แคว้นวั่งเย่ว์และแคว้นซั่วอวิ๋นเป็สองแคว้นที่แข็งแกร่งที่สุดในแผ่นดินใหญ่
ตำบลเทียนชิงซึ่งเป็รอยต่อของสองแคว้น เดิมทีเป็ตำบลเล็กๆที่เงียบสงบ ทว่าตอนนี้บนพื้นกลับนองด้วยโลหิต เสียงร้องระงมถ้วนทั่ว
ตะวันยามอัสดงแดงฉานครึ่งขอบฟ้า
วัดร้างตั้งโดดเดี่ยวอยู่ที่นั่น กลิ่นคาวเืและกลิ่นน่าสะอิดสะเอียนแผ่คลุมทุกหนแห่งสตรีสวมเกราะแดงนอนอยู่บนพื้น ผมดำสยายแผ่ยุ่งเหยิง ที่สะดุดตาคนที่สุดคือท้องที่นูนใหญ่ของนางดูจากสภาพนูนตั้งนั่น เด็กในท้องคงใกล้คลอดเต็มที
สตรีลูบท้องตน ผมดำขลับเน้นสีหน้านางจนดูซีดขาวดุจกระดาษดูอเนจอนาถอย่างบอกไม่ถูก
“ท่านแม่ทัพ!”ทหารเกราะดำเดินเข้ามา
กู้เทียนหลานลืมตา ในแววตาฉายแววมีความหวังสายหนึ่งสิ่งนี้ทำให้นางดูมีชีวิตขึ้นมาบ้าง “เสบียงกับกองทัพหนุนมาถึงแล้วรึ”
แคว้นวั่งเย่ว์และแคว้นซั่วอวิ๋นรบกัน ณ ที่แห่งนี้ กู้เทียนหลานเป็นแม่ทัพผู้ชนะศึกบ่อยของแคว้นวั่งเย่ว์แพ้ศึกน้อยมาก เดิมทีครั้งนี้ควรชนะ ทว่าเพราะขาดเสบียงเมื่อทหารท้องหิวจึงสูญเสียกำลังรบ ซ้ำกำลังหนุนยังล่าช้ามาไม่ถึงจึงตกเข้าสู่ทางตัน ทัพใหญ่หนึ่งแสนถูกฆ่าสังหารติดต่อกันนางกับลูกของเขาถูกล้อมอยู่ที่นี่ ความหิวและความทรมานเคี่ยวกรำนาง สุดท้ายจึงหลงเหลือเพียงความสิ้นหวัง“ฝ่าาเสด็จแล้ว”
ใบหน้าที่เดิมสิ้นหวังของกู้เทียนหลานพลันมีชีวิตชีวาขึ้นมา“เขามาแล้ว ข้ารู้อยู่แล้ว เขาไม่มีทางทิ้งข้า ไม่มีทางทอดทิ้งทหารตระกูลกู้...”
ในแววตาของคนตอบฉายแววติดขัด ถึงขั้นมีความเห็นใจอยู่สายหนึ่งทว่ากู้เทียนหลานไม่ทันสังเกตเห็น
กู้เทียนหลานเห็นคนสองคนเข้ามาทางปากประตูหนึ่งบุรุษหนึ่งสตรี ทั้งสองใส่ชุดคลุมสีดำ บนศีรษะสวมหมวกคลุม บุรุษร่างสูงใหญ่ฝั่งสตรีร่างกายเล็กบอบบางอ้อนแอ้น
บุรุษปลดผ้าคลุมออก พอกู้เทียนหลานเห็นใบหน้าหล่อเหลาน่าเกรงขามนั่น ในใจพลันยินดี“ฝ่าา พระองค์มาแล้ว”
ผู้ที่มาคือฮ่องเต้วั่งเย่ว์ สามีของนาง หลี่เย่จิ่น
นางคิดไม่ถึงว่าหลี่เย่จิ่นจะมาส่งเสบียงด้วยตนเอง ความสงสัยในใจนางพลันมลายหาย มองบุรุษหล่อเหลาตรงหน้า ในใจเกิดความหวานหอบหนึ่งฝีเท้าหลี่เย่จิ่นหยุดชะงักก้มมองกู้เทียนหลานที่อยู่บนพื้น กู้เทียนหลานมองสีหน้าเขาไร้ซึ่งความอบอุ่นในกาลก่อนความเ็าไร้เยื่อใยนั่นทำให้กู้เทียนหลานเกิดความกลัวอย่างไม่ทราบสาเหตุ
