจากสีหน้าท่าทางอันไร้อารมณ์โดยปกติของเซี่ยเจิงอย่างลิบลับ

     

            เป็นประสบการณ์อันยอดเยี่ยมอย่างหนึ่งที่เห็นหนุ่มหล่อทำท่าทางปัญญาอ่อนเช่นนี้

     

            ชวีเสี่ยวปอกำลังกดถูกใจให้กับทักษะการลั่นชัตเตอร์ถ่ายรูปอย่างรวดเร็วของตัวเองอยู่ในใจ

     

            “ยิ้มสดใสขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย? ” เซี่ยเจิงมองไปยังฟันขาวที่เรียงกันเป็นแถบของตัวเองในรูปภาพพลางส่ายหน้าไปมา

     

            “นายระวังตัวเอาไว้หน่อยละ” ชวีเสี่ยวปอชำเลืองมองเขาเอ่ยขึ้นมาด้วยรอยยิ้มอันร้ายกาจ “ฉันมีประวัติอันดำมืดของนายแล้วนะ”

     

            “ทำไม ขู่ฉันเหรอ” เซี่ยเจิงพูดขึ้น ทั้งสองคนก็พลางเดินไปหน้าปากซอย

     

            “เปล่าเลย” ชวีเสี่ยวปอลูบคางเล็กน้อย “ไม่มีอะไรน่าขู่ซะหน่อย เอ๊ะใช้รูปนี้ขู่ให้เรียกนายฉันว่าพี่ดีกว่า นายจะเรียกไหม? ” ชวีเสี่ยวปอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมจู่ๆเขาถึงได้สนใจอายุที่ห่างกันเพียงไม่กี่เดือนของเขากับเซี่ยเจิงขึ้นมาได้บางทีในหัวของเขาอาจจะเอาแต่คิดถึงเรื่องฉลองวันเกิดให้เซี่ยเจิงละมั้ง?

     

            “ขึ้นอยู่กับอารมณ์ของฉัน” ถึงปากซอยเป็นที่เรียบร้อยเซี่ยเจิงดึงชวีเสี่ยวปอเอาไว้ จากนั้นจึงตบเบาๆ ไปที่หลังของเขา“เจอกันพรุ่งนี้นะคุณแฟน”

     

            “พรุ่งนี้...” ชวีเสี่ยวปอตอบรับกลับไป กำลังจะเดินไปด้านหน้าแต่ก็หยุดฝีเท้าอีกครั้ง ก่อนที่พูดขึ้นมาว่า : “พรุ่งนี้ฉันมากินข้าวเช้ากับนายได้ไหม?ฉันอยากกินซาลาเปาร้านนั้น”

     

            “นายตื่นไหวเหรอ? ” ภายใต้แสงไฟจากถนนทำให้เห็นไอหนาวพ่นออกมาจากปากของเขาทั้งสองคนในตอนพูดคุยกันอย่างชัดเจนขณะนั้นเซี่ยเจิงเองก็ย่ำเท้าไปมาด้วยเช่นกัน

     

            “ไหว เหตุผลที่ฉันไม่ตื่นคือขี้เกียจ แต่แค่ฉันอยากตื่นก็ตื่นได้แหละ”ชวีเสี่ยวปอสูดจมูก “รอฉันด้วยนะ !”

     

            “ได้เลย” เซี่ยเจิงตอบรับ “เอ๊ะ มีรถมาพอดี” เขาโบกมืออย่างแรงไปตรงถนน

     

            เมื่อชวีเสี่ยวปอหันกลับไป ก็เห็นรถแท็กซี่ที่เซี่ยเจิงโบกคันหนึ่งค่อยๆขับเข้ามาจอดที่ข้างทางพอดี

     

            “กลับเถอะ ถึงบ้านแล้วบอกด้วยนะ” เซี่ยเจิงขยับถอยมาด้านหลังก้าวหนึ่งทำให้ครึ่งตัวของเขาเข้าไปอยู่ในความมืด จากนั้นจึงทำท่าส่งจูบไปให้ชวีเสี่ยวปอ

