บทที่ 19 คนตลก
เมื่อลู่เฉิงเฟิงเข้ามา เขาเห็นแม่ของซูอี้จวินกุมมือของหลินเจี้ยนหลูไว้และพูดคุยด้วยความรักใคร่
ดูเหมือนว่าหลินเจี้ยนหลูจะคุ้นเคยกับผู้คนในตระกูลซูมาก
หลินเจี้ยนหลูเข้ามาขอบคุณเขา และรับกระเป๋าเดินทางจากมือของลู่เฉิงเฟิง
“คุณปู่ซู คุณลุงและคุณป้า หนูซื้อของฝากมาให้ด้วยนะคะ”
หลินเจี้ยนหลูพูดขณะที่เธอเปิดกล่องและหยิบของฝากออกมา
ผู้หญิงคนนี้ฉลาดมากเช่นกัน เธอให้ของฝากชายชราเป็พวกของที่สามารถเอามาพัฒนาความรู้ตนเองได้ ส่วนพวกผู้หญิงเธอจะให้สิ่งของเพื่อเสริมความงามเช่นเครื่องประดับไม่ก็เครื่องสำอางค์ มันเกือบจะเหมือนกับของขวัญที่ลู่เฉิงเฟิงเลือกเมื่อเขามาที่ตระกูลซูครั้งแรก
หลังจากส่งของฝากแล้ว หลินเจี้ยนหลูมองไปที่ลู่เฉิงเฟิงและยิ้มหวาน “ขออภัยด้วย ฉันไม่รู้จริง ๆ ว่าเสี่ยวจวินกำลังมีแฟนดังนั้นฉันจึงไม่ได้เตรียมของมาให้คุณ เอาเป็ว่าชิ้นนี้ฉันมอบให้คุณก็แล้วกัน”
หลินเจี้ยนหลูหยิบพวงกุญแจเล็ก ๆ ออกมาจากกล่อง มันคือพวงกุญแจตัวมิกกี้เมาส์
มุมปากของลู่เฉิงเฟิงกระตุก และเขาก็รับมันอย่างช่วยไม่ได้ “ขอบคุณ”
“อี้จวิน ลูกพาเสี่ยวหลูขึ้นไปเก็บข้าวของที่ห้องก่อนเถอะ แล้วค่อยลงมากินข้าวด้วยกัน”
เสียงแม่ของซูอี้จวินอ่อนโยน หลังพูดจบ เธอมองไปที่ลู่เฉิงเฟิงแล้วกล่าวว่า “เสี่ยวลู่ก็อยู่รับประทานอาหารกลางวันด้วยกันนะ”
ลู่เฉิงเฟิงยิ้มและพยักหน้า
คนในตระกูลซูยังไม่ยอมรับเขาอย่างเต็มที่ และพวกเขายังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบ
“เด็กสาวสองคนนี้อาจจะต้องใช้เวลาสักพัก เสี่ยวลู่มากับฉันเพื่อพูดคุยสักสองสามเกม”
‘ตาเฒ่าคนนี้เป็คนตลกจริง ๆ เขายิ้มเมื่อเขาชนะ แต่จะหงุดหงิดทันทีเมื่อแพ้…’ ลู่เฉิงเฟิงบ่นในใจ แต่เขาก็ยังพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม
หลังจากผู้เฒ่าซูเดินไปห้องหนังสือ ลู่เฉิงเฟิงก็เก็บพวงกุญแจตัวน้อยไว้ในกระเป๋า จากนั้นทั้งสองก็เริ่มเล่นหมากล้อม
ชายชราคนนี้เริ่มซนมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่เพียงแต่เขา้าชนะเท่านั้นแต่เขายัง้าที่จะชนะอย่างสวยงามอีกด้วย
“ไม่ ไม่ นายเดินหมากไปตรงนี้ไม่ได้ ถ้านายเดินไปตรงนั้นฉันจะเดินต่อไม่ได้”
“เ้าเด็กคนนี้ขโมยตัวหมากของฉันไปหรือเปล่า? ฉันจำได้ว่าฉันมีตัวหมากอยู่ที่นี่นะ นายต้องขโมยตัวหมากของฉันไปแน่ ๆ งั้นฉันหยิบมาใส่เพิ่มก่อน”
ลู่เฉิงเฟิงมีสีหน้าสิ้นหวัง ชายชราคนนี้ชักไปไกลเกินไปแล้ว! พอตัวเองเดินพลาดกลับมาหาว่าเขาโกงซะงั้น! ช่างเอาแต่ใจสุด ๆ!