“ฝ่าบาท...” นางเอ่ยเรียก “เสบียงถึงแล้วหรือเพคะ ฝ่าบาท ให้เวลาหม่อมฉันอีกสิบวันหม่อมฉันต้องไล่โจรชั่วซั่วอวิ๋นออกไปได้แน่” นางเอ่ยอย่างหมายมั่น“ไม่ต้องแล้ว” หลี่เย่จิ่นเอ่ยปากในที่สุด “กู้เทียนหลานเ้ารั้งอยู่ที่นี่เถอะ อยู่ฝังพร้อมทัพหนึ่งแสนตระกูลกู้”
กู้เทียนหลานนิ่งอึ้งไป “ฝ่าา พระองค์กำลังตรัสสิ่งใด”
“ตรัสสิ่งใดรึ พี่หญิง แต่ไหนแต่ไรมาท่านมักปราดเปรื่องตอนนี้แม้แต่ดำริของฝ่าาก็ยังฟังไม่เข้าใจแล้วรึความหมายของฝ่าาคือให้ท่านตาย” สตรีบอบบางข้างกายเขาปลดหมวกคลุมออกเผยใบหน้างามล้ำ คนผู้นี้ไม่ใช่ผู้ใดอื่น กู้เทียนชิงน้องสาวแท้ๆ ของกู้เทียนหลานและยังเป็พระสนมชิงกุ้ยเฟยในวังหลวงยศศักดิ์เป็รองเพียงกู้เทียนหลานนางผู้เป็ฮองเฮาคนนี้เท่านั้น
หากบอกว่าหลี่เย่จิ่นมาส่งเสบียงที่นี่ด้วยตนเองเช่นนั้นการพาสตรีอ่อนแอไร้กำลังอย่างกู้เทียนชิงมาด้วยคงไม่อาจกล่าวอธิบายได้แล้ว
กู้เทียนหลานยังคงไม่เข้าใจนางเกิดในตระกูลขุนศึกอย่างตระกูลกู้ ตระกูลกู้ไร้บุตรชายนางที่เป็บุตรสาวสายตรงจึงเข้าสู่สนามรบั้แ่อายุยังน้อยอายุเพียงสิบหกก็มีผลงานมากมายแล้ว เมื่ออายุสิบเจ็ดปีนั้นนางแต่งกับหลี่เย่จิ่นที่เป็สหายกันมาั้แ่เล็ก กลายเป็ฮองเฮาวั่งเย่ว์สตรีที่ทั้งแคว้นวั่งเย่ว์เคารพศรัทธาที่สุด
แคว้นซั่วอวิ๋นจับจ้องมาโดยตลอดแต่ติดที่ชื่อเสียงนางจึงไม่กล้าบุกเข้ามา การที่กู้เทียนหลานตั้งครรภ์เก้าเดือนกล่าวแล้วถือเป็นโอกาสดีของซั่วอวิ๋นอาศัยช่วงที่นางตั้งครรภ์ได้เก้าเดือน แคว้นซั่วอวิ๋นจึงบุกตีแคว้นวั่งเย่ว์กะทันหันมิหนำซ้ำยังส่งกงซุนอี้อวิ๋นอ๋องผู้โหดเหี้ยมไม่เป็นรองผู้ใดมา ใต้อาณัติกงซุนอี้มีแต่เสือสิงห์ทั้งนั้น แคว้นวั่งเย่ว์จะขวางกั้นได้อย่างไรด้วยเหตุนี้ฮองเฮาวั่งเย่ว์ที่ตั้งครรภ์ทายาทได้เก้าเดือนจึงต้องสวมเกราะเข้ารบกับซั่วอวิ๋นอย่างเสียไม่ได้ ก่อนสวมเกราะออกจากเมืองหลวง บุรุษตรงหน้านี้กอดนางไว้ในอกลูบท้องที่นูนสูงของนาง สายตาอาลัยอาวรณ์ยิ่ง เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ‘หลันเอ๋อร์ข้าจะรอเจ้ากับรัชทายาทกลับมา เจ้าต้องรักษาตัวให้ดีในใต้หล้านี้เจ้ากับรัชทายาทเป็นคนที่สำคัญที่สุดสำหรับข้า หากพวกเจ้าเป็นอะไรไปข้าคงไม่อาจมีชีวิตอยู่ลำพังในโลกใบนี้ได้อีก’บุรุษอ่อนโยนผู้นั้น ตอนนี้เหมือนเปลี่ยนปากและใบหน้าใหม่นางไม่เข้าใจเลยสักนิด หากว่าร่างกายนางอนุญาตนางนั้นชิงชังจนอยากเข้าไปทึ้งใบหน้าคนตรงหน้านี้นักดูว่าเขาใช่ผู้อื่นปลอมตัวมาหรือไม่
