ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    เล่มที่ 5 บทที่ 121 เธอจะเอายังไงกันแน่

            เมื่อทั้งสามคนเดินทางกลับมาถึงเมืองหยางเฉิงก็เป็นเวลาบ่ายโมงแล้ว ตามข้อตกลงก่อนหน้านี้ จิ่งเยี่ยนกุยจะต้องไปพบคุณปู่ซู เมื่อพบคุณปู่ซูเสร็จแล้วค่อยกลับไปหมู่บ้านอิ๋นซาน เพื่อไม่ให้เสียเวลาเดินทางกลับไปกลับมา เมื่อทั้งสามคนมาถึงเมืองหยางเฉิงแล้วก็ไปที่ชิ่งอันถังก่อน เพื่อขับรถของฟางเสียนจือออกมา

            ตอนที่ซูไป่ชิงเข้าไปเอาของในชิ่งอันถังนั้น เป็นช่วงที่แดดจัดพอดี จิ่งเยี่ยนกุยจึงลงจากรถเข้าไปหลบแดดและดื่มน้ำ

            แต่พอเธอเข้าไป ก็ได้ยินเสียงของอาหญิงใหญ่จิ่งดังขึ้น “เมื่อไหร่เจ้านายพวกแกจะกลับมา?”

            จิ่งเยี่ยนกุยขมวดคิ้วเล็กน้อย ซูไป่ชิงถามว่า “คุณผู้หญิง มีธุระอะไรกับผมเหรอครับ?”

            อาหญิงใหญ่จิ่งไม่คาดคิดว่าเจ้าของชิ่งอันถังจะเป็นคนหนุ่ม แถมยังหน้าตาดีอีกด้วย ดวงตาของเธอก็เป็นประกายขึ้นมาทันที

            ขณะที่เธอกำลังจะพูดนั้น ก็เหลือบไปเห็นจิ่งเยี่ยนกุยที่เดินตามเข้ามา เธอไม่ได้โง่ รู้ว่าช่วงเวลานี้การถามเรื่องที่จิ่งเยี่ยนกุยจะมาส่งยาไม่เหมาะสม จึงเดินไปหาจิ่งเยี่ยนกุยด้วยรอยยิ้ม “เยี่ยนกุย ในที่สุดหลานก็กลับมาแล้ว อาเป็นห่วงแทบแย่!”

            ซูไป่ชิงมองอยู่ข้างๆ ด้วยความงุนงง จิ่งเยี่ยนกุยเห็นอาหญิงใหญ่จิ่งที่ทำท่าทางกระตือรือร้นแบบนี้ก็ขนลุกพรึ่บจนแทบร่วงเต็มพื้น คนอย่างอาหญิงใหญ่จิ่ง ช่างสมกับคำว่า “ผู้ที่เอาใจใส่ผู้อื่นโดยไม่มีเหตุผล ย่อมปกปิดเจตนาที่ดีไว้ ” 

            จิ่งเยี่ยนกุยสะบัดมือของอาหญิงใหญ่จิ่งออกแล้วถามว่า “อามาที่นี่ทำไม มีธุระอะไรเหรอคะ?”

            ตอนนี้อาหญิงใหญ่จิ่งคิดคำแก้ตัวไว้แล้ว จึงทำหน้าดุแล้วพูดว่า “แกเป็นเด็กที่กล้าบ้าบิ่นจริงๆ กล้าไปไหนมาไหนกับคนอื่นตามลำพัง ถ้าเกิดเรื่องขึ้นมาจะทำยังไง!”

            “แกไม่รู้หรอกว่าช่วงที่แกไม่อยู่ อาเป็นห่วงแกมากแค่ไหน!”

            จิ่งเยี่ยนกุยหัวเราะในใจ หากก่อนหน้านี้เธอแค่สงสัยว่าอาหญิงใหญ่จิ่งมีเจตนาไม่ดี ตอนนี้ก็มั่นใจได้แล้ว ด้วยนิสัยใจคอของอาหญิงใหญ่จิ่ง อยู่ดีๆ ก็มาห่วงใยเธอแบบนี้ ต้องมีจุดประสงค์แอบแฝงแน่นอน

            ช่วงนี้อาหญิงใหญ่จิ่งมาที่หมู่บ้านอิ๋นซานบ่อยครั้ง ก่อนหน้านี้เธอยังไม่แน่ใจเจตนาของอาหญิงใหญ่จิ่ง แต่ตอนนี้เธอมั่นใจแล้วว่าเป้าหมายของอาหญิงใหญ่จิ่งคือตัวเธอแน่นอน

            เธอถามเสียงเรียบว่า “อามีธุระอะไรกับหนูเหรอคะ?”