ลู่เฉิงเฟิงแพ้หลายรอบติดต่อกัน
ผู้เฒ่าซูยิ้มอย่างมีความสุข
“ฮ่าฮ่า เ้าหนูทำไมทำหน้าทำตาแบบนั้นล่ะ? คิดว่าตัวเองแพ้ไม่ได้เลยหรือไง?”
หน้าผากของลู่เฉิงเฟิงมีรอยประ เขาไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี ใครในพวกเขาที่แพ้ไม่ได้กันแน่?
“โอเค โอเค พอแล้วก็ได้... ทักษะการเล่นหมากล้อมของเธอแย่เกินไปจริง ๆ ฉันไม่รู้สึกถึงความสำเร็จเลยกับการเอาชนะนาย ไปเรียนเื่หมากล้อมให้มากขึ้นเมื่อกลับไป รู้ไหม?”
ลู่เฉิงเฟิงยิ้มอย่างขมขื่น “ตกลงครับคุณปู่ซู ผมจะกลับไปฝึกฝนให้หนักขึ้นอย่างแน่นอน”
ในขณะนี้มีเสียงเคาะประตู เป็ซูอี้จวินเรียกพวกเขาให้ลงไปกินข้าว
ลู่เฉิงเฟิงรับประทานอาหารกลางวันที่บ้านตระกูลซูแล้วจากไป
เขาขับรถไปที่เทียนซือกรุ๊ป ทันทีที่เขาลงจากรถ โทรศัพท์ของเขาก็สั่น
เขาเข้าสู่ระบบกลุ่มแชทสิบสองนักษัตรทมิฬ
[งูแบล็กแมมบา: ั ฉันประจำตำแหน่งแล้ว]
ลู่เฉิงเฟิงสะดุ้ง งูแบล็กแมมบาเร็ว แต่เขาไม่คาดคิดว่ามันจะมาถึงเหยียนเฉิงแล้ว
เขาตอบว่า [ขอบคุณกับความทุ่มเทของคุณ]
[งูแบล็กแมมบา: บอกฉันมาทีว่าคุณอยู่ที่ไหน?]
ลู่เฉิงเฟิงกลอกตา ‘ไอ้นี่ตั้งใจจะฆ่าเขาจริง ๆ’
[งูแบล็กแมมบา: เป้าหมายที่ให้คุ้มครองอยู่ในสายตาของฉันแล้ว ถ้าคุณไม่บอกฉัน ฉันจะฆ่าเธอตอนนี้]
ลู่เฉิงเฟิงไม่ได้ใส่ใจกับคำขู่เลย การฆ่าเป้าหมายที่ตัวเองต้องคุ้มครองถือเป็กฎข้อห้ามร้ายแรงในวงการ งูแบล็กแมมบาจะไม่ทำตัวไม่เป็มืออาชีพขนาดนั้น
[งูแบล็กแมมบา: คุณไม่เชื่อเหรอ?]
ลู่เฉิงเฟิง [ปกป้องเธอ ถ้าเธอผมร่วงแม้แต่เส้นเดียว คุณไม่จำเป็ต้องตามหาฉัน แต่ฉันจะเป็คนไปหาคุณเอง]
งูแบล็กแมมบา: ‘ดูเหมือนเธอจะสำคัญกับคุณมาก เธอน่ารักมากเลย แล้วถ้าฉันเข้าใกล้เธอและปกป้องเธอเป็การส่วนตัวล่ะ?’