     

            จากมุมนี้ มีเพียงแค่ชวีเสี่ยวปอที่สามารถเห็นจูบนี้ได้อย่างชัดเจน

     

            “ไปก่อนนะ” ชวีเสี่ยวปอเองก็ส่งจูบกลับไปเช่นกัน จากนั้นถึงได้วิ่งเหยาะแล้วก้มตัวขึ้นรถแท็กซี่ไป

     

            “กลับมาแล้วเหรอ? ”

     

            เมื่อกลับมาถึงบ้าน เวินลี่ก็กำลังโค้งตัวฝึกโยคะตามในโทรทัศน์อยู่ร่างกายของเธอตามไม่ทันสมอง พูดตามตรงก็คือร่างกายไม่ประสานกันชวีเสี่ยวปอมองไปยังโทรทัศน์ คุณครูที่อยู่ในหน้าจอก้าวเท้าซ้ายออกไปแต่เวินลี่กลับเตะเท้าขวาออกไปทันที

     

            “ครับ” ชวีเสี่ยวปอกลั้นขำเอาไว้ “ผมขึ้นห้องก่อนนะครับ”

     

            “มากินผลไม้สักหน่อยสิ” เวินลี่คลำหารีโมตจ่อไปทางโทรทัศน์ แล้วจึงกดปุ่มหยุดเล่นชั่วคราวพร้อมทั้งหันมองชวีเสี่ยวปอด้วยความสงสัย “วันนี้ดูมีความสุขมากเลยนะ? ที่โรงเรียนมีเรื่องน่าดีใจเหรอ? ”

     

            “อ๋า? ” ชวีเสี่ยวปอเพิ่งจะนั่งลงบนโซฟาและหยิบซ้อมขึ้นมา “ที่โรงเรียนจะมีเรื่องอะไรได้ครับ”

           

            “ถ้างั้นแล้วทำไมถึงได้ทั้งฮัมเพลงทั้งยิ้มออกมาแบบนี้ล่ะ”เวินลี่ดันจานผลไม้ไปด้านหน้าชวีเสี่ยวปอ ไม่ได้ถามอะไรเพิ่มเติมแล้ว “กินเถอะกินเสร็จก็อาบน้ำนอนนะ”

     

            เนื่องจากคำพูดนี้ของเวินลี่ในตอนที่ชวีเสี่ยวปออาบน้ำเขาจึงสำรวจใบหน้าดูเล็กน้อย เขายืนส่องกระจกโดยที่ทั้งตัวเปลือยเปล่าอยู่พักใหญ่

     

            ดูเหมือนว่าจะ...มีความสุขมากจริงๆ ด้วย

     

            ทั้งยังไม่ใช่การตั้งใจทำขึ้นเพราะถึงยังไงเมื่อมองนัยน์ตาของชวีเสี่ยวปอมันก็มักจะแฝงเอาไว้ด้วยรอยยิ้มเสมอ...ให้ตายเถอะ ชวีเสี่ยวปอขยี้ดวงตาอย่างแรงสองที พลางแยกเขี้ยวขึ้นมาหน้ากระจกพยายามทำสีหน้าให้ดุร้าย

     

            “บ้าไปแล้ว” สุดท้ายแล้วตัวเขาเองก็ทนไม่ไหว พูดวิจารณ์ตัวเองขึ้นมาไม่ยั้ง

     

            แต่ก็อารมณ์ดีจริงๆ

     

            พูดยังไงดีล่ะ บางทีอาจจะเป็นลักษณะเด่นของคนมีที่กำลังมีความรักก็เป็นได้ในตอนที่เวินลี่ถามขึ้นมาว่าทำไมถึงทั้งฮัมเพลงทั้งยิ้มออกมาสิ่งเดียวที่ชวีเสี่ยวปอคิดอยู่ในหัวคือความอึดอัดใจระหว่างเขากับเซี่ยเจิงหลายวันมานี้ในที่สุดก็ผ่านไปสักที