            ทางด้านซูไป่ชิงเมื่อได้ยินว่าคุณผู้หญิงวัยกลางคนคนนี้คืออาของจิ่งเยี่ยนกุย ก็ให้พนักงานในร้านรินน้ำชาให้อาหญิงใหญ่จิ่ง ระหว่างที่พนักงานรินชาก็เอียงตัวเข้าไปกระซิบอะไรบางอย่างข้างหูของเขา ซูไป่ชิงจึงมองอาหญิงใหญ่จิ่งด้วยความสงสัยมากขึ้นกว่าเดิม

            เขาได้ยินอาหญิงใหญ่จิ่งพูดด้วยความไม่พอใจเล็กน้อยว่า “ทำไมแกพูดแบบนี้ล่ะ? อาไม่มีธุระแล้วมาหาแกไม่ได้เหรอ? อาเป็นห่วงแกมากขนาดนี้ แกกลับถามอาแบบนี้ อาเสียใจจริงๆ!”

            จิ่งเยี่ยนกุยไม่มีอารมณ์จะเล่นละครอาหลานรักใคร่กับอาหญิงใหญ่จิ่ง จึงพูดว่า “อาคิดมากไปแล้ว หนูไม่ได้โง่ขนาดนั้น เจ้าของร้านชิ่งอันถังเป็นคนที่ไว้ใจได้แน่นอน หนูถึงไปกับเขา”

            “ส่วนเรื่องที่อาบอกว่าเป็นห่วงนั้น หนูว่ามันไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่ ปู่กับย่าของหนูรู้ดีว่าการไปข้างนอกครั้งนี้ของหนูปลอดภัยดีอยู่แล้ว ส่วนอาก็ไม่ได้อยู่ที่บ้านเป็นประจำ แถมวันตรุษจีนยังไม่ยอมให้เงินอั่งเปาหนูสักแดงเดียว ตอนเด็กๆ แค่หนูกินลูกอมเพิ่มอีกเม็ด อาก็หาว่าหนูไม่รู้จักประมาณตน แล้วตอนนี้จู่ๆ มาเป็นห่วงหนูแบบนี้ หนูเลยไม่ค่อยชินค่ะ”

            “ดังนั้น อาไม่ต้องมาด่าว่าหนูโง่ ไม่ต้องมาแอบตำหนิว่าหนูไม่กตัญญู และหนูไม่ต้องการความห่วงใยจอมปลอมของอา อาอุตส่าห์มาหาหนูถึงที่นี่ ต้องมีธุระแน่นอน มีอะไรก็พูดมาตรงๆ เลยค่ะ ช่วงนี้หนูยุ่งมาก ไม่มีเวลามาฟังอาพล่าม”

            เธอไม่ชอบอาหญิงใหญ่จิ่งอย่างมาก ถ้าจะพูดให้ถูก อาหญิงใหญ่จิ่งก็ไม่ใช่ญาติผู้ใหญ่ของเธอเสียหน่อย ดังนั้นคำพูดเหล่านี้จึงไม่เกรงใจเลยสักนิด

            ซูไป่ชิงได้ยินคำพูดเหล่านี้ก็เข้าใจทันทีว่าจิ่งเยี่ยนกุยกับอาของเธอคนนี้มีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีนัก ครั้งที่แล้วที่เห็นเธอต่อว่าลู่เฉียวตง เขานึกว่านั่นเป็นขีดจำกัดของเธอในการต่อว่าคนแล้ว แต่พอเห็นเธอต่อว่าอาหญิงใหญ่จิ่งแบบนี้ เขาก็รู้แล้วว่าตอนนั้นที่เธอต่อว่าลู่เฉียวตง ยังนับว่าเธอปรานีอยู่

            สีหน้าของอาหญิงใหญ่จิ่งดูไม่สู้ดี “แกพูดจาแบบนี้ได้ยังไง! ฉันเป็นผู้ใหญ่ จะเป็นห่วงแกไม่ได้หรือไง?”

            เธอมักจะถือตัวเองว่าสูงส่งเสมอ คิดว่าคนทั้งโลกต้องหมุนรอบตัวเธอ ความคิดเดิมของเธอคือแค่แสดงความห่วงใยต่อจิ่งเยี่ยนกุยเพียงเล็กหน่อย จิ่งเยี่ยนกุยก็ต้องหมุนรอบเธอ แล้วยอมก้มหัวให้เธอ

            จิ่งเยี่ยนกุยขี้เกียจจะสนใจเธอ จึงเดินไปข้างหลังเพื่อรินน้ำมาดื่ม ก่อนจะกับซูไป่ชิงว่า “เราไปหาคุณปู่ซูกันเถอะ!”

            ตอนที่เธอเรียกคุณปู่ซูแทนที่จะเรียกอาจารย์ ก็เพราะกลัวว่าอาหญิงใหญ่จิ่งผู้หน้าด้านจะรู้ว่าเธอได้เป็นศิษย์ของคุณปู่ซู แล้วจะสร้างความลำบากให้ซูไป่ชิง

            ซูไป่ชิงตอบรับ ทั้งสองคนจึงเดินออกไป อาหญิงใหญ่จิ่งยื่นมือไปจับจิ่งเยี่ยนกุย แต่เธอกลับหลบได้ อาหญิงใหญ่จิ่งพูดอย่างไม่พอใจว่า “แกหมั้นหมายแล้ว ยังไปมีความสัมพันธ์ไม่ชัดเจนกับผู้ชายคนอื่นอีก แกอยากจะทำให้ตระกูลจิ่งของเราต้องขายหน้าจนหมดสิ้นหรือยังไง?”