แต่นางกับเขาโตมาด้วยกัน ซ้ำร่วมเตียงเคียงหมอนถึงสองปีรู้อยู่แล้วว่าเขาคือเขา ไม่มีทางพลาดได้
ลำคอกู้เทียนหลานเหมือนถูกบีบรัดก็ไม่ปาน“เพราะอะไร”
หลี่เย่จิ่นไม่ได้เอ่ยวาจาทว่ากู้เทียนชิงกับเอ่ยหัวเราะหยันขึ้น “พี่หญิงที่รักของข้าท่านผิดต่อชื่อเสียงปราดเปรื่องของท่านเสียจริงสาเหตุก็เป็เพราะไม่มีคนอยากให้ท่านมีชีวิตอยู่อย่างไรเล่า”
ร่างเพรียวบางของกู้เทียนชิงขดเข้าไปในอกหลี่เย่จิ่นในแววตาฉายแววหยามหยันและชิงชัง ไหนเลยจะยังเป็น้องสาวผู้ว่าง่ายและขี้อายนางนั้น
“พี่หญิง ท่านรู้หรือไม่ว่าเหตุใดฝ่าบาทถึงแต่งท่าน ที่ฝ่าบาทรักเห็นชัดว่าเป็นข้า ทว่าไม่อาจไม่แต่งสตรีที่มือเต็มไปด้วยเลือดอย่างท่านก็เพราะท่านเป็นแม่ทัพใหญ่พิทักษ์แคว้นเพราะในมือท่านมีทัพพิทักษ์แคว้นเรือนแสนของตระกูลกู้อยู่”คำกล่าวของกู้เทียนชิงดุจมีดบาดกรีดหัวใจของกู้เทียนหลานก็ไม่ปาน
กู้เทียนหลานหน้าเปลี่ยนสีทันใด “ไม่ใช่เช่นนั้นแน่!”
เทียนหลานเ้าเป็สตรีที่สมบูรณ์แบบที่สุดที่ข้าเคยพบในใต้หล้านี้ข้ารอเ้าเติบใหญ่มาโดยตลอด ในที่สุดตอนนี้เ้าก็เป็ฮองเฮาของข้าแล้ว
คืนวันแต่งงาน สามีนางเอ่ยเช่นนี้กับนาง
ผู้คนเห็นเพียงเกียรติยศในตอนนี้ของนางไม่รู้ว่านางผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างไรบ้าง นางไม่ได้ชอบคมดาบคมกระบี่ยิ่งไม่ชอบความรู้สึกตอนเืเปรอะเปื้อนกาย นางเองยังอิจฉาบรรดาน้องๆที่ได้ร่ายรำเล่นดนตรีอยู่ในบ้าน นางสวมเกราะศึกไม่เพียงเพราะนางเป็บุตรสาวสายตรงตระกูลกู้ แต่นางยังอยากจะปกป้องบุรุษผู้นั้นทุกครั้งที่นางปลิดชีวิตคนล้วนแต่นึกถึงความยินดีและความชื่นชมเวลาได้เห็นชัยชนะของเขา
ทว่ายามนี้กลับมีคนบอกนางว่าบุรุษที่นางรัก บุรุษที่สาบานว่าจะปกป้องรังเกียจนางที่มือเปื้อนเืมากเกินไป
“ตระกูลกู้เองก็อยากให้ท่านตาย” คำพูดที่ออกมาจากริมฝีปากแดงสดของกู้เทียนชิงอำมหิตหาใดเปรียบ “หลังจากท่านเป็นฮองเฮาแล้วเอาแต่ขัดขวางอิทธิพลของตระกูลอยู่ตลอด แค่พี่ชายในตระกูลฆ่าหญิงคณิกาท่านถึงกับปลิดชีพเขา คนทั้งตระกูลล้วนไม่พอใจท่านยิ่ง ชิงชังอยากให้ท่านตายไป ท่านรู้หรือไม่ว่าคนตระกูลกู้พูดลับหลังท่านว่าอย่างไรตระกูลกู้มีฮองเฮาเช่นนี้เหมือนดวงซวยมาแปดชาติภพ” กู้เทียนหลานจำเรื่องนี้ได้พี่ชายในตระกูลนางผู้นั้นฆ่าหญิงคณิกาที่ใดกันเขาข่มเหงหญิงชาวบ้านต่อหน้าธารกำนัลต่างหาก