ตอนที่ 18 งานวิจัยกับ timesskip ครั้งใหญ่
...
...
...ตรืดๆ ตรืดๆ
เสียงนาฬิกาปลุกจากสมาร์โฟนซึ่งถูกตั้งเป็ระบบสั่นเตือนดังขึ้นซึ่งฉันตั้งปลุกมันตอน 4:30 เพื่อออกไปวิ่งในตอนเช้าอาจจะฟังดูแปลกไปบ้างที่ฉันตั้งนาฬิกาปลุกเป็ระบบสั่นแต่เพราะความเคยชินเมื่อเวลาเข้าห้องเรียนหรือทำงานฉันไม่สามารถเปิดเสียงเตือนของสมาร์โฟนได้นั่นทำให้ต้องใช้การแจ้งเตือนเป็ระบบสั่นเตือนประกอบกับที่ว่าแม้มันจะเป็ระบบสั่นเตือนแต่มันก็มี”เสียง”สั่นเตือนฉันจึงไม่เห็นความจำเป็ของการต้องตั้งเสียงเตือนเท่าใดนัก
ฉันเปิดเข้าบราวเซอร์ในสมาร์ทโฟนเพื่อเช็คว่ามีการแจ้งเตือนต่างๆในเฟสบุ๊คหรือไม่ก่อนที่จะไล่อ่านข่าวสารต่างๆสักพักและออกไปล้างหน้าแปรงฟันเพื่อเตรียมตัวออกไปวิ่ง
ทำไมฉันถึงต้องเข้าใช้ในบราวเซอร์แทนที่จะเข้าแอปโดยตรง?เหตุผลก็ง่ายๆเลยคือฉันไม่ได้โหลดแอปมา... ก็ปัญหาที่ทำให้ฉันไม่ยอมโหลดแอปลงเครื่องก็เพราะแม้จะบอกว่าเป็สมาร์ทโฟนแต่มันก็ไม่ได้เป็รุ่นท็อปหรือรุ่นใหม่อะไรต้องบอกว่ามันเป็รุ่นที่สมรรถภาพต่ำมากเสียด้วยซ้ำเพราะแน่นอนฉันมีปัญหาเื่การเงิน..และไอ้การที่จะดึงประสิทธิภาพของสมาร์ทโฟนของฉันออกมาได้สูงสุดคือเก็บรอมไว้ไปโหลดแอปที่จำเป็จริงๆแทนที่จะมาเสียพื้นที่ไปกับแอปขนาดใหญ่ที่วันหนึ่งๆฉันใช้มันแค่ผ่านๆแถมยังไม่จำเป็ต้องมีเป็แอปเพราะสามารถเปิดใช้งานในบราวเซอร์ได้อยู่แล้ว ก็นะ...เฟสเขมือบรอมของสมาร์ทโฟนซึ่งเหลืออยู่น้อยนิดไปจนแทบหมดไหนจะไลน์ซึ่งจำเป็ที่จะต้องโหลดแอปเพื่อใช้งานอีก ไม่เข้าใจกับคนยุคนี้จริงๆ..เลือกการสื่อสารกันสักทางไม่ได้หรือไงทำไมต้องมีโซเชียลเน็ตเวิร์คอะไรเยอะแยะขนาดนั้น ฉันยังต้องมีแอปเกมบางเกมหรือยูทูปซึ่งลบออกจากเครื่องก็ไม่ได้แล้วมันก็อัปเดตอยู่นั่นแหละอยู่ด้วยนะเห็นใจกันบ้าง...