ลู่เฉิงเฟิงกระตุกมุมปากแล้วตอบว่า: ‘ตาแก่อย่างคุณจะทำให้เธอหนีซะเปล่า ๆ’
งูแบล็กแมมบา: ‘ั จริง ๆ แล้วฉันหล่อมาก หล่อกว่าแฟนคนปัจจุบันของคุณมาก แล้วเจอกันนะ แต่ถ้าคุณเป็คนสวยฉันจะไม่ฆ่าคุณหรอก ฉันเป็คนเห็นอกเห็นใจผู้คนเสมอ’
‘เอ่อ… นายเนี่ยนะจะหล่อเท่าฉัน? แถมฉันยังเป็ผู้ชายเหมือนกับนาย สิ่งที่ฉัน้าคือสาว ๆ ไม่ใช่คนที่มีแท่งตรงหว่างขาเหมือนกัน!’ ลู่เฉิงเฟิงบ่นในใจ
ลู่เฉิงเฟิงตอบกลับ: ‘ไปให้พ้น!’
ถ้าเขาไม่กลัวว่าจะเปิดเผยความจริงที่ว่าเขาเป็ผู้ชาย เขาจะตอบว่า ‘ไสหัวไปให้ไกลเท่าที่แกจินตนาการ’ เลย
หลังจากตอบกลับแล้ว ลู่เฉิงเฟิงก็ออกจากระบบและเดินตรงเข้าไปในบริษัท
แต่ทันใดนั้นก้าวของเขาก็ต้องหยุดลง เขาหันหลังแล้วรีบกลับไปะโขึ้นรถ เหยียบคันเร่งแล้วรีบกลับไปในทิศทางของบ้านตระกูลซู
ตอนนี้งูแบล็กแมมบาต้องอยู่ในตระกูลซู! หากเขาสามารถหาอีกฝ่ายได้เจอก่อนแล้วเอาชนะได้ เขาจะสามารถเอางูแบล็กแมมบามาใช้ได้ในอนาคต
นี่เป็กฎที่กำหนดโดยเฒ่าลั่ว หากสมาชิกของกลุ่มสิบสองนักษัตรทมิฬล้มเหลวในการลอบสังหารลู่เฉิงเฟิงและถูกสยบโดยเขาแทน พวกเขาจะต้องยอมจำนนและเชื่อฟัง
เครื่องยนต์ส่งเสียงคำราม และบึ่งมาจอดใกล้ ๆ แถวบ้านตระกูลซู
ในขณะที่ลู่เฉิงเฟิงกำลังสังเกตสภาพแวดล้อมรอบ ๆ บ้านตระกูลซูสมองของเขาก็ประมวลผลอย่างรวดเร็วเพื่อคาดเดาที่ซ่อนของเป้าหมายว่าอาจจะตำแหน่งใด
ในไม่ช้า เขาก็คาดเดาเอาไว้อยู่หลายสถานที่
เขาจอดรถไว้ในที่ลับจากนั้นลู่เฉิงเฟิงเริ่มดำเนินการค้นหา
แต่หลังจากการค้นหาก็ไม่พบอะไรเลย
มันไม่ควรจะเป็แบบนี้สิ ในฐานะนักฆ่าระดับแนวหน้าลู่เฉิงเฟิงยังคงมั่นใจในการตัดสินใจของตัวเองมาก สถานที่ที่เขาคาดเดานั้นเหมาะสมที่สุดสำหรับการแอบซ่อนตัว
เขาคิดอยู่พักหนึ่งแล้วปีนขึ้นไปบนต้นไม้หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาล็อกอินแล้วส่งข้อความถึงงูแบล็กแมมบา [เป้าหมายยังปลอดภัยหรือไม่?]
หลังจากพิมพ์ถามไปไม่นานงูแบล็กแมมบาก็ตอบว่า [งูแบล็กแมม: ปลอดภัย!]
แต่วินาทีต่อมา งูแบล็กแมมบาส่งข้อความอีก [งูแบล็กแมม: คุณกำลังพยายามหลอกฉันเหรอั คุณกำลังอยู่ใกล้ ๆ ตระกูลซูหรือเปล่า? คุณ้าใช้ข้อมูลนี้เพื่อระบุตำแหน่งของฉันใช่ไหม?]