     

            แต่ความจริงแล้วยังมีอีกปัญหาหนึ่งที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข

     

            ซึ่งก็คือเรื่อง “ความรู้สึกมั่นคง” ที่ซือจวิ้นพูด

     

            ที่เซี่ยเจิงพูดก็ถูกอยู่เหมือนกัน ถ้าอยากรู้ว่าความรู้สึกมั่นคงที่ตัวเองตามหาคืออะไรกันแน่ก็ควรต้องรู้ก่อนว่าตัวเองกลัวอะไร

     

            ชวีเสี่ยวปอเช็ดตัวให้แห้ง จากนั้นจึงเดินออกจากห้องน้ำมาทิ้งตัวลงไปเตียง

     

            กลัวอะไรกันนะ

     

            เมื่อคิดดูอย่างละเอียด ถ้าหากค่อยๆ เผชิญหน้าอย่างใจเย็นมากขึ้นก็ดูเหมือนว่าจะมีอยู่ไม่น้อยเลย

     

            กลัวเซี่ยเจิงจะชอบคนอื่น

     

            กลัวแม่ของเซี่ยเจิงจะรู้ความสัมพันธ์ของเขาสองคน

     

            แล้วก็ยังกลัวเวินลี่และชวีอี้เจี๋ยจะรู้เข้าเหมือนกัน

     

            แต่สิ่งที่กลัวไปกว่านั้นคือ กลัวที่จะต้องแยกกับเซี่ยเจิง

     

            เมื่อเผชิญกับความกลัวเหล่านี้มันเหมือนการเผชิญหน้ากับการที่ไม่อยากให้คนอื่นรับรู้จุดอ่อนในใจของตัวเองแต่สิ่งเหล่านี้ ไม่ใช่การที่คุณปิดบัง แสร้งทำเป็นไม่สนใจ แล้วมันจะหายไปได้ตรงกันข้ามมันกลับเปลี่ยนแปลงไปได้ตลอดเวลาซึ่งก็เหมือนกับเรื่องที่เกิดขึ้นในร้านเหล้าวันนั้นตอนแรกเป็นความสับสนของคนคนหนึ่งแต่แล้วก็เปลี่ยนกลายเป็นความขัดแย้งของคนสองคนขึ้นมา

     

            มันไม่ควรจะเป็นเช่นนั้น

     

            ชวีเสี่ยวปอมุดเข้าไปใต้หมอนพลางคิดเรื่อยเปื่อยไปพักหนึ่ง ก่อนจะเหยียดแขนยาวออกไปเปิดโคมไฟตั้งโต๊ะหลังจากที่เขาวางแผนจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยโต๊ะหนังสือที่เดิมทีวางคอมพิวเตอร์ไว้แค่ตัวหนึ่งในตอนนี้ก็ได้เริ่มแสดงการใช้งานที่แท้จริงของมันออกมาแล้ว

     

            หนังสือวางเรียงรายเอาไว้จนป้าแม่บ้านไม่กล้ามาเก็บราวกับบนนั้นมีกระบวนยุทธวิธีที่สามารถทำให้ชวีเสี่ยวปอตั้งใจเรียนขึ้นมาได้วางอยู่

     

            มอห้า มอหก

     

            ถ้าไม่พยายามขึ้นมา เวลาที่จะได้อยู่กับเซี่ยเจิงก็จะเหลืออีกเพียงปีครึ่งแล้วใช่ไหม?

     

            เซี่ยเจิงคงจะไปจากที่นี่อย่างแน่นอน?

     

            ชวีเสี่ยวปอพลิกตัวกระโดดขึ้นมา ก่อนจะนั่งลงที่หน้าโต๊ะหนังสือหยิบปากกาขึ้นมาขีดๆ เขียนๆ ลงบนสมุดบันทึกเล่มหนึ่งที่เปิดอยู่

     

    คล้ายกับเรื่องPuppy Love จดหมายรักระหว่างนายและฉัน (จบ) ที่คุณอ่าน

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530