พูดถึงเื่สมาร์ทโฟนบอกตามตรงพอนึกย้อนกลับไปตอนที่ซื้อฉันเหมือนถูกหลอกกับการที่มีการโฆษณาหรือเขียนสเป็คของรุ่นนั่นนี่มีแรมเท่านี้รอมเท่านั้น เพราะเมื่อฉันซื้อสมาร์ทโฟนที่มีรอม 4 กิกะไบท์ แต่ความจริงคือรอมกว่าครึ่งถูกใช้ไปโดยระบบปฎิบัติการ เหลืออีกเพียงครึ่งไว้ให้ใช้ความจริงน่าจะเขียนสเป็คให้ดูจริงใจกว่านี้หน่อยประมาณว่า รอม 4 กิกะไบท์ระบบใช้ไป 1.99 อะไรเทือกนี้ เพื่อประกอบการตัดสินใจอ่ะ
หลังจากที่ฉันเตรียมตัวเสร็จเวลาในตอนนี้ก็ปาเข้าไปเกือบตีห้าแล้วฉันต้องเดินจากหอพักเพื่อไปวิ่งต่อที่สวนสาธาณะระยะทางก็ประมาณครึ่งโลเห็นจะได้ไม่ได้ห่างจากหอพักฉันเท่าใดนัก
ตรูดๆ ตรูดๆ
เป็เสียงการแจ้งเตือนของแชทไลน์ซึ่งดังขึ้นในขณะที่ฉันกำลังเดินออกไปเพเอเตรียมออกกำลังกาย
‘วันนี่จามามั่ย’
‘ฉันกะลังตียมตัวอกไปละนะ’
‘ไปรับมั่ย’
แน่นอนว่าเป็นายแว่นนั่นเอง..เหนื่อยใจนิดๆกับการอ่านข้อความของหมอนี่ฉันพิมพ์ตอบนายแว่นกลับไปว่าฉันเกือบจะไปถึงละสักพักเสียงสั่นเตือนของแชทไลน์ก็ดังขึ้นอีก คราวนี้เป็พี่กานข้อความก็ประมาณว่าเมื่อวานขอบคุณนะอะไรเทือกนั้นแหละแล้วก็มีอีกข้อความที่ส่งมาบอกว่าเมื่อก่อนเติมไม่ได้เป็แบบนี้หรอกแล้วก็หายไปทิ้งไว้ให้ฉันสงสัยซะอย่างงั้น
ไม่นานก็ผ่านไปสามอาทิตย์กว่า ใน่สามอาทิตย์ที่ผ่านมานี้คนที่ฉันพบบ่อยที่สุดคือนายแว่นน่าแปลกใจนิดหน่อยที่คนอย่างหมอนี่พอนึกจะทำอะไรจริงจังขึ้นมากลับเต็มที่และมีวินัยแบบสุดๆและนั่นทำให้ยัยอ้วนอย่างฉันละอายใจจนไม่กล้าที่จะหยุดออกไปวิ่งตอนเช้าแม้แต่วันเดียวแม้ว่า...ความจริงหมอนี่จะถูกปั่นให้มาวิ่งก็เถอะ..
ใน่สามอาทิตย์ที่ผ่านมาฉันไม่ได้พบกับเติมบ่อยนัก..ก็...สักประมาณอาทิตย์ละสามครั้งเห็นจะได้เห็นว่ามีแผนจะให้นายแว่นเข้าไปฟิตเนสเพื่อเล่นเวทั้แ่สองอาทิตย์ที่แล้วแต่นายแว่นนั้นปฏิเสธไปเพราะมองว่าตัวเองไม่พร้อมที่จะไปแสดงสภาพน่าสมเพชในตอนนั้น.. และเพื่อที่จะฟิตร่างกายให้พร้อมยิ่งขึ้นสองอาทิตย์ก่อนนายแว่นได้ชวนฉันให้ออกมาวิ่งตอนเย็นด้วย..