‘ให้ตายเถอะ ผู้ชายคนนี้ระวังตัวเกินไป’
ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะเดาได้แล้วว่าเขากำลังตามหาตัวเองรอบ ๆ ตระกูลซูและได้ใช้มาตรการป้องกันไว้แล้ว
ลู่เฉิงเฟิงไม่ลังเลใจ ะโลงจากต้นไม้ ใช้ร่มเงาของต้นไม้อำพรางตัวเขาเองไปจนถึงรถ ะโเข้าไปแล้วขับออกไป
งูแบล็กแมมบาอยู่ในที่มืดแถมยังระวังตัวแจ ขืนเขาไม่หนีไปตอนนี้ เขาคงจะถูกวางหลุมพลางใส่แทนแน่ ๆ
ขณะขับรถลู่เฉิงเฟิงตอบแชทว่า [ความขี้สงสัยเป็เหมือนโรคร้ายคุณจำเป็ต้องได้รับการรักษาสักหน่อยนะ เราทุกคนถูกเฒ่าลั่วชุบเลี้ยง ฉันถือว่าคุณเป็พี่น้องของฉันเสมอ ซึ่งแตกต่างจากคุณที่อยากจะฆ่าฉันอยู่ตลอดเวลา]
งูแบล็กแมมบาไม่ตอบ ซึ่งแปลว่าน่าจะกำลังตามหาเขาอย่างลับ ๆ อยู่
ในบ้านตระกูลซู ซูอี้จวินกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องอย่างอารมณ์ดีและกำลังจะออกไปหาหลินเจี้ยนหลู แต่หลินเจี้ยนหลูกลับเปิดประตูห้องของเธอแล้วพุ่งเข้ามาในห้องซะก่อนโดยถือกล้องส่องทางไกลกำลังสูงอยู่ในมือ
หลินเจี้ยนหลูก้าวอย่างรวดเร็วไปที่หน้าต่างและมองผ่านกล้องส่องทางไกลไปในป่ารอบ ๆ
“เสี่ยวหลู เธอกำลังทำอะไรเนี่ย?”
สีหน้าของซูอี้จวินเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ในขณะที่หลินเจี้ยนหลูกำลังตรวจสอบพื้นที่ด้านนอกรอบ ๆ ก็พูดว่า “ฉันเพิ่งเห็นหมูป่าในป่าฝั่งตรงข้าม มุมห้องของฉันไม่ดีและฉันมองเห็นได้ไม่ชัดเจน ดังนั้นฉันจึงมาที่นี่เพื่อดูอีกรอบ”
“หมูป่า?”
ซูอี้จวินดูประหม่า หมูป่าสามารถทำร้ายผู้คนได้ และมันน่ากลัวเมื่อพวกมันคลั่ง
“ทำไมถึงมีหมูป่าแถวนี้ได้? ฉันต้องโทรแจ้งกรมป่าไม้เพื่อป้องกันไม่ให้หมูป่ามาทำร้ายคน”
แต่จากนั้นซูอี้จวินก็เห็นหลินเจี้ยนหลูลดกล้องส่องทางไกลลงด้วยสีหน้าผิดหวัง ได้ยินเธอพูดว่า “อย่ากังวลไป ฉันมองมันผิดน่ะ จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่หมูป่า มันเป็แค่ก้อนหิน”
ซูอี้จวินถอนหายใจด้วยความโล่งอกและตบหน้าอกของตัวเอง “ไม่เป็ไรถ้าไม่มี... ฉันใจหายหมดเลยตอนที่เธอบอกว่าเห็นหมูป่า”
หลินเจี้ยนหลูหัวเราะเบา ๆ “เธอนี่ยังขี้กลัวอยู่เสมอเลย... ฉันเพิ่งได้ยินจากคุณลุงและคุณป้าว่าเธอเพิ่งถูกลอบทำร้าย ทำไมเธอไม่บอกฉันั้แ่เจอกันว่ามันเกิดอะไรขึ้น”