ทำให้หญิงนางนั้นโขกกำแพงตายเพื่อผลักความรับผิดชอบพี่ชายในตระกูลป้ายสีว่าหญิงนางนั้นเป็นคณิกา บอกว่านางจงใจล่อลวงเขา ไม่บอกว่าหญิงนางนั้นเป็นหญิงชาวบ้านธรรมดาพี่ชายในตระกูลผู้นั้นของนางเป็นขุนนางคุมประพฤติคำกล่าวของขุนนางคุมประพฤติฆ่าคนได้มาแต่ไหนแต่ไร เดิมทีตระกูลกู้โดดเด่นเกินไปฝ่าบาทไม่พอพระทัยตระกูลกู้นานแล้ว อยากหาโอกาสทำลายตระกูลกู้มาโดยตลอดเรื่องนี้อาจกลายเป็นไฟลามทุ่ง ทำลายทั้งตระกูลกู้ได้ เพื่อปกป้องตระกูลกู้และเพื่อคลายโทสะของฝ่าบาท กู้เทียนหลานจึงไม่อาจไม่ประทานความตายให้พี่ชายในตระกูล “เจ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดตระกูลถึงให้ข้าแต่งเข้ามาในวังหลวง คืนก่อนที่ข้าจะแต่งให้ฝ่าบาทผู้นำตระกูลมอบภารกิจสำคัญให้ข้านั่นคือการหาโอกาสสังหารท่าน แทนที่ท่าน”เดิมทีทุกอย่างที่นางทำมาก็เพื่อปกป้องตระกูลแต่ตระกูลกลับชิงชังอยากให้นางตาย ตระกูลนางถึงกับมองความปรารถนาดีของนางไม่ออกช่างโง่เขลาเสียจริง
“ข้าเองก็อยากให้ท่านตายไป ข้ารู้จักกับฝ่าาก่อนท่านรักใคร่ใจตรงกัน ท่านยังจำการป่วยหนักสองรอบนั่นของข้าได้หรือไม่ข้าไม่ได้ร่างกายอ่อนแอแต่เกิด แต่เพราะก่อนท่านแต่งเข้าวังหลวงข้าไม่อาจคลอดบุตรได้ ดังนั้นจึงทำได้เพียงขับลูกของข้ากับฝ่าาออกไป”พูดถึงตรงนี้ ในที่สุดบนใบหน้ากู้เทียนชิงก็ปรากฏความเดือดดาลขึ้นมาสายหนึ่ง
ได้ยินถึงจุดนี้ สีหน้ากู้เทียนหลานบิดเบี้ยวนานแล้วนางช่างโง่เขลา หลี่เย่จิ่นเป็นบุรุษที่นางรักที่สุดกู้เทียนชิงเป็นน้องสาวที่นางเอ็นดู ความฉลาดของนางช่างเปล่าประโยชน์กลับมองไม่ออกว่าหลี่เย่จิ่นกับกู้เทียนชิงลอบมีสัมพันธ์กันลับหลังนานแล้ว เห็นนางเป็นคนโง่ หลี่เย่จิ่นกอดกู้เทียนชิงไว้ในอกแน่น เอ่ยสีหน้าอาลัย“เทียนชิง ไม่ต้องคิดแล้ว ทุกอย่างผ่านไปแล้ว เจ้าจะกลายเป็นฮองเฮาของข้าส่วนหญิงต่ำช้านางนี้ก็จะสูญหายไปจากโลกใบนี้”ร่างกู้เทียนหลานอ่อนยวบลง รู้สึกสิ้นหวังยิ่งในตอนที่นางััท้องของตน แววตานางพลันฉายแววไม่ยินยอมขึ้น“พระองค์จะฆ่าหม่อมฉัน แต่ว่าในท้องหม่อมฉันก็เป็บุตรของพระองค์เด็กคนนี้ใกล้คลอดเต็มที เหตุใดพระองค์ถึงไร้เยื่อใยเพียงนี้”
หลี่เย่จิ่นเดินเข้ามา เท้าเหยียบลงบนท้องกู้เทียนหลานตรงๆจากนั้นลงน้ำหนัก
กู้เทียนหลานพลันรู้สึกถึงความรวดร้าวที่ท้องร้องเสียงหวาดกลัว “ลูกข้า!”