รวมๆแล้วฉันจะต้องวิ่งสองครั้งต่อวันเช้า-เย็น นั่นทำให้เติมต้องหาอย่างอื่นทำไปพลางๆก่อนแน่นอนว่าอย่างอื่นที่ว่าเป็น้องน้ำแต่มันต่างจากฉันและนายแว่นที่ต้องมีแผนเพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเองเติมแค่้าทำความเข้าใจและศึกษาเท่านั้นทำให้แผนเกี่ยวกับน้องน้ำไม่แน่นอนโดยส่วนใหญ่เติมก็จะตะล่อมๆชวนมาทำนู่นนี่หรือบางทีก็พามาเชียร์นายแว่นตอนวิ่งซึ่งเธอมักจะมีความสุขเวลาเจอนายแว่นหมดสภาพอยู่ข้างถนน ตรงกันข้ามกับนายแว่นซึ่งดูอายเล็กน้อย
ตอนนี้ฉันทำเวลาเฉลี่ยสำหรับการวิ่งได้ดีขึ้น จากที่ฉันเคยวิ่งรอบสนามสองรอบและใช้เวลาไปเกือบครึ่งชั่วโมงเวลาที่ทำได้ก็เริ่มลดลงไป จากตอนแรกที่วิ่งๆ เดินๆตอนนี้วิ่งไปได้ตลอดลอดฝั่งด้วยความเร็วแบบหอยทากทำให้เวลาของฉันเร็วขึ้นเกือบห้านาทีในอาทิตย์ที่สองสำหรับนายแว่นนั้น..แม้จะยังแฮ่กๆอย่างสุนนัขหอบเหมือนเดิม แต่ระยะทางก็เริ่มขยับมากขึ้นจากตอนแรกที่นายแว่นสามารถวิ่งได้เพียงเกือบๆสามสิบสิบเมตรก่อนที่จะเหนื่อยหอบชนิดที่ต้องลงไปนอนอยู่ข้างถนนตอนนี้หมอนี่พัฒนาไปได้เกือบร้อยเมตรก่อนที่จะลงไปกองอยู่ข้างถนนซึ่งทำให้ทุกครั้งที่ฉันวิ่งเสร็จและจะกลับหอฉันต้องคอยมองหานายแว่นว่าไปอยู่ตรงส่วนไหนก่อนที่จะขุดขึ้นมาเพื่อลากกลับไปที่รถยนต์ของเขา
ต้องขอบคุณพี่ลายเมฆซึ่งปั่นนายแว่นจนเชื่อสนิทใจด้วยวินัยของนายแว่นทำให้ฉันพลอยได้รับอิทธิพลไปด้วย สำหรับพี่หมอ..ฉันพบเธอตอนเช้าอาทิตย์ละห้าวันเธอไม่ได้มาออกกลังกายตอนเช้าเพียงสองวันเท่านั้นคือวันเสาร์และพฤหัสแต่ในตอนเย็นเธอก็มาออกกำลังกายทุกวันทำให้หนุ่มน้อยใหญ่ที่ออกมาวิ่งมีแรงฮึดกันไปไม่มากก็น้อย.. ในส่วนของพี่ลายเมฆั้แ่เจอครั้งแรกฉันก็ยังไม่เจอพี่แกอีกเลย
ตอนนี้น้ำหนักของฉันลดลงไปมากโขจากที่เกือบร้อยโลตอนนี้ก็เหลืออยู่หกสิบปลายๆ(ประมาณว่าเหลืออีก0.00001kg ก็จะถึง 70)เกือบสามสิบโลในสามอาทิตย์เลยนะน่าทึ่งใช่มั้ยล่ะความจริงหากคุณปฏิญาณตนบนเฟสบุ๊คว่าคุณจะลดน้ำหนักและคุณก็ทำมันอย่างจริงจังมากพอในทุกด้าน ควบคุมอาหาร ออกกำลังกายพักผ่อนให้เพียงพอและเป็เวลา สามสิบโลในสี่อาทิตย์ก็ใช่ว่าจะเป็ไปไม่ได้ รูปร่างของฉันจากสาวร่างท้วมตอนนี้ก็แลดูเป็สาวอวบเท่านั้น เค้าโครงที่พี่ลายเมฆวาดลงในกระดาษเริ่มปรากฏขึ้นทีละนิด..โดยเฉพาะ..การถมดำ!..