            จิ่งเยี่ยนกุยขมวดคิ้ว เธอเตรียมที่จะพูดบางสิ่ง แต่กลับได้ยินเสียงของฟางเสียนจือดังขึ้นเสียก่อน “คุณคิดมากไปแล้ว ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ครั้งนี้ผมไปกับเยี่ยนกุยด้วย ต่อให้ไม่ได้ไปด้วยกัน ผมก็เชื่อมั่นในคุณธรรมของเยี่ยนกุย”

            อาหญิงใหญ่จิ่งมองไปทางฟางเสียนจือ ตาของเธอเป็นประกายทันที เขาหล่อเหลามาก ก่อนหน้านี้เธอคิดว่าซูไป่ชิงก็หน้าตาดีอยู่แล้ว แต่เมื่อเทียบกับเขาแล้วกลับด้อยกว่าไปเลย

            อาหญิงใหญ่จิ่งอดไม่ได้ที่จะถามว่า “คุณเป็นใคร?”

            ฟางเสียนจือตอบว่า “ผมคือคู่หมั้นของเยี่ยนกุย”

            อาหญิงใหญ่จิ่งเบ้ปากทันที พอมองเขาอีกครั้ง และเห็นว่าเสื้อผ้าที่เขาใส่เป็นแค่เสื้อผ้าธรรมดาๆ ก็ดูถูกเขาในใจ สรุปแล้วฟางเสียนจือก็เป็นเพียง 'คนบ้านนอกขาเปื้อนโคลนที่หน้าตาดี'

            อาหญิงใหญ่จิ่งหัวเราะในลำคอแล้วพูดว่า “ที่แท้คุณก็คือคู่หมั้นของเยี่ยนกุย หน้าตาถือว่าใช้ได้ แต่ไม่คู่ควรกับเยี่ยนกุยของฉัน”

            จิ่งเยี่ยนกุยได้ยินอาหญิงใหญ่จิ่งพูดแบบนี้ก็ตกตะลึง เธอเหลือบไปมองเสื้อผ้าที่ฟางเสียนจือใส่อยู่ ก็เข้าใจแล้วว่าทำไมอาหญิงใหญ่จิ่งถึงพูดแบบนั้น เพราะอาของเธอเป็นพวกใช้ตาสุนัขดูถูกคนอยู่แล้ว

            ซูไป่ชิงที่เคยไปที่สะพานหินกับฟางเสียนจือจึงรู้ถึงความสามารถของเขา เมื่อได้ยินอาหญิงใหญ่จิ่งพูดแบบนั้นก็รู้สึกสมเพชอยู่ในใจ ผู้หญิงคนนี้คงไม่ใช่คนโง่หรอกมั้ง!

            ฟางเสียนจือที่โดนดูถูกก็ยังคงสงบนิ่ง เขาจับมือของจิ่งเยี่ยนกุยเบาๆ แล้วพูดว่า “เยี่ยนกุยเหมือนนางฟ้าบนสวรรค์ ทั้งสวยทั้งฉลาด ผมเองก็รู้สึกว่าตัวเองไม่คู่ควรกับเธอ ดังนั้นต่อไปผมจะทำดีกับเธอให้มากขึ้นอีก”

            จิ่งเยี่ยนกุยเริ่มหน้าแดงเล็กน้อย ส่วนซูไป่ชิงก็ได้แต่ทำหน้างุนงงและพูดไม่ออก เขาค่อนข้างนับถือในตัวฟางเสียนจืออยู่บ้าง โดนดูถูกแล้วยังสงบนิ่งและสารภาพรักจิ่งเยี่ยนกุยอีก ช่างเป็นการกระทำที่น่าทึ่งจริงๆ แต่ก็แสดงให้เห็นว่าฟางเสียนจือไม่ได้เห็นอาหญิงใหญ่จิ่งอยู่ในสายตาเลย และไม่ได้ใส่ใจกับคำตัดสินของอาหญิงใหญ่จิ่งแม้แต่น้อย

            แต่อาหญิงใหญ่จิ่งกลับไม่รู้ถึงสิ่งเหล่านั้น เธอจ้องไปที่ฟางเสียนจือแล้วพูดว่า “ในเมื่อคุณรู้ว่าตัวเองไม่คู่ควรกับเยี่ยนกุย ก็รีบไปให้พ้นๆ อย่ามายืนเกะกะขวางหูขวางตาอยู่แถวนี้!”


    คล้ายกับเรื่องยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80 ที่คุณอ่าน

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388