“เจ้ายังคิดว่าเขาเป็นเด็กอยู่อีกรึ กู้เทียนหลาน เด็กในท้องเจ้าเป็นเพียงก้อนเนื้อที่ตายนานแล้ว” หลี่เย่จิ่นเอ่ยขึ้นอย่างไร้เยื่อใย“เจ้ายังจำโอสถที่เจ้าดื่มทุกวันได้หรือไม่”ไม่ว่าหลี่เย่จิ่นจะยุ่งมากเพียงใดทุกๆวันก็มักจะมาต้มโอสถให้นางด้วยตนเอง เดิมทีนางคิดว่าหลี่เย่จิ่นเฝ้ารอลูกที่แท้คือกำลังคิดสังหารเด็กในท้องนางลูกที่นางเฝ้ารอคอยมาตลอดกลับถูกเขาทำร้ายอย่างเชื่องช้า
กู้เทียนหลานกอดท้องตน อยู่ๆ ก็หัวเราะอย่างคลุ้มคลั่ง
นางมันโง่! ช่างโง่เขลายิ่งนัก!
ลูกนางต้องมาตายเพราะความโง่เขลานี้ของนาง
“ลูก ลูกข้า แม่ผิดต่อเ้า ใต้หล้านี้คนชั่วมากมายนักแม่ถึงกับมองไม่ออก” กู้เทียนหลานเบิกตากว้างมองกู้เทียนชิงกับหลี่เย่จิ่นเหี้ยมเกรียม ชิงชังจนอยากกินเืเนื้อของพวกเขา
กู้เทียนชิงถูกสายตานางมองจนหนาวยะเยือกบอกไม่ถูกหยิบมีดออกมาจากอก เตรียมแทงไปบนตัวกู้เทียนหลาน ทว่าหลี่เย่จิ่นรั้งนางไว้ก่อน“เทียนชิง หญิงชั้นต่ำนี้สมควรตายแต่เ้าอย่าลืมสัญญาระหว่างพวกเรากับกงซุนอี้”
กู้เทียนชิงสีหน้าพลันสงบลง ใบหน้าเล็กหวาดหวั่น “ฝ่าบาท หม่อมฉันผิดไปแล้ว หม่อมฉันลืมข้อแลกเปลี่ยนระหว่างฝ่าบาทกับกงซุนอี้ขอเพียงพวกเราส่งหญิงชั้นต่ำนางนี้ให้กงซุนอี้ทหารซั่วอวิ๋นก็จะถอยออกจากเขตแดนวั่งเย่ว์ ภายในห้าปีไม่ทำศึกอีก”เหมือนกู้เทียนชิงจะคิดอะไรได้ ทันใดนั้นก็หัวเราะขึ้นมา“ฝ่าา กงซุนอี้ชอบกินเืเนืุ้์ทั้งยังชอบกินเนื้อทารกที่สุดหญิงชั้นต่ำนางนี้ตกอยู่ในมือกงซุนอี้ คิดแล้วก็ช่างสะใจนัก”
“พี่หญิง ประเดี๋ยวกงซุนอี้คงจะกรีดท้องท่านปล่อยเืท่านจนหมด แล้วก็กินเด็กในท้องของท่าน...”