ความจริงคือ..มันเหมือนแค่การถมดำเท่านั้นเอง!..เค้าโครงหน้าที่สวยคมแบบในรูปไม่เห็นจะมีตรงไหนเลย สิ่งที่ดูจะมีเค้าลางบ้างนอกจากการถมดำก็มีเพียงผมที่หยักเป็ลอนกับแว่นแค่นั้นเอง จะว่าไปนายแว่นก่อนหน้านี้ก็โดนหลอกให้วิ่งที่สวนสาธารณะนี่นะ หรือว่าบางที…อาจจะไม่ใช่แค่นายแว่นที่ถูกหลอกให้วิ่งแทบเป็แทบตาย และแฮ่กๆ อยู่ครึ่งค่อนวัน บางที..ตูก็อาจจะเป็หนึ่งในเหยื่อเช่นกัน..
“ไม่เอาน่าเคี้ยว จะเปลี่ยนแปลงตัวเองทั้งที กะอีแค่วิธีมองโลกแกก็ยังทำแบบเดิมอยู่เลย ยังติดลบอยู่แบบนี้เมื่อไหร่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองได้”นั่นคือสิ่งที่ฉันพูดกับตัวเอง
อย่างที่ฉันเคยพูดไปสิ่งที่ฉันมองว่า loserนั้นแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปมากนั่นก็เพราะพวกเขาผ่านเื่แย่ๆมาได้แบบที่คนปกติอาจจะไม่สามารถและสิ่งที่ loser ทำเก่งเหลือเกินก็คือการปลอมใจตัวเองแม้ว่าในใจลึกๆแล้วจะคิดว่าฉันต้องโดนหลอกแล้วแน่ๆ
ฉันคิดว่าบางทีฉันอาจจะจำเป็ต้องช่วยพี่หมอลากพี่ลายเมฆมาออกกำลังอีกแรงก็ไม่ได้จะแก้เผ็ดหรืออะไรเทือกนั้นหรอกนะฉันเองในฐานะรุ่นน้องที่มีโอกาสได้เจอกันโดยบังเอิญเพียงครั้งเดียวและได้นั่งคุยกันประมาณ10 กว่านาที ฉันก็มีความเป็ห่วงสุขภาพที่ง่อนแง่นของพี่แกแบบสุดซึ้งอา...ก็โรคหัวใจจะทำให้คนเราตายวันตายพรุ่งก็ได้นี่นะ..ฉันซึ่งเป็รุ่นน้องที่ดีก็ต้องทำทุกอย่างให้พี่เขามีสุขภาพที่แข็งแรงอยู่กับเราไปนานๆแม้ว่ามันจะเป็สิ่งที่ฝืนใจก็ตาม
แต่ตอนนี้ฉันคิดว่ามันยังเร็วเกินไปที่จะเป็ห่วงสุขภาพที่ง่อนแง่นของพี่เขา.. รอสัก...อีกประมาณ..สามอาทิตย์ให้ผลมันชัดเจนกว่านี้ก่อนตอนนั้นก็ค่อยไปห่วงสุขภาพของพี่แกก็คงจะไม่สายเกินไป แม้ว่าพี่แกอาจจะตายวันตายพรุ่งก็ได้แต่ฉันว่าพี่แกควรจะอยู่ได้อีกสามอาทิตย์...
...ในตอนนี้...ทุกๆครั้งที่สาวน้อยออกกำลังกายเสร็จ.. เธอจะเดินผ่านแสงแดดอ่อนๆ ทั้งในยามเช้าตรู่และยามเย็นย่ำอัสดงในมือถือกระดาษแผ่นบางที่มีรูปวาดด้วยดินสอซึ่งถมดำและมีสัดส่วนของแสงและเงาอย่างดีเธอมักจะมองมันทุกๆ ครั้ง เทียบมันกับเงาของตนในกระจก เธอยังคงมองไม่เห็นเค้าลางของสาวผู้ทรงเสน่ห์ในรูปแต่อย่างใด
...วันแล้ว...วันเล่า เวลาสองอาทิตย์ก็เลยล่วงผ่านไปเธอไปชั่งน้ำหนักและเห็นว่าน้ำหนักของเธออยู่แค่่ต้นหกสิบเท่านั้นคนในรูปก็ยังไม่มีเค้าลางว่าจะปรากฏในกระจกที่เธอส่อง บางครั้งเธอเองก็สงสัยว่าบางทีมันอาจจะเป็เพราะแสงและเงาเธอถึงกับพยายามจัดแสงและเงาให้มันตรงกับในรูป แต่สิ่งที่เหมือนกันก็ยังคงมีเพียงการถมดำและแว่นเท่านั้น...เธอคิดว่าหนึ่งอาทิตย์จากนี้...บางทีสาวน้อยจิตใจงามอย่างเธอต้องได้เป็ห่วงพี่ชายคนนั้นที่มีโรครุมเร้าเธอได้แต่หวังว่าเขาจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีกสักวันเพื่อที่จะรอให้ถึงวันนั้นวันที่เธอกับเขา จะได้ออกมาวิ่งภายใต้แสงแดดที่อบอุ่นในยามเช้าและเย็นเพลิดเพลินไปกับธรรมชาติรอบข้าง
...อีกวันผ่านไป..เธอยังคงมองไม่เห็นสาวผู้ทรงเสน่ห์ในรูปที่พี่ชายคนนั้นได้เขียนให้เธอจากกระจกที่เธอส่อง...อีกวัน..และ..อีกวัน..ไม่นานเวลาก็ล่วงเลยมาเจ็ดวันน้ำหนักของเธอตอนนี้อยู่ที่หกสิบกิโลกรัมแต่เธอก็ยังไม่เห็นสาวคนนั้นบนกระจก... ในที่สุดเวลาก็มาถึงเวลาที่เธอเชื่อว่ามันจะต้องมาถึงในสักวันหนึ่ง วันที่เธอผู้เป็สาวน้อยที่แสนดีจะต้องทำสิ่งที่เธอควรจะทำกับรุ่นพี่ที่น่าเคารพนับถือช่วยเขาดูแลสุขภาพ..ในที่สุดก็เป็อย่างที่คิดสินะ..หึแกคงจะลืมไปว่าแม้พลังสายเนตรของฉันจะไม่ได้ทรงพลังแต่ประสบการณ์หลายอย่างที่ผ่านมาในชีวิตของฉันกับพี่แกก็มีความคล้ายคลึงกัน
หากฉันทุ่มเทมันสมองสักเล็กน้อยเพื่อช่วยพี่หมอหาจุดอ่อนของแกโดยวิเคราะห์จากสิ่งที่ฉันได้ประสบพบเจอมากับตน ด้วยความคล้ายคลึงกันของวงจรชีวิต loserฉันก็มีความมั่นใจอยู่มากโขว่าจะสามารถสันนิษฐานถึงจุดอ่อนของพี่แกได้
ฉันหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาและเปิดเข้าไปในแอพไลน์และพิมพ์แชทไปหาพี่หมอ
“พี่หมอคะ..หนูจะช่วยพี่ตามหาจุดอ่อนของพี่ลายเมฆอย่างสุดความสามารถเพื่อที่จะให้พี่มีเครื่องต่อรองในการให้พี่แกมาออกกำลังกายในครั้งหน้ากับพวกเรา..เพื่อตอบแทนแรงบันดาลใจที่พี่แกให้หนูสำหรบการออกกำลังกาย..หนูอยากให้พี่เขามีสุขภาพที่ดี...”
“โอเครจร้า^^...แจ้งพิกัดมาเดี๋ยวพี่ไปรับเรามากินข้าวเย็นด้วย..พี่เลี้ยงเองงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง...............”
และนี่คือเื่ราวของฉันสาวน้อยที่อ้วน ดำ จน โง่ แว่นหนา ตาตี่เื่ราวการเปลี่ยนแปลงตัวเองของสาวน้อยมหัศจรรย์