หลี่เย่จิ่นสะใจเช่นกัน หัวเราะตามขึ้นมา
ทั้งสองคนสวมหมวกคลุมภายใต้แววตาสังหารคนของกู้เทียนหลาน จากนั้นกุมมือกันเดินออกไปจากวัดร้างแห่งนี้กู้เทียนหลานชิงชังจนอยากจะพุ่งเข้าไปสังหารคนทั้งสองที่หลอกลวงนางทำร้ายลูกของนาง แต่กระนั้น ทั้งตัวนางไร้เรี่ยวแรง ความรวดร้าวลามแผ่ออกมาจากท้องกระแสอุ่นร้อนไหลนองออกจากท้องด้านล่างไอชีวิตรั่วไหลตามไปด้วย
สุดท้าย นางได้ยินเสียงหลี่เย่จิ่นขายนางกับทหารแสนนายของตระกูลกู้ให้กงซุนอี้ดังแว่วมา
ผ่านไปครู่หนึ่งพลันมีเสียงฝีเท้าดังขึ้น สตินางเริ่มค่อยๆเลือนหาย
“กู้เทียนหลาน ข้ารับบัญชาจากท่านอวิ๋นอ๋องหากเ้าคลานจากตรงนี้ไปอ้อนวอนท่านอ๋องของพวกเราบางทีท่านอ๋องของพวกเราอาจจะยอมเมตตาไว้ชีวิตเ้า”
กงซุนอี้ กงซุนอี้ นางนึกว่าเขาเป็นคนตรงไปตรงมาน่านับถือคิดไม่ถึงว่าเขากับคนชั้นต่ำสองคนนั้นจะเป็นสัตว์หน้าขนที่มาจากเขาลูกเดียวกันนางใกล้ตายแล้ว กงซุนอี้ก็ยังคิดหยามเกียรตินางเช่นนี้!หลี่เย่จิ่น กู้เทียนชิงกงซุนอี้สามคนนี้ได้ถูกจดจำฝังแน่นอยู่กลางใจนางแล้ว หากว่ามีชาติหน้านางไม่มีทางปล่อยพวกเขาไปแน่
ห่างจากวัดร้างสิบลี้เงาร่างในเกราะศึกสีดำยืนอยู่ภายใต้แสงสลัวยามอัสดงแววตาจับจ้องออกไปยังที่ไกลแสนไกล
“ท่านอ๋อง ทัพหนึ่งแสนตระกูลกู้ถูกทำลายสิ้นแล้ว กู้เทียนหลานอยู่ที่วัดร้างพวกเราไปจับตัวนางตอนนี้เลยหรือไม่”
บุรุษสวมเกราะศึก ใบหน้าภายใต้แสงอัสดงเดี๋ยวเลือนเดี๋ยวชัดั์ตาคู่นั้นดุจดวงดาราหนาวะเื เขาหมุนคลึงแหวนหยกบนนิ้วโป้ง“รอนางมาอ้อนวอนข้า หากนางมาอ้อนวอนข้า...”
มุมปากบุรุษเหยียดยกขึ้นบางๆราวกับนึกถึงเื่เบิกบานใจอะไรได้ ในหัวปรากฏเงาร่างสะดุดตาในเกราะศึกสีแดงผมดำยาวสยาย ใบหน้าเด็กสาวงามล้ำทว่าแฝงความพยศ
หากนางมาอ้อนวอนเขา เขาจะทำอย่างไรดีนะ นึกถึงฉากภาพสตรีที่หยิ่งทระนงถือตัวคุกเข่าแทบเท้าเขาอ้อนวอนเขา กงซุนอี้พลันรู้สึกว่าในใจพรั่งพรูความตื่นเต้นหอบหนึ่ง
เขาจะพานางกลับซั่วอวิ๋นจากนี้ไปวั่งเย่ว์ไม่มีกู้เทียนหลานอีกแต่ในจวนอวิ๋นอ๋องของเขาจักมีอนุคนโปรดเพิ่มมาหนึ่งคน กดหญิงพยศห้าวหาญไว้ใต้กายเพียงแค่คิด กงซุนอี้ก็รู้สึกคลุ้มคลั่งแล้วดึกมากแล้ว คนที่เขาส่งออกไปกลับมารายงานในที่สุด
“ท่านอ๋อง”
“กู้เทียนหลานยอมอ้อนวอนข้าแล้วรึ” ความยินดีในแววตากงซุนอี้โลดเต้น“ท่านอ๋อง กู้เทียนหลานตายแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”
ได้ยินข่าวนี้ อวิ๋นอ๋องกงซุนอี้สีหน้าพลันเปลี่ยนสีใบหน้าที่เดิมขี้เล่น ตอนนี้กลับกลายเป็ไม่น่าดูหาใดเปรียบ
ตาย สตรีคลั่งที่บอกว่าจะสังหารเขานางนั้นตายได้อย่างไร